ทำไม AI เพียงอย่างเดียวจึงแก้ปัญหา Scale-Up จากห้องแล็บสู่การผลิตจริงไม่ได้?

INDUSTRIAL AI / การประยุกต์ใช้ AI ในภาคการผลิต ทำไม AI เพียงอย่างเดียวจึงแก้ปัญหา Scale-Up จากห้องแล็บสู่การผลิตจริงไม่ได้? สูตรเดียวกัน วัตถุดิบสัดส่วนเดียวกัน แต่พอขยายกำลังการผลิตกลับได้คุณภาพไม่เหมือนเดิม ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากสูตรเสมอไป แต่อาจเกิดจากสภาวะการผลิตที่เปลี่ยนไปเมื่อใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ขึ้น และนี่คือจุดที่ความรู้ทางวิศวกรรมต้องเข้ามาทำงานร่วมกับ AI สำหรับผู้ผลิตเครื่องสำอาง อาหาร เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านกระบวนการผสม ปัญหาหนึ่งที่พบได้คือ สูตรที่ผ่านการพัฒนาและทดสอบในห้องแล็บแล้ว กลับให้ผลลัพธ์แตกต่างออกไปเมื่อนำไปผลิตในโรงงานจริง ตัวอย่างเช่น ครีมที่มีเนื้อสัมผัสดีและมีความคงตัวในห้องแล็บ อาจเกิดการแยกชั้นเมื่อผลิตในถังขนาดใหญ่ หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุมความหนืดอาจมีค่าเปลี่ยนไปจนไม่ผ่านมาตรฐาน QC ทั้งที่ใช้วัตถุดิบชนิดเดียวกันและรักษาสัดส่วนของสูตรไว้เหมือนเดิม เมื่อเกิดปัญหา ทีม R&D และฝ่ายผลิตอาจต้องทดลองปรับความเร็วรอบเครื่องผสม ระยะเวลา อุณหภูมิ หรือลำดับการเติมวัตถุดิบ บางครั้งต้องทดลองหลาย Batch กว่าจะได้คุณภาพตามต้องการ ซึ่งแต่ละครั้งหมายถึงต้นทุนวัตถุดิบ เวลาใช้เครื่องจักร และกำลังคน ปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า Manufacturing Scale-Up และเป็นเหตุผลว่าทำไมการนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลการผลิต โดยไม่มีความเข้าใจด้านวิศวกรรมประกอบ จึงอาจยังไม่เพียงพอ สูตรเหมือนเดิม แต่กระบวนการผลิตไม่ได้เหมือนเดิม ลองสมมติว่าโรงงานพัฒนาครีมสูตรหนึ่งโดยใช้เครื่องผสมขนาด 5 ลิตร ผลการทดสอบผ่านทุกเกณฑ์ ทั้งความหนืด เนื้อสัมผัส และความคงตัว เมื่อได้รับคำสั่งซื้อ โรงงานต้องขยายการผลิตเป็น 1,000 ลิตร คำถามคือควรกำหนดความเร็วรอบเครื่องผสม ระยะเวลาการผสม และอุณหภูมิอย่างไร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับที่ได้จากห้องแล็บ คำตอบไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่คิด แม้จะเพิ่มปริมาณวัตถุดิบตามสัดส่วนเดิม แต่การเปลี่ยนจากเครื่องผสมขนาดเล็กไปใช้เครื่องผสมขนาดใหญ่ทำให้สภาวะทางกายภาพหลายอย่างเปลี่ยนไปด้วย เช่น Mixing & Flow Behaviour: รูปแบบการไหลและการกระจายตัวของส่วนผสมภายในถัง Shear Rate: อัตราการเฉือนที่ผลิตภัณฑ์ได้รับ ซึ่งอาจส่งผลต่อความหนืดและโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ Heat Transfer: ประสิทธิภาพในการให้ความร้อนและระบายความร้อน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไวต่ออุณหภูมิ Mixing Time: ระยะเวลาที่ต้องใช้เพื่อให้ส่วนผสมกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ Equipment Geometry: ขนาดและรูปทรงถัง ลักษณะใบกวน และตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ ปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน และไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามขนาด Batch ในลักษณะเชิงเส้นเสมอไป ตัวอย่างเช่น...

