ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ องค์กรต้องทำงานหนักขึ้น มีโปรเจกต์ การประชุม และข้อมูลที่มากขึ้น เพื่อต่อสู้กับเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ผู้บริหารในองค์กรหลายคนยังคงอยู่กับคำถามเดิมว่า “ตอนนี้องค์กรของเรา กำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่บ้าง?” เพราะแม้ว่าการทำงานจะเดินอยู่ตลอดเวลา แต่ปัญหาสำคัญของหลาย ๆ องค์กร คือ ขาด Real-time Visibility หรือขาดการมองเห็นข้อมูลภาพรวมของงานและโปรเจกต์ที่กำลังเกิดขึ้นในองค์กร หลายครั้งที่ผู้บริหารอย่างเรารับรู้ปัญหาช้าเกินไป กว่าทีมจะมารายงาน ปัญหานั้นก็อาจเกิดขึ้นไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โปรเจกต์ล่าช้า งานไม่เป็นไปตาม Timeline เดิมที่กำหนดไว้ คนในทีม Burnout เพราะงานที่หนักเกินไปแต่ไม่มีใครรู้ เกิดปัญหาคอขวดจนทำให้โปรเจกต์ติดขัด ที่จะส่งผลกระทบต่อหลายฝ่ายตามมา นี่คือเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ต้องเริ่มเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการงานด้วยเครื่องมือ Work Management Platform อย่าง Asana จากเครื่องมือจัดการงาน สู่ระบบ Executive Intelligence สำหรับองค์กร หลายคนที่รู้จัก Asana ในฐานะเครื่องมือจัดการ Task งานและโปรเจกต์ทั่วไป แต่ Asana ยุคใหม่ได้กลายเป็นระบบ Executive Intelligence ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของงานและโปรเจกต์ทั้งหมดแบบ Real-time ได้ ไม่ว่าจะเป็น สถานะโปรเจกต์ (Project Status) ติดตามความคืบหน้าและภาพรวมของโปรเจกต์ได้ทันที ความคืบหน้าของทีม (Team Progress) ประเมินการทำงานของแต่ละทีมได้ในที่เดียว ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น (Risk Detection) เห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนจะเกิดปัญหาจริง ภาระงานของทีม (Workload Management) กระจายงานและทรัพยากรที่มีได้อย่างเหมาะสม เป้าหมายขององค์กร (OKRs & Goals) เชื่อมโยงงานของทีมเข้ากับเป้าหมายของผู้บริหารและองค์กร แทนที่ทีมจะต้องรวบรวมข้อมูลจาก Spreadsheet, Email, LINE, Chat หรือการประชุม ผู้บริหารอย่างเราสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ผ่านระบบ Asana ในที่เดียว (Single Source of Truth) เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้ทันที โปรเจกต์จะเดินหน้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ้ายังมองไม่เห็นภาพรวม เมื่อองค์กรเติบโตความซับซ้อนของการทำงานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หนึ่งโปรเจกต์อาจต้องทำงานร่วมกับหลายทีม หลายฝ่าย หลายเครื่องมือ และหลาย...
Continue reading