ในแต่ละปี หลายองค์กรทั่วโลกต่างลงทุนงบประมาณมหาศาลไปกับการทำ Digital Transformation, การนำ AI เข้ามาใช้ภายในองค์กร, การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience), การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ลื่นไหล หรือการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ทว่า..แม้จะมีการลงแรงและลงทุนอย่างจริงจัง แต่ผลสำรวจและสถิติจนถึงปัจจุบันกลับไปในทางเดียวกันว่า “หลายองค์กรไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้” ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ ความล้มเหลวเหล่านั้นเกิดจากอะไร? ซึ่งหากวิเคราะห์อย่างละเอียด ปัญหาส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดขึ้นจาก “ตัวกลยุทธ์” หรือวิสัยทัศน์ที่ขาดความชัดเจน แต่อยู่ที่ขั้นตอนของ “การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติจริง (Strategy Execution)” ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกลยุทธ์กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ หรือที่เรียกว่า “Execution Gap” นั่นเอง ถอดรหัส Execution Gap ช่องว่างที่มองไม่เห็น แต่มีต้นทุนที่ต้องจ่าย ผู้บริหารมักใช้เวลาไปกับการประชุมวางกลยุทธ์ จัดสรรงบประมาณ และกำหนดเป้าหมายทิศทางองค์กร แต่เมื่อแผนงานเหล่านั้นถูกส่งไม้ต่อให้กับคนหน้างานลงมือทำจริง แผนงานที่เคยชัดเจนกลับค่อย ๆ เลือนหายไปทีละนิด เมื่อไม่มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปรเจกต์ต่าง ๆ มักจะเจออุปสรรคและตกม้าตายจาก 3 สิ่งเหล่านี้: 1. ต่างคนต่างทำ (Silo Working) แต่ละแผนกตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานในขอบเขตของตัวเองเหมือนอยู่คนละที่ ขาดการประสานงานและการทำงานร่วมกัน ทั้งที่โปรเจกต์ส่วนใหญ่ของบริษัทต้องทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ทีมถึงจะสำเร็จ 2. ข้อมูลกระจัดกระจาย (Information Fragmentation) ตามงานกันคนละทิศละทาง คนหนึ่งคุยใน LINE, อีกคนส่ง Email, บางทีมเก็บข้อมูลใน Excel, บางทีมสรุปงานใน PowerPoint สุดท้ายต้องเสียเวลาเข้าประชุม เพียงเพื่อจะอัปเดตสถานะงานที่ไม่ชัดเจน 3. ผู้บริหารมองไม่เห็นภาพรวม (Lack of Visibility) เมื่อข้อมูลไม่ได้รวมอยู่ในที่เดียวกัน ผู้บริหารจึงต้องคอยตามจี้และถามคำถามเดิม ๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น ตอนนี้งานเดินหน้าถึงไหนแล้ว? ตอนนี้โปรเจกต์ติดที่ตรงไหน? โปรเจกต์ไหนที่กำลังเสี่ยงจะไม่เป็นไปตามแผน? หรือทีมยังทำงานได้ทันตามแผนอยู่ไหม? ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ ทุกคนทุ่มเททำงานอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ตรงกับเป้าหมายขององค์กรที่ตั้งไว้ เครื่องมือเต็มมือ แต่ทำไมผลลัพธ์ยังไม่ค่อยเป็นไปตามเป้าหมาย? ซึ่งพอหลาย ๆ องค์กรมีปัญหาเหล่านี้ ก็มักเข้าใจผิดว่าการที่ทำงานล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามแผน เป็นเพราะขาดเทคโนโลยี...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic AI Credit Awareness for Builders: ติดตามการใช้ AI Credit ได้ง่ายขึ้น เพื่อให้คุณใช้เครดิตที่มีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ดูยอดการใช้งาน AI Credit รับแจ้งเตือนเมื่อ AI Credit ใกล้หมด เช็กประวัติการทำงานของระบบอัตโนมัติ (Rules) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Allow inviting to teamless projects in Global Invite Dialog: เชิญเพื่อนร่วมงานเข้าโปรเจกต์ที่ไม่มีทีม (Teamless Project) ได้จากปุ่มเชิญหลักได้ทันที ช่วยให้คนที่ไม่ได้อยู่ในทีมก็กดส่งคำเชิญได้สะดวกขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Remove field name uniqueness constraint: สร้าง Custom Fields ส่วนกลาง ที่มีชื่อซ้ำกันได้ และค้นหาฟิลด์ที่ถูกต้องได้ง่ายยิ่งขึ้นในช่องค้นหา สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Microsoft SSO Admin Console Controls: แอดมินสามารถตั้งค่า Microsoft SSO (Single sign-on)ใน