สร้าง Google Forms ด้วย Gemini “Help me create” สำหรับใครที่กำลังจะสร้างฟอร์ม ใน Google Forms ไม่ว่าจะเป็นแบบสำรวจ แบบสอบถาม หรือแบบฟอร์มลงทะเบียน แต่ยังไม่มีไอเดียคำถามเลย ให้ Gemini ช่วยสิ ! เพราะตอนนี้ Gemini for Google Workspace ได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่จะทำให้การสร้างฟอร์มของคุณง่ายและเร็วขึ้น เพียงแค่ระบุความต้องการของคุณได้ง่าย ๆ ดังนี้: ระบุหัวข้อ: แค่คุณบอก Gemini ว่า “ช่วยสร้างแบบฟอร์ม Feedback สำหรับงานอีเวนต์“ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้ามี): คุณอาจจะเสริมว่า “อยากให้มีคำถามเกี่ยวกับความพึงพอใจโดยรวม ความประทับใจในวิทยากร และข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุง” เป็นต้น วิธีสร้างฟอร์มด้วย Gemini ไปที่ Google Forms (forms.google.com) คลิก Blank Forms เพื่อเริ่มสร้างฟอร์มใหม่ จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง “Help me create a form” ขึ้นมา พิมพ์พร้อมพ์ (Prompt) เพื่อบอกให้ Gemini รู้ว่าคุณต้องการฟอร์มแบบไหน ยิ่งคุณให้รายละเอียดมากเท่าไหร่ Gemini ก็จะยิ่งสร้างฟอร์มได้ตรงใจมากขึ้นเท่านั้น (ปัจจุบันยังคงรองรับพร้อมพ์ภาษาอังกฤษเท่านั้น) คลิก Create เพื่อสร้าง หากผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงใจ สามารถให้ Gemini ช่วยสร้างฟอร์มใหม่ได้ โดยคลิกที่ Try again ตัวอย่างการสร้างฟอร์มด้วย Gemini “I need a job application form for a Digital Marketer position. It should collect...
Continue readingเปลี่ยนเป้าหมาย OKR ขององค์กรให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ด้วย Asana
Key Points OKR (Objectives & Key Results) คือ วิธีตั้งเป้าหมายที่เชื่อมโยง “วัตถุประสงค์” กับ “ผลลัพธ์ที่วัดได้” พัฒนาโดย Andy Grove จาก Intel และเผยแพร่ให้เป็นที่นิยมโดย John Doerr ที่ Google เป้าหมายที่ดีคือต้องกระชับ ท้าทายแต่มีความเป็นไปได้ และมี Key Result ที่วัดผลได้ การใช้ Asana คู่กับ OKR ช่วยเชื่อมเป้าหมายระดับองค์กรเข้ากับโปรเจกต์ งาน และคนในทีมแบบเรียลไทม์ ผ่านฟีเจอร์ Goals พร้อมติดตามความคืบหน้าและปรับทิศทางได้อย่างต่อเนื่อง หลายองค์กรเริ่มใช้ OKR เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับเป้าหมายและผลลัพธ์ แต่ในความเป็นจริง การตั้ง OKR ให้สำเร็จไม่ใช่แค่เรื่องของการเขียนเป้าหมายให้ดูดีบนกระดาษ หากไม่มีการติดตามอย่างต่อเนื่องหรือไม่มีเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมเห็นภาพรวมของสิ่งที่กำลังทำอยู่ ก็ยากที่จะเปลี่ยนเป้าหมายให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ Asana เข้ามาช่วย ทำให้ OKR ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนกระดาษ แต่สามารถเชื่อมโยงเป้าหมายระดับองค์กรเข้ากับโปรเจกต์ งาน และคนในทีมอย่างเป็นระบบ บทความนี้จะพาคุณรู้จักวิธีตั้ง OKR ให้ได้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พร้อมเทคนิคและตัวอย่างที่ใช้งานได้ทันทีด้วย Asana เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! OKR คืออะไร? OKR (Objectives & Key Results) คือ วิธีการตั้งเป้าหมายที่ช่วยเชื่อมโยง “วัตถุประสงค์” กับ “ผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้” อย่างชัดเจน เช่น เพิ่มจำนวนผู้ใช้งานใหม่ 10,000 คนภายใน 1 ไตรมาสเป็นต้น การตั้ง OKR ในรูปแบบรายไตรมาสจะช่วยให้ทีมมีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถโฟกัสและปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ตัวอย่าง OKR ของทีม Marketing: Objective: เพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าในไตรมาสที่ 3 Key Result 1: เพิ่ม Open Rate ของอีเมลจาก 25%...
