เมื่อ AI สำหรับนักการตลาดในปี 2026 ทำได้มากกว่าที่คุณคิด ด้วยพลังของ AGENTIC AI Webinar นี้จะพาคุณไปอัปเดต เทรนด์ AI สำหรับนักการตลาดปี 2026พร้อมเจาะลึกแนวคิดของ Agentic AI – AI ยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ช่วยคิด ช่วยออกแบบแคมเปญ หรือช่วยตอบข้อความแต่สามารถ เข้าใจลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และขับเคลื่อน Action ทางการตลาดได้อัตโนมัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและรายได้ที่ วัดผลได้จริง คุณจะได้เรียนรู้ว่า… AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของนักการตลาดและโอกาสในการสร้างรายได้ในปี 2026 อย่างไร? Agentic AI มีความต่างจาก AI แบบเดิมอย่างไร? และสำคัญกับนักการตลาดอย่างไร? โอกาสที่จะเปลี่ยน Conversational Marketing จากแค่ “แชทกับลูกค้า” ให้กลายเป็น Revenue ได้อย่างไร? หากคุณเป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ เพิ่มยอดขายจากช่องทางแชท สร้าง ROI ที่วัดผลได้และเตรียมพร้อมสู่การตลาดปี 2026 Webinar นี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้เลย! ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน *เข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย* ข้อมูลเพิ่มเติม งานสัมมนาออนไลน์ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet (ลิงก์จะส่งให้หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Days Hours Minutes Seconds...
Agentic Work Management คืออะไร? เมื่อคนและ AI ต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน
Key Points Agentic Work Management คือ แนวคิดและการบริหารจัดการงานรูปแบบใหม่ที่นำ Agentic AI (AI ที่มีความสามารถในการวางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานซับซ้อนได้เองโดยอัตโนมัติ) มาทำงานร่วมกับมนุษย์ในกระบวนการทำงานขององค์กร (Workflow) ช่วยเปลี่ยนบทบาทของ AI จากเป็นเพียงแค่ “ผู้ช่วยตอบคำถามหรือทำตามคำสั่ง” ไปสู่ “ผู้ร่วมทีมอัจฉริยะ” ที่สามารถขับเคลื่อนโปรเจกต์ ส่งต่องาน ติดตามผล และแก้ปัญหาเบื้องต้นได้เองแบบครบจบในที่เดียว เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! เมื่อ 2-3 ปีก่อน ถ้าหากพูดถึง AI ทุกคนยังคงเห็นเป็นแค่ “ผู้ช่วยในการตอบคำถามหรือแชต” แต่ในวันนี้ภาพ AI ที่ทุกคนเคยคิดมันเปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น AI ส่วนใหญ่ที่เราใช้ทำงานกันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นเพียง “Generative AI แบบตั้งรับ” ที่ต้องรอรับคำสั่ง (Prompt) จากเราเป็นครั้ง ๆ ไป แต่ในปีนี้ โลกของ AI สำหรับการทำงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อีกครั้งกับสิ่งที่เรียกว่า Agentic Work Management ซึ่งจะมาพลิกโฉม Business Transformation และเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมร่วมกับ AI ไปอย่างสิ้นเชิง โดยบทความนี้ Demeter ICT จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแนวคิดนี้กันครับ! Agentic Work Management (AWM) คืออะไร? Agentic Work Management คือ แนวทางบริหารจัดการงานที่ออกแบบมาให้ “คน” และ “AI Agent” ทำงานร่วมกันบนแผนงานเดียวกัน มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน และเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้ แทนที่จะแยกกันทำงานคนละระบบ พูดง่าย ๆ คือ เครื่องมือ Work Management แบบเดิมมีหน้าที่บอกว่า คนไหนทำงานอะไร? จะเสร็จเมื่อไหร่? ส่วน Agentic Work Management จะเป็นการรวม “AI Agent”...