Continue reading
CSS Jaspal & Sons

Jaspal & Sons กับการวางรากฐานสู่ AI Transformation ด้วย Google Workspace และ Google AI

Jaspal & Sons กับการวางรากฐานสู่ AI Transformation ด้วย Google Workspace และ Google AI บริษัท ยัสปาลแอนด์ซันส์ จำกัด (Jaspal & Sons) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่นอนและเครื่องนอนชั้นนำ ภายใต้แบรนด์ Santas Home, SANTAS, STEVENS, Sealy และ Tempur ดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงมายาวนานกว่า 80 ปี ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 1,800 คน พร้อมเครือข่ายจุดจำหน่ายมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ และส่งออกสินค้าไปยังมากกว่า 16 ประเทศทั่วโลก โดยมีพื้นที่ดำเนินงานรวมกว่า 42,000 ตารางเมตร ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงระบบคลังสินค้าครบวงจร ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค https://youtu.be/6pA4MThTlCo เหตุผลที่ Jaspal & Sons เลือกใช้ Google Workspace การเลือกเครื่องมือในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับ Jaspal & Sons เพราะไม่ได้มองเพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้งานในองค์กรเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่จะช่วยรองรับการทำงานและการเติบโตขององค์กรในระยะยาว ดังนี้ 1. สนับสนุนการวางรากฐานองค์กรสู่ AI Transformation ตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปัจจุบัน Jaspal & Sons มองเห็นศักยภาพของ AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จึงเริ่มวางแนวทางด้าน AI Transformation พร้อมมองหาเครื่องมือที่จะเข้ามาสนับสนุนวิสัยทัศน์ดังกล่าว นำไปสู่การเลือกใช้ Google Workspace และ Google AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในทุกแผนก พร้อมเตรียมความพร้อมและวางรากฐานสำหรับการทำงานในยุค Agentic AI 2. ต้องมั่นใจว่าข้อมูลขององค์กรปลอดภัย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการนำ AI มาใช้โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูล Jaspal & Sons ต้องการแยกการใช้งาน...

Continue reading
AI-Powered Business Transformation: Real-World Use Cases Across Industries

จากปัญหาธุรกิจสู่โซลูชัน AI: ตัวอย่างใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด (DEMETER ICT) มีโอกาสต้อนรับนักศึกษาจาก AITSPIN (The AIT School of Professional Intelligence) ของ Asian Institute of Technology (AIT) หลักสูตรปริญญาโทใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารและคนทำงาน มาเยี่ยมชมบริษัทและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ หัวข้อที่ผมแบ่งปันคือ “AI-Powered Business Transformation: Real-World Use Cases Across Industries” แต่แทนที่จะใช้เวลาพูดว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ผมเลือกนำกรณีจากการทำงานกับลูกค้าจริงในหลายอุตสาหกรรมมาเล่า โดยไม่เปิดเผยชื่อองค์กร เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจมีปัญหาอะไร เรานำ AI เข้าไปช่วยตรงไหน และวิธีการทำงานเปลี่ยนไปอย่างไร เริ่มต้นจากปัญหาธุรกิจ ไม่ใช่ AI สิ่งแรกที่ผมย้ำกับผู้เรียนคือ อย่าเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “เราจะเอา AI ไปใช้ตรงไหนดี?” แต่ให้เริ่มจาก “ธุรกิจของเรามีปัญหาอะไรที่ควรแก้?” เพราะจากประสบการณ์ของเรา ลูกค้าแทบไม่เคยมาหาแล้วบอกว่า “อยากทำ AI Transformation” สิ่งที่เราได้ยินจริง ๆ มักเป็นปัญหาที่จับต้องได้มากกว่า เช่น ลูกค้าทักมานอกเวลาทำการแล้วไม่มีคนตอบ พนักงานใช้เวลานานในการค้นหาข้อมูล ข้อมูลสินค้า ราคา และสต็อกอยู่กันคนละระบบ มีข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร มีลูกค้าเป้าหมายจำนวนมาก แต่ปิดการขายได้น้อย ฝ่ายบุคคลต้องตอบคำถามเดิม ๆ จากพนักงานซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ “ปัญหา AI” แต่มันคือ ปัญหาทางธุรกิจที่ AI อาจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ ตัวอย่างการใช้ AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม ✦ ธุรกิจค้าปลีก: จาก AI ตอบคำถาม สู่ผู้ช่วยงานขาย เมื่อลูกค้าถามผ่านช่องทางแชตว่า “สินค้ารุ่นไหนเหมาะกับร้านของผม” “รุ่นนี้ราคาเท่าไร” หรือ “มีของหรือเปล่า”...

