Appier Customer Success Story - Pop Mart with BotBonnie

ถอดสูตร! POP MART ไต้หวัน ยกระดับการทำ OMO ด้วย BotBonnie ดันยอดร่วมกิจกรรมพุ่ง 90% และ LINE โตแรง 210%

POP MART แบรนด์อาร์ตทอย (Designer Toys) และ กล่องสุ่ม (Blind Box) ระดับโลก ที่สร้างกระแสความฮิตและปรากฏการณ์คอลเลกชันอย่าง MEGA Collection จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการสะสมของเล่นศิลปะไปทั่วโลก แต่เบื้องหลังความสำเร็จในการกระจายสินค้าแบบลิมิเต็ด (Limited-edition) ที่มีผู้ต้องการครอบครองจำนวนมหาศาลนั้น มีความท้าทายในการจัดการระบบหลังบ้านเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกรณีศึกษาของ POP MART จากไต้หวัน ที่จับมือกับ BotBonnie แพลตฟอร์ม Conversational Marketing ในการทำ OMO (Online-Merge-Offline) Transformation ที่สามารถแก้ปัญหาการกักตุนสินค้า และสร้างความเติบโตให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จากการทำตลาดผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งร้านค้า Flagship Stores, ตู้ขายของอัตโนมัติ (AI-powered Roboshops) และแพลตฟอร์มดิจิทัลอีกมากมาย ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! OMO คืออะไร? OMO หรือ Online-Merge-Offline คือ การผสานข้อมูลจากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในการเชื่อมต่อข้อมูลลูกค้า ข้อมูลสมาชิก สต็อกสินค้า และกิจกรรมทางการตลาดทุกส่วนเข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์การซื้อขายที่ไร้รอยต่อ ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ช่องทางไหน อ่านเพิ่มเติมแบบเต็ม ๆ ได้ ที่นี่ เป้าหมายหลักของ POP MART ไต้หวัน ก่อนใช้งาน BotBonnie ต้องการเพิ่มความโปร่งใสและความยุติธรรมในการขายสินค้าประเภท Limited-edition ด้วยระบบ OMO (Online-Merge-Offline) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกระดับ Customer Engagement ผ่านช่องทาง LINE OA และ Messenger โดยการส่งแจ้งเตือนเฉพาะบุคคล (Personalized Notification) แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่ม Conversation rate (CVR) ลดต้นทุนด้านการบริการลูกค้าด้วยการตอบแชทลูกค้าแบบอัตโนมัติ (AI Chatbot Automation) ความท้าทายของ POP MART จากระบบ Manual ที่สร้างความสับสนและเสี่ยงต่อการกักตุน ในอดีต...

Continue reading
CDP คือ

CDP คืออะไร? ทุกเรื่องที่นักการตลาดต้องรู้เกี่ยวกับ Customer Data Platform ปี 2026