Continue readingGoogle AI Express Pass: Your Fast Track to 10X Productivity
คลิกลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม ถ้ามีบัตรทางด่วน คุณยังจะเลือกต่อคิวอยู่ไหม? วันนี้ทุกท่านมี Google Workspace และ Google AI อยู่ในมือแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่สิ่งที่เราใช้อยู่ทุกวัน เพราะ Google มีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอยู่เสมอ และแต่ละฟีเจอร์ก็สามารถเข้ามาช่วยเราทำงานได้มากขึ้น ตั้งแต่การช่วยคิด ค้นหา สรุป และวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการช่วยจัดการ Workflow และทำงานต่อให้เรา ลองนึกภาพว่า Google Workspace และ Google AI คือบัตรทางด่วนที่คุณมีอยู่แล้ว เพียงแต่เราอาจยังไม่ได้รู้ว่าบัตรใบนี้มีช่องทางไหนให้ใช้บ้าง และแต่ละช่องทางจะพาเราไปได้เร็วแค่ไหน… ชวนลูกค้า Demeter ICT ทุกท่านมาขึ้นทางด่วนไปด้วยกันในงาน “Google AI Express Pass: Your Fast Track to 10X Productivity” แล้วมาดูกันว่า เครื่องมือที่เรามีอยู่แล้ว จะช่วยเร่งสปีดการทำงานได้อย่างไร ตั้งแต่การใช้ Gemini ใน Google Workspace เพื่อเร่งงานประจำวันให้ไวขึ้น การใช้ Gemini ช่วยคิดและค้นคว้า การใช้ Gemini Notebook (ชื่อเดิม NotebookLM) เพื่อเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมากให้กลายเป็น Insight ไปจนถึง Google Workspace Studio ที่ช่วยให้งานหลายขั้นตอนเดินต่อได้โดยอัตโนมัติ งานนี้เข้าร่วมฟรี ! ลงทะเบียน แล้วเตรียมขึ้น Express Lane ไปกับเรา Google AI Express Pass:Your Fast Track to 10X Productivity ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 10:00 – 12:00 น.Google Meet (Online) คลิกลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม หลังจากลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม...
Continue readingองค์กรอาจไม่ได้ขาดคน แต่กำลังเสียเวลาไปกับการ “ติดตามงาน”
Key Points องค์กรจำนวนมากเข้าใจผิดว่าโครงการล่าช้าเพราะ “คนไม่พอ” ทั้งที่ปัญหาจริงคือทีมและผู้จัดการเสียเวลาไปกับการติดตามงานผ่าน Google Sheets ไลน์ และการประชุมที่ไม่จำเป็น เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่มีศูนย์กลางของข้อมูล (Single Source of Truth) ทำให้สถานะงานไม่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ผู้บริหารมักรู้ปัญหาก็ต่อเมื่อสายเกินไป ต้นทุนแฝงเหล่านี้สะสมเป็นชั่วโมงการประชุม ความผิดพลาด งานที่ซ้ำซ้อน และโอกาสทางธุรกิจที่เสียไป โดยไม่ปรากฏเป็นตัวเลขในใบเสนอราคาให้เรารู้ใด ๆ Asana เข้ามาแก้ปัญหานี้ในฐานะ Work Management Platform ที่รวมงาน ไฟล์ ข้อมูล และการสื่อสารไว้ที่เดียว พร้อมฟีเจอร์อย่าง Dependencies, Workload Management, Real-time Report และ Asana AI แต่การใช้งานให้ได้ผลจริงต้องมาพร้อมการปรับกระบวนการทำงานขององค์กรควบคู่กันไป ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเครื่องมือ DEMETER ICT พร้อมเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ขั้นวิเคราะห์ปัญหาไปจนถึงวางแผนเปลี่ยนผ่านทั้งระบบ เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! ยินดีต้อนรับสู่เช้าวันจันทร์…ผู้จัดการเปิด Google Sheets ขึ้นมาเพื่อเตรียมอัปเดตความคืบหน้าโครงการให้ผู้บริหาร แต่ข้อมูลล่าสุดในตารางหยุดอยู่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ไม่มีใครรู้ว่าระหว่างทางเกิดอะไรขึ้นบ้าง