Continue reading
Change Management AIT

AI Change Management: AI ไม่ได้มาแทนอาจารย์ แล้วทำอย่างไรให้ใช้ได้จริงในห้องเรียน?

ปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยหลายๆแห่งต่างมีเครื่องมือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคนี้ แต่คำถามคือ “ถ้ามีเครื่องมือพร้อม แต่คนใช้ยังไม่รู้ว่าจะนำมาใช้กับการสอนจริงๆ ได้อย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น?” เพราะหากเป็นเช่นนั้น AI ก็จะเป็นเพียงเครื่องมือที่มีอยู่ แต่ไม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนอย่างแท้จริง… นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเปลี่ยนผ่านด้านการศึกษาไม่ได้จบลงในวันที่ติดตั้งเทคโนโลยีเสร็จ AI Change Management by Demeter ICT ทำอย่างไรให้ AI เข้าไปอยู่ในห้องเรียนจริง? Demeter ICT ได้รับโอกาสจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ AIT  ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในด้าน AI Change Management ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “AIT Speedboat Project” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้อาจารย์สามารถนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้จริง เราจึงออกแบบการอบรม AI Change Management สำหรับอาจารย์ของ AIT เป็นเวลา 2 วัน โดยไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “AI มีฟีเจอร์อะไรให้เราใช้บ้าง?” แต่เริ่มจากคำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า “เราจะนำเทคโนโลยีมาช่วยให้อาจารย์สอนได้ดีขึ้น โดยยังคงคุณภาพทางวิชาการไว้ได้อย่างไร?”  เพราะการเปลี่ยนผ่านด้านการศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่วันที่มหาวิทยาลัยมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา แต่เกิดขึ้นเมื่อ อาจารย์สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้เพื่อช่วยให้การสอนดีขึ้นได้จริง วันที่ 1: เปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสอน ในวันแรกเราไม่ได้เริ่มจากการไล่สอนว่าเครื่องมือแต่ละตัวทำอะไรได้บ้าง แต่เริ่มจาก “กระบวนการสอนจริงของอาจารย์” โดยเชื่อมโยง Google Calendar, Cisco Room, Google Meet, Google Drive และ Google Classroom ให้ทำงานต่อเนื่องกัน ตอบโจทย์รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานที่มีทั้งนักศึกษาออนไลน์และออนไซต์ ให้สามารถเข้าถึงเนื้อหาและมีส่วนร่วมกับชั้นเรียนได้ใกล้เคียงกันมากที่สุดตั้งแต่เริ่มเรียนไปจนถึงการจัดเก็บและเผยแพร่บทเรียนหลังจบคลาส เมื่อกระบวนการพื้นฐานเริ่มเป็นระบบแล้ว เราจึงค่อยนำ AI เข้ามาช่วยอีกขั้น เช่น Gemini สามารถช่วยอาจารย์นำโจทย์หรือไอเดียที่มีอยู่ มาต่อยอดเป็นโครงร่างบทเรียน คำถาม หรือกิจกรรมการเรียนรู้ได้   Gemini Notebook (NotebookLM) ช่วยให้อาจารย์ทำงานกับเอกสารและแหล่งข้อมูลที่เลือกไว้ได้ง่ายขึ้น ทั้งการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และสรุปข้อมูลเพื่อนำไปใช้เตรียมการสอน ที่สำคัญคือคำตอบจะอ้างอิงจากข้อมูลที่ป้อนเข้าไปเป็นหลัก...