Continue readingวิธีสรุปข้อมูลรูปแบบเสียง (Audio) ใน NotebookLM พร้อมแชร์ประสบการณ์หลังการใช้จริง
เรียกได้ว่าตอบโจทย์มาก ๆ สำหรับใครที่ชอบการฟังและพูดมากกว่าการอ่านและเขียน เพราะ NotebookLM – AI วิเคราะห์ข้อมูลจาก Google (สร้างด้วยโมเดลล่าสุดของ Gemini) ได้อัปเดตฟังก์ชันใหม่อย่างการสร้าง Audio จากไฟล์เพื่อสรุปข้อมูลทั้งหมดภายในไม่กี่นาที โดย NotebookLM จะทำการสรุปข้อมูลจากไฟล์ที่คุณเลือกออกเป็น 2 เสียงสนทนา คือชายและหญิงที่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายมนุษย์จริง ๆ ทำให้คุณสนุกไปกับการฟังข้อมูลพร้อมรับสาระสำคัญจากไฟล์อย่างครบถ้วน อีกทั้งหากคุณมีคำถาม คุณก็สามารถใช้โหมด Interactive เพื่อพูดคุยกับเสียงนั้นได้เลย วิธีการเปิดใช้งานฟังก์ชันสรุปข้อมูลด้วย Audio ใน NotebookLM อัปโหลดไฟล์ 2. คลิกเลือกไฟล์ที่คุณต้องการให้ NotebookLM วิเคราะห์ 3. ให้คุณมองไปที่ด้านขวาบน คุณจะเห็นคำว่า Studio ในหน้าต่าง Audio Overview ให้คุณกดปุ่ม Generate หรือกด Customize เพื่อกำหนดแนวทางการสร้างเสียงที่คุณต้องการ เช่น การกำหนดความสั้น – ยาวของสรุปหรือการระบุข้อมูลที่คุณต้องการให้สรุปแบบเจาะจง 4. เมื่อสร้างเสียงเสร็จแล้ว กดปุ่มเล่น (Play) ได้เลย วิธีการเปิดโหมด Interactive เมื่อคุณสร้างเสียงเสร็จแล้วต้องการถามคำถาม ให้คุณกดที่ปุ่ม Interactive Mode 2. กดปุ่ม Play Audio 3. คลิก Join 4. หากพูดเสร็จแล้วให้เว้นระยะเวลาเงียบสักเล็กน้อย ไม่ต้องกดปุ่มใดเพิ่มเติม 5. AI จะทำการวิเคราะห์และตอบคำถามของคุณออกมาเป็นเสียงสนทนาได้เลยทันที รีวิวประสบการณ์หลังได้ลองใช้งานฟังก์ชัน Audio “สวัสดีค่ะ เราเป็นคนหนึ่งในทีมการตลาดที่ได้มีการลองใช้ฟังก์ชันนี้ในการทำงานจริง ก่อนหน้านี้เราได้รับไฟล์ PDF โดยข้อมูลในไฟล์เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดและมีหลายหน้ามาก ๆ ด้วยความที่อยากประหยัดเวลา เราเลยลองใช้ฟังก์ชัน Audio จาก NotebookLM ค่ะ เราใช้ NotebookLM สร้างสรุปให้ในรูปแบบเสียงเป็นเวลา 12 นาที เรารู้สึกชอบมาก ๆ ค่ะ เหมือนเสียงคนที่คุยกันจริง...
