Deep research in NotebookLM

ฟังก์ชันใหม่ ! ‘Deep Research’ ใน NotebookLM ค้นคว้าได้ลึกกว่า ฉลาดกว่า ประหยัดเวลากว่า

หากคุณเคยใช้ Gemini ก็อาจคุ้นหน้าคุ้นตากับฟังก์ชัน Deep Research อยู่บ้าง ซึ่งปัจจุบันฟังก์ชันนี้ได้ถูกยกมาไว้ใน NotebookLM เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คืออะไร ? ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คือ ผู้ช่วยค้นหาแหล่งข้อมูล (Source) บนอินเทอร์เน็ตแบบเจาะลึก โดยจะทำการค้นหาข้อมูลทั้งหมดจากฐานข้อมูลของ Google และแสดงผลให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ข้อมูลนั้นเป็นแหล่งข้อมูลในการวิเคราะห์ต่อไปหรือไม่ ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คืออะไร ? การใช้ Deep Research จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการค้นหาแหล่งข้อมูลได้อย่างมาก เพราะหากคุณใช้วิธีการวางลิงก์แบบเดิม คุณจะต้องหาแหล่งข้อมูลเองโดยการอ่านทีละเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้คุณใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะได้แหล่งข้อมูลที่ต้องการ ในทางกลับกันการใช้ Deep Research นั้นคุณสามารถค้นหาแหล่งข้อมูลผ่านหน้า NotebookLM ได้โดยตรง ซึ่งคุณสามารถเห็นแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ภายในการค้นหาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เรียกว่าทำน้อยแต่ได้มาก ! วิธีการใช้ Deep Research ใน NotebookLM เปิด NotebookLM ไปที่หน้าต่างด้านซ้ายจะเห็นกล่องข้อความเล็ก ๆ ปรากฏดังรูป เลือก Web เลือก Deep Research จากนั้น NotebookLM จะทำการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งอาจใช้เวลานานประมาณ 1-3 นาที ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและจำนวนข้อมูลที่มี เมื่อการค้นหาเสร็จสิ้น คุณสามารถคลิกเลือกแหล่งข้อมูลที่ต้องการแล้วใช้งานตามปกติได้เลย (สามารถเลือกได้หลายอัน)  นอกจากนี้เรายังมีทริคการใช้งานมากมายที่จะช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น คลิกดูบทความด้านล่างนี้ได้เลย !...

ใช้ Google Workspace ให้ปลอดภัยต้องมี OU ที่ดี

โครงสร้าง Organizational Unit (OU) พัง องค์กรเสี่ยง! ใช้ Google Workspace ให้ปลอดภัยต้องมีรากฐาน OU ที่ดี

สำหรับหลายองค์กร Google Workspace คือระบบหลักที่ใช้สื่อสาร ประสานงาน และเก็บข้อมูลสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้บริหารจำนวนมากไม่รู้คือ: ความปลอดภัย การกำกับดูแล และความเป็นระเบียบของทั้งองค์กร ขึ้นอยู่กับ “โครงสร้าง Organizational Unit (OU)” ที่คุณออกแบบตั้งแต่วันแรก โดยกว่า 80% ขององค์กรที่ Demeter ICT เข้าไปตรวจสอบพบว่าโครงสร้าง OU มีปัญหา เช่น ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบใหญ่ต่อแผนกต่าง ๆ ในองค์กร การกำหนด OU ที่แข็งแกร่งจึงสำคัญและเป็นรากฐานของการทำงาน รวมถึงการใช้งาน Google Workspace ด้วย เพราะหากองค์กรของคุณมีการกำหนด OU ที่ครอบคลุมและเป็นมาตรฐานจะช่วยให้ Google Workspace สามารถตอบโจทย์การทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายองค์กรและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Organizational Unit (OU) คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? Organizational Unit (OU) คือกลุ่มหรือหน่วยงานย่อยภายในองค์กร เช่น แผนก สาขา หรือทีม โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดระเบียบผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ และทรัพยากรต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทำให้การจัดการ การรักษาความปลอดภัย และการกำหนดนโยบายทำได้ง่ายขึ้น  โดยผู้ดูแลระบบสามารถมอบหมายการควบคุมหรือกำหนดกฎเฉพาะกลุ่มนั้นได้ด้วย Organizational Unit (OU) ที่ดีส่งผลต่อองค์กรและการใช้งาน Google Workspace อย่างไร? ความปลอดภัย: ควบคุมว่าใครใช้เครื่องไหน จากที่ไหน และภายใต้เงื่อนไขใด สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล: ใครควรเห็นอะไร ใครไม่ควรเห็นอะไร Email & Compliance: บางแผนกมีความเสี่ยงสูง บางแผนกต้องเก็บข้อมูลตามกฎหมาย Onboarding/Offboarding Workflow (Lifecycle): การรับพนักงานใหม่ – จัดการพนักงานลาออกอย่างเป็นระบบ การใช้ License ให้คุ้มค่า: ไม่เสียเงินให้สิทธิ์ที่ไม่จำเป็น Data Loss Prevention (DLP): ทุกการใช้งานมีความปลอดภัยและตรวจสอบได้ การกระจายสิทธิ์ Admin:...

