ถอดสูตรโรงแรม 5 ดาวอย่าง Lebua กับการให้บริการลูกค้าแบบ Luxury ด้วย Zendesk

ถ้าพูดถึงโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่เป็นแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ ชื่อของ Lebua (เลอบัว) ย่อมเป็นหมุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือนสักครั้ง  แต่สำหรับโรงแรมหรูที่เปิดให้บริการและประสบความสำเร็จมานานกว่า 20 ปี การจะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดระดับสากลย่อมต้องมีการปรับตัวให้ทันโลกและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่เสมอ ในงานอีเวนต์ ‘Savor the Shift: Rethinking the Role of CX in Business Growth with Zendesk’ ที่ผ่านมา คุณตุ้ม-เพียงเดือน คล้อยอรุณ (VP of Sales & Marketing Communications, Lebua) ได้ให้เกียรติมาร่วมเป็น Guest Speaker คนสำคัญ พร้อมแบ่งปันวิสัยทัศน์อย่างน่าสนใจว่า “ความสำเร็จในอดีต ไม่ใช่สิ่งการันตีอนาคต และตลาดแบบ Mass Market มันจบลงแล้ว”  หัวใจสำคัญในวันนี้จึงตกไปอยู่ที่การดีไซน์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงในทุกช่องทาง เพื่อส่งมอบการบริการอย่างรู้ใจ และนี่คือการถอดรหัสความสำเร็จจากช่วงพรีเซนต์ของคุณตุ้ม กับเรื่องราวการเดินทางของ Lebua ร่วมกับ Demeter ICT พาร์ทเนอร์ผู้ช่วยวางระบบที่เข้ามาพลิกโฉมการจัดการบริการหลังบ้านให้ได้มาตรฐานระดับสากล ด้วยแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Zendesk 📲 โจทย์สุดท้าทาย: เมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนจาก “สายโทร” มาเป็น “สายแชท” คุณตุ้มได้แชร์อินไซต์ที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในอดีตโรงแรมอาจจะใช้วิธีโทรศัพท์หาลูกค้าเพื่อนำเสนอโปรโมชัน แต่ปัจจุบันผู้คนปฏิเสธการรับสายจากเบอร์แปลกมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากปัญหามิจฉาชีพ และหันมาเลือก “แชทมากกว่าโทร” ความท้าทายคือ Lebua มีช่องทางโซเชียลมีเดียและหน้าเพจแยกย่อยออกไปเยอะมาก ทั้งบน Email, Facebook, Instagram, LINE และ Live Chat ลองจินตนาการว่าหากทีมงานต้องคอยเปิดสลับหน้าจอไปมาเพื่อคอยตอบแชทลูกค้าจากทุกช่องทาง โอกาสที่จะตอบช้า ข้อความตกหล่น หรือส่งต่อข้อมูลพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายมาก และนั่นอาจทำให้แบรนด์เสียโอกาสทางธุรกิจทันที   ❓ เหตุผลที่ Lebua ตัดสินใจเลือกใช้ Zendesk เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการจัดการแชทและควบคุมคุณภาพการบริการให้คงมาตรฐานระดับ 5 ดาว Lebua จึงตัดสินใจเลือกใช้ระบบ Zendesk ด้วยเหตุผลสำคัญ...

