Label in Workspace Studio

(How to) วิธีสร้าง Label อัตโนมัติในอีเมลด้วย Workspace Studio

การต้องมานั่งเปิดอ่านอีเมลทีละฉบับเพื่อจัดหมวดหมู่ อาจกินเวลาทำงานไปโดยไม่รู้ตัว… ในบทความนี้ Demeter ICT มีไอเดียการสร้างและติด Label อีเมลแบบอัตโนมัติผ่าน Workspace Studio ซึ่งจะช่วยเปลี่ยน Routine Flows ซ้ำๆ ให้เป็นระบบอัตโนมัติได้ง่ายๆ โดยที่คุณไม่ต้องคอยคัดแยกอีเมลเองทีละฉบับอีกต่อไป ลองมาดูตัวอย่างแล้วนำไปปรับใช้กับ Google Workspace ของคุณกันได้เลย (How to) วิธีสร้าง Label อัตโนมัติในอีเมลด้วย Workspace Studio 1. เข้า Workspace Studio ที่หน้า Gmail ในแท็บเมนูด้านขวาหรือเข้าเว็บไซต์ https://studio.workspace.google.com/ 2. พิมพ์ Prompt อธิบายรายละเอียด Flow ที่ต้องการ เช่น ฉันต้องการให้ Gemini สามารถเข้าไปอ่านอีเมลแล้วติด Label ให้อัตโนมัติ เพื่อลดเวลาในการอ่านอีเมลเองทีละฉบับ 3. ตั้งค่าตามตัวอย่างด้านล่างนี้ ซึ่งโดยปกติ Gemini ใน Workspace Studio จะสร้างให้โดยอัตโนมัติ แต่เพื่อความถูกต้อง คุณสามารถแก้ไขหรือทบทวนขั้นตอนได้ Step 1: เลือกว่าต้องการให้ Gemini อ่านอีเมลทั้งหมดหรือแค่บางอีเมล → เลือกอ่านทั้งหมด Step 2: ป้อนคำสั่งและกำหนดข้อมูลเพื่อให้ Gemini ใช้ในการวิเคราะห์หาคำตอบ Step 3: กำหนดเงื่อนไขว่าถ้าหากเงื่อนไขข้างบนถูกต้องให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป Step 4: หากอีเมลนั้นตรงตามเงื่อนไขด้านบนทั้งหมดให้ใส่ Label ว่า ‘action required’ โดยคุณสามารถแก้ไขชื่อหรือสร้าง Label ใหม่ได้ตามต้องการ (หากต้องการกำหนดสีให้ไปที่เมนู Label ที่หน้า Gmail) 4. กด Test run หรือกดบันทึก เพียงแค่นี้ Workspace Studio ก็พร้อมใช้งานได้ทันที ตัวอย่างอีเมลที่มีการสร้าง Label ด้วย...