Continue reading

วัดผล CX อย่างไรให้ธุรกิจโต? รวม CX Metrics ที่ CEO, Manager และ Agent ไม่ควรพลาด

“Customer Experience (CX)” หรือประสบการณ์ลูกค้า ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงนามธรรมอีกต่อไป แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่ชี้วัดความได้เปรียบทางการแข่งขัน ทว่าความท้าทายที่แท้จริงขององค์กรส่วนใหญ่คือ “การเปลี่ยนความพึงพอใจที่เป็นความรู้สึก ให้กลายเป็นดัชนีชี้วัดที่จับต้องได้” ความประทับใจระดับที่ว่า “บริการยอดเยี่ยม” หรือ “แพลตฟอร์มใช้งานง่าย” อาจเป็นสัญญาณที่ดี แต่หากไม่ได้รับการเปลี่ยนเป็น KPIs (Key Performance Indicators) ที่ชัดเจน องค์กรย่อมยากที่จะประเมินประสิทธิภาพหรือกำหนดทิศทางการลงทุนที่แม่นยำได้ ในบทความนี้เราจึงขอสรุปตัวชี้วัดสำคัญ เพื่อช่วยให้คุณเปลี่ยน Insight ลูกค้าให้กลายเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลัง โดยแบ่งตามบทบาทความรับผิดชอบ มาเริ่มดูกันเลย! 1. สำหรับผู้บริหาร (CEO / Executives / Business Owners) Focus: ภาพรวมธุรกิจ, การเติบโต และความคุ้มค่า (ROI) สำหรับผู้บริหารระดับสูง ประสบการณ์ลูกค้าคือฟันเฟืองสำคัญของรายได้และมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาว การวัดผลในระดับนี้จึงไม่ได้เน้นที่ปริมาณงานรายวัน แต่เน้นที่ผลกระทบเชิงโครงสร้างธุรกิจ Customer Churn Rate (อัตราการสูญเสียลูกค้า)ตัวเลขนี้เปรียบเสมือน “สัญญาณชีพ” ของบริษัท หากอัตรา Churn Rate สูง ย่อมสะท้อนถึงรอยรั่วใน CX ที่กำลังกัดเซาะกำไรและขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร Customer Lifetime Value (CLV)มูลค่ารวมเฉลี่ยที่ลูกค้าหนึ่งคนสร้างให้กับบริษัทตลอดช่วงอายุการเป็นลูกค้า ตัวเลขนี้เป็นดัชนีชี้วัดชั้นดีว่ากลยุทธ์ CX ของคุณมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเปลี่ยนผู้ซื้อขาจรให้กลายเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงและยาวนานได้หรือไม่ Net Promoter Score (NPS)ดัชนีความจงรักภักดีที่บ่งบอกถึง “สุขภาพของแบรนด์” ในมุมมองสาธารณะ และเป็นตัวทำนายโอกาสในการขยายฐานลูกค้าผ่านการบอกต่อ (Word-of-Mouth) ซึ่งเป็นต้นทุนการตลาดที่ต่ำที่สุดแต่ได้ผลดีที่สุด Zendesk ช่วยคุณเรื่องนี้อย่างไร? Zendesk มีฟีเจอร์ Analytics (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Zendesk Explore) ช่วยเปลี่ยนรายงานที่ซับซ้อนให้กลายเป็น Dashboard ที่สวยงามและอ่านง่าย และช่วยให้ผู้บริหารเห็นแนวโน้มธุรกิจได้ทันทีแบบ Real-time จากผลการศึกษาล่าสุดจาก Forrester พบว่าองค์กรที่ใช้งาน Zendesk ได้รับผลตอบแทนที่วัดผลได้จริง ดังนี้: ✅ ROI สูงถึง 301%: ภายในระยะเวลา 3 ปี...

