DDD2026

Demeter Digital Day 2026: Future-Ready, AI-Driven Organizations

ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม ปี 2026 โลกธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่เร็วและชัดเจนกว่าที่เคยทั้งเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนตลอดเวลารวมถึงแนวคิดการทำงานรูปแบบใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ผนวกด้วย AI ที่ปีนี้ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเสริม แต่เริ่มมีบทบาทกับทุกการตัดสินใจขององค์กร โดยคำถามสำคัญที่ผู้นำองค์กรต้องตระหนักจึงไม่ใช่แค่ว่า “เราพร้อมหรือยัง?” แต่คือ “เครื่องมือ ระบบ และวิธีทำงานที่เราใช้อยู่ในวันนี้ยังจะพาองค์กรไปต่อได้จริงในอีก 2 ปีข้างหน้าหรือไม่?” Demeter ICT ขอเชิญชวนผู้บริหาร ผู้นำทีม และพนักงานปฏิบัติการ รวมถึงองค์กรที่กำลังเริ่มต้น หรืออยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ที่ต้องการเข้าใจทิศทางและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นจริงของอนาคตอันใกล้นี้ มาร่วมมองภาพการเปลี่ยนผ่านขององค์กรอย่างเป็นระบบว่าควรปรับตรงไหนก่อน อะไรควรทำทันที และอะไรควรรอ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การนำไปใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กร การนำเทคโนโลยีและ AI มาเสริมประสิทธิภาพการทำงาน การยกระดับการบริการลูกค้า ไปจนถึงการวางรากฐานเพื่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว งานนี้เข้าร่วมฟรี ! โอกาสครั้งเดียวที่จะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและปรับองค์กรให้พร้อมปี 2026! แบบครบจบทุกมุมมองธุรกิจ  Demeter Digital Day 2026: Future-Ready, AI-Driven Organizations พฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 10:00 – 12:00 น.Google Meet (Online) ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม หลังจากลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม โปรดรอ Confirmation Email Days Hours Minutes Seconds...

ไม่ต้อง Forward อีกต่อไป Gmail แชร์เมลไป Google Chat ได้แล้ว!

เคยไหม? ได้รับเมลอีเมลสำคัญโดยเฉพาะอีเมลจากลูกค้า แต่ต้องคอย Forward เมลให้ทีมงานแต่ละคน กลับกลายเป็นว่าได้รับการตอบกลับที่กระจัดกระจาย ไม่ว่าจะเป็นทางเมลบ้าง ทางแชทบ้าง หรือที่หนักกว่าคือไม่ได้รับการตอบกลับใดๆเลย ทำให้ติดตามงานต่อยาก อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ด้วยการแชร์อีเมลไปที่ Google Chat ได้โดยตรง ลดความซ้ำซ้อนของอีเมล ตอบกลับไวขึ้น ฟีเจอร์แชร์เมลไปยัง Google Chat Google ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Gmail ที่เชื่อมต่อการทำงานเข้ากับ Google Chat ให้สามารถแชร์เมลใน Inbox ไปยังแชทส่วนตัว (Direct message) หรือแบบกลุ่ม (Chat space) ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผู้ที่ได้รับการแชร์จะสามารถเปิดอ่านเมลผ่านลิ้งก์ในแชทได้เลย โดยที่ไม่ต้องสลับแท็ปไปมาระหว่าง Gmail และ Google Chat ทำให้ทุกคนเห็นข้อมูลเดียวกัน และเข้าใจบริบทตรงกันตั้งแต่เริ่มต้น วิธีการใช้ฟีเจอร์แชร์เมลไปยัง Google Chat   ไปที่หน้า Gmail แล้วเปิดอีเมลที่ต้องการ  ที่ด้านล่างสุดของอีเมล ให้คลิกที่ปุ่ม Share in Chat เพื่อทำการส่งลิ้งก์เมลนี้ไปยังแชท   เลือกบุคคลที่ต้องการจะแชร์ จากนั้นคลิก Next จากนั้นจะเด้งเป็นหน้าต่างแชทของบุคคลที่ได้รับการแชร์ พร้อมลิงก์ของอีเมล โดยสามารถพิมพ์รายละเอียดเพิ่มเติมได้ จากนั้นคลิก Send เป็นอันเสร็จ  สรุป: ใช้ฟีเจอร์การแชร์อีเมลไปยัง Google Chat ดีอย่างไร? ช่วยกระจายเมลให้ทีมรับรู้มากขึ้น แก้ไขปัญหาแบบเรียลไทม์ แทนการโต้ตอบผ่านอีเมลหลายรอบ พูดคุยและปรึกษาภายในทีมก่อนตอบกลับอีเมลสำคัญ ต้องบอกว่าการอัปเดตครั้งนี้แสดงให้เห็นทิศทางของ Google ในการพัฒนา Google Workspace ให้เป็นเครื่องมือทำงานที่ครบวงจรยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมการสื่อสารผ่านอีเมลเข้ากับการพูดคุยแบบเรียลไทม์ในแชท ช่วยให้การทำงานคล่องตัว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และทำให้องค์กรตัดสินใจได้เร็วขึ้นในยุคดิจิทัล...

