ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของประชากรในตลาดแรงงาน และความคาดหวังของพนักงานที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่างก็สร้างความกังวลใจให้เจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารอยู่ไม่น้อยเลย การทำความเข้าใจและตั้งรับกับเทรนด์หรือทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น Demeter ICT จึงได้นำบทความจาก Forbes มาให้ทุกท่านได้สำรวจ ศึกษา และเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับเทรนด์การทำงานในปี 2025 นี้ไปพร้อมกัน 1. Reskilling และ Upskilling: กุญแจสำคัญสำหรับอนาคต AI ได้เข้ามามีอิทธิพลและเปลี่ยนแปลงการทำงานไปในหลายแง่มุม ทำให้การพัฒนาทักษะเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งกว่าเดิม ซึ่งในปี 2025 ทักษะบางอย่างอาจกลายเป็นล้าสมัยไป แต่ในขณะเดียวกันโอกาสมากมายก็กำลังเกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นบริษัทที่สนับสนุนและมอบโอกาสการเรียนรู้ให้พนักงานจะสามารถดึงดูดบุคลากรชั้นนำเข้ามาร่วมพัฒนาบริษัทได้ นำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านบุคลากรเองและบริษัทด้วย 2. ทำงาน 4 วัน กระตุ้น Productivity และ Work-Life Balance ได้ดี การทำงาน 4 วัน/สัปดาห์กำลังได้รับแรงผลักดันจากบริษัทหลายแห่ง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายโครงสร้างการทำงานแบบดั้งเดิมอย่างมากเลยทีเดียว ในปี 2025 บริษัทต่างๆ จะเริ่มมีการนำโมเดลนี้มาใช้มากขึ้น โดยจะยกระดับการเป็นอยู่ของพนักงานให้มี work life balance ที่ดี เพราะการมีชั่วโมงทำงานที่เข้มข้นและได้รับการพักผ่อนที่เหมาะสมจะสามารถเพิ่ม Productivity ได้ในทุกอุตสาหกรรม 3. The Gig Economy 2.0: จากงานเสริมสู่เส้นทางอาชีพ เศรษฐกิจแบบ Gig (การทำงานแบบอิสระ) จะได้รับความนิยมมากขึ้น คนที่เคยทำงานประจำก็อาจต้องการความยืดหยุ่น ความอิสระ และความท้าทายในการทำงาน คำว่า “Job for life” ก็อาจจะไม่มีอีกต่อแล้ว ฉะนั้นการทำงานแบบ Gig จึงกลายมาเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่กำลังมาแรง ซึ่งในปีหน้าจะมีบุคลากรมากความสามารถสนใจการทำงานรูปแบบนี้อย่างแน่นอน ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรประจำในสาขาต่าง ๆ เช่น บุคลากรด้านการดูแลสุขภาพ (Healthcare), ด้าน AI, และด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้บริษัทเองจึงต้องปรับตัวด้วยการมุ่งเน้นไปที่การสร้างโอกาสในการทำงานแบบโปรเจกต์ที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถสูงในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 4. พลังแห่งการผสมผสาน มนุษย์และ AI ปลดล็อกศักยภาพใหม่ AI กำลังเปลี่ยนจากการทดแทนมาเป็นการเสริมศักยภาพมนุษย์ ส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเมื่อ AI...
Continue readingBraze x LINE OA ปลดล็อกศักยภาพทางการตลาดไปอีกขั้นผ่าน LINE ด้วย Braze ได้แล้วตอนนี้!