Continue reading

Q&A Session

คุณสามารถเลือกอ่านรายการคำถามได้ด้านล่างนี้ ถ้าต้องเริ่ม Transform องค์กรด้วย Gemini เพียงแค่หนึ่งอย่างที่เห็นผลชัดที่สุด (Quick Win) แนะนำให้เริ่มจาก Use Case ไหนใน Google Workspace ทางเลือกที่เห็นผลเร็วที่สุดคือการใช้ Gemini ใน Google Sheets เพื่อทำ Data Classification & Cleaning  เพราะ Gemini สามารถช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลให้เสร็จได้ในไม่กี่วินาที เพียงแค่นี้คุณก็จะเห็นความแตกต่างของประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานเดิมเลยครับ Google Workspace กับของค่ายอื่น แตกต่างกันอย่างไร มีส่วนที่เหนือกว่าอย่างไร หากเปรียบเทียบ Google Workspace กับคู่แข่งหลักอย่าง Microsoft 365 หรือ Zoho ความแตกต่างที่สำคัญและส่วนที่ Google Workspace ทำได้ดีกว่ามีดังนี้ ความลื่นไหลในการทำงานร่วมกัน (Real-time Collaboration): Google ถูกออกแบบมาให้เป็น “Cloud-native” ตั้งแต่แรก ทำให้การพิมพ์งานพร้อมกันหลายคนใน Docs หรือ Sheets ทำได้เสถียรและรวดเร็วกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาไฟล์ล็อคหรือต้องรอ Sync เหมือนซอฟต์แวร์ที่ดัดแปลงมาจากโปรแกรม Desktop ความง่ายในการใช้งาน (User Experience): อินเทอร์เฟซสะอาดตาและไม่ซับซ้อน พนักงานแทบไม่ต้องเรียนรู้ใหม่เพราะคุ้นเคยกับ Gmail และ Google Drive ส่วนตัวอยู่แล้ว ระบบค้นหาอัจฉริยะ (Smart Search): พลังของ Google Search ถูกนำมาใช้ใน Drive และ Gmail ทำให้การหาไฟล์งานทำได้รวดเร็วมาก แม้จะจำชื่อไฟล์ไม่ได้แต่จำเนื้อหาบางส่วนได้ ระบบก็สามารถค้นหาเจอได้อย่างแม่นยำ   การทำงานบนเบราว์เซอร์ 100%: ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องคอมพิวเตอร์ ช่วยลดภาระของฝ่าย IT ในการดูแลรักษาและอัปเดตซอฟต์แวร์ และยังทำงานได้เสถียรแม้ในเครื่องที่สเปกไม่สูง Workspace Studio เปิดใช้งานอย่างไรสำหรับคนที่ใช้ Google Workspace...

Continue reading

5 มุมมอง Pain Points ตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงลูกค้า และวิธีแก้ให้จบด้วย Zendesk