IT Security Guideline for SMBs Using Google Workspace (Under 100 Users)

แนวทางการตั้งค่าเพิ่มความปลอดภัย Google Workspace สำหรับธุรกิจ SMB (ผู้ใช้งานต่ำกว่า 100 Users)

สำหรับ SMB ในประเทศไทยแล้ว Google Workspace ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือการทำงานครบวงจรยอดนิยมขององค์กร ด้วยจุดเด่นเรื่องการใช้งานที่ง่าย สะดวก ทั้งอีเมล แชร์ไฟล์บนไดรฟ์ และการทำงานบนไฟล์งานร่วมกัน อีกทั้งการดูแลระบบก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย  แน่นอนว่าการเติบโตของทีมย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีแบบ Phishing การแชร์ข้อมูลผิดพลาด หรือการตั้งค่าระบบที่ไม่เหมาะสม ถึงแม้จำนวน User จะน้อยกว่า 100 คน การละเลยมาตรการความปลอดภัยอาจสร้างผลเสียร้ายแรงให้กับองค์กรได้ ดังนั้นองค์กรควรมีการวางแนวทางและบริหารจัดการอย่างสม่ำเสมอ มาดูกันว่า Admin ขององค์กรจะสามารถตั้งค่า IT Security อย่างไรได้บ้าง ? 1. จัดการสิทธิ์และการเข้าถึงอย่างรัดกุม เปิดใช้ 2-Step Verification (MFA) สำหรับทุกบัญชี   ปิด “Less secure app access” ใน Admin Console   จำกัดสิทธิ์ Admin (ผู้ดูแลระบบ) ให้เฉพาะคนที่จำเป็นต้องดูแลระบบเท่านั้น ไม่ควรให้สิทธิ์นี้กับพนักงานทั่วไป ปิดบัญชีพนักงานที่ลาออกทันที 2. ปกป้องอุปกรณ์ที่ใช้งาน จัดการอุปกรณ์ทั้งหมดผ่าน Device Management ที่ Google Workspace Admin Console ที่จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถเห็นและควบคุมอุปกรณ์ที่เชื่อมเข้ากับบัญชี Google Workspace ขององค์กรทั้งหมด บังคับใช้รหัสล็อกหน้าจอ การเข้ารหัส และอัปเดตอัตโนมัติ ใช้ฟีเจอร์ Basic Mobile Management เพื่อสั่งลบบัญชีองค์กรในกรณีที่อุปกรณ์ของพนักงานสูญหาย 3. ความปลอดภัยในการแชร์ข้อมูล ตั้งค่าการแชร์ไฟล์เป็น “เฉพาะคนในองค์กร” เป็นค่าเริ่มต้น เปิดใช้ DLP (Data Loss Prevention) ใน Drive และ Gmail ใช้ Google Vault สำรองและเก็บเอกสารสำคัญ ตรวจสอบไฟล์ที่แชร์ภายนอกเป็นประจำ 4. ปกป้องอีเมลและการสื่อสาร เปิดใช้งาน Phishing...

Continue reading
AI-Powered App Summaries จาก AppSheet

ผู้ดูแลระบบเข้าใจภาพรวมแอปในองค์กรได้ในทันที ด้วยฟีเจอร์ AI-Powered App Summaries จาก AppSheet