Continue reading

AI Governance สำหรับองค์กร: ควรเริ่มวางการใช้ AI อย่างไร ก่อนขยายเร็วเกินควบคุม

การเปิดให้พนักงานทดลองใช้ AI ช่วยให้องค์กรเรียนรู้ได้เร็ว แต่เมื่อคำตอบจาก AI เริ่มถูกนำไปใช้กับข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการเงิน หรือการตัดสินใจทางธุรกิจ ผู้บริหารต้องตอบให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของความเสี่ยง ใครตรวจผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้งานจริง และใครหยุดความเสียหายได้เมื่อเกิดปัญหาจากการใช้ AI ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาในองค์กรได้เร็วกว่าระบบกำกับดูแลเสมอ บางครั้งเริ่มจากโครงการที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศอนุมัติอย่าง หรือบางครั้งมากับความสามารถใหม่ของซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่แล้ว และหลายครั้งเริ่มจากพนักงานที่นำเครื่องมือ AI สาธารณะ (Public AI) มาทดลองกับงานของตนเอง เมื่อการใช้งานกระจายไปหลายฝ่าย บริษัทแม่อาจจะไม่เคยทราบว่ามีข้อมูลใดถูกส่งเข้าไปใน AI หรือผลลัพธ์ถูกนำไปใช้อย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่ตามมา เรื่องนี้จึงสำคัญกว่าการกำหนดว่าพนักงานใช้เครื่องมือใดได้หรือไม่ เพราะ AI ไม่ได้สร้างความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหลเพียงด้านเดียว คำตอบที่ไม่ถูกต้อง อคติจากข้อมูล การอ้างอิงแหล่งที่มาไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงของโมเดล และการนำผลลัพธ์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ล้วนสร้างผลกระทบต่อการดำเนินงาน ชื่อเสียง ความปลอดภัย และความรับผิดขององค์กรได้ คำถามของผู้บริหารไม่ควรหยุดอยู่ที่ “องค์กรของเราใช้ AI ไปแล้วกี่โครงการ” แต่ต้องรวมถึง “หาก AI ให้ผลลัพธ์ผิดในวันพรุ่งนี้ เรารู้หรือไม่ว่าใครเป็น Owner ใครตรวจพบ และใครมีอำนาจหยุดการใช้งาน” การกำกับดูแล AI ต้องตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Governance คือระบบที่ทำให้องค์กรเลือกใช้ AI ได้อย่างมีเป้าหมาย พร้อมควบคุมความเสี่ยงตามระดับผลกระทบ โดยเริ่มจากการมองเห็นการใช้งานจริง กำหนดเจ้าของความรับผิดชอบ ประเมินข้อมูลและผลกระทบ วางวิธีตรวจสอบ และเตรียมการรับมือเมื่อระบบทำงานผิดพลาด องค์กรที่มีกรอบชัดเจนควรตอบคำถามต่อไปนี้ได้ด้วยหลักฐาน ไม่ใช่เพียงคำอธิบายจากความทรงจำของผู้เกี่ยวข้อง เราใช้ AI ทำอะไรอยู่บ้าง องค์กรมีทะเบียนกรณีใช้งาน (AI Inventories) ที่ครอบคลุมทั้งระบบส่วนกลาง เครื่องมือของหน่วยงาน บริษัทผู้ให้บริการ และการทดลองของพนักงานหรือไม่ ใครเป็นเจ้าของและผู้อนุมัติ แต่ละกรณีใช้งานมีเจ้าของกระบวนการ ผู้ดูแลระบบ เจ้าของข้อมูล และผู้ยอมรับความเสี่ยงที่เหลืออยู่ชัดเจนหรือไม่ ข้อมูลถูกนำไปใช้อย่างไร ข้อมูลประเภทใดถูกป้อนเข้าสู่ AI ข้อมูลเดินทางไปที่ใด ใครเข้าถึงได้ และมีการเก็บรักษาหรือนำไปฝึกระบบเพิ่มเติมหรือไม่ ผลลัพธ์ถูกตรวจอย่างไร งานประเภทใดต้องให้คนเป็นผู้ตรวจสอบทุกครั้ง งานใดใช้การสุ่มตรวจ และมีเกณฑ์ใดบอกว่าคำตอบพร้อมนำไปใช้จริง องค์กรติดตามสิ่งใด...

Continue reading
What is Gemini Enterprise

Gemini Enterprise คืออะไร? AI โซลูชันใหม่ ปลดล็อกการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม!

ทลายกำแพงข้อจำกัดเรื่องแพลตฟอร์ม! พบกับ Gemini Enterprise โซลูชันใหม่ล่าสุดที่จะช่วยพาองค์กรของคุณก้าวออกนอกกรอบเดิมๆ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากนำความสามารถของ Gemini AI เข้ามาใช้ในองค์กร แต่ยังติดปัญหาเรื่องการทำงานข้ามระบบ เช่น แต่ละแผนกใช้คนละแพลตฟอร์ม ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นเรื่องยาก ไม่สามารถดึงข้อมูลจากหลายระบบ มาประมวลผลร่วมกันได้ ต้องการใช้ AI ระดับท็อป แต่ติดข้อจำกัดเรื่องการเชื่อมต่อกับระบบเดิม Gemini Enterprise คือคำตอบที่จะเข้ามาปลดล็อกทุกข้อจำกัดเหล่านี้ ไปทำความรู้จักและเริ่มต้นใช้งานกันเลย Gemini Enterprise คืออะไร? Gemini Enterprise คือ แพลตฟอร์ม AI แบบครบวงจรที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในองค์กรโดยเฉพาะ โดยมี 3 ฟังก์ชันหลัก ดังนี้ 1. Enterprise Search: ค้นหาข้อมูลภายในองค์กรได้อย่างแม่นยำด้วย AI 2. AI Assistant: ช่วยจัดการงานประจำวันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีม 3. Agentic Platform: สร้างและบริหารจัดการ AI Agent อัตโนมัติ จุดเด่นสำคัญ คือ Gemini Enterprise ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายในองค์กรของคุณเท่านั้น ปลอดภัยจากระบบ AI สาธารณะ และยกระดับการคุ้มครองข้อมูลองค์กรสูงสุด Gemini Enterprise ทำอะไรได้บ้าง? ทำงานร่วมกับ Google Workspace ได้อย่างครอบคลุม Gmail: การสรุปเธรดอีเมล, การเปลี่ยนระดับภาษา Google Docs: การสรุปเอกสาร, การปรับแต่งประโยค Google Sheets: การสร้างตาราง, การให้ AI ช่วยเขียนสูตร Google Slides: การสร้างสไลด์และภาพประกอบสไลด์ Google Meet: การจดบันทึกการประชุม, การปรับแสง/เสียง เชื่อมต่อกับแอปภายนอก ( 3rd-party Apps)* AirOps Apollo Graph OS (1) Asana Atlassian...