การลงทุนในระบบ Customer Service (CS) หลายครั้งถูกมองว่าเป็นเพียงการเลือกซื้อเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริง มันคือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อโครงสร้างองค์กร ต้นทุน และความเสี่ยงในระยะยาว หลายองค์กรเสียเวลาไปกับการเลือกฟีเจอร์ แต่กลับมองข้ามความเจ็บปวด (Pain Points) ที่แท้จริงของคนในองค์กรซึ่งแต่ละบทบาทมองไม่เหมือนกัน  ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึก Pain Points สำคัญที่มักซ่อนอยู่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็งของงานบริการ และทำไมการแก้ปัญหาด้วย Zendesk ถึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนซอฟต์แวร์ แต่คือการวางรากฐานใหม่ให้ธุรกิจของคุณ ยาวไปอยากเลือกอ่าน คลิกเลือกหัวข้อที่สนใจได้เลย 1) ผู้บริหารระดับ Executive (CEO / CFO / ผู้มีอำนาจตัดสินใจงบประมาณ) สำหรับผู้บริหารระดับ CEO หรือ CFO งานบริการลูกค้า (Customer Service) ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รับเรื่องร้องเรียน แต่คือ “ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจัดการต้นทุน” และเป็นรากฐานสำคัญที่จะบอกว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหน Pain Points เชิงโครงสร้าง กับดักของการเติบโตที่ไร้ระบบ ในวันที่ธุรกิจกำลังขยายตัว ผู้บริหารมักจะพบว่างานบริการลูกค้าเริ่มกลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ควบคุมยากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่าน 4 ปัญหาหลัก: ต้นทุนที่บานปลาย (Uncontrolled Costs): ยิ่งมีเคสเยอะ ยิ่งต้องเพิ่มพนักงาน (Headcount) แบบไม่จบสิ้น ทำให้กำไรต่อหน่วยลดลง รายงาน SLA ที่หลอกตา: ตัวเลขในรายงานอาจจะดูดี แต่สวนทางกับความพึงพอใจจริงของลูกค้า เพราะระบบไม่ได้วัดผลที่คุณภาพหรือความเร็วที่แท้จริง ระบบยิ่งซับซ้อน ยิ่งขยับตัวยาก: เมื่อระบบหลังบ้านวุ่นวาย องค์กรต้องกลับไปพึ่งพา Vendor ภายนอกหรือผู้เชี่ยวชาญตลอดเวลา ทำให้เสียความคล่องตัว (Agility) คุณภาพที่ไม่สม่ำเสมอ: เมื่อขยายทีม คุณภาพการบริการกลับแกว่งไปตามทักษะของพนักงานแต่ละคน ไม่ได้มีมาตรฐานที่คงที่ คำถามสำคัญที่ท้าทายผู้บริหารคือ: “วันนี้องค์กรของคุณกำลังควบคุมคุณภาพด้วยระบบ หรือพึ่งพาแค่ตัวบุคคล?” Zendesk เข้ามาแก้ Pain Points ของผู้บริหารอย่างไร? หากมีการออกแบบและวางระบบ (Implement) อย่างถูกต้อง Zendesk จะไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์รวมแชท แต่จะทำหน้าที่เป็นระบบควบคุมต้นทุนและความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการที่ทรงพลัง ✅ วางมาตรฐานด้วยระบบ: การคัดกรองงาน...

Continue reading
Google AI 2026

Google AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini

คลิกลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม พบกับทางลัดช่วยลดเวลาทำงานให้เร็วขึ้น 10 เท่า ไปกับ Google Workspce & Gemini ฟีเจอร์ล่าสุดของปี 2026 พบกับทางลัดช่วยลดเวลาทำงานให้เร็วขึ้น 10 เท่าไปกับ Google Workspce & Gemini ฟีเจอร์ล่าสุดของปี 2026 ยกมือขึ้น หากคุณเป็นคนที่ใช้ Google Workspace อยู่ทุกวัน แต่ปัญหาคือ… ใช้แค่ส่งเมลและทำงานเอกสาร มี Gemini ให้ใช้แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำไปช่วยงานจริงของทีมได้อย่างไร ใช้ Google Workspace แต่รูปแบบการทำงานของทีมยังเหมือนเดิม ไม่แน่ใจว่าช่วงนี้มีอัปเดตฟีเจอร์อะไรใหม่บ้าง ถ้าคุณมีหนึ่งในปัญหาเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเครื่องมือที่คุณมีอยู่ในมือกำลังถูกใช้งานได้ไม่เต็มศักยภาพ และอาจกำลังทำให้องค์กรเสียโอกาสไปโดยไม่รู้ตัว  Demeter ICT ขอเชิญชวนคุณมาพบกันที่งาน “Google AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini” งานสัมมนาแบบ Exclusive สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ไว้วางใจให้เราดูแลการใช้ Google Workspace ภายในงานเราจะพาคุณมาอัปเดตการใช้งาน Google Workspace & Gemini เจาะลึกฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของปี 2026 พร้อมอัปเดตเทรนด์มาใหม่สุดแรง! กับ AI agent ที่จะมาช่วยจัดการงานที่เป็น Routine หรืองานซ้ำซาก ให้กลายเป็นงานอัตโนมัติโดย AI เพื่อให้พนักงานสามารถหันมาโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้มากขึ้น รับรองว่าคุณจะได้ไอเดียไปพัฒนาต่อยอดการทำงานของทีมให้ทำงานได้เร็วขึ้น และใช้เครื่องมือที่มีได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด งานนี้เข้าร่วมฟรี ! อยากทุ่นแรงทำงานด้วย AI ใช้ Google Workspace อย่างไรให้คุ้ม งานนี้ห้ามพลาด Google AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini...