Continue reading

ยกระดับการศึกษาไร้พรมแดน: Demeter ICT ร่วม AIT เปิดโมเดลการเรียนรู้แห่งอนาคต ผ่านรูปแบบ HyFlex

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการศึกษา และยกระดับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมใหม่ของ AIT ภายใต้ชื่อ “AIT Speedboat Project” ซึ่งเป็นโมเดลการศึกษายุคใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั่วโลกสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านรูปแบบ Hybrid-Flexible (HyFlex) ที่ผสานการเรียนสดและการเรียนย้อนหลังเข้าด้วยกัน ภายใต้โครงการดังกล่าว มีการนำแพลตฟอร์ม Google Workspace for Education มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการเรียนการสอน ทั้งในด้านการบริหารชั้นเรียน การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการประยุกต์ใช้ Gemini AI เพื่อเสริมศักยภาพการเรียนรู้ของนักศึกษาและการสอนของอาจารย์ นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมต่อระบบเข้ากับ Video Conference ของ AIT เพื่อรองรับการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ได้อย่างครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาการศึกษาระดับนานาชาติ โดยผสานเทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทันสมัย เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคโลกไร้พรมแดน Demeter ICT ในฐานะพันธมิตรระดับ Google Premier Partner เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ด้วยทีมงานมากประสบการณ์ที่พร้อมพาองค์กรของคุณก้าวสู่การ Transformatoin อย่างเต็มรูปแบบ โดยการต่อยอดศักยภาพของแพลตฟอร์ม Google Workspace ให้ทำงานร่วมกับเครื่องมือในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้าง Workflow ที่ลื่นไหล ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในทุกมิติ อีกทั้งเรายังให้ความสำคัญกับ “คน” ในองค์กร ด้วยการเตรียมความพร้อมและเสริมทักษะให้บุคลากรสามารถใช้งานเครื่องมือได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงและยั่งยืน เรียบเรียงใหม่โดย...

UX / UI คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร?

UX = ประสบการณ์ของผู้ใช้ UI = ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ องค์ประกอบทั้งสองนี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งแม้จะมีความคล้ายคลึงกันและมีความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ แต่บทบาทของ UX / UI นั้นมีความแตกต่างกันและมีเส้นกั้นของความเป็นเหตุเป็นผลกันอยู่ ทำให้หลายคนสงสัยและเกิดความเข้าใจผิดกันอยู่ว่า UX / UI แท้จริงแล้วคืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นในบทความนี้ Demeter ICT จะขอแนะนำให้ท่านรู้จักกับ UX / UI มากยิ่งขึ้น UX คืออะไร? UX หรือ User Experience คือ ประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้านความรู้สึกที่ตอบสนองต่อการใช้งานผลิตภัณฑ์ หรือระบบต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย ความสนุกสนาน จนเกิดเป็นความพึงพอใจสูงสุดหรือเกิดประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งานนั่นเอง ฉะนั้นในอีกแง่นึง User experience หรือ UX มีการพัฒนามาจากผลของการปรับปรุง UI เมื่อมีบางอย่างให้ผู้ใช้ได้โต้ตอบกับประสบการณ์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นแง่บวก ลบ หรือเป็นกลาง สามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้ใช้รู้สึกเกี่ยวกับการโต้ตอบเหล่านั้น UX จึงเป็นจุดที่ต้องพยายามศึกษาและทำความเข้าใจว่าผู้ใช้งานต้องการอะไร แบบไหน พอใจไหม กลุ่มเป้าหมายมีใครบ้าง มีอะไรน่าสนใจบ้าง อย่างละเอียด เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากที่สุด ฉะนั้นอาจเปรียบได้ว่า UX คือ “ศาสตร์แห่งความพยายามเข้าใจผู้อื่นเพื่อประโยชน์อันสูงสุด” UI คืออะไร? UI หรือ User Interface คือ ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน หรือ ส่วนที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน กล่าวคือ ส่วนที่ให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ได้ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของหน้าตา การออกแบบ และการดีไซน์ ยกตัวอย่างเช่น หน้าจอ แพลตฟอร์ม เมนู ฟอร์มต่าง ๆ การวางภาพ ขนาดตัวอักษร ปุ่ม แป้นพิมพ์ เสียง หรือแม้แต่แสงไฟ เป็นต้น สิ่งสำคัญสำหรับ UI ก็คือดีไซน์ที่ดูสะอาด สวยงาม ดึงดูดใจ...