ในยุคที่องค์กรต่างๆหันมาใช้ AppSheet เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสร้างแอปพลิเคชันภายในองค์กร โดยที่พนักงานทุกคนสามารถพัฒนาแอปของตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการเขียนโค้ด ทำให้ AppSheet กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาแอปเฉพาะทาง เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการสร้างแอปภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจทำให้ผู้ดูแลระบบ (Admin) เกิดความสับสนได้ว่าแต่ละแอปถูกพัฒนาเพื่อวัตถุประสงค์ใดหรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการใดบ้าง ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการและควบคุมแอปในภาพรวมขององค์กร ซึ่งหากองค์กรของคุณกำลังประสบปัญหาดังกล่าว ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะขณะนี้ผู้ดูแลระบบ AppSheet Enterprise Plus สามารถให้ Gemini ใน AppSheet ช่วยได้แล้ว ด้วยฟีเจอร์ “AI-Powered App Summaries” ฟีเจอร์ AI-Powered app summaries คืออะไร? ฟีเจอร์ “AI-Powered App Summaries” เป็น AI ใน AppSheet ที่ช่วยสรุปข้อมูลของแอปทั้งหมดภายในองค์กรในที่เดียว ทำให้เข้าใจภาพรวมได้ง่ายขึ้น พร้อมเพิ่มความสะดวกในการติดตาม ดูแล และบริหารจัดการแอปทั้งหมดอย่างเป็นระบบ วิธีสรุปภาพรวมของแอป ด้วยฟีเจอร์ AI-Powered app summaries ให้ผู้ดูแลระบบ (Admin) ไปที่หน้า AppSheet Admin Console ที่แถบด้านซ้ายมือ ให้เลือกเมนู Apps  เลือกแอปที่ต้องการ  เมื่อคลิกเข้ามาแล้ว จะเห็นแถบ “App Summary generated by Gemini” ให้คลิก Dropdown  เพื่อดูสรุปรายละเอียดภาพรวมแอป ที่รายละเอียดการสรุปภาพรวมของแอปจะมีการอ้างอิงข้อมูลหลักๆ เช่น แอปนี้คืออะไร คำอธิบาย มุมมอง (Views) การทำงาน (Actions) ระบบอัตโนมัติ (Automations) และองค์ประกอบอื่น ๆ หากต้องการทราบรายละเอียดของแอปทั้งหมดสามารถคลิกที่ View in Editor เพิ่มเติมได้ สรุป:AI-Powered App Summaries ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีขององค์กรในการมองเห็นภาพรวมการสร้างแอปทั้งหมดอย่างชัดเจน อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ดูแลระบบทำงานได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความมั่นใจองค์กรในการใช้ AppSheet เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาและขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กรอีกด้วย...

How to create AI report in NotebookLM

นำข้อมูลสร้างรายงานด้วย AI ให้ตรงใจด้วยฟังก์ชัน Report ใน NotebookLM

ทุกวันนี้สาวก AI for Work หรือ Content AI Creator ต่างก็ยกให้ NotebookLM (AI ยอดนิยมจากค่าย Google) เป็นฮีโร่ช่วยชีวิตการทำงานจาก 5-6 ชั่วโมงให้ลดลงเหลือหลักนาทีได้! หลายท่านที่ยังไม่เคยใช้ อาจจะแปลกใจว่ามันขนาดนั้นเลยหรอ? ของแบบนี้จะมาเล่าสรรพคุณอย่างเดียวก็คงไม่เห็นภาพ ต้องลองเลย! เพราะเจ้า NotebookLM นี้จะช่วยรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่คุณอัปโหลดไป ไม่ว่าจะอยากรู้ข้อมูลอะไรก็สามารถโต้ตอบกับ AI ได้หมด แถมยังสามารถแปลงข้อมูลที่วิเคราะห์นั้นออกมาเป็นเนื้อหาที่พร้อมใช้อย่าง สร้างสรุปข้อมูลรูปแบบเสียงหรือ Podcast, สร้าง Video ,สร้าง Mind Map, สร้าง Flash card รวมถึง สร้าง Quiz ได้อีกด้วย นี่แหละที่ช่วยให้คุณไม่ต้องใช้เวลานานเกินไปกับการนั่งดึง Insight จากไฟล์ข้อมูลแล้วนั่งทำสรุปข้อมูลเอง NotebookLM ตัวเดียวรับจบได้ในไม่กี่นาที และความสามารถของ NotebooLM ไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ เพราะล่าสุด Google ได้อัปเดตเพิ่มฟังก์ชันโหมด “Reports หรือ สร้างรายงานสรุปข้อมูลด้วย AI” ใน Studio เข้าไป พอได้ลองเล่นดูแล้วบอกเลยว่า นี่แหละคืออีกหนึ่งไม้เด็ดของ NotebookLM ! ฟังก์ชัน Reports ใน NotebookLM คืออะไร? ลองนึกถึงภาพที่คุณต้องนำข้อมูลมากมายมาเรียบเรียงให้เป็นรายงานดูสิ น่าจะใช้เวลาอยู่ไม่น้อย แต่ฟังก์ชัน Report นี้สามารถช่วยคุณประหยัดเวลาลงได้ เพราะ Reports ใน NotebookLM คือเครื่องมือสร้างรายงานด้วย AI ที่จะเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นรายงานสรุปที่กระชับและตรงประเด็น โดยสามารถเลือกกำหนด รูปแบบรายงาน โครงสร้างที่อยากได้ หรือจะใช้รูปแบบที่ AI แนะนำก็ได้เช่นกัน อีกทั้งยังรองรับกว่า 130 ภาษา ภาษาไทยก็ใช้ได้หายห่วง   ฟังก์ชัน Reports ใน NotebookLM สร้างรายงาน AI รูปแบบไหนได้บ้าง? การสร้างรายงานใน NotebookLM...