สิ่งที่ตามมาคือส่งข้อความไล่ถามในกลุ่มไลน์ การนัดประชุมด่วนเพื่ออัปเดตสถานะ และอีกหลายชั่วโมงกว่าจะรวบรวมข้อมูลให้พร้อมรายงานให้ผู้บริหารได้ และคำตอบที่มักได้กลับมาจากทีมก็คุ้นเคยกันดี เช่น “กำลังดำเนินการครับ” “รออีกฝ่ายตอบกลับค่ะ” “ใกล้เสร็จแล้วครับ” ทุกคนก็ดูเหมือนกำลังทำงานหนัก แต่ไม่มีใครในองค์กร รวมถึงหัวหน้าทีมเอง เห็นภาพรวมที่ชัดเจนพอจะตอบได้ว่าโครงการกำลังติดขัดตรงไหน หรือจะทันกำหนดส่งจริงหรือไม่ สิ่งที่น่าสนใจ คือ ปัญหานี้มักถูกตีความผิดว่าเป็นเรื่อง “คนไม่พอ” ทั้งที่ปัญหาที่แท้จริง คือทีมและผู้จัดการกำลังเสียเวลาไปกับงานที่ไม่ควรต้องทำเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อตามงาน การไล่รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งที่กระจัดกระจาย หรือการที่ทุกคนมองไม่เห็นภาพรวมของงานที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ เมื่อ Project Lead กลายเป็น “ระบบติดตามงาน” ที่มีต้นทุนสูงเกินไป หลายองค์กรบริหารโครงการด้วยเครื่องมือที่คุ้นเคย คือ Google Sheets ควบคู่กับอีเมล ไลน์ และการประชุม วิธีนี้ใช้งานง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่พอโครงการมีข้อมูลมากขึ้น มีหลายทีมเข้ามาเกี่ยวข้อง งานเริ่มมีลำดับ ความซับซ้อนและต้องพึ่งพากันมากขึ้น ตารางแบบเดิมจะเริ่มไม่ตอบโจทย์ เมื่อระบบไม่รองรับการทำงานที่ซับซ้อน คนที่ต้องเข้ามาอุดช่องว่างนั้นคือหัวหน้าทีม ซึ่งกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการติดตามงานไปโดยปริยาย ต้องคอยถามความคืบหน้าเอง ส่งข้อความเตือนก่อนถึงกำหนดส่ง...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนสิงหาคม 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Pages: ทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์บนหน้าเอกสาร (Pages) พร้อมฟีเจอร์มากมายใน Asana ทั้งระบบเก็บประวัติเวอร์ชัน (Version history) เพื่อย้อนดูการแก้ไขที่ผ่านมา, การแสดงความคิดเห็นแบบอินไลน์, ผู้ช่วย AI สำหรับร่างเนื้อหาเบื้องต้น และความสามารถในการแปลงเนื้อหาในหน้าเอกสารให้กลายเป็นงาน (Task) ได้ทันที การแสดงความคิดเห็นแบบอินไลน์ ระบบเก็บประวัติเวอร์ชัน (Version history) การสร้าง Task จากเอกสารได้ทันที การช่วยสร้างเนื้อหาด้วย AI ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Desktop App 2.7.2: อัปเดต Desktop อัปเดตด้านความปลอดภัย ปิดช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการลิงก์อันตราย (Malicious-link Handling) และความเสี่ยงจากการแทรกอาร์กิวเมนต์ (Argument Injection) แนะนำให้ผู้ใช้อัปเดตทันที สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Group and sort by reference custom field: จัดระเบียบมุมมองโปรเจกต์และพอร์ตโฟลิโอได้ง่ายขึ้น ด้วยการจัดกลุ่มหรือเรียงลำดับตาม Custom Field ที่เชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานได้ชัดเจนขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Rich text in custom fields: จัดรูปแบบข้อความใน Custom Field ได้อย่างมืออาชีพ ทั้งหัวข้อ, ลิสต์, ลิงก์ และรูปภาพ ทำให้เนื้อหามีโครงสร้างที่อ่านง่ายและดูเป็นระบบมากขึ้นใน Asana Task pane custom field search: ค้นหา Custom Field ได้ทันทีจากชื่อหรือค่าข้อมูล ไม่ต้องไล่หาในรายการยาว ๆ อีกต่อไป ประหยัดเวลาในการอัปเดตข้อมูลงาน AI Studio instruction...