ในยุคที่ข้อมูลลูกค้าเปรียบเหมือนขุมทรัพย์ ธุรกิจมากมายต่างแข่งขันกันเก็บข้อมูลลูกค้า แต่คำถามที่สำคัญกว่า คือ “เรานำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพแล้วหรือยัง?” หากธุรกิจของคุณกำลังเผชิญปัญหาข้อมูลลูกค้าที่กระจัดกระจาย ยิงแอดไม่แม่นยำ หรือไม่สามารถทำการตลาดแบบ Personalization ได้อย่างที่ต้องการ สิ่งที่คุณกำลังตามหาอาจจะเป็นเครื่องมืออย่าง “CDP” บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า CDP คืออะไร? ทำไมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกส่วนใหญ่ถึงต้องมี และมันจะเข้ามาพลิกธุรกิจของคุณในปี 2026 ได้อย่างไร? เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! CDP คืออะไร? นิยามและความหมายแบบเข้าใจง่าย CDP หรือ Customer Data Platform คือ แพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทาง (ทั้งออนไลน์และออฟไลน์) นำมาจัดระเบียบและเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างโปรไฟล์ลูกค้าแบบรวมศูนย์เพียงหนึ่งเดียว (Single Customer View) ที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และอัปเดตแบบเรียลไทม์ ทำให้นักการตลาดสามารถดึงข้อมูลชุดนี้ไปใช้งานร่วมกับเครื่องมือการตลาดอื่น ๆ เพื่อสร้างแคมเปญที่ตรงใจกับลูกค้ามากที่สุด หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ Customer Data Platform (CDP) คือ สมองส่วนกลางของการทำการตลาด ที่คอยบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าเพื่อให้นักการตลาดนำไปใช้ทำแคมเปญต่อนั่นเอง ทำไมธุรกิจถึงต้องการ CDP และปัญหา Data Silo คืออะไร? แม้หลายธุรกิจจะมีเครื่องมือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบ POS, ระบบ CRM, เว็บไซต์ E-commerce หรือแอปพลิเคชัน แต่ปัญหาที่มักพบคือ ‘ข้อมูลไม่ซิงก์กัน’ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า Data Silo Data Silo คือ ภาวะที่ข้อมูลถูกเก็บแยกกันอยู่ตามแต่ละแผนกหรือแต่ละระบบอย่างกระจัดกระจาย เช่น: ทีม Marketing: มีข้อมูลว่าลูกค้าคลิกโฆษณาและคลิกดูสินค้าชิ้นไหน? ทีม Sales: มีข้อมูลว่าลูกค้าโทรมาสอบถามแพ็กเกจใด? ทีม Customer Service: มีข้อมูลว่าลูกค้าเคยเคลมสินค้าอะไรไปบ้าง? เมื่อข้อมูลเกิด Data Silo ธุรกิจจะไม่สามารถมองเห็นลูกค้าแบบ Customer 360° ได้ ผลที่ตามมาคือ ลูกค้าอาจได้รับโฆษณาสินค้าที่พวกเขาเพิ่งกดสั่งซื้อไปเมื่อวาน ซึ่งจะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดี (Bad Customer Experience) และเป็นการผลาญงบการตลาดโดยเปล่าประโยชน์ จุดเปลี่ยนสำคัญ...

Continue reading
Conversation Commerce with BotBonnie

จาก ‘แชท’ สู่ ‘ยอดขาย’ เจาะลึกกลยุทธ์ Conversational Commerce ด้วย BotBonnie

ธุรกิจส่วนใหญ่กำลังสูญเสียรายได้ไปกับ ‘บทสนทนาที่ไม่เคยปิดการขาย’ บทความนี้จะพาทุกท่านมาเรียนรู้วิธีเปลี่ยนแชทให้กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับองค์กรที่วัดผลได้จริง ด้วยกลยุทธ์เพิ่มยอดขายผ่านแชท หรือ Conversational Commerce กัน ปัญหา: ยอดขายไม่โต ทั้ง ๆ ที่ Traffic เพิ่มขึ้น ในวันที่การยิงโฆษณาแพงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยอดขายกลับไม่โตตาม Traffic ที่เกิดขึ้น จึงเกิดคำถามสำคัญที่ผู้บริหารและนักการตลาดยุคใหม่เจอ คือ “เราจะเพิ่มยอดขาย โดยไม่ต้องเพิ่มงบการตลาดได้อย่างไร?” เพราะในความเป็นจริง ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ (Customer Acquisition Cost หรือ CAC) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแพลตฟอร์มโฆษณาก็มีการแข่งขันที่สูงขึ้น ขณะที่พฤติกรรมของลูกค้าก็เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เคยเป็นมา หลายธุรกิจจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยการ ‘เพิ่ม Traffic’  ยิงแอดมากขึ้น ทำคอนเทนต์มากขึ้น หรือขยายช่องทางมากขึ้น ช่องโหว่ที่ธุรกิจส่วนใหญ่มองข้าม ถ้ามองลึกลงไปในพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันนี้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ ลูกค้าไม่ได้ ‘ซื้อทันที’ บนเว็บไซต์ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะ ‘ทักหาร้านค้าก่อนที่จะซื้อ’ เพื่อสอบถามข้อมูล เปรียบเทียบ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อในที่สุด ไม่ว่าจะเป็น LINE, Facebook Messenger, หรือ Instagram ก็ตาม โดยมีข้อมูลจาก Meta Platforms ระบุว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนต่อสัปดาห์ที่ส่งข้อความหาแบรนด์หรือร้านค้าก่อนที่จะซื้อ สิ่งนี้สะท้อนพฤติกรรมของลูกค้าได้ชัดเจนว่า “ช่องทาง ‘แชท’ ไม่ได้เป็นแค่ช่องทางสื่อสารอีกต่อไป แต่เป็นจุดที่ลูกค้ามี ‘ความตั้งใจซื้อ’ สูงที่สุดในทุก Touchpoint” แต่ปัญหาที่พบก็ คือ องค์กรส่วนใหญ่ยังใช้ช่องทางแชทรูปแบบเดิม ๆ เป็นเพียง Inbox ที่ให้ทีมงานคอยตอบคำถาม โดยไม่มีโครงสร้าง ไม่มีระบบ และไม่มีการเก็บข้อมูล ทำให้ตรวจสอบได้ยากว่า ลูกค้าทักมาแล้วหายไปเอง ลูกค้าถามแล้วแต่ไม่มีคน Follow-up หรือ ลูกค้าสนใจแต่ไม่มีใครปิดการขาย ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็น รายได้ขององค์กรที่หายไปจากบทสนทนาในทุก ๆ วัน โดยที่องค์กรแทบไม่รู้ตัวเลยว่าคุณกำลังศูนย์เสียโอกาสในการสร้างรายได้อยู่ ทำไม Chatbot ทั่วไปถึงปิดการขายไม่ได้? หลายองค์กรนำ Chatbot...

