Agentic Work Management คืออะไร? เมื่อคนและ AI ต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน

Key Points Agentic Work Management คือ แนวคิดและการบริหารจัดการงานรูปแบบใหม่ที่นำ Agentic AI (AI ที่มีความสามารถในการวางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานซับซ้อนได้เองโดยอัตโนมัติ) มาทำงานร่วมกับมนุษย์ในกระบวนการทำงานขององค์กร (Workflow) ช่วยเปลี่ยนบทบาทของ AI จากเป็นเพียงแค่ “ผู้ช่วยตอบคำถามหรือทำตามคำสั่ง” ไปสู่ “ผู้ร่วมทีมอัจฉริยะ” ที่สามารถขับเคลื่อนโปรเจกต์ ส่งต่องาน ติดตามผล และแก้ปัญหาเบื้องต้นได้เองแบบครบจบในที่เดียว เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! เมื่อ 2-3 ปีก่อน ถ้าหากพูดถึง AI ทุกคนยังคงเห็นเป็นแค่ “ผู้ช่วยในการตอบคำถามหรือแชต” แต่ในวันนี้ภาพ AI ที่ทุกคนเคยคิดมันเปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น AI ส่วนใหญ่ที่เราใช้ทำงานกันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นเพียง “Generative AI แบบตั้งรับ” ที่ต้องรอรับคำสั่ง (Prompt) จากเราเป็นครั้ง ๆ ไป แต่ในปีนี้ โลกของ AI สำหรับการทำงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อีกครั้งกับสิ่งที่เรียกว่า Agentic Work Management ซึ่งจะมาพลิกโฉม Business Transformation และเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมร่วมกับ AI ไปอย่างสิ้นเชิง โดยบทความนี้ Demeter ICT จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแนวคิดนี้กันครับ! Agentic Work Management (AWM) คืออะไร? Agentic Work Management คือ แนวทางบริหารจัดการงานที่ออกแบบมาให้ “คน” และ “AI Agent” ทำงานร่วมกันบนแผนงานเดียวกัน มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน และเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้ แทนที่จะแยกกันทำงานคนละระบบ พูดง่าย ๆ คือ เครื่องมือ Work Management แบบเดิมมีหน้าที่บอกว่า คนไหนทำงานอะไร? จะเสร็จเมื่อไหร่? ส่วน Agentic Work Management จะเป็นการรวม “AI Agent”...

Continue reading
Stop-wasting-time-tracking-work

องค์กรอาจไม่ได้ขาดคน แต่กำลังเสียเวลาไปกับการ “ติดตามงาน”