Continue reading
why Gemini for business

Gemini ฟรีก็มี ทำไมต้องใช้แบบธุรกิจ?

คำถามยอดฮิตที่คนสงสัยมากที่สุด คือ “Gemini ฟรีก็มีทำไมต้องสมัครแบบเสียเงินหรือแบบธุรกิจ?” คำถามนี้เป็นคำถามที่น่าคิด และน่าตอบ เพราะในฐานะผู้ให้บริการ Gemini สำหรับธุรกิจ (Google Workspace with Gemini) เราได้รวบรวมข้อมูลและแบ่งออกเป็น 3 ข้อหลักๆ ดังนี้ 1. การเทรนโมเดล สิ่งที่สำคัญที่สุดของการใช้แบบธุรกิจคือข้อมูลจะไม่ถูกบันทึกและเทรนโมเดล แตกต่างจากแบบฟรีที่ข้อมูลจะถูกนำไปเทรนโมเดลเพื่อช่วย AI ให้เรียนรู้และสร้างสรรค์คำตอบได้แม่นยำขึ้น ข้อมูลที่ถูกนำไปเทรนโมเดลมีโอกาสรั่วไหลไปนอกองค์กรไหม? คำตอบคือ “มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่น้อยมาก” เนื่องจากหลักการทำงานของ Gemini และ โมเดล AI ทั่วไป คือการเรียนรู้และจดจำรูปแบบจากข้อมูลที่ได้รับ หากมีผู้ใช้รายอื่นถามคำถามในลักษณะใกล้เคียงกัน AI ก็อาจสร้างคำตอบที่คล้ายคลึงกันขึ้นมา ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าส่วนหนึ่งของชุดข้อมูลนั้นอาจมาจากคำถามที่คุณเคยพิมพ์ไว้นั่นเอง ข้อมูลใดที่ควรระวังเป็นพิเศษ ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการขาย หนังสือสัญญา รายได้บริษัท ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น 2. ฟีเจอร์/ความสามารถ แน่นอนว่าหากเป็นการใช้งานแบบธุรกิจ Gemini ก็จะมีฟีเจอร์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ธุรกิจมากกว่า เช่น Gemini ใน Gmail, Docs, Sheets, Slides, และ Drive ซึ่งคุณสามารถเข้าใช้งานได้โดยตรงในหน้าแอปนั้นๆ โดยไม่จำเป็นจะต้องไปที่หน้า Gemini ก่อน ซึ่งจะแตกต่างจาก Gemini ฟรีที่จะไม่มี Gemini ในหน้าแอปให้บริการ และหากในอนาคตทาง Google ได้มีการออกฟีเจอร์ใหม่ เวอร์ชันใหม่ หรือโมเดลใหม่ ผู้ที่ใช้งานแบบธุรกิจจะได้เป็นกลุ่มที่ทดลองใช้งานก่อน 3. ขีดจำกัดการใช้งาน ขีดจำกัดในการใช้งานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ใช้ Gemini ในการทำงานบ่อยหรือเป็นประจำ เพราะ Gemini ฟรีจะมีขีดจำกัดการทำงานที่น้อยกว่าแบบธุรกิจถึง 4-5 เท่า (ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ใช้) ซึ่งอาจทำให้คุณใช้งาน Gemini ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนัก ต้องรอคอยเวลาใหม่เพื่อให้โควตาถูกรีเซ็ตจึงจะใช้งานได้อีกครั้ง ดังนั้นหากคุณมีการใช้งาน Gemini เป็นประจำ การใช้งานแบบธุรกิจจึงจะเหมาะสมกว่า โดยสรุป Demeter ICT แนะนำ ดังนี้ ใช้งานทั่วไป...