Continue reading
To successfully penetrate the Chinese market, you must start with "structural correctness."

บุกตลาดจีนให้สำเร็จ ต้องเริ่มจาก “ความถูกต้องเชิงโครงสร้าง”

ทำไม China Market Entry & Compliance คือความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ต้นทุน? จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดของโลก ด้วยผู้ใช้งานดิจิทัลมากกว่า 1,000 ล้านคน และ WeChat เพียงแพลตฟอร์มเดียวก็มีผู้ใช้งานประจำต่อเดือน (MAU) มากกว่า 1.3 พันล้านบัญชี แต่ในขณะเดียวกันจีนก็เป็นตลาดที่หลายธุรกิจ “เข้าไม่ถึงจริง” แม้จะมีงบประมาณการตลาดพร้อมก็ตาม จากประสบการณ์ในโครงการ China Market Entry ที่ผ่านมา ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่กลยุทธ์การตลาดแต่อยู่ที่ โครงสร้างการเข้าสู่ตลาดและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) ทำความเข้าใจ China Market Entry & Compliance China Market Entry & Compliance คือ กลยุทธ์และกระบวนการ “เตรียมความพร้อม” ทั้งในด้านธุรกิจและกฎหมาย สำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการขยายตลาดเข้าไปในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ปราบเซียนที่สุดในโลกเนื่องจากมีกฎระเบียบเฉพาะตัวสูงมาก หากจะให้อธิบายให้เข้าใจง่าย สองคำนี้คือ “กุญแจ” และ “เกราะป้องกัน”  Market Entry (กุญแจ): วิธีการที่คุณจะ “เปิดประตู” เข้าไปขายของ (เช่น จะขายผ่านออนไลน์ หรือไปตั้งบริษัทที่นั่นเลย) Compliance (เกราะป้องกัน): การทำให้ธุรกิจของคุณ “ถูกต้องตามกฎ” เพื่อไม่ให้ถูกสั่งปิดหรือโดนปรับมหาศาล ตัวเลขที่สะท้อนความจริงของตลาดจีน จากข้อมูลเชิงอุตสาหกรรมและกรณีศึกษาที่พบโดยทั่วไป: มากกว่า 60% ของบัญชี WeChat Official Account สำหรับธุรกิจต่างชาติ ประสบปัญหาการอนุมัติล่าช้า หรือถูกจำกัดฟังก์ชันในภายหลัง   ธุรกิจที่เลือกประเภทบัญชีผิดตั้งแต่ต้น มีโอกาสต้อง จดทะเบียนใหม่ทั้งระบบ ภายใน 12–24 เดือน   แคมเปญการตลาดจีนที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับ WeChat OA อย่างเป็นทางการ มี Conversion Rate ต่ำกว่ามาตรฐานตลาดถึง 30–40% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า Compliance ไม่ใช่เรื่องหลังบ้าน แต่คือปัจจัยที่กระทบผลลัพธ์ทางธุรกิจโดยตรง กรณีตัวอย่างที่...