Admin Console เพื่อบังคับให้ทุกคนในองค์กรล็อกอินเข้าใช้งานด้วยบัญชี Microsoft ได้แล้ว ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Portfolio level inheritance default setting: กำหนดค่าเริ่มต้นให้โปรเจกต์ใหม่ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงตามพอร์ตโฟลิโอโดยอัตโนมัติ เว้นแต่แอดมินของโปรเจกต์จะเข้าไปปรับเปลี่ยนสิทธิ์เองในภายหลัง Adding verticalized “Manufacturing” project templates to the template gallery: เพิ่มโปรเจกต์เทมเพลตสำหรับ “สายงานการผลิต (Manufacturing)” ลงในคลังเทมเพลต ช่วยให้เลือกใช้และเริ่มต้นสร้างโปรเจกต์เฉพาะทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนมิถุนายน 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Assignee sharing confirmation before new task access: เมื่อคุณมอบหมายงานให้กับผู้ที่ยังไม่มีสิทธิ์เข้าถึง Task นั้น Asana จะแสดงหน้าต่างยืนยันก่อนส่งงาน เพื่อให้การแชร์สิทธิ์มีความชัดเจนมากขึ้น Microsoft 365 single sign-on: ขณะนี้ผู้ดูแลระบบ (Admins) และผู้ใช้งาน (Users) สามารถลงชื่อเข้าใช้ Asana ผ่านบัญชี Microsoft 365 ได้โดยตรง Project notifications to Slack channels: เลือกได้ว่าการแจ้งเตือนใดของโปรเจกต์จะถูกส่งไปยัง Slack Channel และสามารถตั้งค่าได้จาก Asana โดยตรง โดยไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าใน Slack Subtask management view controls: เพิ่มตัวเลือกในการจัดการ Subtask ในหน้ารายละเอียดงาน เช่น ซ่อนงานย่อยที่ทำเสร็จแล้ว และจัดเรียงลำดับรายการ เพื่อให้จัดการงานจำนวนมากได้ง่ายขึ้น Command+F search in pages: ค้นหาข้อมูลใน Pages ได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วย Command + F พร้อมแสดงจำนวนผลลัพธ์ ไฮไลต์ข้อความที่ค้นพบ และเลื่อนไปยังผลลัพธ์ก่อนหน้าหรือถัดไปได้ ช่วยให้ค้นหาข้อมูลในเอกสารได้ง่ายขึ้น Collaborative editing: ผู้ใช้งานหลายคนสามารถแก้ไข Pages และคำอธิบายงานพร้อมกันได้แบบเรียลไทม์ โดยระบบจะจัดการการเปลี่ยนแปลงให้อัตโนมัติ ช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่นยิ่งขึ้น Keyboard navigation between tasks in board view: Board View รองรับการใช้งานผ่านคีย์บอร์ดมากขึ้น สามารถย้ายงานระหว่างคอลัมน์และแก้ไขชื่อ Task ได้โดยไม่ต้องใช้เมาส์ ช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Desktop app v2.7.1:...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนพฤษภาคม 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic New out out-of-office entry point + multiple entries: สามารถเพิ่มรายการวันลางานได้หลายช่วงเวลาในที่เดียว ไม่ว่าจะลาพักร้อน ลากิจ หรือเดินทาง ช่วยให้ข้อมูลการลางานอัปเดตตรงกันทั้งบนเว็บและมือถือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Find @mentions more easily in email + product: แสดง @Mention ให้เด่นและชัดขึ้นใน Inbox และอีเมลสรุปงานประจำวัน เพื่อให้คุณค้นหาและตอบกลับได้สะดวกยิ่งขึ้น Inbox filters for messages and status updates: กรอง Inbox ให้แสดงเฉพาะข้อความหรือการอัปเดตสถานะที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณโฟกัสเฉพาะการแจ้งเตือนที่สำคัญได้ง่ายขึ้น Edit personalization fields in Settings: อัปเดตข้อมูลตำแหน่งงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และรายละเอียดอื่น ๆ ได้เองจากหน้า Settings หลังจากตั้งค่าบัญชีแล้ว สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Google Drive and OneDrive links in Chat: เปิดไฟล์จาก Google Drive และ OneDrive ใน Chat ได้ทันที เพียงแชร์ลิงก์ไฟล์ที่รองรับ Smart Chat โดยไม่ต้องแนบไฟล์ใหม่ Project roles in rule actions: สร้างโปรเจกต์แล้วกำหนด Role ให้ทีมได้อัตโนมัติ โดยตั้งค่าไว้ใน Rule เพียงครั้งเดียว ระบบจะใส่หน้าที่ของแต่ละคนให้ทันทีเมื่อสร้างโปรเจกต์ใหม่จาก Template ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่...