ในฐานะนักการตลาด คงรู้กันดีว่าการเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านช่องทางที่พวกเขาใช้งานบ่อยมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์ระดับโลกที่ต้องปรับตัวตามช่องทางที่มีความนิยมต่างกันในแต่ละประเทศ ถ้าพูดถึงประเทศในแถบเอเชีย LINE ก็เป็นแอปส่งข้อความยอดนิยมทั้งในประเทศไทยและเอเชีย ซึ่ง LINE ไม่ได้มองแค่ว่าตัวเองนั้นเป็นแค่แอปส่งข้อความ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน ที่รวมทั้งการช้อปปิ้ง เล่นเกม ชำระเงิน และการติดตามแบรนด์ที่ชื่นชอบ โดย LINE มีเป้าหมายที่จะเป็น “โครงสร้างพื้นฐานในชีวิต” ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมงและตลอด 365 วัน โดย Braze แพลตฟอร์มด้านการสร้าง Customer Engagement ได้มองเห็นถึงความสำคัญในการทำการตลาดผ่านช่องทาง LINE ในประเทศไทยมาโดยตลอด ซึ่งล่าสุด! Braze ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่าตอนนี้ Braze สามารถเชื่อมต่อกับ LINE OA ได้แล้ว! การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในการส่งข้อความผ่านช่องทางแชทที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ในไทย มาดูกันว่า Braze และ LINE OA สามารถทำอะไรร่วมกันได้บ้าง? สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้าผ่านมือถือด้วย Braze และ LINE Braze ตั้งใจช่วยให้แบรนด์เติบโตด้วยการเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจและมีคุณค่าในทุกการเดินทางของลูกค้า ผ่านช่องทางที่ลูกค้าชื่นชอบ นักการตลาดสามารถใช้ข้อมูลของตัวเองที่เก็บมาในการส่งข้อความที่น่าสนใจและเฉพาะบุคคล (Personalization) พร้อมเชื่อมโยงประสบการณ์ผ่าน LINE เข้ากับช่องทางการตลาดอื่น ๆ ให้ต่อเนื่องและสอดคล้องกัน 1. ตั้งค่าและขยายการตลาดบน LINE ได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยเครื่องมือที่สามารถตั้งค่าได้รวดเร็วและมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย Braze ช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อบัญชีเข้ากับ LINE ได้ทันที และสร้างแคมเปญได้อย่างง่ายดายด้วยการสร้างเทมเพลตพร้อมใส่ข้อความที่ต้องการและปรับแต่งเนื้อหาตามกลุ่มเป้าหมายได้อย่างอิสระ นักการตลาดสามารถจัดการเพื่อนบน LINE ได้สะดวก สามารถอัปเดตและดูสถานะของลูกค้าได้ว่าใครสมัครรับข่าวสารบ้างหรือใครยังไม่ได้ยืนยันการสมัครสมาชิกเป็นต้น 2. สร้างความสัมพันธ์ด้วยการส่งข้อความที่ตรงใจลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเปลี่ยนใจมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ ลูกค้าที่ใช้ LINE คาดหวังให้แบรนด์มีการสื่อสารที่น่าสนใจเหมือนคุยกับเพื่อนหรือครอบครัว ด้วย Braze แบรนด์ต่าง ๆ สามารถใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อส่งข้อความที่ตรงใจผ่านเนื้อหาแบบเฉพาะบุคคล เช่น คำแนะนำสินค้า โปรโมชัน คะแนนสะสม และการแจ้งเตือน และ Braze ยังช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามข้อมูลต่าง ๆ เช่น...
