งานสัมมนาออนไลน์ Agentic AI for Marketers 2026: Turning Conversations into Measurable Revenue

เมื่อ AI สำหรับนักการตลาดในปี 2026 ทำได้มากกว่าที่คุณคิด ด้วยพลังของ AGENTIC AI Webinar นี้จะพาคุณไปอัปเดต เทรนด์ AI สำหรับนักการตลาดปี 2026พร้อมเจาะลึกแนวคิดของ Agentic AI – AI ยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ช่วยคิด ช่วยออกแบบแคมเปญ หรือช่วยตอบข้อความแต่สามารถ เข้าใจลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และขับเคลื่อน Action ทางการตลาดได้อัตโนมัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและรายได้ที่ วัดผลได้จริง คุณจะได้เรียนรู้ว่า… AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของนักการตลาดและโอกาสในการสร้างรายได้ในปี 2026 อย่างไร? Agentic AI มีความต่างจาก AI แบบเดิมอย่างไร? และสำคัญกับนักการตลาดอย่างไร? โอกาสที่จะเปลี่ยน Conversational Marketing จากแค่ “แชทกับลูกค้า” ให้กลายเป็น Revenue ได้อย่างไร? หากคุณเป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ เพิ่มยอดขายจากช่องทางแชท สร้าง ROI ที่วัดผลได้และเตรียมพร้อมสู่การตลาดปี 2026 Webinar นี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้เลย! ปิดลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้ว *เข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย* ข้อมูลเพิ่มเติม งานสัมมนาออนไลน์ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet (ลิงก์จะส่งให้หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้ว Days Hours Minutes Seconds...

September 2026 - Asana features updated

Asana Features Updated ประจำเดือนกันยายน 2026

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic @Asana in Slack: พิมพ์แท็ก @Asana ใน Slack เพื่อเปลี่ยนข้อความในแชทให้เป็นงาน (Task) หรือค้นหาข้อมูลงานใน Asana มาดูส่วนตัวได้ทันที Markdown copy/paste: แค่วางข้อความ Markdown (เช่น **ตัวหนา** หรือ – รายการย่อย) ลงใน Asana ระบบจะแปลงเป็นข้อความ (Rich Text) ที่จัดรูปแบบสวยงามและอ่านง่ายให้ทันที รองรับการใช้งานทุกจุด ทั้งในหน้า Pages, คำอธิบายงาน, คอมเมนต์ รวมถึงช่องกรอกข้อความอื่น ๆ Desktop app 2.8.1: อัปเดต Desktop เป็นเวอร์ชัน 2.8.1 เพื่อปรับปรุงระบบเบื้องหลัง ยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวตอนล็อกอิน และล็อกตำแหน่งแถบเมนูให้อยู่คงที่ Threaded comments: กดตอบกลับใต้คอมเมนต์นั้น ๆ ได้โดยตรง ช่วยแยกเรื่องคุยให้เป็นระเบียบ อ่านง่าย ไม่งงบริบทที่กำลังพูดคุย ใช้งานได้ราบรื่นทั้งบนเว็บและแอปมือถือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Syntax highlighting: อ่านและดูโค้ดในกล่องข้อความได้ง่ายขึ้น ด้วยการแสดงสีแยกตามไวยากรณ์อย่างถูกต้อง พร้อมฟังก์ชันครบครัน ทั้งรองรับหลายภาษาโปรแกรม, เลือกธีมสี, แสดงเลขบรรทัด, พับเก็บโค้ด, จัดย่อหน้าอัตโนมัติ และปุ่มกดคัดลอกโค้ดได้ทันที ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ สำหรับ Asana Package Starter Recoverable custom fields: หากเผลอลบคัสตอมฟิลด์ (Custom Field) โดยไม่ตั้งใจ สามารถกู้คืนกลับมาได้พร้อมข้อมูล รวมถึงค่าที่เคยกรอก กฎอัตโนมัติ (Rules) และแผนภูมิที่เกี่ยวข้อง ผ่านเมนูค้นหารายการที่ถูกลบ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Round robin assignment: กระจายงานใหม่ให้คนในทีมอย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องคัดกรองงานด้วยตัวเอง...