Key Points องค์กรจำนวนมากเข้าใจผิดว่าโครงการล่าช้าเพราะ “คนไม่พอ” ทั้งที่ปัญหาจริงคือทีมและผู้จัดการเสียเวลาไปกับการติดตามงานผ่าน Google Sheets ไลน์ และการประชุมที่ไม่จำเป็น เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่มีศูนย์กลางของข้อมูล (Single Source of Truth) ทำให้สถานะงานไม่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ผู้บริหารมักรู้ปัญหาก็ต่อเมื่อสายเกินไป ต้นทุนแฝงเหล่านี้สะสมเป็นชั่วโมงการประชุม ความผิดพลาด งานที่ซ้ำซ้อน และโอกาสทางธุรกิจที่เสียไป โดยไม่ปรากฏเป็นตัวเลขในใบเสนอราคาให้เรารู้ใด ๆ Asana เข้ามาแก้ปัญหานี้ในฐานะ Work Management Platform ที่รวมงาน ไฟล์ ข้อมูล และการสื่อสารไว้ที่เดียว พร้อมฟีเจอร์อย่าง Dependencies, Workload Management, Real-time Report และ Asana AI แต่การใช้งานให้ได้ผลจริงต้องมาพร้อมการปรับกระบวนการทำงานขององค์กรควบคู่กันไป ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเครื่องมือ DEMETER ICT พร้อมเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ขั้นวิเคราะห์ปัญหาไปจนถึงวางแผนเปลี่ยนผ่านทั้งระบบ เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! ยินดีต้อนรับสู่เช้าวันจันทร์…ผู้จัดการเปิด Google Sheets ขึ้นมาเพื่อเตรียมอัปเดตความคืบหน้าโครงการให้ผู้บริหาร แต่ข้อมูลล่าสุดในตารางหยุดอยู่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ไม่มีใครรู้ว่าระหว่างทางเกิดอะไรขึ้นบ้าง สิ่งที่ตามมาคือส่งข้อความไล่ถามในกลุ่มไลน์ การนัดประชุมด่วนเพื่ออัปเดตสถานะ และอีกหลายชั่วโมงกว่าจะรวบรวมข้อมูลให้พร้อมรายงานให้ผู้บริหารได้ และคำตอบที่มักได้กลับมาจากทีมก็คุ้นเคยกันดี เช่น “กำลังดำเนินการครับ” “รออีกฝ่ายตอบกลับค่ะ” “ใกล้เสร็จแล้วครับ” ทุกคนก็ดูเหมือนกำลังทำงานหนัก แต่ไม่มีใครในองค์กร รวมถึงหัวหน้าทีมเอง เห็นภาพรวมที่ชัดเจนพอจะตอบได้ว่าโครงการกำลังติดขัดตรงไหน หรือจะทันกำหนดส่งจริงหรือไม่ สิ่งที่น่าสนใจ คือ ปัญหานี้มักถูกตีความผิดว่าเป็นเรื่อง “คนไม่พอ” ทั้งที่ปัญหาที่แท้จริง คือทีมและผู้จัดการกำลังเสียเวลาไปกับงานที่ไม่ควรต้องทำเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อตามงาน การไล่รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งที่กระจัดกระจาย หรือการที่ทุกคนมองไม่เห็นภาพรวมของงานที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ เมื่อ Project Lead กลายเป็น “ระบบติดตามงาน” ที่มีต้นทุนสูงเกินไป หลายองค์กรบริหารโครงการด้วยเครื่องมือที่คุ้นเคย คือ Google Sheets ควบคู่กับอีเมล ไลน์ และการประชุม วิธีนี้ใช้งานง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่พอโครงการมีข้อมูลมากขึ้น มีหลายทีมเข้ามาเกี่ยวข้อง งานเริ่มมีลำดับ ความซับซ้อนและต้องพึ่งพากันมากขึ้น ตารางแบบเดิมจะเริ่มไม่ตอบโจทย์ เมื่อระบบไม่รองรับการทำงานที่ซับซ้อน คนที่ต้องเข้ามาอุดช่องว่างนั้นคือหัวหน้าทีม ซึ่งกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการติดตามงานไปโดยปริยาย ต้องคอยถามความคืบหน้าเอง ส่งข้อความเตือนก่อนถึงกำหนดส่ง...

Continue reading

เมื่อ “การมองเห็น” กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจด้วย Executive Intelligence จาก Asana

ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ องค์กรต้องทำงานหนักขึ้น มีโปรเจกต์ การประชุม และข้อมูลที่มากขึ้น เพื่อต่อสู้กับเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ผู้บริหารในองค์กรหลายคนยังคงอยู่กับคำถามเดิมว่า “ตอนนี้องค์กรของเรา กำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่บ้าง?” เพราะแม้ว่าการทำงานจะเดินอยู่ตลอดเวลา แต่ปัญหาสำคัญของหลาย ๆ องค์กร คือ ขาด Real-time Visibility หรือขาดการมองเห็นข้อมูลภาพรวมของงานและโปรเจกต์ที่กำลังเกิดขึ้นในองค์กร หลายครั้งที่ผู้บริหารอย่างเรารับรู้ปัญหาช้าเกินไป กว่าทีมจะมารายงาน ปัญหานั้นก็อาจเกิดขึ้นไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โปรเจกต์ล่าช้า งานไม่เป็นไปตาม Timeline เดิมที่กำหนดไว้ คนในทีม Burnout เพราะงานที่หนักเกินไปแต่ไม่มีใครรู้ เกิดปัญหาคอขวดจนทำให้โปรเจกต์ติดขัด ที่จะส่งผลกระทบต่อหลายฝ่ายตามมา นี่คือเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ต้องเริ่มเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการงานด้วยเครื่องมือ Work Management Platform อย่าง Asana จากเครื่องมือจัดการงาน สู่ระบบ Executive Intelligence สำหรับองค์กร หลายคนที่รู้จัก Asana ในฐานะเครื่องมือจัดการ Task งานและโปรเจกต์ทั่วไป แต่ Asana ยุคใหม่ได้กลายเป็นระบบ Executive Intelligence ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของงานและโปรเจกต์ทั้งหมดแบบ Real-time ได้ ไม่ว่าจะเป็น สถานะโปรเจกต์ (Project Status) ติดตามความคืบหน้าและภาพรวมของโปรเจกต์ได้ทันที ความคืบหน้าของทีม (Team Progress) ประเมินการทำงานของแต่ละทีมได้ในที่เดียว ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น (Risk Detection) เห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนจะเกิดปัญหาจริง ภาระงานของทีม (Workload Management) กระจายงานและทรัพยากรที่มีได้อย่างเหมาะสม เป้าหมายขององค์กร (OKRs & Goals) เชื่อมโยงงานของทีมเข้ากับเป้าหมายของผู้บริหารและองค์กร แทนที่ทีมจะต้องรวบรวมข้อมูลจาก Spreadsheet, Email, LINE, Chat หรือการประชุม ผู้บริหารอย่างเราสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ผ่านระบบ Asana ในที่เดียว (Single Source of Truth) เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ทันที โปรเจกต์จะเดินหน้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ้ายังมองไม่เห็นภาพรวม เมื่อองค์กรเติบโตความซับซ้อนของการทำงานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หนึ่งโปรเจกต์อาจต้องทำงานร่วมกับหลายทีม หลายฝ่าย หลายเครื่องมือ และหลาย...

Continue reading
Asana for Google Workspace

คู่มือเชื่อม Asana เข้ากับ 7 เครื่องมือของ Google Workspace มีอะไรบ้าง?

คุณกำลังเสียเวลาการทำงานไปกับการสลับหน้าจอไปมาระหว่าง Asana และ Google Workspace อยู่หรือเปล่า? ในยุคที่การทำงานต้องอาศัยหลายเครื่องมือ การเชื่อมต่อทุกเครื่องมือและระบบให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ คือ กุญแจสำคัญของการทำงานให้มีประสิทธิภาพ Asana สามารถออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับเครื่องมือสุดฮิตของชาวออฟฟิศอย่าง Google Workspace ที่คุณใช้อยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Calendar, Google Drive, Google Docs และเครื่องมืออื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยเปลี่ยนการทำงานให้รวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะมาแชร์เทคนิคการเชื่อมต่อ 7 เครื่องมือ Google Workspace ที่จะเปลี่ยน Asana ให้กลายเป็นศูนย์กลางการทำงานของทั้งองค์กรจะมีอะไรได้บ้าง? ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. Google Drive Google Drive คืออะไร? Google Drive คือ เครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บ แชร์ และทำงานร่วมกันบนไฟล์และโฟลเดอร์ได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ของคุณก็ตาม ทำไมต้องใช้ Google Drive ร่วมกับ Asana? การเชื่อมต่อ Google Drive กับ Asana ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบไฟล์หลายเวอร์ชัน แต่ถ้าหากความคิดเห็น (Comments) ที่ค้างอยู่ในไฟล์ไม่ได้รับการตอบกลับ อาจทำให้พลาดข้อมูลสำคัญของโปรเจกต์ และต้องเสียเวลาสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน เมื่อใช้งาน Google Drive + Asana คุณจะสามารถ: ค้นหาและแนบไฟล์จาก Google Drive ไปยังงาน (Task) ใน Asana ได้อย่างง่ายดาย รับการแจ้งเตือนเมื่อมีคอมเมนต์ใหม่จาก Google Docs, Sheets หรือ Slides เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นสำคัญ ดูรายละเอียดไฟล์ได้โดยตรงใน Asana เช่น เจ้าของไฟล์ คอมเมนต์ที่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ และกิจกรรมล่าสุดของไฟล์ วิธีเชื่อมต่อ Google Drive...