Continue reading
AI-Chatbot-for-Business-Result-with-Executive

ทำไม AI Chatbot จำนวนมากไม่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจแบบที่ผู้บริหารต้องการ?

ในยุคที่ AI Chatbot และ Conversational AI กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานของหลาย ๆ องค์กร ซึ่งจะมีคำถามที่ผู้บริหารมักถูกถามบ่อย คือ “องค์กรคุณมี AI Chatbot หรือยัง?” แต่ในความเป็นจริง ผู้บริหารจำนวนไม่น้อยกลับพูดเหมือนกันว่า “เรามี Chatbot นะ… แต่ไม่เห็นผลทางธุรกิจอย่างที่คาดหวังไว้เลย” ซึ่งจริง ๆ แล้วคำถามที่ควรถามและสำคัญกว่านั้นคือ “AI Chatbot ที่คุณมี สร้างรายได้ให้ธุรกิจได้จริงหรือไม่?” แม้หลาย ๆ องค์กรจะมีการลงทุนใน AI แล้ว แต่กลับไม่สามารถสร้าง Business Impact หรือ ROI ได้อย่างที่คาดหวัง ซึ่งนี่ไม่ใช่ความล้มเหลวของเทคโนโลยี แต่คือ “ความล้มเหลวของกลยุทธ์” โดยบทความนี้เราจะมาอธิบายว่า ทำไม AI Chatbot ที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้จึงล้มเหลวและไม่ค่อยประสบความสำเร็จ? องค์กรควรปรับมุมมองและกลยุทธ์อย่างไรเพื่อสร้าง ROI จาก AI ได้อย่างที่คาดหวัง? AI Chatbot คืออะไร? AI Chatbot คือ ระบบที่ใช้ AI ในการสนทนาอัตโนมัติ ช่วยตอบคำถามลูกค้า ทำ Automation และลดภาระให้กับทีม โดยองค์กรส่วนใหญ่นำ AI Chatbot มาใช้เพื่อ ลดต้นทุนด้าน Call Center ตอบคำถาม FAQ ง่าย ๆ แบบอัตโนมัติ ให้บริการลูกค้าได้ 24/7 เพิ่มความรวดเร็วในการตอบและบริการลูกค้า ซึ่งหน้าที่ทั้งหมดนี้ AI Chatbot สามารถช่วยองค์กรได้จริง แต่มันไม่เพียงพอสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างความเติบโตของธุรกิจ ทำไมองค์กรส่วนใหญ่จึงล้มเหลวและไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการใช้งาน? ทำไม AI Chatbot จึงล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ผู้บริหารคาดหวัง? 1. การมองเป้าหมายของ AI Chatbot เป็นแค่ “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “กลยุทธ์”...