Continue reading
Label in Workspace Studio

(How to) วิธีสร้าง Label อัตโนมัติในอีเมลด้วย Workspace Studio

การต้องมานั่งเปิดอ่านอีเมลทีละฉบับเพื่อจัดหมวดหมู่ อาจกินเวลาทำงานไปโดยไม่รู้ตัว… ในบทความนี้ Demeter ICT มีไอเดียการสร้างและติด Label อีเมลแบบอัตโนมัติผ่าน Workspace Studio ซึ่งจะช่วยเปลี่ยน Routine Flows ซ้ำๆ ให้เป็นระบบอัตโนมัติได้ง่ายๆ โดยที่คุณไม่ต้องคอยคัดแยกอีเมลเองทีละฉบับอีกต่อไป ลองมาดูตัวอย่างแล้วนำไปปรับใช้กับ Google Workspace ของคุณกันได้เลย (How to) วิธีสร้าง Label อัตโนมัติในอีเมลด้วย Workspace Studio 1. เข้า Workspace Studio ที่หน้า Gmail ในแท็บเมนูด้านขวาหรือเข้าเว็บไซต์ https://studio.workspace.google.com/ 2. พิมพ์ Prompt อธิบายรายละเอียด Flow ที่ต้องการ เช่น ฉันต้องการให้ Gemini สามารถเข้าไปอ่านอีเมลแล้วติด Label ให้อัตโนมัติ เพื่อลดเวลาในการอ่านอีเมลเองทีละฉบับ 3. ตั้งค่าตามตัวอย่างด้านล่างนี้ ซึ่งโดยปกติ Gemini ใน Workspace Studio จะสร้างให้โดยอัตโนมัติ แต่เพื่อความถูกต้อง คุณสามารถแก้ไขหรือทบทวนขั้นตอนได้ Step 1: เลือกว่าต้องการให้ Gemini อ่านอีเมลทั้งหมดหรือแค่บางอีเมล → เลือกอ่านทั้งหมด Step 2: ป้อนคำสั่งและกำหนดข้อมูลเพื่อให้ Gemini ใช้ในการวิเคราะห์หาคำตอบ Step 3: กำหนดเงื่อนไขว่าถ้าหากเงื่อนไขข้างบนถูกต้องให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป Step 4: หากอีเมลนั้นตรงตามเงื่อนไขด้านบนทั้งหมดให้ใส่ Label ว่า ‘action required’ โดยคุณสามารถแก้ไขชื่อหรือสร้าง Label ใหม่ได้ตามต้องการ (หากต้องการกำหนดสีให้ไปที่เมนู Label ที่หน้า Gmail) 4. กด Test run หรือกดบันทึก เพียงแค่นี้ Workspace Studio ก็พร้อมใช้งานได้ทันที ตัวอย่างอีเมลที่มีการสร้าง Label ด้วย...