Continue reading
Marketing Trends 2025

อัปเดต 10 Marketing Trends สำหรับปี 2025 มีอะไรบ้าง?

นับตั้งแต่ยุคโฆษณาในหนังสือพิมพ์มาจนถึงปัจจุบันที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทรนด์การตลาดมีการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค นั่นหมายความว่านักการตลาดไม่สามารถเลือกใช้วิธีการเดิม ๆ ที่เคยได้ผลในอดีตมาใช้ตลอดเวลาได้ ฉะนั้นการมองหาแนวโน้มหรือเทรนด์ใหม่ ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ธุรกิจรักษาความได้เปรียบและวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ในปี 2025 นี้ เราได้ทำการสรุป 10 เทรนด์การตลาดสำคัญ โดยมีทั้งที่ยังเป็นเทรนด์ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วและเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ ที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในปี 2025 นี้ จะมีอะไรบ้าง? เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. AI in Marketing เทรนด์การตลาดกับ AI ยังไปต่อด้วยกันยาว ๆ ด้วยการเปิดตัวเครื่องมือ AI ของแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย เช่น ChatGPT, Gemini, Asana AI, BrazeAI™ หรือ Zendesk AI แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลงอนาคตของการตลาดอย่างชัดเจน ในปี 2025 นี้ นักการตลาดจะยังคงปรับตัวกับการใช้เทคโนโลยี AI ในกระบวนการทำงานหลายส่วน ๆ และเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจของคุณ มาดูกันว่านักการตลาดสามารถทำงานร่วมกับ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านไหนกันได้บ้าง? วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและคาดการณ์แนวโน้ม (Data Analysis) จากผลวิจัยของ The Work Innovation Lab พบว่า 30% ของพนักงานใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลอยู่แล้ว และจำนวนกว่าสองเท่า (62%) ต้องการใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลของผู้บริโภคและลูกค้า เพราะพวกเขาเชื่อว่าข้อมูลที่ได้จาก AI และ Machine Learning สามารถช่วยให้นักการตลาดเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณาที่ชาญฉลาดและตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่เสียเงินไปกับกลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าของเรา วางแผนได้ดีขึ้น ด้วยการการคาดการณ์แนวโน้มที่แม่นยำ เข้าใจพฤติกรรมของผู้ซื้อได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มอัตราการรักษาลูกค้าและความภักดี โดยการส่งคอนเทนต์ที่เฉพาะตัวกับแต่ละคน (Personalization) ภาพจาก Report: The State of AI at Work...