Continue reading

รู้จัก BotBonnie แพลตฟอร์ม Conversational Marketing เปลี่ยนบทสนทนาให้เป็นยอดขายของธุรกิจ

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! BotBonnie คืออะไร? BotBonnie คือ แพลตฟอร์ม Conversational Marketing และ Chat Automation จาก Appier ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางแชทได้แบบอัตโนมัติ และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Marketing) โดยสามารถเชื่อมต่อกับช่องทางสื่อสารยอดนิยมของไทยได้อย่าง LINE OA, Facebook Messenger และ Web Chat ของแบรนด์คุณ ซึ่งหัวใจสำคัญที่นักการตลาดควรใช้เครื่องมือ BotBonnie ไม่ได้เป็นเพียงแชทบอทตอบคำถามลูกค้าเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนทุกบทสนทนาให้กลายเป็นข้อมูลลูกค้าเชิงลึกในระบบ ที่นักการตลาดสามารถนำไปต่อยอดเป็นแคมเปญการตลาดแบบ Personalized เพื่อเพิ่ม Customer Engagement และสร้าง Conversion ได้อย่างแท้จริง ฟีเจอร์ของ BotBonnie มีอะไรบ้าง? 1. Chatbot & Automation Workflow สร้างแชทบอทและออกแบบ Chat Automation Workflow ที่ซับซ้อนและสอดคล้องกับ Customer Journey ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด (No-code) ทำให้ทีมการตลาดสามารถสร้าง ปรับแต่ง และทดสอบการสนทนากับลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เช่น ตอบคำถามอัตโนมัติ (FAQ) ลดภาระงานของทีมแอดมินที่ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ พร้อมให้ข้อมูลลูกค้าได้ทันทีแบบ Real-time แจกคูปองและสิทธิพิเศษอัตโนมัติ สามารถตั้งเงื่อนไขให้ระบบส่งคูปองหรือโปรโมชันตามพฤติกรรมลูกค้าได้ เช่น แอดไลน์ครั้งแรก หากลูกค้าคลิกที่ Rich Menu หรือร่วมกิจกรรมผ่านแชท จะส่งโค้ดส่วนลดไปให้ผ่านช่องทางแชท จะช่วยกระตุ้น Conversion และการซื้อได้ดียิ่งขึ้น เก็บข้อมูลเชิงลูกค้าของลูกค้า (Data Collection) สามารถตั้งค่าแชทบอทให้ถามคำถามเพื่อเก็บข้อมูลสำคัญได้ เช่น ความสนใจ งบประมาณ ช่วงเวลาที่สะดวกให้ติดต่อ หรือ Pain Point ต่าง ๆ ของลูกค้า โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บเป็นระบบ และนำไปต่อยอดทางการตลาด คัดกรองและจัดลำดับความสำคัญของลูกค้า (Lead Qualification) BotBonnie ช่วยแยกกลุ่มลูกค้าให้อัตโนมัติ เช่น...

