how-ai-is-helping-me-have-better-meetings

ประชุมให้ได้งาน ไม่ใช่เสียเวลา! เทคนิคใช้ AI ที่คนทำงาน Google พิสูจน์แล้วเวิร์ค

เคยรู้สึกไหมว่า การประชุมบางครั้งแทบไม่ได้ใช้เวลาไปกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือหาทางออกร่วมกัน แต่กลับหมดเวลาไปกับการจดโน้ต จับประเด็น หรือคอยทบทวนว่าเมื่อสักครู่สรุปอะไรกันไปบ้าง พอประชุมจบก็ยังมีคำถามว่า “แล้วสุดท้ายตกลงว่ายังไงนะ?”… สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะระหว่างการประชุม เราต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งฟัง คิด วิเคราะห์ และจดบันทึกไปในเวลาเดียวกัน เมื่อสมาธิถูกแบ่งออกไปก็มีโอกาสพลาดประเด็นสำคัญ หรือไม่มีเวลาคิดต่อยอดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์คือการประชุมยืดเยื้อกว่าที่ควร และบางครั้งก็ต้องกลับมายืนยันข้อมูลกันอีกครั้งหลังประชุม บทความนี้ ผู้เขียนจะแบ่งปันแนวคิดและเทคนิคการจัดการการประชุม ของ Laura Mae Martin – Executive Productivity Advisor จาก Google ว่าเขานำ Gemini ใน Google Meet เข้ามาช่วยบริหารการประชุมอย่างไรให้เกิดคุณค่าสูงสุด 1. เตรียมการประชุมให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเริ่ม ก่อนหน้านี้แค่จะนัดประชุมก็เสียเวลาไปกับการหาวันที่ทุกคนว่าง ส่งอีเมลหลายรอบ กว่าจะตกลงเวลาได้ก็ผ่านไปครึ่งวัน ซึ่งตรงนี้ Gemini สามารถเข้ามาช่วยลดขั้นตอนเหล่านี้ได้ ใช้ฟีเจอร์ Help me schedule ใน Gmail เพื่อส่งตัวเลือกเวลาประชุมให้ผู้เข้าร่วม โดยระบบจะช่วยค้นหาช่วงเวลาที่ทุกคนสะดวกโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้นัดหมายไม่ต้องเสียเวลานั่งเช็กปฏิทินเอง | อ่านบทความ: Help me schedule จัดการตารางง่ายๆในคลิกเดียว                              ใช้ Gemini ช่วยสรุปบันทึกการประชุมครั้งก่อน และใช้ค้นหา Action Items/ Plans  ที่ยังดำเนินการไม่เสร็จ เพื่อรวบรวมประเด็นที่ควรหยิบมาพูดคุยต่อ | อ่านบทความ: How to: วิธีเปลี่ยนสรุปประชุมเป็น Action plan ใน 1 นาที        ใช้ Gem (เลือก Brainstromer) ใน Gemini...

Continue reading
Analyze data with Gemini in Sheets

Prompt ลับ Google Sheets X Gemini: วิเคราะห์ข้อมูลยอดขายแบบมืออาชีพ โดยไม่ต้องจำสูตร