Continue reading

AI Governance สำหรับองค์กร: ควรเริ่มวางการใช้ AI อย่างไร ก่อนขยายเร็วเกินควบคุม

การเปิดให้พนักงานทดลองใช้ AI ช่วยให้องค์กรเรียนรู้ได้เร็ว แต่เมื่อคำตอบจาก AI เริ่มถูกนำไปใช้กับข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการเงิน หรือการตัดสินใจทางธุรกิจ ผู้บริหารต้องตอบให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของความเสี่ยง ใครตรวจผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้งานจริง และใครหยุดความเสียหายได้เมื่อเกิดปัญหาจากการใช้ AI ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาในองค์กรได้เร็วกว่าระบบกำกับดูแลเสมอ บางครั้งเริ่มจากโครงการที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศอนุมัติอย่าง หรือบางครั้งมากับความสามารถใหม่ของซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่แล้ว และหลายครั้งเริ่มจากพนักงานที่นำเครื่องมือ AI สาธารณะ (Public AI) มาทดลองกับงานของตนเอง เมื่อการใช้งานกระจายไปหลายฝ่าย บริษัทแม่อาจจะไม่เคยทราบว่ามีข้อมูลใดถูกส่งเข้าไปใน AI หรือผลลัพธ์ถูกนำไปใช้อย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่ตามมา เรื่องนี้จึงสำคัญกว่าการกำหนดว่าพนักงานใช้เครื่องมือใดได้หรือไม่ เพราะ AI ไม่ได้สร้างความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหลเพียงด้านเดียว คำตอบที่ไม่ถูกต้อง อคติจากข้อมูล การอ้างอิงแหล่งที่มาไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงของโมเดล และการนำผลลัพธ์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ล้วนสร้างผลกระทบต่อการดำเนินงาน ชื่อเสียง ความปลอดภัย และความรับผิดขององค์กรได้ คำถามของผู้บริหารไม่ควรหยุดอยู่ที่ “องค์กรของเราใช้ AI ไปแล้วกี่โครงการ” แต่ต้องรวมถึง “หาก AI ให้ผลลัพธ์ผิดในวันพรุ่งนี้ เรารู้หรือไม่ว่าใครเป็น Owner ใครตรวจพบ และใครมีอำนาจหยุดการใช้งาน” การกำกับดูแล AI ต้องตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Governance คือระบบที่ทำให้องค์กรเลือกใช้ AI ได้อย่างมีเป้าหมาย พร้อมควบคุมความเสี่ยงตามระดับผลกระทบ โดยเริ่มจากการมองเห็นการใช้งานจริง กำหนดเจ้าของความรับผิดชอบ ประเมินข้อมูลและผลกระทบ วางวิธีตรวจสอบ และเตรียมการรับมือเมื่อระบบทำงานผิดพลาด องค์กรที่มีกรอบชัดเจนควรตอบคำถามต่อไปนี้ได้ด้วยหลักฐาน ไม่ใช่เพียงคำอธิบายจากความทรงจำของผู้เกี่ยวข้อง เราใช้ AI ทำอะไรอยู่บ้าง องค์กรมีทะเบียนกรณีใช้งาน (AI Inventories) ที่ครอบคลุมทั้งระบบส่วนกลาง เครื่องมือของหน่วยงาน บริษัทผู้ให้บริการ และการทดลองของพนักงานหรือไม่ ใครเป็นเจ้าของและผู้อนุมัติ แต่ละกรณีใช้งานมีเจ้าของกระบวนการ ผู้ดูแลระบบ เจ้าของข้อมูล และผู้ยอมรับความเสี่ยงที่เหลืออยู่ชัดเจนหรือไม่ ข้อมูลถูกนำไปใช้อย่างไร ข้อมูลประเภทใดถูกป้อนเข้าสู่ AI ข้อมูลเดินทางไปที่ใด ใครเข้าถึงได้ และมีการเก็บรักษาหรือนำไปฝึกระบบเพิ่มเติมหรือไม่ ผลลัพธ์ถูกตรวจอย่างไร งานประเภทใดต้องให้คนเป็นผู้ตรวจสอบทุกครั้ง งานใดใช้การสุ่มตรวจ และมีเกณฑ์ใดบอกว่าคำตอบพร้อมนำไปใช้จริง องค์กรติดตามสิ่งใด...