Continue reading

Conversational Marketing คืออะไร? กลยุทธ์เปลี่ยนการแชทให้กลายเป็นยอดขายของธุรกิจ

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! Conversational Marketing คืออะไร? Conversational Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการสื่อสารโต้ตอบกับลูกค้า (Two-way Communication) แบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางแชทต่าง ๆ เช่น LINE, Facebook Messenger, WhatsApp, Chatbot หรือ Live Chat บนเว็บไซต์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติ เหมือนได้คุยกับคนจริง ๆ ไม่ใช่การสื่อสารแบบทางเดียวเหมือนการตลาดแบบเดิม ๆ Conversational Marketing ทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้มากกว่าแค่การส่งข้อความโฆษณาออกไปอยู่ฝ่ายเดียว ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าถาม-ตอบ แสดงความสนใจ และตัดสินใจได้ทันทีภายในบทสนทนาเดียว ทำไม Conversational Marketing ถึงสำคัญในยุคดิจิทัล? ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ลูกค้าคาดหวังการตอบกลับที่รวดเร็ว มีความเป็นส่วนตัวและตรงกับความต้องการมากที่สุด หากคุณให้ลูกค้ารอการตอบกลับเป็นชั่วโมงหรือวันถัดไป เตรียมโบกมือลาลูกค้าของคุณได้เลย ทำให้กลยุทธ์ Conversational Marketing เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นดังนี้ 1. ตอบลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องเสียเวลากรอกข้อมูลและรออีเมล Conversational Marketing ช่วยให้แบรนด์สามารถ ‘ตอบลูกค้าได้แบบเรียลไทม์’ ผ่านช่องทางที่ลูกค้าใช้งานอยู่แล้ว โดยไม่ต้องให้ลูกค้าเสียเวลากรอกข้อมูลหลายขั้นตอน เพื่อรอการตอบกลับทางอีเมลอีกต่อไป 2. สร้างความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นกันเองระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ผ่านการสื่อสารที่เหมือนการสนทนาจริง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและพร้อมช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่การส่งข้อความโฆษณาแบบเดิม ๆ 3. ช่วยเร่งและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้เร็วขึ้น ลดขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูล เปรียบเทียบสินค้า ดูโปรโมชัน หรือแม้แต่พูดคุยกับทีมขายได้ทันทีในบทสนทนาเดียว ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้เร็วขึ้น 4. เก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดในอนาคตได้ เป็นแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้แบรนด์ เก็บข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (First-party Data) จากการพูดคุยได้ ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ พฤติกรรม หรือเหตุผลในการซื้อ ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดทำ Personalization, Segmentation และแคมเปญการตลาดในอนาคตให้ตรงใจและแม่นยำมากยิ่งขึ้น กลยุทธ์ Conversational Marketing เหมาะกับใคร? 1. นักการตลาดที่ต้องการเพิ่ม Lead ที่มีคุณภาพ แบรนด์สามารถใช้บทสนทนาเพื่อคัดกรองความต้องการของลูกค้า และส่งต่อเฉพาะ Lead ที่มีศักยภาพให้ทีมขาย เพื่อลดภาระงานของทีมขายและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น 2....

Continue reading
what is different line oa and botbonnie

LINE OA vs BotBonnie จากการสื่อสารสู่การสร้างกำไร เครื่องมือไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน?

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! LINE OA ทำอะไรได้บ้าง? และเหมาะกับใคร? LINE Official Account (LINE OA) คือ บัญชีทางการของแบรนด์บนแพลตฟอร์ม LINE ที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ฟีเจอร์ของ LINE OA: แชทบน LINE แบบ 1:1 Broadcast ส่งข้อความถึงผู้ติดตาม Rich Menu / Rich Message Step Message (ส่งข้อความอัตโนมัติตามลำดับวัน) ฟีเจอร์ Step Message เหมาะสำหรับทำ Drip Marketing แบบง่าย ๆ เช่น ตั้ง Trigger เมื่อมีคนเพิ่มเพื่อน แล้วส่งข้อความอัตโนมัติใน Day 0 / Day 1 / Day 3 เพื่อให้ข้อมูลหรือโปรโมชัน โดยสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายตามเพศ อายุ ระบบมือถือ หรือพื้นที่ได้ จุดเด่นของ LINE OA: คนไทยนิยมใช้ไลน์เป็นช่องทางการสื่อสารหลักกว่า 56 ล้านบัญชีหรือคิดเป็น 78.2% ของประชากรทั้งหมด ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ติดตั้งและพร้อมใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับร้านค้า SME ที่ต้องการสื่อสารกับลูกค้าอย่างรวดเร็วและเป็นระบบผ่านช่องทาง LINE ข้อจำกัดของ LINE OA: ใช้งานได้เฉพาะบน LINE เท่านั้น ข้อมูลที่ได้รับค่อนข้างอยู่ในระดับพื้นฐาน เช่น เพศ อายุ ประเภทมือถือที่ใช้ พื้นที่ เน้นการส่งข้อความตามช่วงเวลา มากกว่าเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่ซับซ้อนของลูกค้า หากต้องการ Automation หรือ Segmentation ที่ซับซ้อนขึ้น ต้องใช้ API หรือเครื่องมือเสริม LINE OA เหมาะกับ: ทีมขนาดเล็กหรือกลางที่ต้องการระบบอัตโนมัติแบบแค่ตั้งข้อความแล้วส่งอัตโนมัติ สำหรับลูกค้ากลุ่มกว้างบน...