สำหรับผู้บริหารหรือทีมบริหารงานขาย (Sales Operations) ปัญหาคลาสสิกที่มักพบเจอในทุกสิ้นเดือนหรือสิ้นไตรมาส คือการต้องจัดการกับข้อมูลยอดขายจำนวนมหาศาลใน Google Sheets โดยส่วนใหญ่มักใช้สูตร VLOOKUP, SUMIFS หรือ Pivot Table เป็นต้น ซึ่งหากสูตรผิดแค่ตัวเดียว อาจทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ดังนั้นการใช้ Gemini จึงสามารถเพิ่มความถูกต้องในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากได้ในเวลาที่รวดเร็ว โดย Gemini สามารถคิดสูตรและวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยตรงในหน้า Google Sheets เลย  บทความนี้จะพาคุณไปดู 5 Prompt สำหรับการสั่งงาน Gemini ใน Google Sheets ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงขั้นสูง ตัวอย่าง Gemini Prompt สั่งงานใน Google Sheets 1. สั่งให้เขียนสูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์ “ช่วยเขียนสูตร Google Sheets เพื่อ*คำนวณ*หาเปอร์เซ็นต์การเติบโตของยอดขาย โดยเปรียบเทียบระหว่างคอลัมน์ B (ยอดขายเดือนที่แล้ว) และคอลัมน์ C (ยอดขายเดือนนี้) ให้หน่อย” 2. ให้ช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูล “ช่วยสร้างสูตร IF หรือเขียนฟังก์ชันแยกประเภทลูกค้าในคอลัมน์ D โดยถ้ามียอดซื้อเกิน 50,000 บาท ให้ใส่สถานะเป็น VIP แต่ถ้าต่ำกว่านั้นให้ใส่สถานะเป็น Regular” 3. สรุป Insights เพื่อนำไปทำสไลด์พรีเซนต์ “ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายในตารางนี้ แล้วสรุปเป็น 3 หัวข้อหลักว่า สินค้าไหนขายดีที่สุด ในช่วงเวลาใด และมีแนวโน้มอย่างไรในไตรมาสหน้า” 4. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและแนวโน้มธุรกิจ “ช่วยสรุปข้อมูลยอดขายในแผ่นงานนี้ โดยระบุไตรมาสที่มีการเติบโตสูงสุด สินค้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก (Key Driver) และวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงในเดือนที่ยอดขายชะลอตัวลง” 5. การจัดกลุ่มลูกค้าตาม Tier “เขียนสูตรสร้างเงื่อนไขในคอลัมน์ใหม่ โดยวิเคราะห์จากคอลัมน์ E (ยอดซื้อสะสม): ถ้ายอดซื้อมากกว่า 500,000 บาท ให้ระบุเป็น ‘Tier 1 (Key...

Continue reading
NotebookLM VS Gemini difference

สรุป: NotebookLM กับ Gemini แตกต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี?

หากคุณกำลังสงสัยว่า NotebookLM และ Gemini แตกต่างกันอย่างไร? ควรใช้อันไหน? บทความนี้มีคำตอบ! ก่อนอื่นเราต้องบอกว่าทั้งสองตัวนี้หากมองเผินๆ ก็อาจมีความคล้ายกันอยู่บ้าง แต่จริงๆ แล้วความสามารถของทั้งสองนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหากคุณมีการใช้งาน Google Workspace คุณก็จะได้รับทั้ง NotebookLM (Pro) และ Gemini (Pro) ไปใช้งานได้ฟรี ไปทำความรู้จักความสามารถและความแตกต่างของทั้งสองตัวนี้กันเลย NotebookLM แตกต่างจาก Gemini อย่างไร? NotebookLM คือ AI ที่โดดเด่นเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล (เช่น ช่วยงานวิจัย ทำสรุปและคู่มือ) โดยที่คุณสามารถกำหนดขอบเขตในการค้นหาได้เอง เช่น การอัปโหลดไฟล์อ้างอิง การเจาะจงค้นหาแค่ในบางเว็บไซต์ เป็นต้น เปรียบเสมือนผู้ช่วยที่คิดในกรอบ แตกต่างจาก Gemini ที่จะคิดและค้นหาคำตอบโดยใช้ฐานข้อมูลสาธารณะของ Google และสามารถทำได้หลากหลายอย่าง เหมือนผู้ช่วยที่คิดนอกกรอบได้ เน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ เช่น การปรับแต่งข้อความ การสร้างรูปภาพ สร้างวิดีโอ และหาไอเดีย หากจะเปรียบเทียบแบบเห็นภาพได้ชัด เราได้แบ่งความสามารถของ Notebooklm และ Gemini ไว้ดังนี้ สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายและราคาของ NotebookLM & Gemini หากคุณสนใจใช้งานแบบธุรกิจแค่ตัวใดตัวหนึ่ง คุณจะไม่สามารถทำได้ เพราะ Google นั้นได้จัดแพ็กเกจที่รวม AI (ทั้ง NotebookLM, Gemini, Vids และตัวอื่นๆ) และแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมและคุ้มค่า โดยผู้ใช้ส่วนบุคคลสามารถดูแพ็กเกจได้ที่ Google One และผู้ใช้ธุรกิจสามารถดูแพ็กเกจได้ที่นี่ คำถามต่อมาคือ หากคุณมีบัญชีธุรกิจอยู่แล้วและไม่ต้องการอัปเกรดแพ็กเกจ สามารถซื้อ Google One แยกส่วนตัวได้หรือไม่?– คำตอบคือ ได้ แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก เพราะหากเปรียบเทียบแพ็กเกจที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน  Google One Pro (บุคคล) ราคา 750 บาท/เดือน Google Workspace Standard (ธุรกิจ) ราคา 330 บาท/เดือน...

