why Gemini for business

Gemini ฟรีก็มี ทำไมต้องใช้แบบธุรกิจ?

คำถามยอดฮิตที่คนสงสัยมากที่สุด คือ “Gemini ฟรีก็มีทำไมต้องสมัครแบบเสียเงินหรือแบบธุรกิจ?” คำถามนี้เป็นคำถามที่น่าคิด และน่าตอบ เพราะในฐานะผู้ให้บริการ Gemini สำหรับธุรกิจ (Google Workspace with Gemini) เราได้รวบรวมข้อมูลและแบ่งออกเป็น 3 ข้อหลักๆ ดังนี้ 1. การเทรนโมเดล สิ่งที่สำคัญที่สุดของการใช้แบบธุรกิจคือข้อมูลจะไม่ถูกบันทึกและเทรนโมเดล แตกต่างจากแบบฟรีที่ข้อมูลจะถูกนำไปเทรนโมเดลเพื่อช่วย AI ให้เรียนรู้และสร้างสรรค์คำตอบได้แม่นยำขึ้น ข้อมูลที่ถูกนำไปเทรนโมเดลมีโอกาสรั่วไหลไปนอกองค์กรไหม? คำตอบคือ “มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่น้อยมาก” เนื่องจากหลักการทำงานของ Gemini และ โมเดล AI ทั่วไป คือการเรียนรู้และจดจำรูปแบบจากข้อมูลที่ได้รับ หากมีผู้ใช้รายอื่นถามคำถามในลักษณะใกล้เคียงกัน AI ก็อาจสร้างคำตอบที่คล้ายคลึงกันขึ้นมา ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าส่วนหนึ่งของชุดข้อมูลนั้นอาจมาจากคำถามที่คุณเคยพิมพ์ไว้นั่นเอง ข้อมูลใดที่ควรระวังเป็นพิเศษ ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการขาย หนังสือสัญญา รายได้บริษัท ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น 2. ฟีเจอร์/ความสามารถ แน่นอนว่าหากเป็นการใช้งานแบบธุรกิจ Gemini ก็จะมีฟีเจอร์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ธุรกิจมากกว่า เช่น Gemini ใน Gmail, Docs, Sheets, Slides, และ Drive ซึ่งคุณสามารถเข้าใช้งานได้โดยตรงในหน้าแอปนั้นๆ โดยไม่จำเป็นจะต้องไปที่หน้า Gemini ก่อน ซึ่งจะแตกต่างจาก Gemini ฟรีที่จะไม่มี Gemini ในหน้าแอปให้บริการ และหากในอนาคตทาง Google ได้มีการออกฟีเจอร์ใหม่ เวอร์ชันใหม่ หรือโมเดลใหม่ ผู้ที่ใช้งานแบบธุรกิจจะได้เป็นกลุ่มที่ทดลองใช้งานก่อน 3. ขีดจำกัดการใช้งาน ขีดจำกัดในการใช้งานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ใช้ Gemini ในการทำงานบ่อยหรือเป็นประจำ เพราะ Gemini ฟรีจะมีขีดจำกัดการทำงานที่น้อยกว่าแบบธุรกิจถึง 4-5 เท่า (ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ใช้) ซึ่งอาจทำให้คุณใช้งาน Gemini ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนัก ต้องรอคอยเวลาใหม่เพื่อให้โควตาถูกรีเซ็ตจึงจะใช้งานได้อีกครั้ง ดังนั้นหากคุณมีการใช้งาน Gemini เป็นประจำ การใช้งานแบบธุรกิจจึงจะเหมาะสมกว่า โดยสรุป Demeter ICT แนะนำ ดังนี้ ใช้งานทั่วไป...

Continue reading
The Biggest Mistake Enterprises Make When Building AI

ทำไมโครงการ AI ของหลายองค์กรถึงไม่สำเร็จ ทั้งที่ลงทุนมหาศาล

ทุกวันนี้แทบไม่มีผู้บริหารคนไหนที่ไม่พูดถึง AI ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini, AI Agent, Copilot หรือ Generative AI ตัวอื่น ซึ่งปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มหันมาลงทุนใน AI อย่างจริงจัง บางแห่งจัดตั้งทีม AI โดยเฉพาะ บางแห่งซื้อระบบราคาแพง บางแห่งเริ่มทำโครงการนำร่องหลายสิบโครงการพร้อมกัน… แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นเพียง Chatbot ตัวหนึ่ง Dashboard อีกหน้าหนึ่งหรือ Demo ที่ไม่เคยถูกนำไปใช้งานจริง  คุณเห็นด้วยกับข้อมูลนี้หรือไม่? แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? มาลองหาสาเหตุกัน 1. AI ไม่ได้ฉลาดกว่าผู้เชี่ยวชาญ หลายคนเข้าใจว่า AI สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจแทนคนได้ เพราะ AI สามารถอ่านข้อมูลจำนวนมหาศาล วิเคราะห์ หา Pattern และสรุป แต่สิ่งที่หลายองค์กรพลาดไปคือ AI ไม่ได้เข้าใจธุรกิจของคุณแบบ 100% เช่น  AI ไม่รู้ว่าลูกค้าของคุณซื้อสินค้าเพราะอะไร AI ไม่รู้ว่ากฎระเบียบในธุรกิจของคุณคืออะไร AI ไม่รู้ว่าผู้บริหารของคุณใช้ข้อมูลอะไรในการตัดสินใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีเพียงคนในองค์กรเท่านั้นที่รู้ ดังนั้น AI จึงไม่ใช่ “ผู้เชี่ยวชาญ” แต่เป็น “ผู้ช่วยของผู้เชี่ยวชาญ” นั่นเอง 2. AI ที่สร้างมูลค่าจริง ต้องมี 3 อย่าง 2.1 ความรู้ขององค์กร (Business Expertise) องค์กรต้องรู้ก่อนว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ผู้เชี่ยวชาญใช้ข้อมูลอะไรในการตัดสินใจ สิ่งที่องค์กรต้องการปรับปรุงคืออะไร หากตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ AI ก็ไม่มีทางช่วยได้ 2.2 ข้อมูลขององค์กร (Enterprise Data) ข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ใน ERP CRM Website Contact Center Google Workspace Excel PDF เอกสารภายใน ล้วนเป็นทรัพย์สินสำคัญ แต่หากข้อมูลเหล่านี้ไม่ถูกเชื่อมโยง...

Continue reading