Continue reading
June 2026 - Asana features updated

Asana Features Updated ประจำเดือนมิถุนายน 2026

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Assignee sharing confirmation before new task access: เมื่อคุณมอบหมายงานให้กับผู้ที่ยังไม่มีสิทธิ์เข้าถึง Task นั้น Asana จะแสดงหน้าต่างยืนยันก่อนส่งงาน เพื่อให้การแชร์สิทธิ์มีความชัดเจนมากขึ้น Microsoft 365 single sign-on: ขณะนี้ผู้ดูแลระบบ (Admins) และผู้ใช้งาน (Users) สามารถลงชื่อเข้าใช้ Asana ผ่านบัญชี Microsoft 365 ได้โดยตรง Project notifications to Slack channels: เลือกได้ว่าการแจ้งเตือนใดของโปรเจกต์จะถูกส่งไปยัง Slack Channel และสามารถตั้งค่าได้จาก Asana โดยตรง โดยไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าใน Slack Subtask management view controls: เพิ่มตัวเลือกในการจัดการ Subtask ในหน้ารายละเอียดงาน เช่น ซ่อนงานย่อยที่ทำเสร็จแล้ว และจัดเรียงลำดับรายการ เพื่อให้จัดการงานจำนวนมากได้ง่ายขึ้น Command+F search in pages: ค้นหาข้อมูลใน Pages ได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วย Command + F พร้อมแสดงจำนวนผลลัพธ์ ไฮไลต์ข้อความที่ค้นพบ และเลื่อนไปยังผลลัพธ์ก่อนหน้าหรือถัดไปได้ ช่วยให้ค้นหาข้อมูลในเอกสารได้ง่ายขึ้น Collaborative editing: ผู้ใช้งานหลายคนสามารถแก้ไข Pages และคำอธิบายงานพร้อมกันได้แบบเรียลไทม์ โดยระบบจะจัดการการเปลี่ยนแปลงให้อัตโนมัติ ช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่นยิ่งขึ้น Keyboard navigation between tasks in board view: Board View รองรับการใช้งานผ่านคีย์บอร์ดมากขึ้น สามารถย้ายงานระหว่างคอลัมน์และแก้ไขชื่อ Task ได้โดยไม่ต้องใช้เมาส์ ช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Desktop app v2.7.1:...

Continue reading
CSS Fahrun Studio

เบื้องหลังงาน Creative ที่ขับเคลื่อนด้วย Google Workspace และ Gemini ของ Fahrun Studio

เบื้องหลังงาน Creative ที่ขับเคลื่อนด้วย Google Workspace และ Gemini ของ Fahrun Studio บริษัท ฟ้าลั่น สตูดิโอ จำกัด (Fahrun Studio) ดำเนินธุรกิจด้าน Creative, Branding และ Media ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยมีพันธกิจในการมุ่งพัฒนาและยกระดับธุรกิจของลูกค้าด้วยความคิดสร้างสรรค์ ที่ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ากับการทำงาน เพื่อสร้างผลงานที่ตอบโจทย์ทั้งด้านภาพลักษณ์และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ด้วยประสบการณ์จากหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้ Fahrun Studio เข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง และสามารถต่อยอดไอเดียให้เกิดคุณค่าได้อย่างตรงจุด โดยมีวิสัยทัศน์ในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม EEC และพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตในอนาคต ปัจจุบันบริษัทฯ มีทีมงานทั้งหมด 8 คน โดยแบ่งเป็นทีมกราฟิก คอนเทนต์ และ Developer ที่มีรูปแบบการทำงานแบบออนไลน์ 100%  https://www.youtube.com/watch?v=H98aZVArzx8&t=5s เหตุผลที่ตัดสินใจใช้ Google Workspace องค์กร Fahrun Studio เล็งเห็นถึงความสำคัญของภาพลักษณ์และความคล่องตัวในการทำงานขององค์กร จึงตัดสินใจเปลี่ยนการใช้งานจากอีเมล @gmail มาจดเป็นโดเมนเนมขององค์กร @fahrunstudio.com เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพในการติดต่อกับลูกค้า พร้อมนำ Google Workspace เข้ามาเป็นศูนย์กลางในการทำงานร่วมกัน ให้กระบวนการทำงานภายในทีมเป็นไปอย่างลื่นไหล นอกจากนี้ยังนำ Gemini มาเป็นผู้ช่วยในการคิด วิเคราะห์ และต่อยอดไอเดีย เพื่อสร้างสรรค์งานที่แตกต่างและตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น ประสบการณ์ที่ดีจากการใช้ Google Workspace และ Gemini ก่อนหน้านี้ Fahrun Studio มีการใช้อีเมล @gmail อยู่แล้ว ทำให้คุ้นชินกับการใช้งาน Google Workspace อยู่พอสมควร แต่บางครั้งการทำงานภายในทีมยังคงต้องสลับใช้งานหลายแอป อีกทั้งยังเป็นการใช้บัญชีส่วนตัวในการแชร์ไฟล์ร่วมกันทั้งในและนอกองค์กร เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้น ได้มีการพัฒนาเว็บไซต์บริษัท ก็พบว่าการที่ไม่มีอีเมลภายใต้โดเมนองค์กร ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูไม่เป็นมืออาชีพ การสื่อสารกับลูกค้าดูไม่เป็นทางการแม้บริษัทจะมีความพร้อมมากเท่าไรก็ตาม หลังจาก Google Workspace ถูกนำเข้ามาใช้งานภายในองค์กร ทาง Fahrun Studio...