Continue readingพลิกโฉม ‘Work Management Platform’ สู่ ‘Executive Intelligence’ ด้วย Asana
เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น หลายองค์กรพยายามปรับตัวด้วยการเพิ่มทีมงาน เพิ่มโปรเจกต์ และอัดแน่นตารางการประชุมจนแทบไม่มีเวลาหายใจ แต่ผู้บริหารจำนวนมากก็ยังคงต้องเผชิญกับคำถามที่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า “ตอนนี้องค์กรของเรากำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง?” ปัญหาของธุรกิจยุคดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่การขาดข้อมูล แต่คือการขาด “Real-time Visibility” หรือ การมองเห็นภาพรวมของโปรเจกต์และสถานะของงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในองค์กรอย่างแท้จริง กว่าที่รายงานจะสรุปส่งถึงมือผู้บริหาร ความเสี่ยงก็อาจกลายเป็นความเสียหายไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดจากโปรเจกต์ที่ล่าช้า ทีมงานเริ่มเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือปัญหาคอขวดงานกระจุกตัว ที่ไม่มีใครมองเห็น นี่คือเหตุผลที่หลาย ๆ องค์กร เริ่มเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากการใช้เครื่องมือแบบเดิม ๆ มาสู่การใช้ Work Management Platform อย่าง Asana ที่ปรับโฉมจาก “เครื่องมือสั่งงาน” สู่ “ระบบ Executive Intelligence” ระดับโลกที่แท้จริง Asana แพลตฟอร์มที่เป็นมากกว่าแค่เครื่องมือจัดการงานและโปรเจกต์ หลายคนอาจรู้จัก Asana ในฐานะเครื่องมือจัดงาน (Work Management Platform) หรือจัดการโปรเจกต์ (Project Management Platform) แต่สำหรับการทำงานปัจจุบัน ต้องการเครื่องมือที่มีความคล่องตัวสูง Asana จึงได้ยกระดับตัวเองขึ้นเป็น แพลตฟอร์มบริหารงานสำหรับองค์กร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการทำงานร่วมกันของทุกทีมและทุกระดับ (Single Source of Truth) Asana เป็นผู้ช่วยการทำงานในทุกระดับทั้ง: ทีม Operation ที่ช่วยลดงาน Manual หรืองานประจำวันที่ไม่สร้างมูลค่าให้กับบริษัท (Work about work) ทีม Management ที่ช่วยลดกำแพงการทำงานแบบ Silo ให้มองเห็นความคืบหน้าของโปรเจกต์ พร้อมการบริหารทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพทั้งคนและงานให้สมดุลกันมากขึ้น ทีม Organization ที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพของงานและโปรเจกต์ทั้งหมดได้ในที่เดียว ไม่ต้องคอยรวบรวมข้อมูลจาก Spreadsheet, Email, LINE หรือการประชุมหลายรอบ ที่อาจก่อให้เกิดต้นทุนแฝงให้กับองค์กร สามารถเข้าถึงข้อมูลบน Asana และตัดสินใจได้ทันที เมื่อทุกทีมและทุกระดับรับรู้หน้าที่ของตัวเองและเป้าหมายขององค์กรที่ตรงกัน ก็มั่นใจได้ว่าทุกคนจะโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำไมองค์กรไปต่อไม่ได้ ถ้าคุณยังมองไม่เห็นปัญหา? เพราะเมื่อองค์กรเติบโตขึ้น ความซับซ้อนของงานก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โปรเจกต์หนึ่งอาจต้องทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ทีม (Cross-team collaboration)...
