Jaspal & Sons กับการวางรากฐานสู่ AI Transformation ด้วย Google Workspace และ Google AI บริษัท ยัสปาลแอนด์ซันส์ จำกัด (Jaspal & Sons) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่นอนและเครื่องนอนชั้นนำ ภายใต้แบรนด์ Santas Home, SANTAS, STEVENS, Sealy และ Tempur ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงมายาวนานกว่า 80 ปี ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 1,800 คน พร้อมเครือข่ายจุดจำหน่ายมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ และส่งออกสินค้าไปยังมากกว่า 16 ประเทศทั่วโลก โดยมีพื้นที่ดำเนินงานรวมกว่า 42,000 ตารางเมตร ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงระบบคลังสินค้าครบวงจร ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค https://youtu.be/6pA4MThTlCo เหตุผลที่ Jaspal & Sons เลือกใช้ Google Workspace การเลือกเครื่องมือในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับ Jaspal & Sons เพราะไม่ได้มองเพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้งานในองค์กรเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่จะช่วยรองรับการทำงานและการเติบโตขององค์กรในระยะยาว ดังนี้ 1. สนับสนุนการวางรากฐานองค์กรสู่ AI Transformation ตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปัจจุบัน Jaspal & Sons มองเห็นศักยภาพของ AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จึงเริ่มวางแนวทางด้าน AI Transformation พร้อมมองหาเครื่องมือที่จะเข้ามาสนับสนุนวิสัยทัศน์ดังกล่าว นำไปสู่การเลือกใช้ Google Workspace และ Google AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในทุกแผนก พร้อมเตรียมความพร้อมและวางรากฐานสำหรับการทำงานในยุค Agentic AI 2. ต้องมั่นใจว่าข้อมูลขององค์กรปลอดภัย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการนำ AI มาใช้โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูล Jaspal & Sons ต้องการแยกการใช้งาน...
Continue readingจากปัญหาธุรกิจสู่โซลูชัน AI: ตัวอย่างใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด (DEMETER ICT) มีโอกาสต้อนรับนักศึกษาจาก AITSPIN (The AIT School of Professional Intelligence) ของ Asian Institute of Technology (AIT) หลักสูตรปริญญาโทใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารและคนทำงาน มาเยี่ยมชมบริษัทและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ หัวข้อที่ผมแบ่งปันคือ “AI-Powered Business Transformation: Real-World Use Cases Across Industries” แต่แทนที่จะใช้เวลาพูดว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ผมเลือกนำกรณีจากการทำงานกับลูกค้าจริงในหลายอุตสาหกรรมมาเล่า โดยไม่เปิดเผยชื่อองค์กร เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจมีปัญหาอะไร เรานำ AI เข้าไปช่วยตรงไหน และวิธีการทำงานเปลี่ยนไปอย่างไร เริ่มต้นจากปัญหาธุรกิจ ไม่ใช่ AI สิ่งแรกที่ผมย้ำกับผู้เรียนคือ อย่าเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “เราจะเอา AI ไปใช้ตรงไหนดี?” แต่ให้เริ่มจาก “ธุรกิจของเรามีปัญหาอะไรที่ควรแก้?” เพราะจากประสบการณ์ของเรา ลูกค้าแทบไม่เคยมาหาแล้วบอกว่า “อยากทำ AI Transformation” สิ่งที่เราได้ยินจริง ๆ มักเป็นปัญหาที่จับต้องได้มากกว่า เช่น ลูกค้าทักมานอกเวลาทำการแล้วไม่มีคนตอบ พนักงานใช้เวลานานในการค้นหาข้อมูล ข้อมูลสินค้า ราคา และสต็อกอยู่กันคนละระบบ มีข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร มีลูกค้าเป้าหมายจำนวนมาก แต่ปิดการขายได้น้อย ฝ่ายบุคคลต้องตอบคำถามเดิม ๆ จากพนักงานซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ “ปัญหา AI” แต่มันคือ ปัญหาทางธุรกิจที่ AI อาจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ ตัวอย่างการใช้ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม ✦ ธุรกิจค้าปลีก: จาก AI ตอบคำถาม สู่ผู้ช่วยงานขาย เมื่อลูกค้าถามผ่านช่องทางแชตว่า “สินค้ารุ่นไหนเหมาะกับร้านของผม” “รุ่นนี้ราคาเท่าไร” หรือ “มีของหรือเปล่า”...