Continue reading

ถอดรหัส Execution Gap ทำไมกลยุทธ์ที่ดีถึงล้มเหลวตอนลงมือทำจริง และทำไมองค์กรถึงต้องมี Work Operating System?

ในแต่ละปี หลายองค์กรทั่วโลกต่างลงทุนงบประมาณมหาศาลไปกับการทำ Digital Transformation, การนำ AI เข้ามาใช้ภายในองค์กร, การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience), การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ลื่นไหล หรือการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ทว่า..แม้จะมีการลงแรงและลงทุนอย่างจริงจัง แต่ผลสำรวจและสถิติจนถึงปัจจุบันกลับไปในทางเดียวกันว่า “หลายองค์กรไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้” ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ ความล้มเหลวเหล่านั้นเกิดจากอะไร? ซึ่งหากวิเคราะห์อย่างละเอียด ปัญหาส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดขึ้นจาก “ตัวกลยุทธ์” หรือวิสัยทัศน์ที่ขาดความชัดเจน แต่อยู่ที่ขั้นตอนของ “การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติจริง (Strategy Execution)” ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกลยุทธ์กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ หรือที่เรียกว่า “Execution Gap” นั่นเอง ถอดรหัส Execution Gap ช่องว่างที่มองไม่เห็น แต่มีต้นทุนที่ต้องจ่าย ผู้บริหารมักใช้เวลาไปกับการประชุมวางกลยุทธ์ จัดสรรงบประมาณ และกำหนดเป้าหมายทิศทางองค์กร แต่เมื่อแผนงานเหล่านั้นถูกส่งไม้ต่อให้กับคนหน้างานลงมือทำจริง แผนงานที่เคยชัดเจนกลับค่อย ๆ เลือนหายไปทีละนิด เมื่อไม่มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปรเจกต์ต่าง ๆ มักจะเจออุปสรรคและตกม้าตายจาก 3 สิ่งเหล่านี้: 1. ต่างคนต่างทำ (Silo Working) แต่ละแผนกตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานในขอบเขตของตัวเองเหมือนอยู่คนละที่ ขาดการประสานงานและการทำงานร่วมกัน ทั้งที่โปรเจกต์ส่วนใหญ่ของบริษัทต้องทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ทีมถึงจะสำเร็จ 2. ข้อมูลกระจัดกระจาย (Information Fragmentation) ตามงานกันคนละทิศละทาง คนหนึ่งคุยใน LINE, อีกคนส่ง Email, บางทีมเก็บข้อมูลใน Excel, บางทีมสรุปงานใน PowerPoint สุดท้ายต้องเสียเวลาเข้าประชุม เพียงเพื่อจะอัปเดตสถานะงานที่ไม่ชัดเจน 3. ผู้บริหารมองไม่เห็นภาพรวม (Lack of Visibility) เมื่อข้อมูลไม่ได้รวมอยู่ในที่เดียวกัน ผู้บริหารจึงต้องคอยตามจี้และถามคำถามเดิม ๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น ตอนนี้งานเดินหน้าถึงไหนแล้ว? ตอนนี้โปรเจกต์ติดที่ตรงไหน? โปรเจกต์ไหนที่กำลังเสี่ยงจะไม่เป็นไปตามแผน? หรือทีมยังทำงานได้ทันตามแผนอยู่ไหม? ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ ทุกคนทุ่มเททำงานอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ตรงกับเป้าหมายขององค์กรที่ตั้งไว้ เครื่องมือเต็มมือ แต่ทำไมผลลัพธ์ยังไม่ค่อยเป็นไปตามเป้าหมาย? ซึ่งพอหลาย ๆ องค์กรมีปัญหาเหล่านี้ ก็มักเข้าใจผิดว่าการที่ทำงานล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามแผน เป็นเพราะขาดเทคโนโลยี...

