GWS Gemini April updates 2026

สรุปอัปเดตฟังก์ชันใหม่ Google Workspace และ Gemini (เมษายน 2026)

ในสถานการณ์การแข่งขันทางเทคโนโลยีที่เข้มข้นอย่างต่อเนื่อง Google Cloud ได้เปิดตัวชุดฟังก์ชันใหม่สำหรับผู้ใช้งาน Google Workspace และ Gemini ระดับองค์กร เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานด้วยการนำโมเดล Lyria 3 เข้ามาเสริมทัพและผสานการทำงานของเครื่องมือต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อ ภายใต้แนวคิด “Everything you need is all in one place”  มาสำรวจกันว่าในเดือนเมษายน ปี 2026 ที่ผ่านมามีอะไรอัปเดตใหม่บ้าง! 1. สร้างวิดีโอด้วยโมเดล Lyria 3 Lyria 3 เป็นโมเดลอัจฉริยะที่สามารถสร้าง Avatar หรือตัวแทนเสมือนจริงได้อย่างสมจริงที่สุด โดยคุณสามารถออกแบบ Avatar ให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ตามต้องการ ซึ่งคุณสามารถใช้งานร่วมกับ Google Vids ได้เลย ตัวอย่างเช่น กำหนดคาแร็กเตอร์เป็นผู้หญิงเอเชียวัยกลางคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ภาพลักษณ์สะอาดตา มัดผมเรียบร้อย และมีฉากหลังเป็นห้องแล็บปฏิบัติงาน เป็นต้น ความสามารถเพิ่มเติม การผสมผสานรูปภาพ: สามารถรวมรูปภาพ 2 รูปเพื่อสร้างเป็นวิดีโอต่อเนื่องกันได้ เช่น การนำรูปบุคคลมาผสมกับรูปกระเป๋าเพื่อสร้างวิดีโอขณะที่คนกำลังเดินถือกระเป๋า เป็นต้น สร้าง Avatar ในรูปแบบการ์ตูน 2D และ 3D ทลายกำแพงด้านภาษา: รองรับภาษาหลักที่หลากหลาย เช่น ภาษาสเปน, โปรตุเกส, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, เกาหลี และญี่ปุ่น (สำหรับภาษาไทยกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา) บันทึกหน้าจออย่างง่ายดายด้วย Google Vids สร้างดนตรีประกอบวิดีโออัตโนมัติ 2. จัดการตารางนัดหมายผ่าน Gmail โดยตรง คุณสามารถส่งคำเชิญนัดหมายได้ทันทีจากหน้า Gmail ด้วยฟีเจอร์ “Help me schedule” โดย Gemini จะแสดงปฏิทิน (Calendar) ของทีมเพื่อตรวจสอบช่วงเวลาที่ทุกคนว่างตรงกัน จากนั้นคุณสามารถเลือกช่วงเวลา (Slot) ที่เหมาะสมและแนบไปพร้อมกับอีเมลได้เลย 3. แปลภาษาแบบเรียลไทม์ รองรับการแปลภาษาในระหว่างการประชุมทันที...

Continue reading
Data studio 2026

จาก Looker Studio สู่การกลับมาของ Data Studio ศูนย์กลางข้อมูลแห่งใหม่บน Google Data Cloud

ในยุคที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาลและเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นกลไกสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจ ดังนั้นการมี Centralized Data Hub ที่ช่วยให้ทุกคนในองค์กรเข้าถึงและใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อจึงเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในปี 2026  ด้วยเหตุนี้ Google จึงได้ประกาศเปลี่ยนชื่อจาก Looker Studio กลับสู่ชื่อที่ทุกท่านคุ้นเคยอย่าง “Data Studio“ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลชั้นนำที่เข้าถึงง่ายและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม โดยการกลับมาของ Data Studio ในครั้งนี้มาพร้อมกับการยกระดับเทคโนโลยี AI เข้ากับระบบ Google Data Cloud อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และเชื่อมต่อข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการดึงข้อมูลจาก BigQuery หรือการทำงานร่วมกับ Colab Notebook เป็นต้น Data Studio 2026 ปัจจุบัน Data Studio เปิดให้บริการ 2 รูปแบบตามความต้องการใช้งาน: 1. Data Studio (Free): เน้นการทำ Data Visualization เปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นรายงานและ Dashboard ที่ทรงพลัง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 2. Data Studio Pro: โซลูชันระดับองค์กรที่ยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและการควบคุมสิทธิ์การใช้งาน พร้อมฟีเจอร์ขั้นสูงและระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่า ต้องย้ายข้อมูลจาก Looker Studio ไปยัง Data Studio หรือไม่? หากคุณมีการใช้งาน Looker Studio อยู่แล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกย้ายไปยัง Data Studio โดยอัตโนมัติ ซึ่งทุกอย่างจะยังคงอยู่ครบถ้วนและพร้อมใช้งานเหมือนเดิม คุณไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ  ขอบคุณข้อมูลจาก Google Cloud การอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการรีแบรนด์ครั้งสำคัญของ Google มาพร้อมกับความสามารถใหม่ ๆ และประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน...

