วัตถุดิบเต็มคลัง แต่พอถึงวันผลิตกลับมีบางรายการไม่พอใช้ ปัญหานี้ทำให้โรงงานเสียทั้งเงินและเวลา
โรงงานหลายแห่งเจอสองปัญหาพร้อมกัน คือวัตถุดิบบางชนิดซื้อมาเก็บไว้มากเกินความจำเป็น ขณะที่วัตถุดิบสำคัญบางรายการกลับขาด จนต้องเลื่อนการผลิตหรือสั่งซื้อเร่งด่วนในราคาสูงขึ้น
DEMETER ช่วยนำข้อมูลคลังสินค้า แผนการผลิต สูตรหรือรายการวัตถุดิบ และประวัติการจัดซื้อมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้ทีมงานมองเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า วางแผนการซื้อได้เหมาะสม และลดเงินที่จมอยู่ในสต็อก โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบเดิมทั้งหมด
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การนำ AI มาแก้ปัญหาในโรงงานอุตสาหกรรม และ บริการพัฒนาระบบ AI สำหรับธุรกิจ ของ DEMETER
เริ่มต้นจากข้อมูลที่โรงงานมีอยู่แล้ว ทั้ง ERP และ Excel
การจัดการคลังสินค้าไม่ได้จบที่การรู้ว่ามีของอยู่เท่าไร แต่ต้องรู้ด้วยว่าของที่มีจะเพียงพอกับแผนผลิตหรือไม่ และรายการไหนซื้อมาเก็บไว้เกินความจำเป็น
ขาดวัตถุดิบเพียงรายการเดียว ก็อาจทำให้คำสั่งผลิตทั้งงานต้องรอ แม้ในคลังยังมีของอีกมาก
วัตถุดิบที่ใช้ช้าหรือแทบไม่ได้ใช้กินพื้นที่จัดเก็บ และทำให้เงินทุนหมุนเวียนลดลง
ต้องจ่ายค่าขนส่งพิเศษ ซื้อจากแหล่งที่แพงกว่า หรือปรับแผนผลิตกะทันหัน
ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายวางแผน และคลังสินค้าใช้ข้อมูลคนละชุด จึงต้องเสียเวลาตรวจสอบตัวเลขซ้ำ
สมมติว่าโรงงานกำลังเตรียมแผนผลิตเดือนหน้า วัตถุดิบ A มีเพียงพอสำหรับผลิตได้อีกหลายเดือน แต่วัตถุดิบ B อาจหมดก่อนที่ซัพพลายเออร์จะส่งของรอบถัดไป
หากแก้ปัญหาด้วยการสั่งซื้อวัตถุดิบทุกชนิดเพิ่ม ก็ยิ่งทำให้เงินจมในคลัง โดยไม่ได้แก้ความเสี่ยงที่แท้จริง
คำถามที่ต้องตอบให้ได้คือ ต้องใช้วัตถุดิบรายการใดในวันไหน มีของพร้อมใช้เท่าไร และของที่สั่งไว้จะมาทันหรือไม่
ทีมจัดซื้อจึงต้องดูแผนผลิต ปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้ สต็อกที่พร้อมใช้งาน ใบสั่งซื้อค้างรับ และระยะเวลาส่งมอบประกอบกัน ไม่ใช่ดูยอดคงเหลืออย่างเดียว
ภาพประกอบใช้ข้อมูลตัวอย่างเพื่ออธิบายปัญหา
DEMETER จะตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลจากระบบเดิมเชื่อมโยงกันได้ถูกต้องเพียงใด เพราะการวางแผนที่ดีต้องเริ่มจากข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริง
ยอดสั่งซื้อจากลูกค้า ปริมาณที่คาดว่าจะต้องผลิต และแผนผลิตในแต่ละช่วง
สินค้าหนึ่งหน่วยต้องใช้วัตถุดิบอะไร ปริมาณเท่าไร และจะผลิตเมื่อใด
วัตถุดิบในคลัง ของที่จองให้คำสั่งผลิตแล้ว ของที่รอตรวจคุณภาพ และของที่กำลังจะเข้า
ใบสั่งซื้อ ระยะเวลาส่งของจริง ปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำ และความสม่ำเสมอของซัพพลายเออร์
หากรหัสวัตถุดิบ รุ่นของ BOM หรือสถานะสต็อกไม่ตรงกัน ต้องจัดการข้อมูลส่วนนี้ก่อน จึงจะวิเคราะห์ได้อย่างน่าเชื่อถือ
เราใช้หลักการวางแผนวัตถุดิบที่โรงงานคุ้นเคย ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI ในส่วนที่เหมาะสม โดยให้ฝ่ายวางแผนและจัดซื้อเป็นผู้พิจารณาอนุมัติการตัดสินใจ