Continue reading

Asana Connect 2026: Mastering 360° Work Management for Business Impact

“เปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นความชัดเจน” ให้ทุกทีมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยแนวทางการบริหารงานยุคใหม่ ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของงาน ทรัพยากร และลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานในองค์กรได้ทันท่วงที เมื่อข้อมูลและงานกระจัดกระจายอยู่ในหลายทีม หลายเครื่องมือ และหลายกระบวนการ การตัดสินใจที่ล่าช้า และความเสี่ยงที่มองไม่เห็นอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ ดังนั้น เราขอเชิญผู้บริหาร หัวหน้าทีมและ Project Manager เข้าร่วมงาน Workshop สุด Exclusive! เพื่อเรียนรู้ว่าการสร้างสภาพแวดล้อมของการดำเนินงานที่มองเห็นข้อมูลหรือติดตามงานได้แบบ 360° จะช่วยให้องค์กรลดความล่าช้าในการดำเนินงาน บริหารความเสี่ยง และทำให้ทุกทีมทำงานร่วมกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร? ผ่านข้อมูล Insight จากผู้ใช้งานจริง พร้อมสาธิตสถานการณ์จำลอง แนะแนวทางการนำ เครื่องมือ Work Management และ AI อย่าง Asana มาช่วยให้ทุกทีมมองเห็นภาพรวมของงาน โปรเจกต์ ทรัพยากรที่มี และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้แบบ Real-time เพื่อขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทุกคนมองเห็นภาพเดียวกัน องค์กรก็สามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น ดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ “เปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นความชัดเจน” ให้ทุกทีมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยแนวทางการบริหารงานยุคใหม่ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของงาน ทรัพยากร และลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานในองค์กรได้ทันท่วงที เมื่อข้อมูลและงานกระจัดกระจายอยู่ในหลายทีม หลายเครื่องมือ และหลายกระบวนการ การตัดสินใจที่ล่าช้าและความเสี่ยงที่มองไม่เห็นอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ ดังนั้น เราขอเชิญผู้บริหาร หัวหน้าทีมและ Project Manager เข้าร่วมงาน Workshop สุด Exclusive!เพื่อเรียนรู้ว่าการสร้างสภาพแวดล้อมของการดำเนินงานที่มองเห็นข้อมูลหรือติดตามงานได้แบบ 360°จะช่วยให้องค์กรลดความล่าช้าในการดำเนินงาน บริหารความเสี่ยง และทำให้ทุกทีมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร? ผ่านข้อมูล Insight จากผู้ใช้งานจริง พร้อมสาธิตสถานการณ์จำลอง แนะแนวทางการนำเครื่องมือ Work Management และ AI อย่าง Asana มาช่วยให้ทุกทีมมองเห็นภาพรวมของงาน โปรเจกต์ ทรัพยากรที่มีและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้แบบ Real-time เพื่อขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทุกคนมองเห็นภาพเดียวกัน องค์กรก็สามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น ดำเนินงานได้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยงก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน *เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่นั่งมีจำนวนจำกัด* ข้อมูลเพิ่มเติม ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น (หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม) ช่วง...