Security on Cloud

หัวใจธุรกิจยุคใหม่: ทำไมองค์กรไทยต้องยกระดับความปลอดภัยในยุค Cloud

ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนด้วยระบบ Cloud แพลตฟอร์มอย่าง Google Workspace ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักขององค์กรยุคใหม่ รองรับทั้งการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการเข้าถึงข้อมูลแบบข้ามทีม ข้ามประเทศ และข้ามเวลา เมื่อองค์กรขยายตัวความเสี่ยงด้านไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งผลต่อความสามารถทางธุรกิจ การสร้างความเชื่อใจ และรายได้ขององค์กร ดังนั้นสมการความเสี่ยงใหม่ คือ Cyber risk = Business risk SME คือเป้าหมายหลัก: มากกว่า 60% ของผู้ที่ถูกโจมตีคือองค์กรขนาดเล็กและกลาง* องค์กรใหญ่ถูกเจาะผ่านคู่ค้า: การโจมตีมักมาในรูปแบบ Supply Chain และการขโมยบัญชีผู้ใช้งาน (Credential-based attack) มูลค่าความเสียหายมหาศาล: ค่าเสียหายเฉลี่ยต่อเหตุการณ์สูงกว่า 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยความเสียหายทางอ้อม เช่น การเสียชื่อเสียง (Brand damage) และการสูญเสียลูกค้า มักรุนแรงกว่าความเสียหายทางตรง** หมายเหตุ*อ้างอิงจาก Verizon Data Breach Investigations Report (DBIR)**อ้างอิงจาก IBM Cost of a Data Breach Report ซึ่งช่องโหว่ที่แท้จริงคือ “วิธีการใช้งาน” ไม่ใช่ “ตัวระบบ” ตัวอย่างเช่น Identity control ไม่แข็งแรง สิทธิ์ Admin มากเกินความจำเป็น การแชร์ข้อมูลโดยไม่มีการควบคุม ผู้ใช้งานขาดความเข้าใจเรื่อง phishing ซึ่งเป็นวิธีโจมตีที่ได้ผลที่สุดในโลก 6 เสาหลักสู่การสร้างระบบความปลอดภัยยุคใหม่ 1. Identity คือด่านแรกของการป้องกัน การใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) สามารถป้องกันการโจมตีอัตโนมัติได้มากกว่า 99%, การตั้งค่า Role-based access control, Passkey หรือ strong authentication 2. Endpoint Security ในยุค Hybrid Work...

Continue reading
Google Workspace is a foundation for business

ทำไม Google Workspace จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรในยุควิกฤติ

เมื่อเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะตึงเครียด จากราคาน้ำมันพุ่งสูงอาจนำไปสู่การขึ้นราคาสินค้า ลดคุณภาพ และข้อจำกัดในการตัดสินใจที่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้บริโภคจนถึงผู้บริหารในภาคธุรกิจ CEO ต้องพาองค์กรเติบโตภายใต้ข้อจำกัดที่รัดตัว CFO ต้องควบคุมต้นทุนเข้มงวดโดยไม่ทำลายศักยภาพการแข่งขัน COO ต้องบริหารจัดการให้ “งานเดินต่อได้” ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเปลี่ยนแปลงเพียงใด อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มาจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ถูก “ขยาย” ให้รุนแรงขึ้นด้วยระบบการทำงานภายในองค์กรเอง เช่น ระบบ IT ที่ยุ่งเหยิง การสื่อสารที่แยกส่วน และวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่รองรับความผันผวน “นี่ไม่ใช่เรื่องของ IT แต่คือเรื่องของผู้นำ” จะรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างไร จะตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน จะควบคุมต้นทุนอย่างไรในภาวะกดดัน ในช่วงปกติสิ่งเหล่านี้อาจไม่ชัด แต่ในช่วงวิกฤติมันคือ “ตัวชี้ชะตาองค์กร” ดังนั้นท่ามกลางข้อจำกัดนี้ Google Workspace จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือจัดการเอกสารอีกต่อไป แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นเพื่อให้ธุรกิจประคองตัวและไปต่อได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ทำไม Google Workspace จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรในยุคนี้ 1. กำจัด “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ภาระหนักที่องค์กรละเลย เมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น หลายองค์กรเลือกมองไปที่ต้นทุนโลจิสติกส์ การจัดซื้อ หรือแรงงาน แต่กลับลืมมอง “ต้นทุนแฝง” ที่อยู่ในระบบ IT ที่ติดตั้งภายในองค์กร (on-premises) ซึ่งเป็นภาระต้นทุนในระยะยาว เช่น ค่าไฟฟ้าสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ค่าระบบระบายความร้อน ค่าเสื่อมราคาและการเปลี่ยนอุปกรณ์ ค่าแรงดูแลระบบและความเสี่ยงจากระบบล่ม (Downtime) จากรายงานของ International Energy Agency (IEA) ระบุว่าความผันผวนของราคาพลังงานจะเป็น “โครงสร้างถาวร” ของเศรษฐกิจโลกในตอนนี้ องค์กรที่พึ่งพาระบบที่ใช้พลังงานสูงจึงเผชิญความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ Google Workspace ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการ “ลงทุนดูแลเอง” ไปสู่การใช้บริการ Cloud ระดับโลกที่ผ่านการ Optimized มาอย่างสูงสุด ช่วยลด TCO (Total Cost of Ownership) ได้มากถึง 30 – 40% 2. เมื่อ “ความเร็วในการตัดสินใจ” คือสกุลเงินใหม่ของธุรกิจ ในโลกที่ผันผวนการตัดสินใจช้าอาจไม่ทันการเมื่อสถานการณ์หน้างานเปลี่ยนไปทุกนาที ซึ่งอาจเกิดจากข้อมูลกระจัดกระจายและการสื่อสารหลายขั้นตอน...

Continue reading
3 AI Tools for Marketing

3 AI Tools ที่ Marketing ต้องลอง!

สวัสดีค่ะ รินเป็น Senior Marketing Specialist จาก Demeter ICT นะคะ ในการทำงานปกติแล้วรินใช้ Google Workspace ทุกวัน ซึ่งก็จะมีการใช้ AI ด้วย วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ AI Tools ที่รินมีการใช้งานจริงแล้วรู้สึกว่า “เวิร์ก!” สำหรับสาย Marketing ค่ะ 1. Gemini: Help me write จริงๆ ฟีเจอร์นี้มีทั้งในอีเมลและใน Google Docs เลยค่ะ แต่ตัวที่รินรู้สึกว่าสะดวกมาก คือ Help me write ที่อยู่ใน Google Docs เพราะเหมือนยก Gemini มาไว้ที่หน้า Google Docs เลยค่ะ ใช้งานได้ง่ายๆ ที่ Side Panel ไม่ต้องคอยสลับแท็บไปหน้า Gemini เหมือนเดิมแล้ว และในเรื่องของความสามารถเทียบเท่ากับ Gemini บนหน้าเว็บไหม? รินคิดว่าความสามารถจะยังไม่เก่งเท่าโมเดลใหญ่ในหน้าเว็บหลักค่ะ แต่ก็สามารถทำได้ใกล้เคียงเลย เช่น เวลารินเขียนบทความก็สามารถใช้ Gemini ช่วยออกความเห็นในหน้านั้นได้ มีตรงไหนที่ควรปรับ และมีคำแนะนำอย่างไร Gemini ใน Google Docs ก็สามารถทำได้ดีเลยค่ะ 2. Gemini Gems Gems เป็นฟีเจอร์ที่ใช้แบ่งความถนัดเป็นด้านๆ ค่ะ เช่น Gem 1: ถนัดด้านการทำ SEO และ Gem 2: ถนัดด้านเขียนสคริปต์ เป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้อยู่ใน Gemini และสามารถใช้ใน Side Panel ได้ด้วยค่ะ  สำหรับสาย Marketing รินชอบใช้ Gems เพื่อช่วยทำ SEO...