Continue readingAI Change Management: AI ไม่ได้มาแทนอาจารย์ แล้วทำอย่างไรให้ใช้ได้จริงในห้องเรียน?
ปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยหลายๆแห่งต่างมีเครื่องมือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคนี้ แต่คำถามคือ “ถ้ามีเครื่องมือพร้อม แต่คนใช้ยังไม่รู้ว่าจะนำมาใช้กับการสอนจริงๆ ได้อย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น?” เพราะหากเป็นเช่นนั้น AI ก็จะเป็นเพียงเครื่องมือที่มีอยู่ แต่ไม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนอย่างแท้จริง… นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเปลี่ยนผ่านด้านการศึกษาไม่ได้จบลงในวันที่ติดตั้งเทคโนโลยีเสร็จ AI Change Management by Demeter ICT ทำอย่างไรให้ AI เข้าไปอยู่ในห้องเรียนจริง? Demeter ICT ได้รับโอกาสจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ AIT ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในด้าน AI Change Management ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “AIT Speedboat Project” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้อาจารย์สามารถนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้จริง เราจึงออกแบบการอบรม AI Change Management สำหรับอาจารย์ของ AIT เป็นเวลา 2 วัน โดยไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “AI มีฟีเจอร์อะไรให้เราใช้บ้าง?” แต่เริ่มจากคำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า “เราจะนำเทคโนโลยีมาช่วยให้อาจารย์สอนได้ดีขึ้น โดยยังคงคุณภาพทางวิชาการไว้ได้อย่างไร?” เพราะการเปลี่ยนผ่านด้านการศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่วันที่มหาวิทยาลัยมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา แต่เกิดขึ้นเมื่อ อาจารย์สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้เพื่อช่วยให้การสอนดีขึ้นได้จริง วันที่ 1: เปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสอน ในวันแรกเราไม่ได้เริ่มจากการไล่สอนว่าเครื่องมือแต่ละตัวทำอะไรได้บ้าง แต่เริ่มจาก “กระบวนการสอนจริงของอาจารย์” โดยเชื่อมโยง Google Calendar, Cisco Room, Google Meet, Google Drive และ Google Classroom ให้ทำงานต่อเนื่องกัน ตอบโจทย์รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานที่มีทั้งนักศึกษาออนไลน์และออนไซต์ ให้สามารถเข้าถึงเนื้อหาและมีส่วนร่วมกับชั้นเรียนได้ใกล้เคียงกันมากที่สุดตั้งแต่เริ่มเรียนไปจนถึงการจัดเก็บและเผยแพร่บทเรียนหลังจบคลาส เมื่อกระบวนการพื้นฐานเริ่มเป็นระบบแล้ว เราจึงค่อยนำ AI เข้ามาช่วยอีกขั้น เช่น Gemini สามารถช่วยอาจารย์นำโจทย์หรือไอเดียที่มีอยู่ มาต่อยอดเป็นโครงร่างบทเรียน คำถาม หรือกิจกรรมการเรียนรู้ได้ Gemini Notebook (NotebookLM) ช่วยให้อาจารย์ทำงานกับเอกสารและแหล่งข้อมูลที่เลือกไว้ได้ง่ายขึ้น ทั้งการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และสรุปข้อมูลเพื่อนำไปใช้เตรียมการสอน ที่สำคัญคือคำตอบจะอ้างอิงจากข้อมูลที่ป้อนเข้าไปเป็นหลัก...