Continue readingZendesk Features Update รวมอัปเดตประจำเดือนมิถุนายน 2025
ด้าน Support Auto assist ขณะนี้สามารถแนะนำการตอบกลับโดยใช้โทนเสียงได้แล้ว → ดูวิธีเปิดใช้งานและตั้งค่าได้ที่หัวข้อ Turning on and configuring auto assist มีการเพิ่มตัวกรอง “No brand” ในหน้า Team members → ช่วยให้คุณสามารถระบุได้อย่างรวดเร็วว่าเอเจนต์คนใดบ้างที่ยังไม่ได้รับการกำหนดแบรนด์ → ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Filtering team members by brand เอเจนต์สามารถเลือกใช้โหมดมืด (dark mode) หรือโหมดสว่าง (light mode) ในระบบทิกเก็ตได้ → เมื่อตั้งค่าใน Admin Center แล้ว โหมดมืดจะเปิดให้เอเจนต์เลือกใช้อินเทอร์เฟซที่เหมาะกับความต้องการของตนเอง → ดูวิธีใช้งานได้ที่ Using dark mode AI-powered conditions ใน Contextual Workspaces→ เพิ่มเงื่อนไขที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-powered conditions) ใน Contextual Workspaces ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถสร้างเวิร์กสเปซที่มีความยืดหยุ่นและปรับให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ได้มากขึ้น→ เงื่อนไขใหม่เหล่านี้ประกอบด้วยช่องข้อมูล AI สำหรับ Intent (เจตนาของลูกค้า) Sentiment (อารมณ์หรือความรู้สึกของลูกค้า) และ Language (ภาษาที่ใช้) รวมถึงสามารถใช้งานร่วมกับฟิลด์ทิกเก็ตแบบกำหนดเองได้อีกด้วย → ดูวิธีตั้งค่าเพิ่มเติมได้ที่ Setting up contextual workspaces ด้าน Account หากคุณใช้การค้นหาแบบ Generative เกินจากจำนวนมาตรฐานที่รวมอยู่ในแผน ซึ่งกำหนดไว้ที่ 100,000 ครั้งต่อเดือน คุณสามารถเลือกเพิ่มจำนวนการค้นหาได้→ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ About Zendesk add-ons ขั้นตอนของ Auto Assist สามารถถูกจำลอง (replicate) ใน Premium Sandbox...
Continue readingGoogle AI Talks: Winning Business Potential with Next-Gen AI
Winning Business Potential with NEXT-GEN AI Club Siam Glowfish 13.30 – 16.30 น. พบกับอีเวนต์ที่จะพาธุรกิจของคุณไปท่องโลกที่ AI กลายเป็นส่วนสำคัญในทุกกระบวนการและทุกการตัดสินใจ ด้วยเครื่องมือเทคโนโลยี AI โซลูชันใหม่จาก Google – AI ที่คิดเป็นเพื่อนคุณและเข้าใจทุกความต้องการ เพราะยุคนี้คุณไม่ได้แข่งกับ AI แต่แข่งกับคนที่ใช้ AI เป็น ท่ามกลางคู่แข่งมากมาย Demeter ICT และ Google Thailand จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนานี้เพื่อพลิกเกมการทำงานในองค์กรด้วย AI ที่ชาญฉลาด ปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจให้ก้าวนำเทรนด์การทำงานยุคใหม่ได้อย่างแท้จริงด้วย Google Technologies: Gemini Pro: Generative AI อัจฉริยะ ค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจอย่างรวดเร็วด้วยโมเดลที่เร็วและแรงกว่าที่เคย Google Workspace: ชุดแอปพลิเคชันเพื่อการทำงานร่วมกันบน Cloud ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การทำงาน ครบจบในแพลตฟอร์มเดียว Google Workspace Flows (New!): Agentic AI นวัตกรรมใหม่ที่ทำงานแทนคุณได้ เชื่อมทุกกระบวนการให้ลื่นไหลแบบอัตโนมัติ หากคุณกำลังมองหาโชลูชันเพื่อการทำงานมาตรฐานสากลและคิดว่าเทคโนโลยีโซลูชันจาก Google เหมาะกับธุรกิจของคุณ เราขอเรียนเชิญผู้ประกอบการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานสัมมนาครั้งสำคัญนี้ “Google AI Talks: Winning Business Potential with Next-Gen AI”วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2025 เวลา 13.30 – 16.30 น.ที่ Club Siam Glowfish (BTS: National Stadium) มาร่วมงานนี้แล้วคุณจะค้นพบว่า อะไรคือ The Right AI สำหรับคุณ? งานสัมมนาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ปิดลงทะเบียนแล้ว...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนมิถุนายน 2025