Continue readingทำไมองค์กรที่กำลังโตควรใช้ Asana? ระบบจัดการงานที่ช่วยปลดล็อก Execution ให้องค์กร
หลายองค์กรตื่นเช้ามาพร้อมคำถามที่ว่า “ทำไมทุกคนดูยุ่งมาก แต่ทำไมงานถึงไม่เดิน?” ในช่วงแรกที่ทีมยังเล็ก การคุยผ่าน LINE, ประสานงานบน Excel หรือเรียกประชุมด่วนบ่อยๆ อาจจะยัง “เอาอยู่” แม้จะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก แต่เมื่อไหร่ที่องค์กรเริ่ม Scale มีคนมากขึ้น งานซับซ้อนขึ้น และ Stakeholder หลากหลายขึ้น เช่น Marketing ต้องคุยกับทีม Product, ทีม Product ต้องรอทีม Engineering และ Sales ก็รอทุกคนอีกที งานมันไม่ได้อยู่ในทีมเดียวอีกต่อไป แต่มัน “เชื่อมโยงกันไปทั้งองค์กร” ช่วงเวลานี้แหละที่ความพังแบบเงียบ ๆ จะเริ่มเกิดขึ้นทันที บทความนี้จะพาคุณไปค้นหาคำตอบว่า ทำไมระบบ Work Management อย่าง Asana ถึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่เป็น “ทางรอด” ขององค์กรยุคใหม่ที่กำลังเติบโต เมื่อ Productivity ถูกทำลายด้วยความวุ่นวายในการ Coordination ผู้บริหารส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าทีมงานไม่มีประสิทธิภาพ (Productive) จึงพยายามเร่งให้คนทำงานหนักขึ้น แต่ความเป็นจริง “คนทำงานหนักเกินไปแล้ว” ซึ่งปัญหาที่แท้จริงคือ การประสานงาน (Coordination) ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ จากงานวิจัย Anatomy of Work โดย Asana พบว่าพนักงานใช้เวลาถึง 58% ไปกับการ “จัดการงาน” (Work about work) เช่น: การตามสถานะงานว่าไปถึงไหนแล้ว การถามหาว่าใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ การประชุมที่ยาวนานเพียงเพื่อ Update ข้อมูลที่ควรจะเห็นได้อยู่แล้ว นี่คือต้นทุนแฝงที่สูงมหาศาล ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือ “ความเร็วขององค์กร” ที่หายไป ทำไมการประสานงานที่ไม่ดี ถึงเป็นฝันร้ายของผู้บริหาร? เมื่อองค์กรขยายตัว ปัญหาเรื่องการจัดการงานจะไม่ใช่แค่เรื่องของ “พนักงาน” อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็น “วิกฤตระดับผู้นำ” ที่อันตรายกว่าที่คิด: เห็นแค่เงา ไม่ใช่ร่างจริง: สิ่งที่ผู้บริหารเห็นในห้องประชุมคือ Report หรือ Dashboard...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนเมษายน 2026
...
เชื่อมต่อ Asana กับ Claude AI บริหารโปรเจกต์และสร้าง Task ง่ายยิ่งกว่าเดิม ได้แล้ววันนี้!