Continue reading
Xiaomi & Botbonnie - Appier Customer Story

กรณีศึกษา Xiaomi ไต้หวัน ใช้ BotBonnie เพิ่ม Engagement บน Instagram ถึง 98%

แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก “Xiaomi” ให้ความไว้วางใจ Appier เพื่อพลิกโฉมการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ผ่านเครื่องมือ Automation ของ BotBonnie) ที่ช่วยเพิ่มยอดไลค์ถึง 5 เท่า และดันอัตราการร่วมกิจกรรมสูงสุดถึง 98% ภาพรวมของโปรเจกต์ Xiaomi x BotBonnie จาก Appier ในยุคที่ผู้บริโภคใช้เวลาส่วนใหญ่บนโซเชียลมีเดีย แบรนด์ต่างๆ ต้องคิดหาวิธีสร้าง “ปฏิสัมพันธ์จริง” กับลูกค้าให้ได้มากกว่าการโพสต์คอนเทนต์ทั่วไป Xiaomi Taiwan มองเห็นโอกาสนี้และได้ให้ความไว้วางใจ Appier เพื่อนำ BotBonnie เครื่องมือ Marketing Automation บน LINE, Facebook, Instagram มาช่วยยกระดับการสื่อสารกับแฟนคลับในกิจกรรม Xiaomi Fan Festival 2024 และแคมเปญ “Heartbeat” กับ “The Moment” ผลลัพธ์คือ Engagement เพิ่มขึ้นกว่า 100+ ผู้ใช้ใหม่ ยอดไลก์เฉลี่ยมากขึ้น 5 เท่า อัตราการทำกิจกรรมจบครบ 98% ทำความรู้จักแบรนด์ Xiaomi Xiaomi Corporation ก่อตั้งในปี 2010 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (1810.HK)บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) ที่เชื่อมต่อกันผ่าน IoT Platform วิสัยทัศน์ของ Xiaomi “Make friends with users and be the coolest company in the users’ hearts.” ปัจจุบัน Xiaomi เป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ติดอันดับ 3 อันดับแรกของยอดขายทั่วโลก โดยข้อมูล ณ มีนาคม 2024 ผู้ใช้งานประจำต่อเดือน (MAU)...

Continue reading
botbonnie mini cdp

BotBonnie จาก Appier เปลี่ยน LINE OA ให้เป็น Mini-CDP และ Customer Engagement สำหรับยุค OMO

ในยุคที่พฤติกรรมของลูกค้าไม่ได้อยู่แค่ “ออนไลน์” หรือ “ออฟไลน์” อีกต่อไป ลูกค้าอาจเห็นสินค้าใน LINE หรือ Social Platform อื่น จากนั้น ไปลองที่ร้าน แล้วกลับมาซื้อผ่านออนไลน์นี่คือโลกของ OMO (Online-Merge-Offline) ซึ่งแบรนด์ที่สามารถ เชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้าในทุกช่องทางจะเป็นผู้ชนะในยุคใหม่ของการตลาด แต่ความท้าทายคือ — LINE OA ที่หลายแบรนด์ใช้อยู่ทุกวันนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะ “เข้าใจลูกค้า” และ “สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement)” ได้ลึกพอ นี่คือเหตุผลที่แบรนด์ชั้นนำ เช่น Xiaomi Samsung Gogoro Heineken Audi ฯลฯ เลือกใช้ BotBonnie จาก Appier BotBonnie คืออะไร หลายคนรู้จัก BotBonnie ในฐานะ “Chatbot Platform” ที่ทำงานร่วมกับ LINE OA ได้ดีที่สุดกว่าทุกโซลูชั่นส์ โดยได้รับความนิยมสูงสุดในไต้หวัน (เป็นสังคม LINE เหมือนไทย) ในต้นทุนที่จับต้องได้ แต่จริงๆ แล้ว BotBonnie ทำได้มากกว่านั้น นั่นคือ BotBonnie เป็นแพลตฟอร์ม Conversational Marketing & Engagement Platform ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้าง บทสนทนาอัตโนมัติ (Smart Chatbot) กิจกรรมการตลาด (Engagement Campaigns) การสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Automation) และ การเก็บข้อมูลลูกค้า (Customer Data) บน LINE OA, Facebook, Instagram, Whatsapp หรือเว็บไซต์ — โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ดังนั้น BotBonnie ไม่ได้เป็นแค่ “บอทตอบแชท” แต่เป็น “ศูนย์กลางของข้อมูลและการสื่อสารกับลูกค้า” สำหรับแบรนด์ที่ต้องการขับเคลื่อนการตลาดในยุค...

Continue reading