Continue reading
Transforming-Work-Management-Platform-into-Executive-Intelligence-with-Asana

พลิกโฉม ‘Work Management Platform’ สู่ ‘Executive Intelligence’ ด้วย Asana

เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น หลายองค์กรพยายามปรับตัวด้วยการเพิ่มทีมงาน เพิ่มโปรเจกต์ และอัดแน่นตารางการประชุมจนแทบไม่มีเวลาหายใจ แต่ผู้บริหารจำนวนมากก็ยังคงต้องเผชิญกับคำถามที่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า “ตอนนี้องค์กรของเรากำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง?” ปัญหาของธุรกิจยุคดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่การขาดข้อมูล แต่คือการขาด “Real-time Visibility” หรือ การมองเห็นภาพรวมของโปรเจกต์และสถานะของงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในองค์กรอย่างแท้จริง กว่าที่รายงานจะสรุปส่งถึงมือผู้บริหาร ความเสี่ยงก็อาจกลายเป็นความเสียหายไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดจากโปรเจกต์ที่ล่าช้า ทีมงานเริ่มเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือปัญหาคอขวดงานกระจุกตัว ที่ไม่มีใครมองเห็น นี่คือเหตุผลที่หลาย ๆ องค์กร เริ่มเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากการใช้เครื่องมือแบบเดิม ๆ มาสู่การใช้ Work Management Platform อย่าง Asana ที่ปรับโฉมจาก “เครื่องมือสั่งงาน” สู่ “ระบบ Executive Intelligence” ระดับโลกที่แท้จริง Asana แพลตฟอร์มที่เป็นมากกว่าแค่เครื่องมือจัดการงานและโปรเจกต์ หลายคนอาจรู้จัก Asana ในฐานะเครื่องมือจัดงาน (Work Management Platform) หรือจัดการโปรเจกต์ (Project Management Platform) แต่สำหรับการทำงานปัจจุบัน ต้องการเครื่องมือที่มีความคล่องตัวสูง Asana จึงได้ยกระดับตัวเองขึ้นเป็น แพลตฟอร์มบริหารงานสำหรับองค์กร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการทำงานร่วมกันของทุกทีมและทุกระดับ (Single Source of Truth) Asana เป็นผู้ช่วยการทำงานในทุกระดับทั้ง: ทีม Operation ที่ช่วยลดงาน Manual หรืองานประจำวันที่ไม่สร้างมูลค่าให้กับบริษัท (Work about work) ทีม Management ที่ช่วยลดกำแพงการทำงานแบบ Silo ให้มองเห็นความคืบหน้าของโปรเจกต์ พร้อมการบริหารทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพทั้งคนและงานให้สมดุลกันมากขึ้น ทีม Organization ที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพของงานและโปรเจกต์ทั้งหมดได้ในที่เดียว ไม่ต้องคอยรวบรวมข้อมูลจาก Spreadsheet, Email, LINE หรือการประชุมหลายรอบ ที่อาจก่อให้เกิดต้นทุนแฝงให้กับองค์กร สามารถเข้าถึงข้อมูลบน Asana และตัดสินใจได้ทันที เมื่อทุกทีมและทุกระดับรับรู้หน้าที่ของตัวเองและเป้าหมายขององค์กรที่ตรงกัน ก็มั่นใจได้ว่าทุกคนจะโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำไมองค์กรไปต่อไม่ได้ ถ้าคุณยังมองไม่เห็นปัญหา? เพราะเมื่อองค์กรเติบโตขึ้น ความซับซ้อนของงานก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โปรเจกต์หนึ่งอาจต้องทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ทีม (Cross-team collaboration)...