Continue readingเมื่อ “การมองเห็น” กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจด้วย Executive Intelligence จาก Asana
ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ องค์กรต้องทำงานหนักขึ้น มีโปรเจกต์ การประชุม และข้อมูลที่มากขึ้น เพื่อต่อสู้กับเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ผู้บริหารในองค์กรหลายคนยังคงอยู่กับคำถามเดิมว่า “ตอนนี้องค์กรของเรา กำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่บ้าง?” เพราะแม้ว่าการทำงานจะเดินอยู่ตลอดเวลา แต่ปัญหาสำคัญของหลาย ๆ องค์กร คือ ขาด Real-time Visibility หรือขาดการมองเห็นข้อมูลภาพรวมของงานและโปรเจกต์ที่กำลังเกิดขึ้นในองค์กร หลายครั้งที่ผู้บริหารอย่างเรารับรู้ปัญหาช้าเกินไป กว่าทีมจะมารายงาน ปัญหานั้นก็อาจเกิดขึ้นไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โปรเจกต์ล่าช้า งานไม่เป็นไปตาม Timeline เดิมที่กำหนดไว้ คนในทีม Burnout เพราะงานที่หนักเกินไปแต่ไม่มีใครรู้ เกิดปัญหาคอขวดจนทำให้โปรเจกต์ติดขัด ที่จะส่งผลกระทบต่อหลายฝ่ายตามมา นี่คือเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ต้องเริ่มเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการงานด้วยเครื่องมือ Work Management Platform อย่าง Asana จากเครื่องมือจัดการงาน สู่ระบบ Executive Intelligence สำหรับองค์กร หลายคนที่รู้จัก Asana ในฐานะเครื่องมือจัดการ Task งานและโปรเจกต์ทั่วไป แต่ Asana ยุคใหม่ได้กลายเป็นระบบ Executive Intelligence ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของงานและโปรเจกต์ทั้งหมดแบบ Real-time ได้ ไม่ว่าจะเป็น Portfolio View (มุมมองพอร์ตโฟลิโอ) เห็นภาพรวมความคืบหน้าของทุกโปรเจกต์ในองค์กรได้ในหน้าเดียวแบบเรียลไทม์ Goals (เป้าหมายองค์กร) เชื่อมโยงงานของแต่ละทีม เข้ากับเป้าหมาย (OKRs) ของผู้บริหารและองค์กร Risk Detection (ตรวจจับความเสี่ยง) มองเห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ก่อนเกิดปัญหาจริง เพื่อวางแผนรับมือได้ทันท่วงที Workload Management (บริหารจัดการงานในทีม) เห็นงานของคนในทีม เพื่อกระจายงานและทรัพยากรบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด Reporting (แดชบอร์ดรายงาน) แสดงข้อมูลวิเคราะห์และรายงานแบบเจาะลึกได้แบบเรียลไทม์ โดยที่ไม่ต้องหาข้อมูลเอง แทนที่ทีมจะต้องรวบรวมข้อมูลจาก Spreadsheet, Email, LINE, Chat หรือการประชุม ผู้บริหารอย่างเราสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ผ่านระบบ Asana ในที่เดียว (Single Source of Truth) เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ทันที โปรเจกต์จะเดินหน้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ้ายังมองไม่เห็นภาพรวม เมื่อองค์กรเติบโตความซับซ้อนของการทำงานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย...