Continue readingจัดระเบียบเนื้อหาเอกสาร ให้การค้นหาง่ายขึ้น 100% ด้วย Document Tabs
เคยเจอปัญหาของเอกสารที่มีเนื้อหายาวเหยียด มีหัวข้อยิบย่อยมากมาย จนลายตาหาข้อมูลไม่เจอบ้างไหม? ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปแน่นอน เพราะ Google ได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ใน Google Docs อย่าง “Document Tabs” ขึ้นมา เพื่อช่วยในการจัดระเบียบเนื้อหาเอกสารให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น หากยังนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงการอ่านหนังสือหนาๆสักเล่ม จะทำอย่างไรให้เราสามารถกลับมาเปิดหาในส่วนที่เราต้องการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลายคนก็มีการใช้เทคนิคติดกระดาษโน้ตคั่นหนังสือและเขียนกำกับหัวข้อเอาไว้ เช่นเดียวกันกับ Google Docs ที่สามารถใช้เทคนิคนี้ได้เช่นกัน ซึ่งก็คือการติดแท็บด้วยฟีเจอร์ “Document Tabs” นั่นเอง โดยการจัดระเบียบเนื้อหาเอกสาร คุณสามารถกำหนดเองได้ด้วยการใช้ฟีเจอร์ Document Tabs เปรียบเสมือนการแบ่งเอกสารออกเป็นส่วนๆ หรือเป็นหัวข้อต่างๆ ทำให้คุณสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นด้วยแท็บ เช่น บทนำ เนื้อหา สรุป อ้างอิง และเมื่อคุณคลิกที่แท็บ คุณก็จะสามารถไปที่เนื้อหานั้นๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งมีวิธีทำ ดังนี้ วิธีการใช้งาน “Document Tabs” ที่หน้าเอกสาร Google Docs ให้สังเกตที่ด้านซ้ายมือ จะปรากฎฟีเจอร์ Document Tabs สร้างแท็บใหม่: คลิกที่ไอคอน “+” เพื่อเพิ่มแท็บใหม่ ตั้งชื่อแท็บ: พิมพ์ชื่อที่สื่อความหมายชัดเจนสำหรับแต่ละแท็บ เพิ่มอีโมจิ: เพิ่มอีโมจิเพื่อการสังเกตและการจดจำที่ง่ายขึ้น สร้างแท็บย่อย: สามารถทำได้โดยคลิกที่จุด 3 จุด แล้วเลือก + Add subtab จะเห็นได้ว่าฟีเจอร์ Document Tabs เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการจัดระเบียบเอกสารให้เป็นระบบ แบ่งหัวข้อชัดเจน หาข้อมูลเจอเร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลากับการค้นหาอีกต่อไป อ้างอิงจาก Google Workspace Updates : New document tabs in Google Docs provide a better way to organize your documents...
สร้างรูปภาพงานนำเสนอในไม่กี่คลิกด้วย Gemini for Google Slides
Gemini สำหรับ Google Slides เป็นอีกฟังก์ชันหนึ่งที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว ด้วยความสามารถในการสร้างรูปภาพของ Gemini จะทำให้คุณสามารถลดระยะเวลาในการสร้างสรรค์งานนำเสนอได้อีกหลายเท่า ช่วยพรีเซนต์งานได้แบบน่าดึงดูดและเป็นมืออาชีพ วิธีสร้างรูปภาพด้วย Gemini ใน Google Slides เปิด Google Slides แล้วเลือกงานนำเสนอที่คุณต้องการหรือสร้างใหม่ ไปที่สัญลักษณ์ Gemini ที่มุมขวาบน เลือก Ask Gemini หรือ Help me create an image Ask Gemini Help me Create an Image Ask Gemini สำหรับการสร้างสรรค์สไลด์ รูปภาพ และเนื้อหาอื่น ๆ บนสไลด์ 3. เลือก Ask Gemini คุณสามารถใช้คำแนะนำจาก Gemini แบบด้านล่างนี้ได้เลยทันที หรือจะใส่ prompt เพื่อกำหนดเนื้อหาด้วยตัวเองก็ได้ หรือหากคุณต้องการนำเข้าไฟล์อื่นเพื่อให้ Gemini สร้างสรรค์สไลด์โดยอ้างอิงจากไฟล์นั้นก็เพียงแค่พิมพ์ @ ในช่องใส่ Prompt ตัวอย่างเช่น Help me Create an Image สำหรับการสร้างรูปภาพเท่านั้น โดยคุณสามารถปรับแต่งสไตล์ของรูปภาพได้ เลือก Help me create an image แล้วอธิบายลักษณะของรูปภาพที่คุณต้องการได้เลย เช่น Create a picture of coffee with the word “Coffee Break” on top ผลลัพธ์ที่ได้ ปรับแต่งสไตล์รูปภาพ แจกไอเดียในการสร้างรูปภาพงานนำเสนอ พร้อม Prompt ที่ใช้ Building in the construction process...