Continue reading
Asana Webinar Q3 2026 - Featured Image

งานสัมมนาออนไลน์ Beyond the Prompt: Scaling Enterprise Work with Asana Agentic AI

วันที่จัดงาน 21 ตุลาคม 2569 เวลาจัดงาน 10.00 – 11.00 AM ช่องทางรับชม Google Meet Live ค่าใช้จ่าย ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย วันที่จัดงาน 21 ตุลาคม 2569 เวลาจัดงาน 10.00 – 11.00 AM ช่องทางรับชม Google Meet Live ค่าใช้จ่าย ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน “เปลี่ยนจากการป้อนคำสั่ง สู่การทำงานร่วมกับ AI ในฐานะเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยคิดและลงมือทำจริง” เคยสงสัยไหมว่า… ทำไมองค์กรลงทุนกับ Generative AI ไปมากมาย แต่การใช้งาน AI ยังกระจัดกระจาย ต่างคนต่างใช้ข้อมูลไม่ได้เชื่อมเข้ากับระบบการทำงานจริง และทีมยังต้องเสียเวลาติดตามงาน เอกสาร การสรุปรายงานแบบเดิม โดยไม่เห็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่า? “แค่พิมพ์ Prompt ถาม-ตอบ ยังไม่พอสำหรับงานบริหารระดับองค์กร” ถึงเวลาก้าวข้ามสู่ยุค Agentic AI ที่ไม่ใช่แค่รอรับคำสั่ง แต่เป็นผู้ช่วยเชิงรุกที่ลงมือรัน Workflow เฝ้าระบบ ตรวจจับความเสี่ยง และแจ้งเตือนล่วงหน้า เสมือนมีเลขาหรือผู้ช่วยส่วนตัวประจำองค์กร ถึงเวลายกระดับ AI จาก”ผู้รับคำสั่ง” สู่ “ผู้ช่วยส่วนตัวหรือเพื่อนร่วมทีมของคุณ” ด้วย Agentic Work Management จาก Asana สัมผัสประสบการณ์จากการทำงานจริงของ Asana Agentic AI ที่จะเข้ามาช่วยปลดล็อกศักยภาพของทีมด้วย No-Code Automationให้เป็นระบบอัตโนมัติภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับ Enterprise ทำความเข้าใจและก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงก่อนใคร! ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน KEY TAKEAWAYS สิ่งที่คุณจะได้รับจากงานสัมมนานี้ 1. ปลดล็อก AI ROI รู้สาเหตุการใช้งาน AI แต่ยังไม่สามารถกลับมาเป็น ROI...

Continue reading
What-is-Asana-AI-Teammate

Asana AI Teammates คืออะไร? เพื่อนร่วมทีมคนใหม่ ที่มาพลิกโฉมการทำงานในยุค Agentic AI