Continue reading
Help me schedule

ฟีเจอร์ใหม่! Help me schedule จัดการตารางเวลาได้ง่ายๆ ในคลิกเดียว

ในโลกการทำงานที่รวดเร็ว การหาเวลาว่างที่ตรงกันสำหรับทีมขนาดใหญ่หรือลูกค้าคนสำคัญถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ใช้เวลามากที่สุด ดังนั้นเพื่อยกระดับความคล่องตัว เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ Help me schedule ฟีเจอร์ที่จะช่วยจัดการตารางเวลาของคุณได้ในคลิกเดียว Help me schedule คืออะไร? Help me schedule คือ ฟีเจอร์ช่วยนัดหมายผ่าน Gmail โดยมี Gemini ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการค้นหาตารางเวลาของทุกคนแล้วสรุปออกมาเป็นข้อมูลเวลาที่ว่างตรงกัน ซึ่งคุณสามารถแนบตารางนี้ลงในอีเมลได้เลย ไม่จำเป็นต้องเปิดหลายหน้าต่าง หลายแอป และไม่ต้องรอนานอีกต่อไป How to: วิธีการใช้ Help me schedule เปิด Gmail เลือก Compose (เขียนอีเมล) ไปที่แท็บเมนูด้านล่าง คลิก Help me schedule 3. จากนั้น Gemini จะทำการวิเคราะห์ตารางเวลา (Google Calendar) ของผู้ส่ง ผู้รับ และผู้ที่อยู่ใน CC เพื่อค้นหาเวลาว่างตรงกัน แล้วแนบลงใน Gmail 4. Gemini จะทำการเสนอเวลาโดยแบ่งเป็น 2 วันและ 2 เวลา ดังรูป 5. หากคุณต้องการแก้ไข ให้กดปุ่มรูปดินสอที่มุมบนขวา จากนั้นเลือกเวลาที่ต้องการเสนอใหม่  6. เมื่อผู้รับได้รับอีเมลและคลิกเลือกเวลาแล้ว Google Calendar จะทำการส่ง Event Confirmed เพื่อจองเวลานัดหมายไปยังผู้เกี่ยวข้องทันที โดยที่คุณไม่ต้องส่งอีเมลนัดหมายเองภายหลัง ตัวอย่างอีเมลคอนเฟิร์มที่ได้รับ โดยสรุปแล้วฟีเจอร์ Help me schedule คือตัวช่วยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนการนัดหมายให้เป็นเรื่องง่ายและเป็นระบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานภายในทีมหรือกับลูกค้า ฟีเจอร์นี้ก็พร้อมตอบโจทย์ด้วยความสะดวกที่เหนือกว่าเดิม ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและจัดการตารางงานให้ลงตัวได้เพียงแค่คลิกเดียว นอกจาก Google Calendar แล้วยังมีแอปพลิเคชันและฟีเจอร์เพื่อการทำงานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Help me write ใน Docs และ Gmail, Help me design...

Continue reading
What's new in Gemini 3.5 model

Gemini 3.5 มาแล้ว! อัปเกรดรอบนี้เก่งขึ้นแค่ไหน มีอะไรใหม่บ้าง?

ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ของ AI ด้วยการเปิดตัว Gemini Model 3.5 ทั้งในรุ่น Flash และ Thinking ที่จะมาเปลี่ยนนิยามคำว่า “ฉลาดแต่ช้า” หรือ “เร็วแต่ไม่ลึก” ให้กลายเป็นความสามารถที่เหนือชั้นกว่าเดิม มอบประสบการณ์การใช้งานที่ทั้งคุ้มค่าและชาญฉลาดในทุกมิติ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกข้อมูลจากผลทดสอบการใช้งานจริง เพื่อให้เห็นถึงการยกระดับประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดด และเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Gemini 3.5 คือโมเดลที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจมากที่สุดในขณะนี้! Gemini Model 3.5 ดีกว่าเดิมอย่างไร? 1. ฉลาด เร็ว ลึก แน่นอนว่าการอัปเกรดโมเดลใหม่ย่อมมาพร้อมกับความสามารถที่เหนือชั้นกว่าเดิม ซึ่งจากการทดสอบใช้งานจริง Gemini 3.5 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความอัจฉริยะที่รอบด้านมากขึ้นอย่างชัดเจน ภายใต้คอนเซปต์หลักคือ: ฉลาด (Smart): ให้ข้อมูลที่แม่นยำสูง รองรับการอัปเดตแบบ Real-time พร้อมการสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และเป็นธรรมชาติมากขึ้น เร็ว (Fast): Gemini 3.5 สามารถประมวลผลและสร้างสรรค์คำตอบด้วยความเร็วระดับมิลลิวินาที (เร็วกว่าวินาทีหลายเท่า!) ลึก (Deep): ยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลให้ลึกยิ่งขึ้น พร้อมระบบแสดงแหล่งที่มาของข้อมูลโดยอัตโนมัติเพื่อความน่าเชื่อถือในทุกคำตอบ 2. ระบบ Dynamic Thinking ช่วยสลับโมเดลอัตโนมัติให้เหมาะกับงาน ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมที่ต้องคอยสลับโมเดลให้เหมาะสมกับประเภทงานด้วยตนเอง เพราะ Gemini 3.5 มาพร้อมระบบการประมวลผลแบบ ‘Dynamic Thinking’ ที่สามารถปรับเปลี่ยนโมเดลเบื้องหลังให้สอดคล้องกับระดับความซับซ้อนของคำสั่งได้โดยอัตโนมัติ หมายความว่า ระบบจะมีการประเมินความยาก-ง่ายของคำสั่ง แล้วเลือกโมเดล 3.5 Flash หรือ 3.5 Thinking โดยที่คุณไม่ต้องตั้งค่าใดๆ คำแนะนำ: คุณสามารถเปิดใช้งานโมเดล Flash ทิ้งไว้ได้เลย เพื่อรองรับประสบการณ์การทำงานที่คล่องตัวและสะดวกสบายสูงสุดในทุกสถานการณ์ 3. ลด Token เพิ่มโควตาการใช้งาน ด้วยประสิทธิภาพของระบบ ‘Dynamic Thinking’ ทำให้การจัดสรรปริมาณ Token เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากเดิมหากมีการตั้งค่าใช้งานโมเดลที่มีความซับซ้อนสูง (Thinking Model) กับคำถามทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน ระบบจะยังคงดำเนินกระบวนการวิเคราะห์เชิงลึกตามการตั้งค่าเดิม ส่งผลให้เกิดการใช้ Token จำนวนมากโดยไม่จำเป็น ...

Continue reading
GWS Gemini April updates 2026

สรุปอัปเดตฟังก์ชันใหม่ Google Workspace และ Gemini (เมษายน 2026)

ในสถานการณ์การแข่งขันทางเทคโนโลยีที่เข้มข้นอย่างต่อเนื่อง Google Cloud ได้เปิดตัวชุดฟังก์ชันใหม่สำหรับผู้ใช้งาน Google Workspace และ Gemini ระดับองค์กร เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานด้วยการนำโมเดล Lyria 3 เข้ามาเสริมทัพและผสานการทำงานของเครื่องมือต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อ ภายใต้แนวคิด “Everything you need is all in one place”  มาสำรวจกันว่าในเดือนเมษายน ปี 2026 ที่ผ่านมามีอะไรอัปเดตใหม่บ้าง! 1. สร้างวิดีโอด้วยโมเดล Lyria 3 Lyria 3 เป็นโมเดลอัจฉริยะที่สามารถสร้าง Avatar หรือตัวแทนเสมือนจริงได้อย่างสมจริงที่สุด โดยคุณสามารถออกแบบ Avatar ให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ตามต้องการ ซึ่งคุณสามารถใช้งานร่วมกับ Google Vids ได้เลย ตัวอย่างเช่น กำหนดคาแร็กเตอร์เป็นผู้หญิงเอเชียวัยกลางคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ภาพลักษณ์สะอาดตา มัดผมเรียบร้อย และมีฉากหลังเป็นห้องแล็บปฏิบัติงาน เป็นต้น ความสามารถเพิ่มเติม การผสมผสานรูปภาพ: สามารถรวมรูปภาพ 2 รูปเพื่อสร้างเป็นวิดีโอต่อเนื่องกันได้ เช่น การนำรูปบุคคลมาผสมกับรูปกระเป๋าเพื่อสร้างวิดีโอขณะที่คนกำลังเดินถือกระเป๋า เป็นต้น สร้าง Avatar ในรูปแบบการ์ตูน 2D และ 3D ทลายกำแพงด้านภาษา: รองรับภาษาหลักที่หลากหลาย เช่น ภาษาสเปน, โปรตุเกส, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, เกาหลี และญี่ปุ่น (สำหรับภาษาไทยกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา) บันทึกหน้าจออย่างง่ายดายด้วย Google Vids สร้างดนตรีประกอบวิดีโออัตโนมัติ 2. จัดการตารางนัดหมายผ่าน Gmail โดยตรง คุณสามารถส่งคำเชิญนัดหมายได้ทันทีจากหน้า Gmail ด้วยฟีเจอร์ “Help me schedule” โดย Gemini จะแสดงปฏิทิน (Calendar) ของทีมเพื่อตรวจสอบช่วงเวลาที่ทุกคนว่างตรงกัน จากนั้นคุณสามารถเลือกช่วงเวลา (Slot) ที่เหมาะสมและแนบไปพร้อมกับอีเมลได้เลย 3. แปลภาษาแบบเรียลไทม์ รองรับการแปลภาษาในระหว่างการประชุมทันที...