Continue reading
Why-Growing-Organization-should-use-Asana

ทำไมองค์กรที่กำลังโตควรใช้ Asana? ระบบจัดการงานที่ช่วยปลดล็อก Execution ให้องค์กร

หลายองค์กรตื่นเช้ามาพร้อมคำถามที่ว่า “ทำไมทุกคนดูยุ่งมาก แต่ทำไมงานถึงไม่เดิน?” ในช่วงแรกที่ทีมยังเล็ก การคุยผ่าน LINE, ประสานงานบน Excel หรือเรียกประชุมด่วนบ่อยๆ อาจจะยัง “เอาอยู่” แม้จะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก แต่เมื่อไหร่ที่องค์กรเริ่ม Scale มีคนมากขึ้น งานซับซ้อนขึ้น และ Stakeholder หลากหลายขึ้น เช่น Marketing ต้องคุยกับทีม Product, ทีม Product ต้องรอทีม Engineering และ Sales ก็รอทุกคนอีกที งานมันไม่ได้อยู่ในทีมเดียวอีกต่อไป แต่มัน “เชื่อมโยงกันไปทั้งองค์กร” ช่วงเวลานี้แหละที่ความพังแบบเงียบ ๆ จะเริ่มเกิดขึ้นทันที บทความนี้จะพาคุณไปค้นหาคำตอบว่า ทำไมระบบ Work Management อย่าง Asana ถึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่เป็น “ทางรอด” ขององค์กรยุคใหม่ที่กำลังเติบโต เมื่อ Productivity ถูกทำลายด้วยความวุ่นวายในการ Coordination ผู้บริหารส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าทีมงานไม่มีประสิทธิภาพ (Productive) จึงพยายามเร่งให้คนทำงานหนักขึ้น แต่ความเป็นจริง “คนทำงานหนักเกินไปแล้ว” ซึ่งปัญหาที่แท้จริงคือ การประสานงาน (Coordination) ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ จากงานวิจัย Anatomy of Work โดย Asana พบว่าพนักงานใช้เวลาถึง 58% ไปกับการ “จัดการงาน” (Work about work) เช่น: การตามสถานะงานว่าไปถึงไหนแล้ว การถามหาว่าใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ การประชุมที่ยาวนานเพียงเพื่อ Update ข้อมูลที่ควรจะเห็นได้อยู่แล้ว นี่คือต้นทุนแฝงที่สูงมหาศาล ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือ “ความเร็วขององค์กร” ที่หายไป ทำไมการประสานงานที่ไม่ดี ถึงเป็นฝันร้ายของผู้บริหาร? เมื่อองค์กรขยายตัว ปัญหาเรื่องการจัดการงานจะไม่ใช่แค่เรื่องของ “พนักงาน” อีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็น “วิกฤตระดับผู้นำ” ที่อันตรายกว่าที่คิด: เห็นแค่เงา ไม่ใช่ร่างจริง: สิ่งที่ผู้บริหารเห็นในห้องประชุมคือ Report หรือ Dashboard...

Continue reading
Asana Claude Integration

เชื่อมต่อ Asana กับ Claude AI บริหารโปรเจกต์และสร้าง Task ง่ายยิ่งกว่าเดิม ได้แล้ววันนี้!