Continue readingAI Labs Hands-On: Build AI for Customer Service เวิร์กช็อปลงมือสร้าง AI จาก Knowledge ขององค์กร เพื่อช่วยตอบคำถาม จัดการคำร้อง และทำงานร่วมกับทีม Customer Service ได้จริง
งานอีเวนต์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จำกัดเพียง 30 ที่นั่ง ปิดลงทะเบียนแล้ว *กรุณานำ Notebook / Laptop มาด้วยตนเอง สำหรับลงมือทำ Workshop ร่วมกันในงาน AI ได้กลายเป็นวาระสำคัญของงานบริการ แต่โจทย์ใหญ่ของหลายองค์กรคือ จะเริ่มต้นใช้ AI อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม? เพราะ AI ที่ใช้งานได้จริงไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ตอบคำถาม แต่ต้องช่วยจัดการคำร้อง รู้ว่าเมื่อใดควรส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ และเรียนรู้จากผลลัพธ์เพื่อพัฒนาการบริการได้อย่างต่อเนื่อง งานนี้จะพาคุณมาลงมือสัมผัสประสบการณ์จริง ตั้งแต่การเตรียมคลังความรู้ (Knowledge) ขององค์กรให้พร้อมใช้ การจัดการคำร้อง การวางกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่าง AI กับเจ้าหน้าที่ ไปจนถึงการวัดผลเพื่อพัฒนา AI เพื่อให้คุณเข้าใจและเห็นภาพการนำ AI มาปรับใช้กับงานบริการในองค์กรของคุณได้อย่างตรงจุด พร้อมนำ Action Plan กลับไปเริ่มต้นต่อยอดได้ทันทีอย่างมั่นใจ AGENDA รายละเอียดงาน ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สิ่งที่คุณต้องเตรียมมา: Laptop / Notebook สำหรับลงมือทำ Workshop ร่วมกันในงาน ระยะเวลาลงทะเบียน: ตั้งแต่วันนี้ – 1 กันยายน 2569 (หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม) เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด หลังจากลงทะเบียน โปรดรอ Confirmation Email เพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วม จำกัดที่นั่งเพียง 30 ที่เท่านั้น สงวนสิทธิ์ให้เข้าร่วมไม่เกิน 2 ท่าน / บริษัท สอบถามรายละเอียดของงานและการเดินทางได้ที่เบอร์ 061-423-4056 (คุณแยม), 097-187-7302 (คุณลิเลียน), 065-950-1256 (คุณมิ้นท์) ปิดลงทะเบียนแล้ว Days Hours Minutes Seconds...
คู่มือเชื่อม Asana เข้ากับ 7 เครื่องมือของ Google Workspace มีอะไรบ้าง?
คุณกำลังเสียเวลาการทำงานไปกับการสลับหน้าจอไปมาระหว่าง Asana และ Google Workspace อยู่หรือเปล่า? ในยุคที่การทำงานต้องอาศัยหลายเครื่องมือ การเชื่อมต่อทุกเครื่องมือและระบบให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ คือ กุญแจสำคัญของการทำงานให้มีประสิทธิภาพ Asana สามารถออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับเครื่องมือสุดฮิตของชาวออฟฟิศอย่าง Google Workspace ที่คุณใช้อยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Calendar, Google Drive, Google Docs และเครื่องมืออื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยเปลี่ยนการทำงานให้รวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะมาแชร์เทคนิคการเชื่อมต่อ 7 เครื่องมือ Google Workspace ที่จะเปลี่ยน Asana ให้กลายเป็นศูนย์กลางการทำงานของทั้งองค์กรจะมีอะไรได้บ้าง? ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. Google Drive Google Drive คืออะไร? Google Drive คือ เครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บ แชร์ และทำงานร่วมกันบนไฟล์และโฟลเดอร์ได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ของคุณก็ตาม ทำไมต้องใช้ Google Drive ร่วมกับ Asana? การเชื่อมต่อ Google Drive กับ Asana ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบไฟล์หลายเวอร์ชัน แต่ถ้าหากความคิดเห็น (Comments) ที่ค้างอยู่ในไฟล์ไม่ได้รับการตอบกลับ อาจทำให้พลาดข้อมูลสำคัญของโปรเจกต์ และต้องเสียเวลาสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน เมื่อใช้งาน Google Drive + Asana คุณจะสามารถ: ค้นหาและแนบไฟล์จาก Google Drive ไปยังงาน (Task) ใน Asana ได้อย่างง่ายดาย รับการแจ้งเตือนเมื่อมีคอมเมนต์ใหม่จาก Google Docs, Sheets หรือ Slides เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นสำคัญ ดูรายละเอียดไฟล์ได้โดยตรงใน Asana เช่น เจ้าของไฟล์ คอมเมนต์ที่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ และกิจกรรมล่าสุดของไฟล์ วิธีเชื่อมต่อ Google Drive...