Continue reading
Google AI 2026

Google AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini

คลิกลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม พบกับทางลัดช่วยลดเวลาทำงานให้เร็วขึ้น 10 เท่า ไปกับ Google Workspce & Gemini ฟีเจอร์ล่าสุดของปี 2026 พบกับทางลัดช่วยลดเวลาทำงานให้เร็วขึ้น 10 เท่าไปกับ Google Workspce & Gemini ฟีเจอร์ล่าสุดของปี 2026 ยกมือขึ้น หากคุณเป็นคนที่ใช้ Google Workspace อยู่ทุกวัน แต่ปัญหาคือ… ใช้แค่ส่งเมลและทำงานเอกสาร มี Gemini ให้ใช้แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำไปช่วยงานจริงของทีมได้อย่างไร ใช้ Google Workspace แต่รูปแบบการทำงานของทีมยังเหมือนเดิม ไม่แน่ใจว่าช่วงนี้มีอัปเดตฟีเจอร์อะไรใหม่บ้าง ถ้าคุณมีหนึ่งในปัญหาเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเครื่องมือที่คุณมีอยู่ในมือกำลังถูกใช้งานได้ไม่เต็มศักยภาพ และอาจกำลังทำให้องค์กรเสียโอกาสไปโดยไม่รู้ตัว  Demeter ICT ขอเชิญชวนคุณมาพบกันที่งาน “Google AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini” งานสัมมนาแบบ Exclusive สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ไว้วางใจให้เราดูแลการใช้ Google Workspace ภายในงานเราจะพาคุณมาอัปเดตการใช้งาน Google Workspace & Gemini เจาะลึกฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของปี 2026 พร้อมอัปเดตเทรนด์มาใหม่สุดแรง! กับ AI agent ที่จะมาช่วยจัดการงานที่เป็น Routine หรืองานซ้ำซาก ให้กลายเป็นงานอัตโนมัติโดย AI เพื่อให้พนักงานสามารถหันมาโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้มากขึ้น รับรองว่าคุณจะได้ไอเดียไปพัฒนาต่อยอดการทำงานของทีมให้ทำงานได้เร็วขึ้น และใช้เครื่องมือที่มีได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด งานนี้เข้าร่วมฟรี ! อยากทุ่นแรงทำงานด้วย AI ใช้ Google Workspace อย่างไรให้คุ้ม งานนี้ห้ามพลาด Google AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini...

Continue reading
how to write Gemini for a better result

ใช้ Gemini อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ตรงใจ ง่าย ๆ เพียงเลือกใช้เครื่องมือให้ถูก !