ข่าวดีสำหรับทีมที่ใช้ Claude AI และ Asana! ตอนนี้คุณไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา เพราะ Anthropic บริษัทผู้พัฒนา Claude AI ได้เปิดฟีเจอร์ใหม่ให้เราจัดการงานได้ครบจบในที่เดียวบน Claude ได้แล้วทั้ง: ดูภาพรวมงานใน Portfolio ได้ทันที ให้ Claude ช่วยคิดแล้วสร้างโปรเจกต์ตัวอย่างให้ดูได้เลย สร้าง Tasks ใหม่ส่งตรงเข้า Asana ได้ทันทีผ่านบทสนทนา การเชื่อมต่อนี้มีความหมายมากสำหรับทีมที่ใช้ Claude ในการคิดวิเคราะห์เรื่องงานอยู่แล้ว หมายความว่า.. คุณสามารถเปลี่ยนไอเดียใน Claude ให้เป็นงาน (Task) จริงบน Asana ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะระดมสมองออกแบบแผนแคมเปญการตลาด หรือวางโครงสร้างโปรเจกต์ใหม่ ก็สั่งให้สร้างเป็นเนื้องานที่มีโครงสร้างชัดเจนใน Asana ได้เลยโดยไม่ต้องสลับแอปไปมาให้เสียเวลา ข้อมูลทุกอย่างจะอัปเดตให้แบบเรียลไทม์ พร้อมให้ทีมลุยต่อได้ทันที มาดูวิธีเริ่มต้นการใช้งานกันเลย! (คุณอาจต้องติดต่อผู้ดูแลระบบ หรือ Admin เพื่อขอสิทธิ์การเข้าถึงก่อน) เริ่มจากคลิกเครื่องหมาย “+” คลิกปุ่ม Connector คลิกเลือก “+ Add Connector” ค้นหาคำว่า “Asana” แล้วคลิกเครื่องหมาย “+” เท่านี้ก็เรียบร้อย! ทีนี้คุณก็สามารถพูดคุยกับ Claude ได้ตามปกติเลย แต่ความเจ๋งที่เพิ่มมาคือคุณสามารถสั่งให้ Claude ช่วยจัดการงานใน Asana ให้คุณได้ด้วย ลองดูตัวอย่างคำสั่งด้านล่างนี้ได้เลย การเชื่อมต่อ Asana กับ Claude ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้นอย่างไร? เพราะผลสำรวจชี้ว่า.. ตอนนี้คนทำงานถึง 87% ใช้ AI ช่วยทำงานกันหมดแล้ว! โดยเฉพาะ Claude AI ซึ่งเป็น AI ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ เพราะเหมาะสำหรับสายทำงานโดยเฉพาะ ทั้งงานที่ต้องใช้การระดมความคิด ช่วยออกแบบกลยุทธ์ การวางแผนโปรเจกต์ รวมถึงการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ไอเดียดี ๆ จาก AI มักจะตกค้างอยู่ในแชท...

Continue reading

เบื้องหลัง Carnival BKK บริหารงานและโปรเจกต์อย่างไร? ให้ไม่พลาดทุก Deadline ด้วย Asana

เมื่อ Sneaker Store อันดับ 1 ของไทยต้องบริหารงาน หลายสาขา หลายแบรนด์ หลายแคมเปญการตลาด และหลายโปรเจกต์ ไปพร้อม ๆ กัน Asana คือ เครื่องมือที่ Carnival BKK เลือกใช้เพื่อให้ทุกการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด พวกเขาทำได้อย่างไร? เราจะพาทุกท่านไปดูมุมมองจาก คุณภัณฑิรา หมื่นอาษา (Executive Assistant to CEO, Carnival BKK) กับเบื้องหลังที่ช่วยให้ทีมขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มจาก.. เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! ประวัติของ Carnival BKK Carnival BKK ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 จากร้านขายรองเท้า Converse เล็ก ๆ ในย่านสยาม แต่ในวันนี้ Carnival BKK เติบโตจนกลายเป็น Multi-brand Sneaker & Streetwear Hub อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่เป็น Authorized Dealer ของแบรนด์ระดับโลกมากมาย พร้อมด้วยทำเลหน้าร้านที่ไพรม์ของกรุงเทพฯ กว่า 5 สาขาทั้ง Siam Square, CentralWorld, Central Ladprao, Mega Bangna และ Central Pinklao พร้อมช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันที่รองรับผู้ใช้งานนับแสนจึงทำให้ Carnival BKK เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ความท้าทายและ Pain Point ของ Carnival BKK เมื่อธุรกิจมีการขยายตัว ส่งผลให้ความซับซ้อนในการทำงานและปริมาณงานที่มากขึ้นก็ตามมา ทีม Carnival BKK จึงต้องรับมือกับปริมาณงานที่ล้นมือ แถมกระจัดกระจายอยู่ในหลายทีม หลายสาขา และหลาย Platform ไปพร้อมกัน 1. ข้อมูลกระจัดกระจาย เวลาสั่งงาน ดูแผนงาน...

Continue reading