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Inbox notifications in Microsoft Teams: รับการแจ้งเตือนผ่าน Inbox ของ Asana และดำเนินการได้ทันทีจากใน Microsoft Teams จากแถบด้านข้าง ให้เข้าไปที่แชทของคุณแล้วคลิกที่แชทกับบอท Asana พิมพ์คำว่า “link project” จากนั้นคลิกปุ่ม Link project ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Multi-task manual triggers: เรียกใช้กฎ (Riles) ที่ตั้งไว้แบบ Manual พร้อมกันหลายงานได้จากแถบเครื่องมือด้านล่างในมุมมองแบบรายการ (List View) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Improved mobile task detail UI tap states: โหลดหน้ารายละเอียดงานได้เร็วขึ้น พร้อมเอฟเฟกต์ภาพและการสั่น (haptics) และการตอบสนองที่ดีขึ้นเมื่อแตะองค์ประกอบต่าง ๆ iOS project saved tabs: จัดการมุมมองโครงการที่กำหนดเองของคุณได้โดยตรงจากอุปกรณ์ iOS ของคุณด้วยแท็บที่บันทึกโปรเจกต์ไว้ https://dmit.co.th/wp-content/uploads/2025/06/AnimatedUI-HelpCenter-Projects-Projectcustomizationandviews-001-en-US.mp4 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Enhanced request approval in mobile: ตรวจสอบและตอบรับคำขอการเข้าถึงโปรเจกต์จากอุปกรณ์มือถือได้โดยตรง Custom work schedules: ปรับเวลาทำงานให้ตรงกับวันที่ทีมของคุณทำงานจริง ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Refreshed AI settings page in the Admin console: เปิดใช้งาน AI ทั่วทั้งองค์กรได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว Add variables in Slack message rules:...
Continue readingรวมอัปเดตฟีเจอร์เด็ดใน Gemini for Google Workspace ประจำเดือนพฤษภาคม 2568
หลังจากการเปิดตัว Google I/O 2025 ที่ผ่านมา กระแสความฮือฮาถึงความสามารถอันน่าทึ่งของ Gemini-AI จาก Google ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจไปทั่วโลก ด้วยฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ที่จะทยอยเปิดให้สาวก Google ได้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำจาก Gemini ในปี 2025 นี้ มาดูกันว่าตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ได้มีฟีเจอร์ AI อะไรที่ผู้ใช้งาน Google Workspace ได้ลองใช้กันแล้วบ้าง AI summaries: สรุปเนื้อหา จับประเด็นในแอป Gmail, Google Chat และ Google Docs Gmail: เข้าใจเนื้อหาอีเมลได้เร็วขึ้นด้วย “การ์ดสรุป Gemini” บนมือถือ ที่ปรากฏด้านบนสุดของอีเมล มีประโยชน์มากหากอีเมลนั้นเป็นชุดข้อความยาวๆ ซึ่งจะช่วยสรุปประเด็นสำคัญเพื่อให้คุณเห็นภาพรวมคร่าวๆ โดยไม่ต้องอ่านรายละเอียดทั้งหมด Google Chat: จะแชทยาวหรือเยอะขนาดไหน ไม่ต้องเสียเวลาไล่อ่านทีละแชทอีกแล้ว เพราะ Gemini จะช่วยให้คุณตามทันบทสนทนาใน Chat ได้ไวขึ้น ช่วยลิสต์ประเด็นสำคัญ รวมถึงระบุไฟล์ที่มีการแชร์ในแต่ละแชท Google Docs: ฟีเจอร์ “สรุป (Summary building