Continue reading

How to เชื่อมต่อ Asana กับ Microsoft ยกระดับการทำงานของทีมให้มีประสิทธิภาพในที่เดียว

ในยุคที่การทำงานต้องอาศัยหลายเครื่องมือ การเชื่อมต่อทุกระบบให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อคือ กุญแจสำคัญของการทำงานให้มีประสิทธิภาพ Asana สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องมือ Microsoft ที่คุณใช้อยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Outlook, Teams, OneDrive, Calendar และเครื่องมืออื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยเปลี่ยนงาน การสื่อสาร และไฟล์ต่าง ๆ ให้กลายเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ ทำงานได้เร็วขึ้น และไม่พลาดงานสำคัญ จะมีอะไรบ้าง? ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. Microsoft OneDrive Microsoft OneDrive คืออะไร? OneDrive คือ บริการจัดเก็บไฟล์บนคลาวด์ ที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงไฟล์จากอุปกรณ์ใดก็ได้ และแชร์ไฟล์กับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย ทำไมต้องใช้ OneDrive ร่วมกับ Asana? การเชื่อมต่อ OneDrive กับ Asana ช่วยให้คุณแนบไฟล์จาก OneDrive เข้ากับ Task งานใน Asana ได้ง่าย ๆ และตั้งค่าให้ Asana อัปโหลดไฟล์จาก Task ไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ OneDrive ที่กำหนดให้อัตโนมัติ ช่วยให้ไฟล์ไม่กระจัดกระจาย ลดความสับสนเรื่องไฟล์ หาเจอง่ายขึ้นและทีมทำงานร่วมกันได้เร็วขึ้น หมายเหตุ: รองรับบัญชี Microsoft ทั้งแบบ โรงเรียน ที่ทำงาน และส่วนบุคคล สิ่งที่คุณทำได้เมื่อเชื่อมต่อ OneDrive กับ Asana: เพิ่มไฟล์จาก OneDrive ได้ทันที เพียงคลิกไอคอนรูปคลิปหนีบกระดาษ แล้วเลือก OneDrive แนบไฟล์สำคัญไว้กับ Task ใน Asana เพื่อให้ข้อมูลของงานครบถ้วนในที่เดียว เข้าถึงไฟล์ทั้งหมดใน OneDrive ได้ในคลิกเดียว เลือกไฟล์ที่ต้องการแนบได้อย่างรวดเร็ว เมื่อย้ายตำแหน่งไฟล์ใน OneDrive ระบบจะอัปเดตลิงก์ใน Asana ให้อัตโนมัติ หมดปัญหาไฟล์หายหรือหาผิดที่ ใช้ Asana Rules ตั้งค่าให้อัปโหลดไฟล์จาก Task...

Continue reading

งานสัมมนาออนไลน์ Agentic AI for Marketers 2026: Turning Conversations into Measurable Revenue

เมื่อ AI สำหรับนักการตลาดในปี 2026 ทำได้มากกว่าที่คุณคิด ด้วยพลังของ AGENTIC AI Webinar นี้จะพาคุณไปอัปเดต เทรนด์ AI สำหรับนักการตลาดปี 2026พร้อมเจาะลึกแนวคิดของ Agentic AI – AI ยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ช่วยคิด ช่วยออกแบบแคมเปญ หรือช่วยตอบข้อความแต่สามารถ เข้าใจลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และขับเคลื่อน Action ทางการตลาดได้อัตโนมัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและรายได้ที่ วัดผลได้จริง คุณจะได้เรียนรู้ว่า… AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของนักการตลาดและโอกาสในการสร้างรายได้ในปี 2026 อย่างไร? Agentic AI มีความต่างจาก AI แบบเดิมอย่างไร? และสำคัญกับนักการตลาดอย่างไร? โอกาสที่จะเปลี่ยน Conversational Marketing จากแค่ “แชทกับลูกค้า” ให้กลายเป็น Revenue ได้อย่างไร? หากคุณเป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ เพิ่มยอดขายจากช่องทางแชท สร้าง ROI ที่วัดผลได้และเตรียมพร้อมสู่การตลาดปี 2026 Webinar นี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้เลย! ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน *เข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย* ข้อมูลเพิ่มเติม งานสัมมนาออนไลน์ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet (ลิงก์จะส่งให้หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Days Hours Minutes Seconds...