Continue readingข่าวลือหรือเรื่องจริง? Gmail ฟรีจะถูกลดเหลือแค่ 5 GB — ฟังคำตอบจาก Google
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวที่สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้ Gmail ฟรี (Personal Account) ไม่น้อย เมื่อมีกระแสว่าบัญชี Google ที่สร้างใหม่บางบัญชีได้รับพื้นที่จัดเก็บฟรีเพียง 5GB จากเดิมได้สุงสุดถึง 15GB ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า Google กำลังจะปรับลดพื้นที่จัดเก็บฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคนหรือไม่? https://www.youtube.com/watch?v=FdCc4bfE_C4 Q: เกิดอะไรขึ้นกับการปรับลดพื้นที่เหลือ 5GB? A: Google ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพียงการทดลองในบางพื้นที่สำหรับบัญชี Google ที่สร้างใหม่เท่านั้น โดยผู้ใช้บางรายจะได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB (เดิม 15GB) มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชี ช่วยให้การกู้คืนบัญชีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการสร้างบัญชีปลอมหรือบัญชีสแปมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของบริการ Google ยังได้ปรับข้อความบนหน้า Google Support จากเดิมที่ระบุว่า “รับพื้นที่จัดเก็บฟรี 15GB” เป็น “รับพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 15GB” (Up to 15GB of storage) Q: แล้วจะได้พื้นที่ฟรี 15GB เหมือนเดิมได้อย่างไร? A: Google ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพียงการทดลองในบางพื้นที่สำหรับบัญชี Google ที่สร้างใหม่เท่านั้น โดยผู้ใช้บางรายจะได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB (เดิม 15GB) มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชี ช่วยให้การกู้คืนบัญชีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการสร้างบัญชีปลอมหรือบัญชีสแปมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของบริการ Google ยังได้ปรับข้อความบนหน้า Google Support จากเดิมที่ระบุว่า “รับพื้นที่จัดเก็บฟรี 15GB” เป็น “รับพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 15GB” (Up to 15GB of storage) Q: เกิดอะไรขึ้นกับการปรับลดพื้นที่เหลือ 5GB? A: หากคุณกำลังสร้างบัญชี Google ใหม่ และได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB ก็ไม่ต้องกังวล เพราะ Google ระบุว่าสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บฟรีเป็น 15GB ได้ เพียงยืนยันหมายเลขโทรศัพท์กับบัญชี Google ซึ่งการยืนยันหมายเลขโทรศัพท์จะช่วยยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยของบัญชี รวมถึงลดการสร้างบัญชีปลอมหรือการสร้างหลายบัญชีเพื่อรับพื้นที่จัดเก็บฟรี Q:...
Continue readingถอดรหัส Execution Gap ทำไมกลยุทธ์ที่ดีถึงล้มเหลวตอนลงมือทำจริง และทำไมองค์กรถึงต้องมี Work Operating System?
ในแต่ละปี หลายองค์กรทั่วโลกต่างลงทุนงบประมาณมหาศาลไปกับการทำ Digital Transformation, การนำ AI เข้ามาใช้ภายในองค์กร, การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience), การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ลื่นไหล หรือการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ทว่า..