“Gemini สร้างผลลัพธ์ไม่ตรงใจหรือยังตอบคำถามไม่ถูกต้อง” ถ้าปัญหานี้เคยเกิดขึ้นกับคุณ รู้หรือไม่? อาจเป็นเพราะว่าคุณแค่เลือกใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสมกับ Prompt ก็เป็นได้ เพราะเครื่องมือแต่ละตัวใน Gemini จะได้รับการฝึกฝนทักษะและมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน เพื่อให้ผลลัพธ์จาก Gemini ดียิ่งขึ้น Demeter ICT แนะนำ ดังนี้ เลือกโมเดล (Models) ให้เหมาะกับงาน เลือกเครื่องมือ (Tools) ให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการ หมายเหตุ: คุณไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องมือในทุก Prompt เสมอไป หากเป็น Prompt หรือคำถามทั่วไป การเลือกใช้โมเดลก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่หากคุณต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้น เราแนะนำให้เลือกใช้เครื่องมือด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ใช้ Gemini โมเดลไหนดี Flash และ Pro แตกต่างกันอย่างไร ? ปัจจุบัน Gemini มีอยู่ 2 โมเดล คือ Flash และ Pro ซึ่งวิธีสังเกตว่าคุณกำลังใช้โมเดลไหนอยู่ ให้คุณเปิดเข้า https://gemini.google.com/app แล้วไปที่โมเดลด้านบนซ้าย ดังภาพนี้ ✨Flash โมเดลที่เน้นด้านการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลแบบรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ใช้งาน AI ในชีวิตประจำวันทั่วไป เพื่อการค้นคว้าข้อมูล ตอบคำถามที่ไม่ซับซ้อน และต้องการคำตอบอย่างรวดเร็ว ✨Pro โมเดลที่เน้นการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น การเขียนโค้ด การคำนวณ และการวิเคราะห์ที่ซับซ้อน ซึ่งโมเดลนี้จะใช้เวลาในการสร้างสรรค์คำตอบนานกว่าเล็กน้อย แต่จะมีความแม่นยำกว่าโมเดล Flash เปรียบเทียบการใช้โมเดล Flash และ Pro Flash Pro เครื่องมือต่าง ๆ ใน Gemini Deep Research – ฟีเจอร์สำหรับการค้นคว้าแบบเจาะลึก หากคุณต้องการเจาะลึกข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตโดยที่ไม่ต้องค้นหาด้วยตัวเอง ฟีเจอร์นี้สามารถช่วยคุณค้นหาได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาประมาน 5 – 10 นาทีเท่านั้น โดยหลังจากที่คุณพิมพ์ Prompt ลงไป Deep Research จะทำการคิดหัวข้อการค้นหาออกมาเป็นข้อ...

Continue reading
How to write a prompt in Gemini

วิธีการเขียนคำสั่ง ‘Prompt’ สำหรับ Gemini ให้ได้ผลลัพธ์ถูกต้อง!

จากที่ Google ได้ประกาศเปิดตัว Gemini Generative AI รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2024 ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ Gemini เป็นอย่างมาก เพราะ Gemini มีจุดเด่นที่เหนือกว่า Generative AI ทั่วไป เช่น  ความง่ายในการใช้งาน: Gemini ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ใช้งานทุกระดับ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิค ความสร้างสรรค์: Gemini ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เขียนเนื้อหา แปลภาษา แต่งเพลง เขียนโค้ด และอื่น ๆ  การยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน: Gemini ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ใช้ Gemini ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด Demeter ICT จึงได้นำบทความจาก Google มาแชร์ให้กับทุกท่านได้ศึกษาวิธีการเขียน Prompt หรือการเขียนคำสั่งใน Gemini อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากที่สุด ไปดูกันเลย!  Prompt ใน Gemini คืออะไร? Prompt คือ คำสั่ง เปรียบเสมือนบทสนทนาที่คุณจะต้องใช้สื่อสารกับ Gemini อาจมีการตั้งคำถามและตอบโต้เหมือนบทสนทนาทั่วไป บอกสิ่งที่คุณต้องการ และแสดงความคิดเห็น เพื่อแชร์ความคิดให้ทั้งสองฝ่ายเห็นภาพตรงกันนั่นเอง ฉะนั้นหากคุณอยากที่จะสื่อสารเพื่อให้ Gemini สามารถทำตามคำสั่งของคุณได้อย่างถูกต้อง คุณจะต้องมีอย่างน้อย 1 ใน 4 ขององค์ประกอบนี้ องค์ประกอบในการเขียน Prompt 1. บุคคล (Persona) คุณคือใคร/คุณต้องการสร้างข้อมูลนี้สำหรับใคร? 2. งาน (Task) คุณต้องการให้ Gemini ทำอะไรให้คุณ? 3. บริบท (Context) ข้อมูลเพิ่มเติมที่จะช่วยให้ Gemini สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้แบบเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น 4. รูปแบบ (Format) คุณต้องการให้ Gemini จัดรูปแบบผลลัพธ์อย่างไร? (เช่น รูปแบบ Bullet point ข้อความสั้น...

Continue reading