Continue reading
AppSheet คืออะไร

สรุป AppSheet คืออะไร ? ทำอะไรได้บ้าง ? (ฉบับเข้าใจง่าย)

AppSheet ถือได้ว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ถูกพูดถึงและกำลังมาแรงแซงทางโค้งอย่างมากในประเทศไทยของเรา เพราะเพียงแค่เดือนเดียว Keyword คำว่า “AppSheet” ถูกค้นหาไปมากกว่า 3 หมื่นครั้ง  แล้วทำไม AppSheet ถึงกำลังได้รับความนิยมมากขนาดนี้กันนะ ? วันนี้ Demeter ICT จึงได้ทำสรุปฉบับเข้าใจง่าย ที่ไม่ว่าจะมือใหม่หัดใช้หรือคนที่ต้องการทำความรู้จักเพิ่มเติมว่า AppSheet จริง ๆ แล้วคืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้ท่านได้เข้าใจและเห็นภาพรวมกันชัด ๆ ไปเลย ! AppSheet คืออะไร ? AppSheet คือ เครื่องมือสร้างแอปพลิเคชันแบบเร็วที่สุดโดยที่คุณไม่ต้องมีทักษะการเขียนโค้ดแต่อย่างใด เพราะ AppSheet นั้นคือ No-Code Platform แบบ 100% เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่จากค่าย Google ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว AppSheet ทำอะไรได้บ้าง ? AppSheet สามารถสร้างแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลที่คุณจะต้องนำมาใช้งานก็มาจาก Google Sheets ที่คุณใช้อยู่ทุกวันนั่นแหละ เพียงแต่ว่าคุณนำข้อมูลเหล่านี้มาสร้างกระบวนการการทำงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำงานของคุณง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดย AppSheet สามารถรองรับได้ทั้ง Desktop version และ Mobile version เลย Demeter ICT สรุปให้สั้นๆ ว่า AppSheet สามารถ สร้างแอปพลิเคชันได้ สร้าง Workflow Automation ได้ สร้าง SMS, Bot, Push notifications อัตโนมัติได้ เชื่อมต่อกับข้อมูลได้หลากหลายประเภท เช่น Excel, Dropbox, Box, และ Saleforce.com ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็น Google Sheets เท่านั้น บันทึกข้อมูลจาก Google Forms Barcode ลายเซ็น...

Continue reading
Why Google Workspace can improve productivity more than 10 times