block)” จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาหลักทั้งหมดของเอกสารนั้นๆได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเอกสารงานวิจัย แผนงานโครงการ คู่มือการใช้งาน บทความหรือข่าวสาร เป็นต้น โดยที่คุณสามารถอัปเดตสรุปให้เป็นปัจจุบันได้ตลอดเวลา แค่กดรีเฟรชเมื่อมีการแก้ไขเนื้อหาในเอกสาร NotebookLM: เชื่อมโยงและค้นพบแหล่งข้อมูลต่างๆ พร้อมให้ผลลัพธ์ภาษาที่หลากหลาย NotebookLM เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเข้าใจข้อมูลที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น ด้วย AI ที่มีความแม่นยำสูง ไม่ว่าแหล่งข้อมูลคุณจะอยู่ในรูปแบบ ไฟล์ PDF, URL ของเว็บไซต์, YouTube, ไฟล์เสียง, ข้อความ, และอื่น ๆ ก็สามารถนำมารวบรวมให้ NotebookLM ช่วยวิเคราะห์ได้ในที่เดียว ปัจจุบันได้มีการอัปเดตความสามารถเพิ่มเติม เช่น Mind Maps สร้างแผนผังอัจฉริยะ: แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบแผนผังความคิดหรือแผนภาพ ให้คุณดูภาพรวมและทำความเข้าใจประเด็นสำคัญของข้อมูลทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว...
Continue readingสรุป 5 ฟีเจอร์เด่นของ Braze ที่ตอบโจทย์นักการตลาดยุคใหม่!
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! ในยุคที่การตลาดมีการแข่งขันสูงทั้งในเรื่อง ‘การแย่งลูกค้าใหม่’ และ ‘การรักษาฐานลูกค้าเก่า’ นักการตลาดต้องไม่หยุดแค่การ “ยิงแอด” แต่ต้องมีกลยุทธ์ที่ช่วยดึงดูดให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาถูกใส่ใจ และทำให้อยากกลับมาซื้อหรือใช้บริการของเราอีก การที่เราจะเข้าใจความต้องการของลูกค้าและตอบสนองออกได้อย่างตรงจุดนั้น พูดกันตามตรงว่าถ้าเราไม่มีเครื่องมือหรือตัวช่วยในการจัดการมันยากมากที่จะทำสิ่งเหล่านั้นได้ ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่แบรนด์ระดับโลกไว้วางใจและใช้ในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบ Real Engagement ก็คือ Braze บางคนอาจเคยได้ยินชื่อ Braze มาก่อน…แต่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว Braze ทำอะไรได้บ้าง นอกจากแค่ส่ง Email หรือ Push Notification? บทความนี้เราสรุปแบบเข้าใจง่ายมาให้แล้วแบบเน้น ๆ กับ 5 ฟีเจอร์เด่นของ Braze ที่จะช่วยให้นักการตลาดของคุณสามารถทำ Personalized Marketing และ Retention Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากคุณอยากรู้จัก Braze ให้มากขึ้น..คลิกที่นี่ Braze คือ แพลตฟอร์ม Customer Engagement ที่ช่วยยกระดับให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้แบบตรงจุด เฉพาะตัว ในเวลาที่ใช่ ผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Email, Push Notification, In-App Message, Web Push, SMS, หรือแม้แต่แอปแชตยอดฮิตของไทยอย่าง LINE อ่านเพิ่มเติม ที่นี่ 5 ฟีเจอร์เด่นของแพลตฟอร์ม Braze มีอะไรบ้าง? 1. Braze Data Platform Braze Data Platform เป็นหัวใจหลักของ Braze ที่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าแต่ละคนได้แบบเรียลไทม์ และสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้สื่อสารกับลูกค้าได้อย่างอัตโนมัติและแม่นยำ เช่น ลูกค้า A เพิ่งลงทะเบียนสมัครสมาชิก ลูกค้า B กำลังกดดูสินค้าชิ้นหนึ่งในแอป ลูกค้า C เพิ่มของในตะกร้าบนเว็บไซต์ แต่ยังไม่จ่ายเงิน ลูกค้า D คลิกลิงก์โปรโมชันสินค้าหนึ่งในอีเมล ลูกค้า F ไม่ได้เข้าเว็บหรือแอปเรามาเกิน 1...