ตรวจสอบรหัสวัตถุดิบ ยอดคงเหลือ คำสั่งซื้อ แผนผลิต และรายการวัตถุดิบให้เชื่อมโยงกัน
พิจารณาความต้องการตามแผนผลิต สต็อกพร้อมใช้ ของระหว่างจัดซื้อ และระยะเวลารับสินค้า
แยกรายการเสี่ยงขาด รายการค้างคลัง และรายการที่อาจต้องจัดซื้อเร่งด่วน
แสดงรายการที่ควรซื้อ ช่วงเวลาที่ควรสั่ง และเหตุผลของคำแนะนำ เพื่อให้ตรวจสอบก่อนดำเนินการ
ERP หรือระบบ MRP ทำหน้าที่คำนวณความต้องการจากแผนผลิตและรายการวัตถุดิบได้อยู่แล้ว DEMETER จึงเน้นส่วนที่ทีมงานยังต้องใช้เวลาวิเคราะห์เอง โดยเฉพาะเมื่อคำสั่งซื้อเปลี่ยนบ่อยหรือซัพพลายเออร์ส่งของไม่ตรงเวลา
เปรียบเทียบความต้องการกับของที่พร้อมใช้และกำหนดรับสินค้า เพื่อเตือนความเสี่ยงก่อนถึงวันผลิต
วิเคราะห์รายการที่ค้างคลังนานหรือมีมากเกินกว่าความต้องการในช่วงถัดไป
ใช้ประวัติส่งมอบจริงช่วยประเมินว่ารายการไหนอาจได้รับผลกระทบมากกว่าที่กำหนดในแผน
ดูผลกระทบเมื่อยอดสั่งซื้อเพิ่ม เลื่อนแผนผลิต หรือวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์มาช้า
ไม่ใช่ทุกปัญหาที่ต้องสร้างโมเดล AI ใหม่ เราจะเลือกวิธีวิเคราะห์ตามข้อมูลที่มีและต้นทุนที่ลูกค้าต้องการลด
แต่ละอุตสาหกรรมมีข้อจำกัดเรื่องวัตถุดิบต่างกัน DEMETER จึงออกแบบวิธีวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับแผนผลิตและระบบงานที่โรงงานใช้อยู่
ดูแนวทาง AI สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม หรืออ่านเรื่อง การขยายการผลิตจากห้องทดลองสู่โรงงาน หากปัญหาเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนขนาดการผลิต
ก่อนเริ่มงาน เราจะกำหนดตัวเลขตั้งต้นร่วมกับโรงงาน แล้วติดตามว่าการวางแผนและการจัดซื้อช่วยลดปัญหาและต้นทุนได้มากน้อยเพียงใด
ผลประหยัดต้องวัดจากการทำงานจริง ไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์ของระบบ
เริ่มจากดูว่าระบบเดิมทำอะไรได้บ้าง หากยังต้องนำข้อมูลหลายชุดมารวมกันเอง หรือวางแผนรับมือการส่งของล่าช้าและยอดสั่งซื้อที่เปลี่ยนบ่อย DEMETER สามารถช่วยพัฒนาการวิเคราะห์และเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจเพิ่มเติมได้
ไม่จำเป็นสำหรับการประเมินเบื้องต้น ข้อมูลสต็อกปัจจุบัน รายการวัตถุดิบ แผนผลิต ใบสั่งซื้อ และกำหนดส่งมอบช่วยเริ่มตรวจสอบได้ ส่วนการคาดการณ์ที่ซับซ้อนอาจต้องใช้ข้อมูลย้อนหลังมากขึ้น
ขอบเขตเริ่มต้นเป็นระบบช่วยวิเคราะห์และเสนอรายการให้ฝ่ายจัดซื้อพิจารณา หากต้องการออกใบสั่งซื้ออัตโนมัติ จะต้องกำหนดขั้นตอนอนุมัติและการเชื่อมต่อระบบเพิ่มเติม
ได้ การเริ่มจากโรงงานเดียวหรือกลุ่มวัตถุดิบที่มีปัญหาชัดเจน ช่วยควบคุมขอบเขตและประเมินความคุ้มค่าได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างรายงานสินค้าคงคลัง แผนผลิต รายการวัตถุดิบต่อสินค้า และประวัติการจัดซื้อหรือกำหนดส่งมอบ ก็เพียงพอสำหรับเริ่มหารือขอบเขตการประเมิน
หากโรงงานมีปัญหาวัตถุดิบขาด สต็อกค้างมาก หรือการจัดซื้อเร่งด่วนเป็นประจำ ลองนำข้อมูลที่มีอยู่มาคุยกับทีม DEMETER เราจะช่วยประเมินว่าจุดไหนควรเริ่มวิเคราะห์ และสามารถนำ AI มาใช้ร่วมกับระบบเดิม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถเริ่มจากโรงงานเดียวหรือกลุ่มวัตถุดิบที่มีปัญหาชัดเจน