Key Points AI Teammate คือ AI Agent ที่ Asana สร้างขึ้นมาให้ทำงานร่วมกับทีมโดยตรงในระบบ ไม่ใช่แชตบอตแยกหน้าต่างที่คุยกับคนทีละคน AI Teammate เข้าใจบริบทงานทั้งหมดผ่าน Work Graph ของ Asana สามารถรับมอบหมายงานได้เหมือนสมาชิกในทีมคนหนึ่ง ทำงานภายใต้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลที่องค์กรกำหนดไว้ และมีทั้งแบบสำเร็จรูปให้เลือกใช้งานได้ทันที กับแบบที่สร้างขึ้นเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานเป็น Add-on สำหรับแพ็กเกจ Starter, Advanced, Enterprise และ Enterprise+ เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! AI Teammate คืออะไร? AI Teammate คือ ตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์เสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในทีมบนระบบ Asana จุดสำคัญคือมันถูกออกแบบมาเพื่อทำงานกับทั้งทีม ไม่ใช่เพื่อคนคนเดียว เพราะมันจดจำวิธีทำงาน ภาษา และกระบวนการทำงานขององค์กรไว้เป็นความจำร่วมได้ ทำให้ใครในทีมก็เข้ามามอบหมายงาน ถามคำถาม หรือตรวจผลลัพธ์จาก AI ตัวเดียวกันได้พร้อมกัน ถ้าให้เปรียบเทียบง่าย ๆ คือ แชตบอตทั่วไปเปรียบเหมือน “ผู้ช่วยส่วนตัวของคุณคนเดียว” AI Teammate ก็เหมือน “พนักงานใหม่ที่เข้ามานั่งทำงานในทีมจริง ๆ” มีบทบาทหน้าที่ มีงานที่ต้องรับผิดชอบ และมีประวัติการทำงานที่ทุกคนในทีมเห็นร่วมกัน AI Teammate ต่างจาก AI แบบเดิม ๆ อย่างไร? เบื้องหลังความฉลาดกับ 3 เสาหลักที่ทำให้ AI Teammate ทำงานได้จริง 1. เห็นภาพรวมงานผ่าน Work Graph AI Teammate ไม่ได้ทำงานแบบเดาสุ่ม แต่เชื่อมกับโครงสร้างข้อมูลของ Asana โดยตรง มันจึงรู้ว่างานนี้ผูกกับเป้าหมายไหนของบริษัท มีใครเกี่ยวข้องบ้าง และงานนี้ต้องรองานของใครเสร็จก่อนถึงจะเริ่มได้ 2. จำบริบทขององค์กรไว้ใช้ต่อในระยะยาว ความรู้และฟีดแบ็กของทีมไม่ได้หายไปหลังปิดแชต ยิ่งใช้นาน AI ก็ยิ่งเข้าใจรูปแบบวิธีการทำงานขององค์กรมากขึ้น เป็นประโยชน์กับทุกคนในทีม ไม่ใช่แค่คนที่คุยด้วย...