Continue reading
The Biggest Mistake Enterprises Make When Building AI

ทำไมโครงการ AI ของหลายองค์กรถึงไม่สำเร็จ ทั้งที่ลงทุนมหาศาล

ทุกวันนี้แทบไม่มีผู้บริหารคนไหนที่ไม่พูดถึง AI ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini, AI Agent, Copilot หรือ Generative AI ตัวอื่น ซึ่งปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มหันมาลงทุนใน AI อย่างจริงจัง บางแห่งจัดตั้งทีม AI โดยเฉพาะ บางแห่งซื้อระบบราคาแพง บางแห่งเริ่มทำโครงการนำร่องหลายสิบโครงการพร้อมกัน… แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นเพียง Chatbot ตัวหนึ่ง Dashboard อีกหน้าหนึ่งหรือ Demo ที่ไม่เคยถูกนำไปใช้งานจริง  คุณเห็นด้วยกับข้อมูลนี้หรือไม่? แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? มาลองหาสาเหตุกัน 1. AI ไม่ได้ฉลาดกว่าผู้เชี่ยวชาญ หลายคนเข้าใจว่า AI สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจแทนคนได้ เพราะ AI สามารถอ่านข้อมูลจำนวนมหาศาล วิเคราะห์ หา Pattern และสรุป แต่สิ่งที่หลายองค์กรพลาดไปคือ AI ไม่ได้เข้าใจธุรกิจของคุณแบบ 100% เช่น  AI ไม่รู้ว่าลูกค้าของคุณซื้อสินค้าเพราะอะไร AI ไม่รู้ว่ากฎระเบียบในธุรกิจของคุณคืออะไร AI ไม่รู้ว่าผู้บริหารของคุณใช้ข้อมูลอะไรในการตัดสินใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีเพียงคนในองค์กรเท่านั้นที่รู้ ดังนั้น AI จึงไม่ใช่ “ผู้เชี่ยวชาญ” แต่เป็น “ผู้ช่วยของผู้เชี่ยวชาญ” นั่นเอง 2. AI ที่สร้างมูลค่าจริง ต้องมี 3 อย่าง 2.1 ความรู้ขององค์กร (Business Expertise) องค์กรต้องรู้ก่อนว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ผู้เชี่ยวชาญใช้ข้อมูลอะไรในการตัดสินใจ สิ่งที่องค์กรต้องการปรับปรุงคืออะไร หากตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ AI ก็ไม่มีทางช่วยได้ 2.2 ข้อมูลขององค์กร (Enterprise Data) ข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ใน ERP CRM Website Contact Center Google Workspace Excel PDF เอกสารภายใน ล้วนเป็นทรัพย์สินสำคัญ แต่หากข้อมูลเหล่านี้ไม่ถูกเชื่อมโยง...

Continue reading
CSS Jaspal & Sons

Jaspal & Sons กับการวางรากฐานสู่ AI Transformation ด้วย Google Workspace และ Google AI

Jaspal & Sons กับการวางรากฐานสู่ AI Transformation ด้วย Google Workspace และ Google AI บริษัท ยัสปาลแอนด์ซันส์ จำกัด (Jaspal & Sons) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่นอนและเครื่องนอนชั้นนำ ภายใต้แบรนด์ Santas Home, SANTAS, STEVENS, Sealy และ Tempur ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงมายาวนานกว่า 80 ปี ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 1,800 คน พร้อมเครือข่ายจุดจำหน่ายมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ และส่งออกสินค้าไปยังมากกว่า 16 ประเทศทั่วโลก โดยมีพื้นที่ดำเนินงานรวมกว่า 42,000 ตารางเมตร ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงระบบคลังสินค้าครบวงจร ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค https://youtu.be/6pA4MThTlCo เหตุผลที่ Jaspal & Sons เลือกใช้ Google Workspace การเลือกเครื่องมือในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับ Jaspal & Sons เพราะไม่ได้มองเพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้งานในองค์กรเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่จะช่วยรองรับการทำงานและการเติบโตขององค์กรในระยะยาว ดังนี้ 1. สนับสนุนการวางรากฐานองค์กรสู่ AI Transformation ตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปัจจุบัน Jaspal & Sons มองเห็นศักยภาพของ AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จึงเริ่มวางแนวทางด้าน AI Transformation พร้อมมองหาเครื่องมือที่จะเข้ามาสนับสนุนวิสัยทัศน์ดังกล่าว นำไปสู่การเลือกใช้ Google Workspace และ Google AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในทุกแผนก พร้อมเตรียมความพร้อมและวางรากฐานสำหรับการทำงานในยุค Agentic AI 2. ต้องมั่นใจว่าข้อมูลขององค์กรปลอดภัย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการนำ AI มาใช้โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูล Jaspal & Sons ต้องการแยกการใช้งาน...