Continue readingElsevier บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการวิจัยกับการทำ IT Transformation ด้วย Freshservice
มีบริษัทที่ให้บริการฐานข้อมูลทางวิชาการอยู่หลายแห่งทั่วโลก ทว่าก็ไม่ใช่ทุกแห่งที่จะได้รับการยอมรับ และหากพูดถึงบริษัทที่เป็น Key Player ในแวดวงธุรกิจนี้แล้วล่ะก็ เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูคุ้นตากับ Elsevier เพราะเรากำลังพูดถึงหนึ่งในผู้ให้บริการข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลกเลยทีเดียว ก่อตั้งมานานกว่า 140 ปี ปริมาณบทความที่เผยแพร่เฉลี่ยต่อปี 630,000 บทความ คิดเป็นมากกว่า 17% ของบทความทั่วโลกและคิดเป็น 28% จากบทความที่ถูกนำไปใช้อ้างอิงทั่วโลก เพื่อที่จะจัดระเบียบข้อมูลวิจัยอันมหาศาลเหล่านี้ Elsevier นั้นให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้าน IT มาช้านาน ฝ่าย IT Operation ของ Elsevier ต้องวิเคราะห์บทความทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 1 พันล้านบทความจากนักวิจัย 2.5 ล้านคน และยังต้องร่วมกันกลั่นกรองข้อมูลเพื่อสร้างบทความแนะนำอีกกว่า 250 ล้านบทความ เมื่อถึงจุดหนึ่ง Elsevier จึงได้ทำ Digital Transformation ครั้งใหญ่ ด้วยการย้ายโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ไปยัง AWS และทำการปรับปรุงด้าน IT ในบทความนี้เราจะมาสรุปเรื่องราว IT Transformation ครั้งนี้ให้ทุกคนได้อ่านกัน The Challenge: ปัญหาที่เผชิญ ด้วยความที่เป็นธุรกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นหลัก ทีม IT ของ Elsevier ต้องดำเนินการต่าง ๆ ด้วยความเร็วและประสิทธิภาพที่สูงมาก โครงการ Digital Transformation ของบริษัทในแรกเริ่มนั้นต้องการจะย้ายการดำเนินงานที่เป็นดิจิทัลไปยังระบบคลาวด์ โดยการย้ายโครงสร้างพื้นฐานไปยัง AWS เปลี่ยนมาใช้เครื่องมือ SaaS และปรับปรุงด้าน IT ด้านสำคัญอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือการนำการจัดการบริการไอที (ITSM) มาใช้งาน เพื่อปรับขนาดการดำเนินการให้เร็วได้เท่าที่ธุรกิจต้องการ ทว่าเครื่องมือ ITSM ที่ Elsevier ใช้อยู่นั้นไม่เอื้อต่อการดำเนินงานให้รวดเร็ว คล่องตัว หรือตอบโจทย์ที่อยากย้ายโครงสร้างพื้นฐานไปยังระบบ AWS การดำเนินงานร่วมกันระหว่างทีม IT กับพนักงานถูกขัดขวางด้วยขั้นตอนแบบเดิม ๆ เช่น พนักงานไม่มีแหล่งทรัพยากรให้เข้าถึงเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ด้านไอที ทำให้ต้องสร้าง Ticket...