Continue readingAPI คืออะไร? ทำไมถึงฮิตขึ้นทุกวัน? อธิบายแบบเข้าใจง่าย
API ศัพท์นี้สำหรับใครหลายคนอาจดูไกลตัวไปบ้าง แต่เชื่อไหมว่าเกือบทุกอย่างรอบตัวเราล้วนมีเบื้องลึกเบื้องหลังมาจาก API ทั้งสิ้น ถึงขั้นกล่าวได้ว่า API เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ก้าวกระโดด นำมาสู่นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยและหลากหลายมากขึ้นในทุกวันนี้เลยก็ว่าได้ แท้จริงแล้ว API คืออะไร? ทำงานอย่างไรกันแน่ ในบทความนี้ เราจะมาหาคำตอบกัน API คืออะไร? API ย่อมาจาก Application Programing Interface แปลความหมายแบบตรงตัว คือ การเชื่อมต่อโปรแกรมประยุกต์ ในบริบทนี้ คำว่า “Application” หมายถึงทุกซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันชัดเจน และ “Interface” ก็คือตัวประสาน API จึงหมายความถึงกลไกหนึ่งที่ใช้เชื่อมต่อโปรแกรมสองตัวเข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างระบบซอฟต์แวร์ขององค์กรด้านอุตุนิยมวิทยานั้นประกอบด้วยข้อมูลสภาพอากาศรายวัน แอปพยากรณ์อากาศในโทรศัพท์มือถือของเราก็จะใช้ API ทำการ “สื่อสาร” ไปยังซอฟต์แวร์ตัวนี้ จากนั้นก็นำข้อมูลสภาพอากาศรายวันมาอัปเดตในโทรศัพท์มือถือ เช่นเดียวกันกับแอปสั่งอาหารที่จะใช้ API ดึงข้อมูลแผนที่จาก Google Map ทำให้สามารถใช้แผนที่นี้ได้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างแผนที่ใหม่ขึ้นมาเอง API ทำงานอย่างไร? เรามักนิยามการทำงานของ API ในรูปแบบของ ‘ผู้ให้บริการ (Servers)’ กับ ‘ผู้ใช้บริการ (Clients)’ โดยฝ่ายที่ส่งคำขอเป็นผู้ใช้บริการ ขณะที่ฝ่ายที่ตอบรับคำขอเป็นผู้ให้บริการ ดังตัวอย่างที่ยกมานั้นแอปพยากรณ์อากาศเป็นผู้ใช้บริการ ส่วนองค์กรเจ้าของซอฟต์แวร์ที่มีข้อมูลสภาพอากาศรายวันก็เป็นผู้ให้บริการนั่นเอง ตั้งแต่อดีต API ก็ได้มีการพัฒนาเรื่องรูปแบบการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ SOAP APIs ที่มีความยืดหยุ่นน้อย เน้นการเข้าถึงอย่างง่าย ตลอดจนถึงรูปแบบของ API ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันอย่าง REST APIs REST APIs ถือเป็น API ที่ยืดหยุ่นมากที่สุด ตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้ REST APIs ก็คือ Zendesk เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นจะขอยกตัวอย่าง Zendesk Support ซึ่งเป็นฟีเจอร์หนึ่งของ Zendesk โดย Zendesk Support เป็นส่วนของซอฟต์แวร์ที่จะช่วยเชื่อมต่อให้องค์กรใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น มีหลายอย่างที่ Zendesk Support สามารถทำได้ อย่างเช่น...
Continue reading