แม้จะมีการลงแรงและลงทุนอย่างจริงจัง แต่ผลสำรวจและสถิติจนถึงปัจจุบันกลับไปในทางเดียวกันว่า “หลายองค์กรไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้” ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ ความล้มเหลวเหล่านั้นเกิดจากอะไร? ซึ่งหากวิเคราะห์อย่างละเอียด ปัญหาส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดขึ้นจาก “ตัวกลยุทธ์” หรือวิสัยทัศน์ที่ขาดความชัดเจน แต่อยู่ที่ขั้นตอนของ “การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติจริง (Strategy Execution)” ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกลยุทธ์กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ หรือที่เรียกว่า “Execution Gap” นั่นเอง ถอดรหัส Execution Gap ช่องว่างที่มองไม่เห็น แต่มีต้นทุนที่ต้องจ่าย ผู้บริหารมักใช้เวลาไปกับการประชุมวางกลยุทธ์ จัดสรรงบประมาณ และกำหนดเป้าหมายทิศทางองค์กร แต่เมื่อแผนงานเหล่านั้นถูกส่งไม้ต่อให้กับคนหน้างานลงมือทำจริง แผนงานที่เคยชัดเจนกลับค่อย ๆ เลือนหายไปทีละนิด เมื่อไม่มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปรเจกต์ต่าง ๆ มักจะเจออุปสรรคและตกม้าตายจาก 3 สิ่งเหล่านี้: 1. ต่างคนต่างทำ (Silo Working) แต่ละแผนกตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานในขอบเขตของตัวเองเหมือนอยู่คนละที่ ขาดการประสานงานและการทำงานร่วมกัน ทั้งที่โปรเจกต์ส่วนใหญ่ของบริษัทต้องทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ทีมถึงจะสำเร็จ 2. ข้อมูลกระจัดกระจาย (Information Fragmentation) ตามงานกันคนละทิศละทาง คนหนึ่งคุยใน LINE, อีกคนส่ง Email, บางทีมเก็บข้อมูลใน Excel, บางทีมสรุปงานใน PowerPoint สุดท้ายต้องเสียเวลาเข้าประชุม เพียงเพื่อจะอัปเดตสถานะงานที่ไม่ชัดเจน 3. ผู้บริหารมองไม่เห็นภาพรวม (Lack of Visibility) เมื่อข้อมูลไม่ได้รวมอยู่ในที่เดียวกัน ผู้บริหารจึงต้องคอยตามจี้และถามคำถามเดิม ๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น ตอนนี้งานเดินหน้าถึงไหนแล้ว? ตอนนี้โปรเจกต์ติดที่ตรงไหน? โปรเจกต์ไหนที่กำลังเสี่ยงจะไม่เป็นไปตามแผน? หรือทีมยังทำงานได้ทันตามแผนอยู่ไหม? ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ ทุกคนทุ่มเททำงานอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ตรงกับเป้าหมายขององค์กรที่ตั้งไว้ เครื่องมือเต็มมือ แต่ทำไมผลลัพธ์ยังไม่ค่อยเป็นไปตามเป้าหมาย? ซึ่งพอหลาย ๆ องค์กรมีปัญหาเหล่านี้ ก็มักเข้าใจผิดว่าการที่ทำงานล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามแผน เป็นเพราะขาดเทคโนโลยี...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic AI Credit Awareness for Builders: ติดตามการใช้ AI Credit ได้ง่ายขึ้น เพื่อให้คุณใช้เครดิตที่มีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ดูยอดการใช้งาน AI Credit รับแจ้งเตือนเมื่อ AI Credit ใกล้หมด เช็กประวัติการทำงานของระบบอัตโนมัติ (Rules) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Allow inviting to teamless projects in Global Invite Dialog: เชิญเพื่อนร่วมงานเข้าโปรเจกต์ที่ไม่มีทีม (Teamless Project) ได้จากปุ่มเชิญหลักได้ทันที ช่วยให้คนที่ไม่ได้อยู่ในทีมก็กดส่งคำเชิญได้สะดวกขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Remove field name uniqueness constraint: สร้าง Custom Fields ส่วนกลาง ที่มีชื่อซ้ำกันได้ และค้นหาฟิลด์ที่ถูกต้องได้ง่ายยิ่งขึ้นในช่องค้นหา สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Microsoft SSO Admin Console Controls: แอดมินสามารถตั้งค่า Microsoft SSO (Single sign-on)ใน Admin Console เพื่อบังคับให้ทุกคนในองค์กรล็อกอินเข้าใช้งานด้วยบัญชี Microsoft ได้แล้ว ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Portfolio level inheritance default setting: กำหนดค่าเริ่มต้นให้โปรเจกต์ใหม่ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงตามพอร์ตโฟลิโอโดยอัตโนมัติ เว้นแต่แอดมินของโปรเจกต์จะเข้าไปปรับเปลี่ยนสิทธิ์เองในภายหลัง Adding verticalized “Manufacturing” project templates to the template gallery: เพิ่มโปรเจกต์เทมเพลตสำหรับ “สายงานการผลิต (Manufacturing)” ลงในคลังเทมเพลต ช่วยให้เลือกใช้และเริ่มต้นสร้างโปรเจกต์เฉพาะทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น...
Continue reading