Continue readingแอปแบบนี้ AppSheet ก็สร้างได้! แชร์ไอเดียและตัวอย่างแอปพลิเคชันจาก AppSheet
สำหรับใครที่มีการใช้งาน Google Workspace อยู่แล้ว และได้รับ AppSheet ฟรี อยากสร้างแอปพลิเคชันช่วย Workflow การทำงานในองค์กร แต่ยังไม่มีไอเดียว่าจะสร้างแอปอะไรดี มาหาไอเดียไปพร้อมกัน ! Demeter ICT จะขอยกตัวอย่างแอปพลิเคชันจากผู้เชี่ยวชาญของเราที่ได้มีการ Brainstorm และ Consult กับลูกค้าจนกลายมาเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์กับหลายองค์กร ซึ่งในบทความนี้คุณได้เห็นภาพว่า AppSheet สามารถสร้างแอปประเภทไหนได้บ้าง พร้อมแสดง Workflow การทำงานของแอปแบบเบื้องต้นเพื่อให้คุณได้เข้าใจการทำงานของ AppSheet มากยิ่งขึ้น Demeter ICT ขอแบ่งประเภทของแอปพลิเคชันใน AppSheet ออกเป็น 3 ประเภท 1. แอปประเภท ‘บันทึกและจัดเก็บข้อมูล’ การสร้างแอปประเภทนี้นับว่าเป็นการสร้างแอปแบบง่ายที่สุด เพราะคุณเพียงต้องกำหนดหัวข้อของข้อมูลที่คุณต้องการ ให้ผู้ใช้งานแอปใส่ข้อมูลส่งไป แล้วดูข้อมูลได้จาก Google Sheets หรือ AppSheet ได้เลย แต่! สิ่งนี้เป็นเพียงต้นแบบของแอปประเภทนี้เท่านั้น คุณสามารถเพิ่มฟังก์ชันพิเศษหรือ Customize ฟังก์ชันเพิ่มได้อีกตามความต้องการ ตัวอย่างแอปพลิเคชัน Registration Apps: แอปสำหรับการเก็บข้อมูลแบบสอบถาม การลงทะเบียนงานสัมมนา และอื่น ๆ Workflow: ➡️ ผู้ทำแบบสอบถามกรอกข้อมูลลงใน AppSheet➡️ เข้าสู่ระบบเก็บข้อมูล (ข้อมูลจะถูกเชื่อมต่อไปยัง Google Sheets โดยอัตโนมัติ)➡️ (Customized) AppSheet ดึงข้อมูลมาใช้เพื่อเชื่อมต่อ Automation Flow ส่งอีเมลไปยังคนที่กรอกข้อมูลเข้ามาสำหรับการประชาสัมพันธ์ในลำดับถัดไป Clock-in & Out Apps: แอปสำหรับการบันทึกเวลาการทำงานของพนักงาน พร้อมระบุสถานที่แบบ Real-Time Workflow: ➡️ พนักงานกด Clock in ที่แอป ➡️ AppSheet ระบุเวลาให้อัตโนมัติ ➡️ AppSheet ตรวจจับ Location ที่มีการใช้งานอยู่ในขณะนั้นทันที Area Inspection Apps: แอปสำหรับการตรวจเช็กพื้นที่ซ่อมแซม Workflow: ➡️ พนักงานเช็กจุดที่ต้องการให้ซ่อมแซมผ่านแอป ➡️ อัปโหลดรูปก่อนซ่อม➡️ ทำการซ่อม ➡️...