Continue reading
KINN Bangkok-Asana-Customer-Story (1)

KINN Bangkok ดิจิทัลเอเจนซี่ไทยที่เปลี่ยนการบริหารโปรเจกต์สุดยุ่งเหยิง ให้เป็น Smart Workplace ด้วย Asana

เนื่องจากกระแสคอนเทนต์ที่เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความท้าทายของเอเจนซี่ไม่ได้มีเพียงแค่การคิดไอเดียที่แปลกใหม่เท่านั้น แต่คือ “ความเร็วเพื่อให้ทันกระแสและคุณภาพของงาน” ทว่าหลายครั้ง ความเร็วที่สูงเกินไปโดยไม่มีระบบจัดการที่ดี กลับสร้างภาระมหาศาลให้กับทีมงานจนเกิดภาวะหมดไฟได้เช่นกัน KINN Bangkok ดิจิทัลเอเจนซี่ชั้นนำ ได้เผชิญหน้ากับความท้าทายนี้และเลือกปรับเปลี่ยนการทำงานด้วยเครื่องมืออย่าง Asana แพลตฟอร์มบริหารจัดการงานระดับโลก โดยได้รับการดูแลและให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Demeter ICT วันนี้ คุณมาร์ค Project Manager จาก KINN Bangkok ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์จริงว่า การนำเครื่องมือที่ใช่เข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการทำงาน จะช่วยพลิกโฉมทั้งประสิทธิภาพการผลิตสื่อและความสุขของคนในทีมได้อย่างไร? เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! ความท้าทาย: เมื่องานล้นมือ และคนในทีมกำลังถูกละเลย ย้อนกลับไปก่อนเริ่มใช้งาน Asana กระบวนการทำงานของ KINN Bangkok ยังกระจัดกระจายอยู่บนหลากหลายเครื่องมือ เช่น Microsoft Teams, Outlook, LINE ไปจนถึง Google Docs และ Google Sheets ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานแยกส่วนกันแบบ Manual เมื่อบริษัทเริ่มเติบโต โปรเจกต์ใหม่ ๆ เริ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ช่องโหว่ของระบบการทำงานแบบเดิมจึงเริ่มปรากฏให้เห็นชัดขึ้น ดังนี้ ขาดศูนย์กลางในการมองเห็นภาพรวม: เมื่อต้องดูแลมากกว่า 3–4 โปรเจกต์พร้อมกัน และมีลูกทีมดูแลหน้างานอีกหลายคน การคำนวณเวลาส่งงาน การบรีฟงาน และไทม์ไลน์เกิดความคลาดเคลื่อนได้ง่ายและขาดความชัดเจน เสียเวลากับการวางแผนนานเกินไป: การวางไทม์ไลน์สำหรับแคมเปญใหญ่ ในอดีตอาจกินเวลานานเกือบ 6 ชั่วโมงต่อแคมเปญ เกิดภาวะ Overtime และความเหนื่อยล้าสะสม: ปัญหางานที่ล้นมือจนเกิดคอขวดทำให้ทีมต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อไล่ตามเดดไลน์ให้ทัน จนกลายเป็นบรรยากาศที่ตึงเครียดในทีม “คนเราถูกละเลยไปเยอะมาก น้องในทีมเหนื่อย เกิดความ toxic ในตัวเอง… เราจึงพยายามหาทางออก เพราะนอกจากงานที่เราต้องดูแลให้ดีแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือเรายังต้องดูแลคนในทีมให้ได้ด้วย” Pattarapol Somchue (K’Marc) Project Manager, KINN Bangkok วิธีแก้ปัญหา: ทำไม KINN Bangkok ถึงเลือก Asana? เมื่อต้องมองหาโซลูชัน Project Management ที่เข้ามาตอบโจทย์ทั้งระดับทีมและระดับองค์กร ปัจจัยสำคัญที่ทำให้...