Continue readingJaspal & Sons กับการวางรากฐานสู่ AI Transformation ด้วย Google Workspace และ Google AI
Jaspal & Sons กับการวางรากฐานสู่ AI Transformation ด้วย Google Workspace และ Google AI บริษัท ยัสปาลแอนด์ซันส์ จำกัด (Jaspal & Sons) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่นอนและเครื่องนอนชั้นนำ ภายใต้แบรนด์ Santas Home, SANTAS, STEVENS, Sealy และ Tempur ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงมายาวนานกว่า 80 ปี ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 1,800 คน พร้อมเครือข่ายจุดจำหน่ายมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ และส่งออกสินค้าไปยังมากกว่า 16 ประเทศทั่วโลก โดยมีพื้นที่ดำเนินงานรวมกว่า 42,000 ตารางเมตร ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงระบบคลังสินค้าครบวงจร ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค https://youtu.be/6pA4MThTlCo เหตุผลที่ Jaspal & Sons เลือกใช้ Google Workspace การเลือกเครื่องมือในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับ Jaspal & Sons เพราะไม่ได้มองเพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้งานในองค์กรเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่จะช่วยรองรับการทำงานและการเติบโตขององค์กรในระยะยาว ดังนี้ 1. สนับสนุนการวางรากฐานองค์กรสู่ AI Transformation ตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปัจจุบัน Jaspal & Sons มองเห็นศักยภาพของ AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จึงเริ่มวางแนวทางด้าน AI Transformation พร้อมมองหาเครื่องมือที่จะเข้ามาสนับสนุนวิสัยทัศน์ดังกล่าว นำไปสู่การเลือกใช้ Google Workspace และ Google AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในทุกแผนก พร้อมเตรียมความพร้อมและวางรากฐานสำหรับการทำงานในยุค Agentic AI 2. ต้องมั่นใจว่าข้อมูลขององค์กรปลอดภัย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการนำ AI มาใช้โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูล Jaspal & Sons ต้องการแยกการใช้งาน...
Continue readingจากปัญหาธุรกิจสู่โซลูชัน AI: ตัวอย่างใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด (DEMETER ICT) มีโอกาสต้อนรับนักศึกษาจาก AITSPIN (The AIT School of Professional Intelligence) ของ Asian Institute of Technology (AIT) หลักสูตรปริญญาโทใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารและคนทำงาน มาเยี่ยมชมบริษัทและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ หัวข้อที่ผมแบ่งปันคือ “AI-Powered Business Transformation: Real-World Use Cases Across Industries” แต่แทนที่จะใช้เวลาพูดว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ผมเลือกนำกรณีจากการทำงานกับลูกค้าจริงในหลายอุตสาหกรรมมาเล่า โดยไม่เปิดเผยชื่อองค์กร เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจมีปัญหาอะไร เรานำ AI เข้าไปช่วยตรงไหน และวิธีการทำงานเปลี่ยนไปอย่างไร เริ่มต้นจากปัญหาธุรกิจ ไม่ใช่ AI สิ่งแรกที่ผมย้ำกับผู้เรียนคือ อย่าเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “เราจะเอา AI ไปใช้ตรงไหนดี?” แต่ให้เริ่มจาก “ธุรกิจของเรามีปัญหาอะไรที่ควรแก้?” เพราะจากประสบการณ์ของเรา ลูกค้าแทบไม่เคยมาหาแล้วบอกว่า “อยากทำ AI Transformation” สิ่งที่เราได้ยินจริง ๆ มักเป็นปัญหาที่จับต้องได้มากกว่า เช่น ลูกค้าทักมานอกเวลาทำการแล้วไม่มีคนตอบ พนักงานใช้เวลานานในการค้นหาข้อมูล ข้อมูลสินค้า ราคา และสต็อกอยู่กันคนละระบบ มีข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร มีลูกค้าเป้าหมายจำนวนมาก แต่ปิดการขายได้น้อย ฝ่ายบุคคลต้องตอบคำถามเดิม ๆ จากพนักงานซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ “ปัญหา AI” แต่มันคือ ปัญหาทางธุรกิจที่ AI อาจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ ตัวอย่างการใช้ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม ✦ ธุรกิจค้าปลีก: จาก AI ตอบคำถาม สู่ผู้ช่วยงานขาย เมื่อลูกค้าถามผ่านช่องทางแชตว่า “สินค้ารุ่นไหนเหมาะกับร้านของผม” “รุ่นนี้ราคาเท่าไร” หรือ “มีของหรือเปล่า”...
Continue readingAI Change Management: AI ไม่ได้มาแทนอาจารย์ แล้วทำอย่างไรให้ใช้ได้จริงในห้องเรียน?
ปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยหลายๆแห่งต่างมีเครื่องมือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคนี้ แต่คำถามคือ “ถ้ามีเครื่องมือพร้อม แต่คนใช้ยังไม่รู้ว่าจะนำมาใช้กับการสอนจริงๆ ได้อย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น?” เพราะหากเป็นเช่นนั้น AI ก็จะเป็นเพียงเครื่องมือที่มีอยู่ แต่ไม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนอย่างแท้จริง… นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเปลี่ยนผ่านด้านการศึกษาไม่ได้จบลงในวันที่ติดตั้งเทคโนโลยีเสร็จ AI Change Management by Demeter ICT ทำอย่างไรให้ AI เข้าไปอยู่ในห้องเรียนจริง? Demeter ICT ได้รับโอกาสจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ AIT ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในด้าน AI Change Management ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “AIT Speedboat Project” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้อาจารย์สามารถนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้จริง เราจึงออกแบบการอบรม AI Change Management สำหรับอาจารย์ของ AIT เป็นเวลา 2 วัน โดยไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “AI มีฟีเจอร์อะไรให้เราใช้บ้าง?” แต่เริ่มจากคำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า “เราจะนำเทคโนโลยีมาช่วยให้อาจารย์สอนได้ดีขึ้น โดยยังคงคุณภาพทางวิชาการไว้ได้อย่างไร?” เพราะการเปลี่ยนผ่านด้านการศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่วันที่มหาวิทยาลัยมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา แต่เกิดขึ้นเมื่อ อาจารย์สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้เพื่อช่วยให้การสอนดีขึ้นได้จริง วันที่ 1: เปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสอน ในวันแรกเราไม่ได้เริ่มจากการไล่สอนว่าเครื่องมือแต่ละตัวทำอะไรได้บ้าง แต่เริ่มจาก “กระบวนการสอนจริงของอาจารย์” โดยเชื่อมโยง Google Calendar, Cisco Room, Google Meet, Google Drive และ Google Classroom ให้ทำงานต่อเนื่องกัน ตอบโจทย์รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานที่มีทั้งนักศึกษาออนไลน์และออนไซต์ ให้สามารถเข้าถึงเนื้อหาและมีส่วนร่วมกับชั้นเรียนได้ใกล้เคียงกันมากที่สุดตั้งแต่เริ่มเรียนไปจนถึงการจัดเก็บและเผยแพร่บทเรียนหลังจบคลาส เมื่อกระบวนการพื้นฐานเริ่มเป็นระบบแล้ว เราจึงค่อยนำ AI เข้ามาช่วยอีกขั้น เช่น Gemini สามารถช่วยอาจารย์นำโจทย์หรือไอเดียที่มีอยู่ มาต่อยอดเป็นโครงร่างบทเรียน คำถาม หรือกิจกรรมการเรียนรู้ได้ Gemini Notebook (NotebookLM) ช่วยให้อาจารย์ทำงานกับเอกสารและแหล่งข้อมูลที่เลือกไว้ได้ง่ายขึ้น ทั้งการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และสรุปข้อมูลเพื่อนำไปใช้เตรียมการสอน ที่สำคัญคือคำตอบจะอ้างอิงจากข้อมูลที่ป้อนเข้าไปเป็นหลัก...
Continue readingเมื่อ “การมองเห็น” กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจด้วย Executive Intelligence จาก Asana
ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ องค์กรต้องทำงานหนักขึ้น มีโปรเจกต์ การประชุม และข้อมูลที่มากขึ้น เพื่อต่อสู้กับเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ผู้บริหารในองค์กรหลายคนยังคงอยู่กับคำถามเดิมว่า “ตอนนี้องค์กรของเรา กำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่บ้าง?” เพราะแม้ว่าการทำงานจะเดินอยู่ตลอดเวลา แต่ปัญหาสำคัญของหลาย ๆ องค์กร คือ ขาด Real-time Visibility หรือขาดการมองเห็นข้อมูลภาพรวมของงานและโปรเจกต์ที่กำลังเกิดขึ้นในองค์กร หลายครั้งที่ผู้บริหารอย่างเรารับรู้ปัญหาช้าเกินไป กว่าทีมจะมารายงาน ปัญหานั้นก็อาจเกิดขึ้นไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โปรเจกต์ล่าช้า งานไม่เป็นไปตาม Timeline เดิมที่กำหนดไว้ คนในทีม Burnout เพราะงานที่หนักเกินไปแต่ไม่มีใครรู้ เกิดปัญหาคอขวดจนทำให้โปรเจกต์ติดขัด ที่จะส่งผลกระทบต่อหลายฝ่ายตามมา นี่คือเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ต้องเริ่มเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการงานด้วยเครื่องมือ Work Management Platform อย่าง Asana จากเครื่องมือจัดการงาน สู่ระบบ Executive Intelligence สำหรับองค์กร หลายคนที่รู้จัก Asana ในฐานะเครื่องมือจัดการ Task งานและโปรเจกต์ทั่วไป แต่ Asana ยุคใหม่ได้กลายเป็นระบบ Executive Intelligence ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของงานและโปรเจกต์ทั้งหมดแบบ Real-time ได้ ไม่ว่าจะเป็น Portfolio View (มุมมองพอร์ตโฟลิโอ) เห็นภาพรวมความคืบหน้าของทุกโปรเจกต์ในองค์กรได้ในหน้าเดียวแบบเรียลไทม์ Goals (เป้าหมายองค์กร) เชื่อมโยงงานของแต่ละทีม เข้ากับเป้าหมาย (OKRs) ของผู้บริหารและองค์กร Risk Detection (ตรวจจับความเสี่ยง) มองเห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ก่อนเกิดปัญหาจริง เพื่อวางแผนรับมือได้ทันท่วงที Workload Management (บริหารจัดการงานในทีม) เห็นงานของคนในทีม เพื่อกระจายงานและทรัพยากรบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด Reporting (แดชบอร์ดรายงาน) แสดงข้อมูลวิเคราะห์และรายงานแบบเจาะลึกได้แบบเรียลไทม์ โดยที่ไม่ต้องหาข้อมูลเอง แทนที่ทีมจะต้องรวบรวมข้อมูลจาก Spreadsheet, Email, LINE, Chat หรือการประชุม ผู้บริหารอย่างเราสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ผ่านระบบ Asana ในที่เดียว (Single Source of Truth) เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ทันที โปรเจกต์จะเดินหน้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ้ายังมองไม่เห็นภาพรวม เมื่อองค์กรเติบโตความซับซ้อนของการทำงานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย...
Continue readingAI Labs Hands-On: Build AI for Customer Service เวิร์กช็อปลงมือสร้าง AI จาก Knowledge ขององค์กร เพื่อช่วยตอบคำถาม จัดการคำร้อง และทำงานร่วมกับทีม Customer Service ได้จริง
งานอีเวนต์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จำกัดเพียง 30 ที่นั่ง ปิดลงทะเบียนแล้ว *กรุณานำ Notebook / Laptop มาด้วยตนเอง สำหรับลงมือทำ Workshop ร่วมกันในงาน AI ได้กลายเป็นวาระสำคัญของงานบริการ แต่โจทย์ใหญ่ของหลายองค์กรคือ จะเริ่มต้นใช้ AI อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม? เพราะ AI ที่ใช้งานได้จริงไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ตอบคำถาม แต่ต้องช่วยจัดการคำร้อง รู้ว่าเมื่อใดควรส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ และเรียนรู้จากผลลัพธ์เพื่อพัฒนาการบริการได้อย่างต่อเนื่อง งานนี้จะพาคุณมาลงมือสัมผัสประสบการณ์จริง ตั้งแต่การเตรียมคลังความรู้ (Knowledge) ขององค์กรให้พร้อมใช้ การจัดการคำร้อง การวางกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่าง AI กับเจ้าหน้าที่ ไปจนถึงการวัดผลเพื่อพัฒนา AI เพื่อให้คุณเข้าใจและเห็นภาพการนำ AI มาปรับใช้กับงานบริการในองค์กรของคุณได้อย่างตรงจุด พร้อมนำ Action Plan กลับไปเริ่มต้นต่อยอดได้ทันทีอย่างมั่นใจ AGENDA รายละเอียดงาน ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สิ่งที่คุณต้องเตรียมมา: Laptop / Notebook สำหรับลงมือทำ Workshop ร่วมกันในงาน ระยะเวลาลงทะเบียน: ตั้งแต่วันนี้ – 1 กันยายน 2569 (หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม) เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด หลังจากลงทะเบียน โปรดรอ Confirmation Email เพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วม จำกัดที่นั่งเพียง 30 ที่เท่านั้น สงวนสิทธิ์ให้เข้าร่วมไม่เกิน 2 ท่าน / บริษัท สอบถามรายละเอียดของงานและการเดินทางได้ที่เบอร์ 061-423-4056 (คุณแยม), 097-187-7302 (คุณลิเลียน), 065-950-1256 (คุณมิ้นท์) ปิดลงทะเบียนแล้ว Days Hours Minutes Seconds...