Continue reading
Help me schedule

ฟีเจอร์ใหม่! Help me schedule จัดการตารางเวลาได้ง่ายๆ ในคลิกเดียว

ในโลกการทำงานที่รวดเร็ว การหาเวลาว่างที่ตรงกันสำหรับทีมขนาดใหญ่หรือลูกค้าคนสำคัญถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ใช้เวลามากที่สุด ดังนั้นเพื่อยกระดับความคล่องตัว เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ Help me schedule ฟีเจอร์ที่จะช่วยจัดการตารางเวลาของคุณได้ในคลิกเดียว Help me schedule คืออะไร? Help me schedule คือ ฟีเจอร์ช่วยนัดหมายผ่าน Gmail โดยมี Gemini ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการค้นหาตารางเวลาของทุกคนแล้วสรุปออกมาเป็นข้อมูลเวลาที่ว่างตรงกัน ซึ่งคุณสามารถแนบตารางนี้ลงในอีเมลได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดหลายหน้าต่าง หลายแอป และไม่ต้องรอนานอีกต่อไป How to: วิธีการใช้ Help me schedule เปิด Gmail เลือก Compose (เขียนอีเมล) ไปที่แท็บเมนูด้านล่าง คลิก Help me schedule 3. จากนั้น Gemini จะทำการวิเคราะห์ตารางเวลา (Google Calendar) ของผู้ส่ง ผู้รับ และผู้ที่อยู่ใน CC เพื่อค้นหาเวลาว่างตรงกัน แล้วแนบลงใน Gmail 4. Gemini จะทำการเสนอเวลาโดยแบ่งเป็น 2 วันและ 2 เวลา ดังรูป 5. หากคุณต้องการแก้ไข ให้กดปุ่มรูปดินสอที่มุมบนขวา จากนั้นเลือกเวลาที่ต้องการเสนอใหม่  6. เมื่อผู้รับได้รับอีเมลและคลิกเลือกเวลาแล้ว Google Calendar จะทำการส่ง Event Confirmed เพื่อจองเวลานัดหมายไปยังผู้เกี่ยวข้องทันที โดยที่คุณไม่ต้องส่งอีเมลนัดหมายเองภายหลัง ตัวอย่างอีเมลคอนเฟิร์มที่ได้รับ โดยสรุปแล้วฟีเจอร์ Help me schedule คือตัวช่วยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนการนัดหมายให้เป็นเรื่องง่ายและเป็นระบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานภายในทีมหรือกับลูกค้า ฟีเจอร์นี้ก็พร้อมตอบโจทย์ด้วยความสะดวกที่เหนือกว่าเดิม ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและจัดการตารางงานให้ลงตัวได้เพียงแค่คลิกเดียว นอกจาก Google Calendar แล้วยังมีแอปพลิเคชันและฟีเจอร์เพื่อการทำงานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Help me write ใน Docs และ Gmail, Help me design...

Continue reading
ติดปีกองค์กรด้วย AppSheet

ติดปีกองค์กรด้วย AI ใน 7 วัน: ผสานพลัง AppSheet และ Vertex AI บน GCP

ในยุคที่ทุกธุรกิจโดนขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีคำถามของผู้บริหารไม่ใช่ “เราควรใช้ Generative AI ไหม?” แต่เป็น “เราจะนำ AI มาปลดล็อกข้อมูลภายในองค์กรให้ใช้งานได้จริง ปลอดภัย และรวดเร็วที่สุดได้อย่างไร?” ความท้าทายที่หลายองค์กรต้องเผชิญคือ อยากได้แอปพลิเคชัน AI เฉพาะทางที่เข้าใจคู่มือ นโยบาย หรือข้อมูลลูกค้าของบริษัท แต่ต้องเจอกับข้อจำกัดคลาสสิก: ขาดแคลนโปรแกรมเมอร์: ทีม IT คิวยาวเหยียด ไม่มีเวลาเขียนโค้ดหน้าบ้าน กังวลเรื่องความปลอดภัย: พนักงานแอบนำข้อมูลความลับบริษัทไปวางใน AI สาธารณะ เสี่ยงข้อมูลรั่วไหล AI มโนคำตอบ (Hallucination): AI ทั่วไปไม่ได้เทรนด้วยข้อมูลจริงขององค์กร ทำให้ตอบหลุดประเด็น Demeter ICT ขอแนะนำโซลูชันปลดล็อกทุกข้อจำกัด ด้วยการจับคู่กันของ AppSheet (No-code Application) หน้าบ้าน และ Vertex AI บน Google Cloud (GCP) สมองกลอัจฉริยะหลังบ้าน ที่สามารถเนรมิตระบบให้พร้อมใช้งานได้ในเวลาอันรวดเร็ว 🤝 โครงสร้างความสำเร็จ: หน้าบ้าน No-code หลังบ้าน AI ระดับโลก 1. หน้าบ้านทำงานไวด้วย AppSheet (No-code Platform) แพลตฟอร์มที่เปลี่ยนฐานข้อมูลเดิมขององค์กร (เช่น Google Sheets หรือ BigQuery) ให้กลายเป็นเว็บหรือแอปพลิเคชันบนมือถือได้ทันที พนักงานใช้งานง่าย มี UI ที่คุ้นเคย โดยไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว 2. สมองกลอัจฉริยะด้วย Vertex AI (GCP) เรานำ Data หรือ Knowledge (คู่มือ, เอกสารนโยบาย, ประวัติองค์กร) ไปทำการเชื่อมต่อกับโมเดลระดับโลกอย่าง Gemini ผ่านสถาปัตยกรรมอัจฉริยะ ทำให้ AI สามารถอ่าน วิเคราะห์ และตอบคำถามโดยอ้างอิงจากความรู้ขององค์กรคุณ 100% 3. ระบบความปลอดภัยระดับ Enterprise...