Continue reading
Convert text to Infographic in Gemini

สร้าง Infographic ด้วย Gemini เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นภาพที่เข้าใจง่าย

ล่าสุด Gemini (gemini.google.com) ช่วยสร้าง Infographic จากข้อมูลที่สืบค้นหรือจากไฟล์ข้อมูลที่มีก็ได้เช่นกัน ซึ่งฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณสามารถนำเสนอข้อมูลจากตัวหนังสือธรรมดาๆให้ออกมาเป็นภาพ Infographic ให้ดูน่าสนใจ เคยไหม? ที่บางทีข้อมูลที่เราสืบค้นมานั้นซับซ้อนแถมยังมีเนื้อหามากมาย ทำให้ต้องใช้เวลาอ่านทำความเข้าใจ ตรงนี้เราก็สามารถให้ฟังก์ชันนี้ช่วยแปลงข้อมูลเหล่านั้นออกมาเป็นภาพให้คุณทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถปรับแต่ง โต้ตอบข้อมูลบน Infographic ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา หรือรูปแบบ สี การจัดวางก็ทำได้ ซึ่งวิธีแปลงข้อมูลเป็น Infographic นั้นทำได้ง่ายๆ เพียง 3 สเต็ปนี้ วิธีสร้าง Infographic ด้วย Gemini ที่หน้าเว็บ gemini.google.com ไปที่เมนู Tools เลือก Canvas  2. พิมพ์ Prompt ที่ต้องการ เช่น “ขอรายละเอียดเกี่ยวกับ Human Resource Management” 3. จากนั้น Gemini จะสืบค้นข้อมูลออกมา ให้ไปที่เมนู Create แล้วเลือก Infographic เพื่อให้ประมวลผลออกมาเป็นแผนภาพ อย่างไรก็ตามเมื่อคุณได้ Infographic มาแล้ว คุณก็ยังสามารถโต้ตอบข้อมูลที่อยู่บนกราฟิกได้ตลอดเวลาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่พึงพอใจมากที่สุด และนั่นก็คือความสามารถที่มาจาก Google Gemini API นั่นเอง การสร้างอินโฟกราฟิกด้วย Gemini ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การนำเสนอข้อมูลเป็นเรื่องง่ายและน่าสนใจ ไม่ว่าข้อมูลจะซับซ้อนแค่ไหนก็สามารถแปลงออกมาเป็นภาพที่เข้าใจได้ทันที หวังว่าคุณจะได้ไอเดียจากประโยชน์ของฟังก์ชันนี้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการนำเสนอข้อมูลในโอกาสต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนะคะ...

Gemini Deep Research

รู้จัก Gemini Deep Research ผู้ช่วยวิจัย AI ส่วนตัว ที่พร้อมค้นหาคำตอบในทุกข้อคำถาม และวิธีการใช้งาน 