Continue reading

ข่าวลือหรือเรื่องจริง? Gmail ฟรีจะถูกลดเหลือแค่ 5 GB  — ฟังคำตอบจาก Google

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวที่สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้ Gmail ฟรี (Personal Account) ไม่น้อย เมื่อมีกระแสว่าบัญชี Google ที่สร้างใหม่บางบัญชีได้รับพื้นที่จัดเก็บฟรีเพียง 5GB จากเดิมได้สุงสุดถึง 15GB ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า Google กำลังจะปรับลดพื้นที่จัดเก็บฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคนหรือไม่?  https://www.youtube.com/watch?v=FdCc4bfE_C4 Q: เกิดอะไรขึ้นกับการปรับลดพื้นที่เหลือ 5GB? A: Google ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพียงการทดลองในบางพื้นที่สำหรับบัญชี Google ที่สร้างใหม่เท่านั้น โดยผู้ใช้บางรายจะได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB (เดิม 15GB) มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชี ช่วยให้การกู้คืนบัญชีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการสร้างบัญชีปลอมหรือบัญชีสแปมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของบริการ Google ยังได้ปรับข้อความบนหน้า Google Support จากเดิมที่ระบุว่า “รับพื้นที่จัดเก็บฟรี 15GB” เป็น “รับพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 15GB” (Up to 15GB of storage) Q: แล้วจะได้พื้นที่ฟรี 15GB เหมือนเดิมได้อย่างไร? A: Google ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพียงการทดลองในบางพื้นที่สำหรับบัญชี Google ที่สร้างใหม่เท่านั้น โดยผู้ใช้บางรายจะได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB (เดิม 15GB) มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชี ช่วยให้การกู้คืนบัญชีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการสร้างบัญชีปลอมหรือบัญชีสแปมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของบริการ Google ยังได้ปรับข้อความบนหน้า Google Support จากเดิมที่ระบุว่า “รับพื้นที่จัดเก็บฟรี 15GB” เป็น “รับพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 15GB” (Up to 15GB of storage) Q: เกิดอะไรขึ้นกับการปรับลดพื้นที่เหลือ 5GB? A: หากคุณกำลังสร้างบัญชี Google ใหม่ และได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB ก็ไม่ต้องกังวล เพราะ Google ระบุว่าสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บฟรีเป็น 15GB ได้ เพียงยืนยันหมายเลขโทรศัพท์กับบัญชี Google ซึ่งการยืนยันหมายเลขโทรศัพท์จะช่วยยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยของบัญชี รวมถึงลดการสร้างบัญชีปลอมหรือการสร้างหลายบัญชีเพื่อรับพื้นที่จัดเก็บฟรี Q:...