Continue reading

ทำไมองค์กรระดับ Enterprise ที่มี Customer Data Platform (CEP/CDP) ถึงควรเชื่อมต่อระบบกับ Zendesk?

ในยุคที่ Data-Driven คือหัวใจหลักของการเติบโต องค์กรระดับ Commercial และ Enterprise ในไทยต่างลงทุนมหาศาลในการสร้างฐานข้อมูลลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Customer Engagement Platform (CEP) หรือ Customer Data Platform (CDP) เพื่อรวบรวมพฤติกรรมและยิงแคมเปญการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคล  (Hyper-Personalization) ทว่าความท้าทายที่องค์กรขนาดใหญ่มักจะมองข้ามไปคือ “ข้อมูลฝั่งบริการลูกค้า (Service Data) มักจะถูกแยกเก็บไว้ต่างหาก ไม่ได้นำมาเชื่อมต่อกับข้อมูลส่วนอื่นของบริษัท” หากระบบฝั่งการตลาด (CEP หรือ CDP) ไม่เชื่อมต่อกับระบบดูแลลูกค้าหลังบ้าน (Customer Support) ข้อมูลที่คุณเชื่อว่าสมบูรณ์แบบ อาจเป็นข้อมูลที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงในปัจจุบัน และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้องค์กรสูญเสียรายได้อย่างน่าเสียดาย ลองนึกภาพตามว่า ทีมการตลาดของคุณวิเคราะห์ข้อมูลแล้วพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้เป็น VIP จึงให้ระบบ Customer Engagement Platform ยิงการแจ้งเตือน (Push Notification) เพื่อมอบข้อเสนอพิเศษในการกระตุ้นยอดขาย แต่ในความเป็นจริง ลูกค้าท่านนั้นกำลังติดปัญหาสินค้าชำรุด ใช้งานไม่ได้ และอยู่ระหว่างการติดต่อฝ่ายบริการเพื่อร้องเรียน การยิงโฆษณาไปขายของเพิ่มในเวลาที่ลูกค้ากำลังเผชิญปัญหา ไม่เพียงแต่จะปิดการขายไม่ได้ แต่ยังเป็นการ “ทำลายความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ทันที” นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล จึงต้องนำระบบ Zendesk เข้าไปเชื่อมต่อ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศข้อมูลลูกค้า (Customer Data Ecosystem) ให้สมบูรณ์ 3 เหตุผลสำคัญที่องค์กรระดับ Enterprise ต้องเชื่อมโยง Customer Data เข้ากับ Zendesk 1. สร้างมุมมองลูกค้าแบบ “360-Degree Customer View” ที่แท้จริง ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อหรือการเปิดดูอีเมลเป็นเพียงมิติเดียวเท่านั้น ข้อมูลความพึงพอใจ ปัญหาที่พบ และประวัติการเคลมสินค้า เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน Pain Point ของ Enterprise: ข้อมูลกระจัดกระจาย ทีมบริการไม่ทราบว่าลูกค้าเพิ่งได้รับแคมเปญใดจากฝั่งการตลาด ส่วนฝั่งการตลาดก็ไม่มีข้อมูลว่าลูกค้าคนนี้กำลังมีกรณีร้องเรียนใดค้างอยู่ เมื่อเชื่อมต่อ Zendesk: ข้อมูลของทั้งสองฝั่งจะส่งถึงกันและกันโดยอัตโนมัติ ทีมบริการลูกค้า: จะเห็นประวัติการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) จากระบบ CEP/CDP...