Continue reading[Webinar] Winning with Brand.com & Marketplaces
คุณพร้อมที่จะยกระดับธุรกิจการขายสินค้าออนไลน์ของคุณไปอีกขั้นแล้วหรือยัง? คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า การขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ต่าง ๆ อย่างเช่น Shopee Lazada และการมีเว็บไซต์ของตัวเอง แบบไหนให้ประโยชน์และเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน? เราขอเรียนเชิญคุณเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์สุดพิเศษกับงาน “Winning with Brand.com & Marketplaces” ที่ร่วมกันจัดขึ้นระหว่าง Demeter ICT และ Shopify เพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับกลยุทธ์การขายสินค้าออนไลน์ที่ใช่สำหรับธุรกิจและลูกค้าของคุณ พร้อมเจาะลึกเทรนด์ล่าสุดและผลสำรวจเชิงลึก ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงข้อดีของการมีเว็บไซต์ Brand.com ของตัวเอง! มาร่วมเรียนรู้วิธีสร้างร้านค้าออนไลน์ที่เป็นของตัวเองและควบคุมทุกอย่างได้ด้วยปลายนิ้ว พร้อมเพิ่มยอดขายและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความแตกต่างและขับเคลื่อนแบรนด์ของคุณให้ก้าวไปข้างหน้าเหนือคู่แข่ง เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรพลาดงานนี้ด้วยประการทั้งปวง! งานสัมมนาออนไลน์ “Winning with Brand.com & Marketplaces” วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 – 15.00 น. บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet (*มีทั้งบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ*) ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ลงทะเบียนฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย Highlights ที่คุณจะได้รับจากงานนี้: เรียนรู้กลยุทธ์การขายแบบ Unified Commerce ที่ช่วยเชื่อมต่อช่องทางการขายต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างราบรื่น เจาะลึกพฤติกรรมและความต้องการของผู้ซื้อในปัจจุบัน เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตรงใจลูกค้า เรียนรู้วิธีเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เพื่อใช้ต่อยอดในการสร้างกลยุทธ์การตลาดที่ดียิ่งขึ้น รู้ไว้ไม่ขาดทุน ศึกษาวิธีการคำนวณอัตรากำไร และเทคนิคการเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจของคุณ อยากมีเว็บไซต์ให้กับแบรนด์ต้องทำอย่างไร? เรียนรู้ขั้นตอนการเปิดตัวเว็บไซต์แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ Speaker Varanyu Suchivoraphanpong CEO & Founder of Demeter ICT Soojin Jeong Senior Manager, Channel Partnerships, Shopify Agenda 2.00 – 2.05 PM Welcome Speech 2.05 – 2.50 PM Session1: Unified Commerce...
Continue readingWeChat Marketing คืออะไร?
ใครๆ ก็รู้จัก WeChat เพราะ WeChat ได้เปรียบเสมือนเป็นอวัยวะอีกชิ้นหนึ่งของคนจีนไปแล้ว ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา WeChat เป็นแพลตฟอร์มหลักที่นำการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของจีน เป็น “เมกะแอป” ที่รวมเอาฟีเจอร์ที่ประสบความสำเร็จของแพลตฟอร์มตะวันตกและจีนส่วนใหญ่ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นบทความแบบบล็อก ประสบการณ์แบบโต้ตอบทางดิจิทัล การโอนเงินและชำระเงินผ่าน WeChat Pay การขายสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซและการจองตั๋วผ่านอีบุ๊กด้วย WeChat Mini Programs โมเมนต์ (Moments พื้นที่เสมือนสำหรับแบ่งปันข้อมูลอัปเดตประจำวัน) Channels (สำหรับเนื้อหาที่เน้นภาพ) การสตรีมสด โซลูชันสำหรับองค์กร แม้แต่เครื่องมือค้นหา และอื่นๆ อีกมากมาย WeChat ได้เป็นโซเชียลมีเดียของจีนที่ได้พิสูจน์ความสำเร็จในฐานะแพลตฟอร์มหลักสำหรับการสร้างเนื้อหาผ่านบทความและช่องทางต่างๆ สำหรับการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในประเทศจีนผ่าน WeChat Official Account ซึ่งกลยุทธ์ที่ Tencent (เจ้าของ WeChat) วางไว้ก็คือการส่งเสริมการพัฒนา Miniprogram ใน WeChat (หรือ Application ใน WeChat อีกที) ปัจจุบัน Miniprogram ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาฟีเจอร์ล้ำยุค การจ่ายเงินด้วย WeChat Pay และทำให้ WeChat Search กลายเป็นฟังก์ชั่นยอดนิยมของผู้ใช้ ซึ่ง Miniprogram ได้เข้ามาแทนที่การโหลด Application บนโทรศัพท์มือมือถือ แต่ให้ไปใช้งาน Application บน Miniprogram ที่อยู่ใน WeChat ซึ่งแบรนด์ต่างๆ ก็นิยมการพัฒนา Miniprogram กันอย่างแพร่หลาย เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งาน คลิ๊กที่นี่สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ WeChat Official Account WECHAT MARKETING คืออะไร มาทำความเข้าใจระบบนิเวศน์ของ WeChat กันก่อน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การตลาดและการโฆษณาของ WeChat มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ด้วยการถือกำเนิดของแอปโซเชียลมีเดียใหม่ๆ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า WeChat ได้กลายเป็นแอปในชีวิตประจำวันของคนจีนไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเทรนด์ในปัจจุบันของการนำ WeChat Official...