Continue reading

กลยุทธ์ปั้น First-Party Data: ต่อยอดงานบริการสู่โอกาสเพิ่มยอดขายยุค Ads แพงด้วย Zendesk และ CXBOX

ปิดลงทะเบียนแล้ว First-Party Data หรือข้อมูลที่ธุรกิจเก็บรวบรวมจากลูกค้าโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นประวัติการสั่งซื้อ พฤติกรรม ความสนใจ หรือบทสนทนาประจำวัน กำลังกลายเป็นสิ่งสำคัญในยุคที่ต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ผ่านโฆษณาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าหลายองค์กรยังมองบทสนทนากับลูกค้าเป็นเพียงการรับเรื่องและแก้ปัญหา ข้อมูลความต้องการ ความสนใจ และประสบการณ์ของลูกค้ามักถูกทิ้งไว้ ทั้งที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อรักษาลูกค้า กระตุ้นการซื้อซ้ำ และสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมได้ Webinar นี้จะนำเสนอแนวทางรวบรวมข้อมูลลูกค้าที่กระจัดกระจายมาจัดระเบียบไว้บน Zendesk เพื่อให้เห็นประวัติและข้อมูลของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงวิธีนำข้อมูลเหล่านั้นไปแบ่งกลุ่มและสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงกลุ่มยิ่งขึ้นผ่าน CXBOX HUB เรียนรู้ผ่านกรณีใช้งานจริงว่า ธุรกิจสามารถเปลี่ยนข้อมูลจากงานบริการให้เป็นข้อมูลที่พร้อมนำไปใช้ต่อได้อย่างไร เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เชื่อมโยงงานบริการเข้ากับโอกาสทางการขาย และเพิ่มมูลค่าจากฐานลูกค้าที่มีอยู่ โดยไม่ปล่อยให้ข้อมูลสำคัญสูญเปล่า ทำไมคุณไม่ควรพลาด? หลังจบ Webinar คุณจะเข้าใจว่า… ✅ First-Party Data จากบทสนทนามีคุณค่าต่อธุรกิจอย่างไร และเหตุใดข้อมูลจากงานบริการจึงไม่ควรสูญหายไปพร้อมกับการปิดเคส ✅ การรู้ประวัติและบริบทของลูกค้าช่วยยกระดับการบริการอย่างไร ตั้งแต่ลดการถามข้อมูลซ้ำ ไปจนถึงช่วยให้ทีมงานเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ✅ Zendesk ช่วยรวบรวมประวัติการติดต่อและข้อมูลลูกค้าให้เป็นระบบได้อย่างไร เพื่อให้ทีมบริการ ทีมขาย และทีมการตลาดนำข้อมูลไปใช้ร่วมกันได้ ✅ CXBOX HUB ช่วยแบ่งกลุ่มและสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงกลุ่มอย่างไร เพื่อต่อยอดสู่การรักษาลูกค้า การซื้อซ้ำ และโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม ✅ แนวทางใช้ข้อมูลจากฐานลูกค้าเดิมให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการหาลูกค้าใหม่ผ่านโฆษณาเพียงอย่างเดียว Webinar นี้เหมาะกับใคร? 🎯ผู้บริหารและทีมงานที่รับผิดชอบด้านการเติบโต การขาย การตลาด และการบริการลูกค้า เจ้าของธุรกิจและกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายการพาณิชย์และฝ่ายการตลาด หัวหน้าทีมขายและทีมการตลาด ผู้ดูแลระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า สมาชิก และสิทธิประโยชน์ หัวหน้าฝ่ายประสบการณ์ลูกค้า ฝ่ายบริการลูกค้า และศูนย์บริการลูกค้า 💡เหมาะกับองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ติดต่อกับลูกค้าผ่านหลายช่องทาง และต้องการ รวบรวมประวัติการติดต่อและข้อมูลสำคัญของลูกค้าไว้อย่างเป็นระบบ ช่วยให้ทีมงานเข้าใจประวัติ ความสนใจ และความต้องการของลูกค้า โดยไม่ต้องเริ่มถามข้อมูลใหม่ทุกครั้ง เชื่อมโยงข้อมูลจากงานบริการให้ทีมขายและทีมการตลาดนำไปใช้ต่อได้ แบ่งกลุ่มลูกค้าและสื่อสารได้เหมาะสมกับความสนใจของแต่ละกลุ่ม เพิ่มโอกาสรักษาลูกค้า กระตุ้นการซื้อซ้ำ และสร้างรายได้จากฐานลูกค้าเดิม เพิ่ม Loyalty Customer และสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและลดการพึ่งพาการหาลูกค้าใหม่ผ่านโฆษณาเพียงอย่างเดียว ทำไมคุณไม่ควรพลาด? หลังจบ Webinar คุณจะเข้าใจว่า… First-Party Data จากบทสนทนามีคุณค่าต่อธุรกิจอย่างไร และเหตุใดข้อมูลจากงานบริการจึงไม่ควรสูญหายไปพร้อมกับการปิดเคส การรู้ประวัติและบริบทของลูกค้าช่วยยกระดับการบริการอย่างไร...

Continue reading
What is Gemini Enterprise

Gemini Enterprise คืออะไร? AI โซลูชันใหม่ ปลดล็อกการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม!