“หมดปัญหากับการค้นคว้าข้อมูลที่ซับซ้อน Gemin Deep Research จะช่วยคุณลงสำรวจหัวข้อที่ต้องการ และสรุปผลในรูปแบบรายงานที่อ่านง่าย”  การค้นคว้าข้อมูลในเรื่องที่ซับซ้อนนั้นเต็มไปด้วยเรื่องที่ท้าทาย เริ่มตั้งแต่การวางแผนเพื่อคัดกรองข้อมูลมหาศาล การตรวจสอบความน่าเชื่อถือ การเปรียบเทียบเนื้อหา รวมไปจนถึงการรวบรวมข้อมูลและสรุปออกมาเป็นรายงาน ที่ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ Gemini Deep Research สามารถช่วยคุณได้ในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น! Gemini Deep Research คืออะไร? Gemini Deep Research คือผู้ช่วยวิจัยส่วนตัวที่ใช้ AI ขั้นสูงที่อยู่ใน Gemini Advanced (Chat with Gemini) มีความสามารถในการวางแผนการวิจัย ค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือและสรุปผลเป็นรายงานที่เข้าใจง่ายบน Google Docs ซึ่งช่วยให้คุณประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และสัมผัสประสบการณ์การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  Dave Citron (Senior Director, Product Management, Gemini app) ได้กล่าวไว้ในบทความว่า Deep Research เป็นก้าวสำคัญในวิสัยทัศน์ของ Google ที่ต้องการพัฒนา AI ให้มีความสามารถในการดำเนินการและตัดสินใจได้ด้วยตนเองมากขึ้น (Agentic AI) จึงกลายเป็น Gemini Deep Research ที่สามารถค้นคว้าข้อมูลได้เองเหมือนนักวิจัยมืออาชีพ ที่อาศัยการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลมากถึง 1 ล้านโทเค็นให้ออกมาเป็นรายงานที่ละเอียดและเข้าใจได้ง่าย ข้อแตกต่างระหว่าง Gemini Deep Research และ Gemini Flash หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมการวิเคราะห์ข้อมูลต้องใช้ Gemini Deep Research แล้ว Gemini Flash ใช้แทนไม่ได้หรือ? เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น มาดูตัวอย่างที่เข้าใจง่ายกันเลย  ลองนึกภาพว่าคุณต้องการวิเคราะห์เทรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย คุณอาจมีคำถามที่ซับซ้อนมากมาย เช่น – “แนวโน้มการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเป็นอย่างไร?”– “ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค?”– “คู่แข่งรายสำคัญในตลาดนี้มีใครบ้าง และมีกลยุทธ์อย่างไร?” เมื่อใช้ Gemini Flash Gemini Flash จะให้คำตอบที่รวดเร็วและกระชับ แต่ข้อมูลอาจจะไม่ละเอียดพอสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก เช่น อาจจะได้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า...

Continue reading
Google workspace & Gemini Powering Thairath's News Leadership

เจาะเบื้องหลังความสำเร็จของไทยรัฐ: Google Workspace และ Gemini กลยุทธ์สู่ความเป็นผู้นำด้านข่าวในทุกแพลตฟอร์ม

เจาะเบื้องหลังความสำเร็จของไทยรัฐ: Google Workspace และ Gemini กลยุทธ์สู่ความเป็นผู้นำด้านข่าวในทุกแพลตฟอร์ม หากพูดถึงสื่อข่าวยักษ์ใหญ่ในไทย แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องนึกถึงไทยรัฐ​ องค์กรข่าวชั้นนำที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 70 ปี ซึ่งปัจจุบันไทยรัฐ​ยังคงพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้งด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการก้าวเหนือและเป็นผู้นำด้านข่าวสารในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์​ และออนไลน์ ผู้บริหารจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนากลยุทธ์ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้องค์กรสามารถแข่งขันได้ในทุกสถานการณ์ เหตุผลที่ตัดสินใจนำ Google Workspace มาปรับใช้กับการทำงานของไทยรัฐ คุณเนติพิกัติ ตังคไพศาล (เจ้าหน้าที่บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ไทยรัฐทีวี และ ไทยรัฐออนไลน์) ได้เปิดเผยว่า หนึ่งในความท้าทายหลักขององค์กรคือ การทำงานร่วมกันของพนักงานจำนวนมากถึง 800 คน ซึ่งครอบคลุมทั้งส่วนของฝ่ายผลิตรายการโทรทัศน์ (TV) และฝ่ายสื่อออนไลน์ เดิมทีพนักงานแต่ละฝ่ายต่างใช้เครื่องมือทำงานพื้นฐานที่แตกต่างกัน ทำให้การประสานงานภายในองค์กรไม่ราบรื่นเท่าที่ควร เกิดความติดขัดและขาดความต่อเนื่อง จึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กร ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการมองหาแพลตฟอร์มหลักที่สามารถเชื่อมการทำงานของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญต้องใช้งานง่าย เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การทำงานที่หลากหลายของพนักงานในปัจจุบัน ซึ่งที่สุดแล้วไทยรัฐก็ได้ติดสินใจนำ Google Workspace เข้ามาช่วยแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างสมบูรณ์แบบ ประสบการณ์ที่ดีจากการใช้ Google Workspace การตัดสินใจนำ Google Workspace มาใช้ในองค์กร ถือเป็นการยกระดับการทำงานของพนักงานไทยรัฐอย่างแท้จริง เพราะเครื่องมือต่างๆ สามารถตอบโจทย์การทำงานได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น: การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์: พนักงานสามารถทำงานบน Google Docs และ Google Sheets เพื่อแก้ไขเอกสารร่วมกันได้พร้อมกันแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดความซับซ้อนและประหยัดเวลาในการส่งต่อไฟล์ไปมา การจัดเก็บและแชร์ไฟล์ที่ราบรื่น: Google Drive ช่วยให้ทีมงานจัดเก็บและแชร์ไฟล์มีเดียขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นไฟล์วิดีโอหรือรูปภาพที่มีความละเอียดสูง ทำให้การประสานงานระหว่างฝ่ายคล่องตัวยิ่งขึ้น Gemini – AI อัจฉริยะที่มาพร้อมกับ Google Workspace นอกจากการใช้เครื่องมือของ Google Workspace เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันในองค์กรแล้ว ไทยรัฐยังได้นำ Gemini ซึ่งเป็นสุดยอด AI จาก Google มาเป็นอีกเครื่องมือสำคัญในการยกระดับงานข่าวให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น โดยเฉพาะฟีเจอร์ “Deep Research” ของ Gemini ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตข่าว ด้วยความสามารถที่โดดเด่น ดังนี้:...