Continue reading
May 2026 - Asana features updated

Asana Features Updated ประจำเดือนพฤษภาคม 2026

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic New out out-of-office entry point + multiple entries: สามารถเพิ่มรายการวันลางานได้หลายช่วงเวลาในที่เดียว ไม่ว่าจะลาพักร้อน ลากิจ หรือเดินทาง ช่วยให้ข้อมูลการลางานอัปเดตตรงกันทั้งบนเว็บและมือถือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Find @mentions more easily in email + product: แสดง @Mention ให้เด่นและชัดขึ้นใน Inbox และอีเมลสรุปงานประจำวัน เพื่อให้คุณค้นหาและตอบกลับได้สะดวกยิ่งขึ้น Inbox filters for messages and status updates: กรอง Inbox ให้แสดงเฉพาะข้อความหรือการอัปเดตสถานะที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณโฟกัสเฉพาะการแจ้งเตือนที่สำคัญได้ง่ายขึ้น Edit personalization fields in Settings: อัปเดตข้อมูลตำแหน่งงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และรายละเอียดอื่น ๆ ได้เองจากหน้า Settings หลังจากตั้งค่าบัญชีแล้ว สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Google Drive and OneDrive links in Chat: เปิดไฟล์จาก Google Drive และ OneDrive ใน Chat ได้ทันที เพียงแชร์ลิงก์ไฟล์ที่รองรับ Smart Chat โดยไม่ต้องแนบไฟล์ใหม่ Project roles in rule actions: สร้างโปรเจกต์แล้วกำหนด Role ให้ทีมได้อัตโนมัติ โดยตั้งค่าไว้ใน Rule เพียงครั้งเดียว ระบบจะใส่หน้าที่ของแต่ละคนให้ทันทีเมื่อสร้างโปรเจกต์ใหม่จาก Template ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่...

Continue reading
Appier Customer Success Story - Pop Mart with BotBonnie

ถอดสูตร! POP MART ไต้หวัน ยกระดับการทำ OMO ด้วย BotBonnie ดันยอดร่วมกิจกรรมพุ่ง 90% และ LINE โตแรง 210%

POP MART แบรนด์อาร์ตทอย (Designer Toys) และ กล่องสุ่ม (Blind Box) ระดับโลก ที่สร้างกระแสความฮิตและปรากฏการณ์คอลเลกชันอย่าง MEGA Collection จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการสะสมของเล่นศิลปะไปทั่วโลก แต่เบื้องหลังความสำเร็จในการกระจายสินค้าแบบลิมิเต็ด (Limited-edition) ที่มีผู้ต้องการครอบครองจำนวนมหาศาลนั้น มีความท้าทายในการจัดการระบบหลังบ้านเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกรณีศึกษาของ POP MART จากไต้หวัน ที่จับมือกับ BotBonnie แพลตฟอร์ม Conversational Marketing ในการทำ OMO (Online-Merge-Offline) Transformation ที่สามารถแก้ปัญหาการกักตุนสินค้า และสร้างความเติบโตให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จากการทำตลาดผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งร้านค้า Flagship Stores, ตู้ขายของอัตโนมัติ (AI-powered Roboshops) และแพลตฟอร์มดิจิทัลอีกมากมาย ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! OMO คืออะไร? OMO หรือ Online-Merge-Offline คือ การผสานข้อมูลจากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในการเชื่อมต่อข้อมูลลูกค้า ข้อมูลสมาชิก สต็อกสินค้า และกิจกรรมทางการตลาดทุกส่วนเข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์การซื้อขายที่ไร้รอยต่อ ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ช่องทางไหน อ่านเพิ่มเติมแบบเต็ม ๆ ได้ ที่นี่ เป้าหมายหลักของ POP MART ไต้หวัน ก่อนใช้งาน BotBonnie ต้องการเพิ่มความโปร่งใสและความยุติธรรมในการขายสินค้าประเภท Limited-edition ด้วยระบบ OMO (Online-Merge-Offline) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกระดับ Customer Engagement ผ่านช่องทาง LINE OA และ Messenger โดยการส่งแจ้งเตือนเฉพาะบุคคล (Personalized Notification) แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่ม Conversation rate (CVR) ลดต้นทุนด้านการบริการลูกค้าด้วยการตอบแชทลูกค้าแบบอัตโนมัติ (AI Chatbot Automation) ความท้าทายของ POP MART จากระบบ Manual ที่สร้างความสับสนและเสี่ยงต่อการกักตุน ในอดีต...

Continue reading