Continue reading

สรุปสาระสำคัญจากงาน “Winning with Brand.com & Marketplaces”

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา DEMETER ICT ร่วมกับ Shopify จัดงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ Winning with Brand.com & Marketplaces หรือแปลเป็นไทยคือ พิชิตธุรกิจด้วยเว็บไซต์และมาร์เก็ตเพลซ ซึ่ง Shopify เป็นผู้ให้บริการเครื่องมือสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งให้บริการร้านอีคอมเมิร์ซมากกว่า 4.6 ล้านเว็บไซต์ ใน 175 ประเทศ รวมไปถึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง CHANEL, Nike, Nestle ก็ให้ความไว้วางใจในการใช้ Shopify ในการสร้างระบบอีคอมเมิร์ซ ในการสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้มีวิทยากรสองท่านคือ ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ Founder & CEO ของบริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด และคุณ Soojin Jeong ตำแหน่ง Senior Partnership Manager จาก Shopify มาร่วมให้ข้อมูลในครั้งนี้ เจาะลึกพฤติกรรมผู้ซื้อสินค้าออนไลน์กับ ดร.วรัญญู ดร. วรัญญู ได้กล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยในปัจจุบันจะมีการแบ่งช่องทางการขายเป็น 2 แบบคือ 1. ขายในช่องทางของตนเอง เช่น หน้าร้านตนเองและเว็บไซต์ 2. ขายผ่านช่องทางของคนอื่นหรือพาร์ทเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Marketplaces อย่าง Shopee หรือ Lazada และช่องทางร้านสะดวกซื้อหรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งหากกล่าวถึงเฉพาะช่องทางออนไลน์จะพบว่าจากสถิติของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ในปี พ.ศ. 2566 พบว่าช่องทางที่มีมูลค่าการขายสินค้าของผู้ประกอบการไทยมากเป็น อันดับ 1 คือ ช่องทาง Marketplaces (24.58%) อันดับ 2 คือ เว็บไซต์ของตนเอง (23.60%) อันดับ 3 คือ Social Commerce (22.5%) แต่หากเจาะลึกเฉพาะช่องทาง Marketplaces...

Continue reading

Zendesk คัดเลือก DEMETER ICT เป็น Advanced AI Enablement Partner ของ APAC

Zendesk ผู้นำด้าน Customer Service Solution ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 170,000 องค์กร ได้คัดเลือกให้บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด (DEMETER ICT) เป็น Advanced AI Enablement Partner ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  Advanced AI ของ Zendesk นั้น นับเป็นฟังก์ชันใหม่ที่ให้บริการเสริมจาก Zendesk Suite Professional และ Zendesk Suite Enterprise โดย Advanced AI จะใช้ฟังก์ชันของ OpenAT ที่สามารถวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา สามารถสรุปเนื้อหาโดยย่อให้กับพนักงานผู้ให้บริการ และแนะนำการตอบคำถาม  รวมไปถึงการสร้างแชทบอทด้วยเครื่องมือของ Generative AI ทำให้การตอบคำถามด้วย AI BOT เป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น การให้คำแนะนำจากบทความที่เกี่ยวข้อง การรับมือในการพูดคุยกับลูกค้าในแต่ละรูปแบบ การส่งต่อปัญหาแบบอัตโนมัติให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการขององค์กรอย่างมีนัยยะสำคัญ DEMETER ในฐานะ Advanced AI Enablement Partner DEMETER เป็นพาร์ทเนอร์ผู้มีประสบการณ์ในการให้บริการ Zendesk มาอย่างยาวนาน เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็น High Growth Partner of The Year ในปี 2022 และได้รับการรับรองว่าเป็นทั้ง Premier Partner และ Premier Implementation Partner หรือในความหมายก็คือ พาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญในการวางระบบระดับสูงสุดจาก Zendesk  ในฐานะที่เป็น Advanced AI Enablement Partner จากนี้ไป DEMETER จะเป็นพาร์ทเนอร์ที่มีความชำนาญในเชิงลึกในการวางระบบ Advanced AI ของ Zendesk ให้กับองค์กรที่ต้องการนำความสามารถของ AI มาช่วยในการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพิ่มรายได้ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน...

Continue reading