Continue reading

The AI-Powered Workplace: Driving EX Trends with Google Workspace & Gemini

ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม อัปเดต Employee Experience Trends ครึ่งปีหลัง 2025 พร้อมกับ Google Workspace และ Gemini ที่จะมาซัพพอร์ตเทรนด์การทำงานของพนักงานยุคใหม่ อัปเดต Employee Experience Trends ครึ่งปีหลัง 2025 พร้อมกับ Google Workspace และ Gemini ที่จะมาซัพพอร์ตเทรนด์การทำงานของพนักงานยุคใหม่ ตั้งแต่ต้นปี 2025 เรียกได้ว่าเป็นปีที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ และกลายเป็นพลังขับเคลื่อนหลักที่เปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานขององค์กรอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นว่าถ้าพนักงานในองค์กรรู้จักนำ AI เข้ามาใช้ให้เป็น ใช้ให้เกิดประโยชน์ ยิ่งเป็นการรวมพลังและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันภาคธุรกิจอย่างชัดเจน และหากใช้งาน AI ไปในทิศทางที่ตอบโจทย์ Employee Experience Trends 2025 แล้ว จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถให้ตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการในสกิลการทำงานในยุคปัจจุบัน Demeter ICT ขอเชิญชวนคุณเข้าร่วมงานสัมมนา “The AI-Powered Workplace: Driving EX Trends with Google Workspace & Gemini”  เพื่ออัปเดตเทรนด์การทำงานในช่วงครึ่งปีหลังนี้ รวมถึงพาเจาะความสามารถของ Google AI (Gemini) และเครื่องมือใน Google Workspace ว่าจะสามารถเข้ามาช่วยซัพพอร์ตในเทรนด์การทำงานของพนักงานให้มีประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์การทำงาน (Employee Experience) ที่ดีได้อย่างไร? พร้อมสาธิตวิธีการใช้งานเครื่องมือ Google AI ที่มาแรงอย่างต่อเนื่องนั่นก็คือ NotebookLM ซึ่งเปรียบเหมือนแหล่งคลังสมองขององค์กร เตรียมพบกับ Use Case เด็ดๆที่คุณต้องได้ไอเดียกลับไปอย่างแน่นอน สัมมนานี้เตรียมพบกับ การอัปเดตและวิเคราะห์เทรนด์การทำงานใหม่ (Employee Experience) ในครึ่งหลังของปี 2568 อัปเดตฟีเจอร์มาแรงของ Google Workspace และ Google AI ปลดล็อกศักยภาพด้วย Google AI และ Google Workspace: ค้นพบวิธีการใช้ประโยชน์จาก Google AI (Gemini) และฟีเจอร์ใหม่ ๆ ใน Google...

Continue reading