Continue readingCXBOX ปลดล็อกพลังของ Zendesk เพิ่มประสบการณ์ลูกค้าและยอดขาย
CXBOX เป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ Zendesk ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการลูกค้าที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ของโลก โดย CXBOX จะเชื่อมต่อ Zendesk กับช่องทางโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์ม ECommerce ของลูกค้า เช่น Shopee, Lazada หรือ Shopify รวมไปถึงการส่งแคมเปญการตลาดและสนทนากับลูกค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียแบบไร้รอยต่อ ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขาย คุณสมบัติหลักของ CXBOX 1. การเชื่อมต่อแชทและข้อมูลการขายกับ Marketplace CXBOX เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Marketplace หลักอย่าง Shopee และ Lazada ได้อย่างเรียลไทม์ การเชื่อมต่อนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถรวมข้อมูลลูกค้าจากช่องทางต่าง ๆ ได้ ทำให้ทีมบริการลูกค้าสามารถแชทกับลูกค้าได้อย่างครบวงจร ทีมบริการลูกค้าสามารถเข้าถึงประวัติการซื้อและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ บนหน้าจอ Zendesk ได้ โดยไม่จำเป็นต้องสลับไปมาระหว่างหน้าจอ Zendesk และหน้าจอ Marketplace 2. การส่งแคมเปญการตลาดไปยังช่องทางโซเชียลแชทของลูกค้า CXBOX ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างและส่งแคมเปญการตลาดไปยังช่องทางโซเชียลแชทเดียวกับที่ลูกค้าพูดคุยกับฝ่ายบริการลูกค้าได้โดยตรง ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลการสนทนาในอดีต ธุรกิจสามารถปรับแต่งข้อความการตลาดให้ตรงกับความต้องการและความชื่นชอบของลูกค้าแต่ละราย 3. การสลับการสนทนาอย่างมีประสิทธิภาพ CXBOX ทำให้กระบวนการโอนการสนทนาระหว่างทีมบริการลูกค้าและแผนกอื่น ๆ ง่ายขึ้น ลูกค้าสามารถดำเนินการแชทกับแบรนด์อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเปลี่ยนช่องทาง ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นและต่อเนื่อง ประสบการณ์ลูกค้าที่ดี (Customer Experience) หรือ CX มีผลกับยอดขาย ผลจากการวิจัยนั้นแสดงให้เห็นความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตามข้อมูลของ Forrester แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในด้าน CX จะสร้างรายได้มากกว่าแบรนด์ที่ตามหลังถึง 5.7 เท่า และจากการวิจัยของ McKinsey พบว่าแคมเปญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ CX สามารถนำไปสู่การเติบโตของรายได้สูงถึง 10% และลดต้นทุนได้ 25% ภายในเวลาไม่กี่ปี ไม่เพียงเท่านี้ การศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Harvard Business Review ยังเผยให้เห็นว่าลูกค้าที่มีประสบการณ์ในอดีตที่ดีจะซื้อสินค้าหรือบริการมากกว่าลูกค้าที่เคยมีประสบการณ์เชิงลบถึง 140% ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในการสร้างประสบการณ์ลูกค้า (CX) เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจในระยะยาว โดยสรุป CXBOX นำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมสำหรับธุรกิจที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เพิ่ม Engagement และเพิ่มยอดขาย...
Continue reading