Asana Free and Asana Premium

ใช้งาน Asana แบบ Free VS Asana แบบ Premium ต่างกันอย่างไร?

Key Points ข้อแตกต่างหลักระหว่าง Asana Free และ Premium อยู่ที่ขีดความสามารถและระบบสนับสนุนองค์กร โดยแพ็กเกจ Free เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์หรือทีมขนาดเล็กไม่เกิน 2 คนด้วยฟีเจอร์พื้นฐาน ขณะที่แพ็กเกจ Premium ปลดล็อกการทำงานระดับทีมและองค์กรแบบเต็มรูปแบบ รองรับฟีเจอร์ขั้นสูง การตั้งค่าโปรเจกต์แบบส่วนตัว (Private Project) และมีระบบ Admin Console เพื่อควบคุมสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูลได้อย่างครอบคลุม รวมถึงได้รับการดูแลและอบรมการใช้งานจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเมื่อสั่งซื้อผ่านพาร์ทเนอร์ในไทยอย่าง Demeter ICT Asana เป็นเครื่องมือ Project Management อันดับ 1 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาดและความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งความแตกต่างระหว่าง Asana แบบ Free กับ แบบ Premium (คือ เสียเงินค่า License ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่) จะสัมพันธ์กับฟีเจอร์ในการทำงาน ความสามารถในการจัดการทีมและการจัดการโปรเจกต์ของคุณ หากคุณกำลังไม่แน่ใจว่า ระหว่างการใช้งาน Asana แบบ Free กับแบบ Premium แบบไหนจะเหมาะกับทีมหรือองค์กรของคุณมากกว่ากัน บทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการใช้งานทั้งสองแบบกันอย่างชัด ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจใช้งาน Asana ตัดสินใจกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. User Limits (จำนวนผู้ใช้งาน) Asana Free เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ฟรีแลนซ์และธุรกิจขนาดเล็ก (SMB) มีสมาชิกภายในทีมไม่เกิน 2 คน ที่ต้องการใช้งาน Asana เพื่อที่จะจัดการงานส่วนตัวหรือเริ่มต้นจัดการโปรเจกต์ภายในทีม หากว่าภายในทีมที่ใช้งานมี 3 คนขึ้นไป จะต้องอัปเกรดเป็น Asana Premium ขึ้นไป Asana Premium เหมาะสำหรับทีมและองค์กรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ พร้อมแพ็กเกจที่หลากหลาย เพื่อให้คุณสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมและตรงกับองค์กรของคุณมากที่สุด 2. Features (ฟีเจอร์การใช้งาน) Asana Free การจัดการงาน (Task Management) สามารถสร้าง...

Continue reading