ข่าวดีสำหรับทีมที่ใช้ Claude AI และ Asana! ตอนนี้คุณไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา เพราะ Anthropic บริษัทผู้พัฒนา Claude AI ได้เปิดฟีเจอร์ใหม่ให้เราจัดการงานได้ครบจบในที่เดียวบน Claude ได้แล้วทั้ง: ดูภาพรวมงานใน Portfolio ได้ทันที ให้ Claude ช่วยคิดแล้วสร้างโปรเจกต์ตัวอย่างให้ดูได้เลย สร้าง Tasks ใหม่ส่งตรงเข้า Asana ได้ทันทีผ่านบทสนทนา การเชื่อมต่อนี้มีความหมายมากสำหรับทีมที่ใช้ Claude ในการคิดวิเคราะห์เรื่องงานอยู่แล้ว หมายความว่า.. คุณสามารถเปลี่ยนไอเดียใน Claude ให้เป็นงาน (Task) จริงบน Asana ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะระดมสมองออกแบบแผนแคมเปญการตลาด หรือวางโครงสร้างโปรเจกต์ใหม่ ก็สั่งให้สร้างเป็นเนื้องานที่มีโครงสร้างชัดเจนใน Asana ได้เลยโดยไม่ต้องสลับแอปไปมาให้เสียเวลา ข้อมูลทุกอย่างจะอัปเดตให้แบบเรียลไทม์ พร้อมให้ทีมลุยต่อได้ทันที มาดูวิธีเริ่มต้นการใช้งานกันเลย! (คุณอาจต้องติดต่อผู้ดูแลระบบ หรือ Admin เพื่อขอสิทธิ์การเข้าถึงก่อน) เริ่มจากคลิกเครื่องหมาย “+” คลิกปุ่ม Connector คลิกเลือก “+ Add Connector” ค้นหาคำว่า “Asana” แล้วคลิกเครื่องหมาย “+” เท่านี้ก็เรียบร้อย! ทีนี้คุณก็สามารถพูดคุยกับ Claude ได้ตามปกติเลย แต่ความเจ๋งที่เพิ่มมาคือคุณสามารถสั่งให้ Claude ช่วยจัดการงานใน Asana ให้คุณได้ด้วย ลองดูตัวอย่างคำสั่งด้านล่างนี้ได้เลย การเชื่อมต่อ Asana กับ Claude ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้นอย่างไร? เพราะผลสำรวจชี้ว่า.. ตอนนี้คนทำงานถึง 87% ใช้ AI ช่วยทำงานกันหมดแล้ว! โดยเฉพาะ Claude AI ซึ่งเป็น AI ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ เพราะเหมาะสำหรับสายทำงานโดยเฉพาะ ทั้งงานที่ต้องใช้การระดมความคิด ช่วยออกแบบกลยุทธ์ การวางแผนโปรเจกต์ รวมถึงการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ไอเดียดี ๆ จาก AI มักจะตกค้างอยู่ในแชท...
Continue readingเบื้องหลัง Carnival BKK บริหารงานและโปรเจกต์อย่างไร? ให้ไม่พลาดทุก Deadline ด้วย Asana
เมื่อ Sneaker Store อันดับ 1 ของไทยต้องบริหารงาน หลายสาขา หลายแบรนด์ หลายแคมเปญการตลาด และหลายโปรเจกต์ ไปพร้อม ๆ กัน Asana คือ เครื่องมือที่ Carnival BKK เลือกใช้เพื่อให้ทุกการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด พวกเขาทำได้อย่างไร? เราจะพาทุกท่านไปดูมุมมองจาก คุณภัณฑิรา หมื่นอาษา (Executive Assistant to CEO, Carnival BKK) กับเบื้องหลังที่ช่วยให้ทีมขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มจาก.. เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! ประวัติของ Carnival BKK Carnival BKK ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 จากร้านขายรองเท้า Converse เล็ก ๆ ในย่านสยาม แต่ในวันนี้ Carnival BKK เติบโตจนกลายเป็น Multi-brand Sneaker & Streetwear Hub อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่เป็น Authorized Dealer ของแบรนด์ระดับโลกมากมาย พร้อมด้วยทำเลหน้าร้านที่ไพรม์ของกรุงเทพฯ กว่า 5 สาขาทั้ง Siam Square, CentralWorld, Central Ladprao, Mega Bangna และ Central Pinklao พร้อมช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันที่รองรับผู้ใช้งานนับแสนจึงทำให้ Carnival BKK เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ความท้าทายและ Pain Point ของ Carnival BKK เมื่อธุรกิจมีการขยายตัว ส่งผลให้ความซับซ้อนในการทำงานและปริมาณงานที่มากขึ้นก็ตามมา ทีม Carnival BKK จึงต้องรับมือกับปริมาณงานที่ล้นมือ แถมกระจัดกระจายอยู่ในหลายทีม หลายสาขา และหลาย Platform ไปพร้อมกัน 1. ข้อมูลกระจัดกระจาย เวลาสั่งงาน ดูแผนงาน...
Continue reading