4 เหตุผลทำไม Google Workspace และ Gemini ช่วยทำงานให้เร็วขึ้นได้ 10 เท่า

หากพูดถึง Google Workspace ทุกคนคงจะเข้าใจว่าเป็นเพียงระบบอีเมล แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบัน Google Workspace นั้นได้พัฒนาสู่การเป็น AI-first Operating System โดยการนำ Gemini เข้ามาช่วยให้การทำงานของคุณเจ๋งขึ้นและรวดเร็วขึ้น นี่คือเหตุผลที่คุณควรเริ่มต้นใช้งาน Google Workspace พร้อมกับ Gemini AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะทำให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น 10 เท่า ส่องประโยชน์ของ Gemini ใน Google Workspace ที่คนทำงานต้องรู้ ! 1. เหมือนจ้าง “ผู้ช่วยส่วนตัว” ให้พนักงานทุกคนในราคาประหยัด ปรับเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าเป็นเพียงค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ มาเป็นการลงทุนจ้างผู้ช่วย AI ส่วนตัวให้กับพนักงานทุกคน โดยมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ประหยัดมาก ซึ่งน้อยกว่าค่าอาหารกลางวันเพียงมื้อเดียวเสียอีก แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการช่วยลดภาระงาน ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมหาศาล 2. เปลี่ยนทุกการประชุมให้กลายเป็นกำไร แทนที่จะเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการสรุปประชุม เปลี่ยนมาใช้ฟีเจอร์ “Take Notes for Me” ใน Google Meet เพื่อให้ Gemini จดบันทึกและติดตามรายการสิ่งที่ต้องทำ (Action Items) ให้โดยอัตโนมัติ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถนำเวลาที่เหลือไปสร้างกำไรต่อได้ 3. วิเคราะห์ข้อมูลได้ทันที แม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ต้องรอ “เซียน Excel” หรือนักวิเคราะห์ข้อมูลอีกต่อไป ด้วย Gemini ใน Google Sheets คุณสามารถพิมพ์คำสั่งง่ายๆ เช่น “ช่วยไฮไลต์สินค้าที่มีการเติบโตสูงสุดในไตรมาสที่แล้ว” ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจเกิดขึ้นได้ในหลักวินาที ไม่ใช่หลักวันแบบวิธีเดิมๆ อีกต่อไป 4. เขียนเอกสารและนำเสนอแบบมือโปรใน 30 วินาที การเริ่มต้นจากหน้ากระดาษเปล่าเป็นเรื่องยากที่สุด แต่ด้วยฟีเจอร์นี้ “Help me write” ใน Google Docs จะช่วยให้คุณสามารถเขียนเอกสารแบบมืออาชีพได้ใน 30 วินาที เร็วขึ้นกว่าเดิมมากถึง 40 – 50% ...

Continue reading
How to record meeting

วิธีบันทึกประชุม (Record meeting) และดูวิดีโอย้อนหลังใน Google Meet

ในยุคการทำงานแบบ Hybrid การเก็บบันทึกข้อมูลการประชุมถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้การส่งต่องานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนมติที่ประชุมหรือการแชร์ข้อมูลให้กับผู้ที่ติดภารกิจจนไม่สามารถเข้าร่วมได้  อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังมีความสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการบันทึกวิดีโอ (Record Meeting) บน Google Meet รวมถึงระบบการจัดเก็บไฟล์ว่าถูกส่งไปที่ใดและใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าถึง  บทความนี้จะช่วยสรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการบันทึกวิดีโอประชุม (Record meeting) เพื่อให้การทำงานในองค์กรของคุณไหลลื่นและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างง่าย วิธีการบันทึกประชุม (Record meeting) ใน Google Meet เปิด Google Meet และเข้าร่วมประชุม ไปที่ จุด 3 จุด หรือ More options 3. กด Manage recording (หากไม่มี จะต้องทำการอัปเกรดเป็น Google Workspace Standard ขึ้นไป) วิดีโอที่บันทึกจะถูกจัดเก็บไว้ที่ใด หากคุณต้องการดูวิดีโอการประชุมย้อนหลัง เมื่อจบการประชุม Google Meet จะทำการประมวลผล ซึ่งอาจใช้เวลาประมาน 5 นาที – หลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยาวของวิดีโอ โดยวิดีโอการประชุมจะถูกจัดเก็บไว้ใน 3 ที่ ดังนี้ 1. Google Drive ไฟล์วิดีโอจะถูกบันทึกไว้ใน Google Drive ของ “คนที่กดเริ่มบันทึก” หรือ “ผู้สร้างห้องประชุม (Organizer)” วิธีการค้นหาไฟล์วิดีโอจากการบันทึกการประชุม ไปที่ Google Drive ค้นหาโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า “Meet Recordings” ค้นหาไฟล์วิดีโอโดยพิมพ์ชื่อห้องประชุม_วันที่_เวลา หรือหากคนที่เริ่มกดบันทึกคือคนละคนกับผู้สร้างห้องประชุม วิดีโอจะถูกจัดเก็บไว้ที่ Drive ของผู้สร้าง แต่ผู้ที่กดบันทึกจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์นั้นได้อย่างอัตโนมัติ 2. อีเมล (Email Notification) หลังจากการประมวลผลวิดีโอเสร็จสิ้น Google Meet จะส่งวิดีโอไปยังอีเมลของ เจ้าของห้องประชุม (Organizer) และ คนที่กดบันทึก 3. Google Calendar หากการประชุมนั้นมีการนัดหมายผ่านปฏิทิน...

Continue reading