ทลายกำแพงข้อจำกัดเรื่องแพลตฟอร์ม! พบกับ Gemini Enterprise โซลูชันใหม่ล่าสุดที่จะช่วยพาองค์กรของคุณก้าวออกนอกกรอบเดิมๆ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากนำความสามารถของ Gemini AI เข้ามาใช้ในองค์กร แต่ยังติดปัญหาเรื่องการทำงานข้ามระบบ เช่น แต่ละแผนกใช้คนละแพลตฟอร์ม ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นเรื่องยาก ไม่สามารถดึงข้อมูลจากหลายระบบ มาประมวลผลร่วมกันได้ ต้องการใช้ AI ระดับท็อป แต่ติดข้อจำกัดเรื่องการเชื่อมต่อกับระบบเดิม Gemini Enterprise คือคำตอบที่จะเข้ามาปลดล็อกทุกข้อจำกัดเหล่านี้ ไปทำความรู้จักและเริ่มต้นใช้งานกันเลย Gemini Enterprise คืออะไร? Gemini Enterprise คือ แพลตฟอร์ม AI แบบครบวงจรที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในองค์กรโดยเฉพาะ โดยมี 3 ฟังก์ชันหลัก ดังนี้ 1. Enterprise Search: ค้นหาข้อมูลภายในองค์กรได้อย่างแม่นยำด้วย AI 2. AI Assistant: ช่วยจัดการงานประจำวันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีม 3. Agentic Platform: สร้างและบริหารจัดการ AI Agent อัตโนมัติ จุดเด่นสำคัญ คือ Gemini Enterprise ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายในองค์กรของคุณเท่านั้น ปลอดภัยจากระบบ AI สาธารณะ และยกระดับการคุ้มครองข้อมูลองค์กรสูงสุด Gemini Enterprise ทำอะไรได้บ้าง? ทำงานร่วมกับ Google Workspace ได้อย่างครอบคลุม Gmail: การสรุปเธรดอีเมล, การเปลี่ยนระดับภาษา Google Docs: การสรุปเอกสาร, การปรับแต่งประโยค Google Sheets: การสร้างตาราง, การให้ AI ช่วยเขียนสูตร Google Slides: การสร้างสไลด์และภาพประกอบสไลด์ Google Meet: การจดบันทึกการประชุม, การปรับแสง/เสียง เชื่อมต่อกับแอปภายนอก ( 3rd-party Apps)* AirOps Apollo Graph OS (1) Asana Atlassian...

Continue reading
What is Asana Dash

Asana Dash คืออะไร? ผู้ช่วย AI จาก Asana ที่จะมาเปลี่ยนวิธีทำงานของทีมคุณ

Key Points Asana Dash คือ ผู้ช่วยระดับหัวหน้าในการทำงานส่วนตัว (AI Chief of Staff) จาก Asana ที่ไม่ใช่แค่แดชบอร์ดแสดงผลสถิติทั่วไป แต่เป็น AI เชิงรุก ที่คอยวิเคราะห์งาน จัดลำดับความสำคัญ ดึงข้อมูลการตัดสินใจจากที่ประชุม อีเมล แชต มารวมไว้ในที่เดียว พร้อมรายงานสรุปผลและสิ่งที่คุณต้องทำให้ทุกเช้า เหมือนคุณมีเลขาส่วนตัว พร้อมตรวจจับจุดที่กำลังติดขัด และสามารถส่งต่องานใหักับ AI Teammates ลงมือทำได้ทันที ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! Asana Dash คืออะไร? https://dmit.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Dash-Header.mp4 Asana Dash คือ ผู้ช่วย AI ส่วนตัว (AI Assistant) ใน Asana ที่ทำหน้าที่เหมือน “Your AI Chief of Staff” ของแต่ละคน ที่จะคอยรวบรวมงาน อัปเดตความคืบหน้า และข้อมูลเชิงลึก ทั้งจากใน Asana เอง รวมถึงอีเมล ปฏิทิน และแอปแชทที่ทีมคุณใช้ แล้วมาสรุปให้ในที่เดียว เพื่อให้คุณรู้ทันทีว่า “งานไหนที่ต้องโฟกัสต่อ” โดยไม่ต้องไล่เปิดดูทีละโปรเจกต์หรือไล่อ่านแจ้งเตือนเองอีกต่อไป ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องดูแลหลายโปรเจกต์พร้อมกัน ทำงานข้ามทีม หรือรู้สึกว่าในแต่ละวันต้องเริ่มต้นด้วยการงมหาว่า “วันนี้ควรทำอะไรก่อน” บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก Asana Dash แบบครบทุกมุม ตั้งแต่ที่มา ฟีเจอร์ ไปจนถึงว่าใครควรใช้ และเริ่มต้นใช้งานอย่างไร? จุดเริ่มต้นของ Asana Dash Asana Dash เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Work Innovation Summit ที่กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 โดยเป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักของแพลตฟอร์มใหม่ที่ Asana เรียกว่า Agentic Work Management ซึ่ง Asana...

Continue reading