Continue reading
how-ai-is-helping-me-have-better-meetings

ประชุมให้ได้งาน ไม่ใช่เสียเวลา! เทคนิคใช้ AI ที่คนทำงาน Google พิสูจน์แล้วเวิร์ค

เคยรู้สึกไหมว่า การประชุมบางครั้งแทบไม่ได้ใช้เวลาไปกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือหาทางออกร่วมกัน แต่กลับหมดเวลาไปกับการจดโน้ต จับประเด็น หรือคอยทบทวนว่าเมื่อสักครู่สรุปอะไรกันไปบ้าง พอประชุมจบก็ยังมีคำถามว่า “แล้วสุดท้ายตกลงว่ายังไงนะ?”… สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะระหว่างการประชุม เราต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งฟัง คิด วิเคราะห์ และจดบันทึกไปในเวลาเดียวกัน เมื่อสมาธิถูกแบ่งออกไปก็มีโอกาสพลาดประเด็นสำคัญ หรือไม่มีเวลาคิดต่อยอดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์คือการประชุมยืดเยื้อกว่าที่ควร และบางครั้งก็ต้องกลับมายืนยันข้อมูลกันอีกครั้งหลังประชุม บทความนี้ ผู้เขียนจะแบ่งปันแนวคิดและเทคนิคการจัดการการประชุม ของ Laura Mae Martin – Executive Productivity Advisor จาก Google ว่าเขานำ Gemini ใน Google Meet เข้ามาช่วยบริหารการประชุมอย่างไรให้เกิดคุณค่าสูงสุด 1. เตรียมการประชุมให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเริ่ม ก่อนหน้านี้แค่จะนัดประชุมก็เสียเวลาไปกับการหาวันที่ทุกคนว่าง ส่งอีเมลหลายรอบ กว่าจะตกลงเวลาได้ก็ผ่านไปครึ่งวัน ซึ่งตรงนี้ Gemini สามารถเข้ามาช่วยลดขั้นตอนเหล่านี้ได้ ใช้ฟีเจอร์ Help me schedule ใน Gmail เพื่อส่งตัวเลือกเวลาประชุมให้ผู้เข้าร่วม โดยระบบจะช่วยค้นหาช่วงเวลาที่ทุกคนสะดวกโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้นัดหมายไม่ต้องเสียเวลานั่งเช็กปฏิทินเอง | อ่านบทความ: Help me schedule จัดการตารางง่ายๆในคลิกเดียว                              ใช้ Gemini ช่วยสรุปบันทึกการประชุมครั้งก่อน และใช้ค้นหา Action Items/ Plans  ที่ยังดำเนินการไม่เสร็จ เพื่อรวบรวมประเด็นที่ควรหยิบมาพูดคุยต่อ | อ่านบทความ: How to: วิธีเปลี่ยนสรุปประชุมเป็น Action plan ใน 1 นาที        ใช้ Gem (เลือก Brainstromer) ใน Gemini...

Continue reading
Analyze data with Gemini in Sheets

Prompt ลับ Google Sheets X Gemini: วิเคราะห์ข้อมูลยอดขายแบบมืออาชีพ โดยไม่ต้องจำสูตร

สำหรับผู้บริหารหรือทีมบริหารงานขาย (Sales Operations) ปัญหาคลาสสิกที่มักพบเจอในทุกสิ้นเดือนหรือสิ้นไตรมาส คือการต้องจัดการกับข้อมูลยอดขายจำนวนมหาศาลใน Google Sheets โดยส่วนใหญ่มักใช้สูตร VLOOKUP, SUMIFS หรือ Pivot Table เป็นต้น ซึ่งหากสูตรผิดแค่ตัวเดียว อาจทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ดังนั้นการใช้ Gemini จึงสามารถเพิ่มความถูกต้องในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากได้ในเวลาที่รวดเร็ว โดย Gemini สามารถคิดสูตรและวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยตรงในหน้า Google Sheets เลย  บทความนี้จะพาคุณไปดู 5 Prompt สำหรับการสั่งงาน Gemini ใน Google Sheets ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงขั้นสูง ตัวอย่าง Gemini Prompt สั่งงานใน Google Sheets 1. สั่งให้เขียนสูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์ “ช่วยเขียนสูตร Google Sheets เพื่อ*คำนวณ*หาเปอร์เซ็นต์การเติบโตของยอดขาย โดยเปรียบเทียบระหว่างคอลัมน์ B (ยอดขายเดือนที่แล้ว) และคอลัมน์ C (ยอดขายเดือนนี้) ให้หน่อย” 2. ให้ช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูล “ช่วยสร้างสูตร IF หรือเขียนฟังก์ชันแยกประเภทลูกค้าในคอลัมน์ D โดยถ้ามียอดซื้อเกิน 50,000 บาท ให้ใส่สถานะเป็น VIP แต่ถ้าต่ำกว่านั้นให้ใส่สถานะเป็น Regular” 3. สรุป Insights เพื่อนำไปทำสไลด์พรีเซนต์ “ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายในตารางนี้ แล้วสรุปเป็น 3 หัวข้อหลักว่า สินค้าไหนขายดีที่สุด ในช่วงเวลาใด และมีแนวโน้มอย่างไรในไตรมาสหน้า” 4. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและแนวโน้มธุรกิจ “ช่วยสรุปข้อมูลยอดขายในแผ่นงานนี้ โดยระบุไตรมาสที่มีการเติบโตสูงสุด สินค้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก (Key Driver) และวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงในเดือนที่ยอดขายชะลอตัวลง” 5. การจัดกลุ่มลูกค้าตาม Tier “เขียนสูตรสร้างเงื่อนไขในคอลัมน์ใหม่ โดยวิเคราะห์จากคอลัมน์ E (ยอดซื้อสะสม): ถ้ายอดซื้อมากกว่า 500,000 บาท ให้ระบุเป็น ‘Tier 1 (Key...

Continue reading