ห่างไกล COVID 19 ด้วยเทคโนโลยีช่วยทำงานจากบ้าน (Work from Home)

ห่างไกล COVID 19 ด้วยเทคโนโลยีช่วยทำงานจากบ้าน (Work From Home) ตอนนี้คงไม่มีท่านผู้อ่านท่านใดที่ไม่รู้จักไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID 19 ที่กระทบสวัสดิภาพและความปลอดภัยของท่านผู้อ่าน ซึ่งตอนนี้หลายท่านกำลังวิงเวียนศีรษะมาก เพราะว่างานก็ต้องทำ ธุรกิจก็ต้องเดิน ชีวิตและความปลอดภัยของพนักงานก็ต้องดูแล ชีวิตมันช่างยากเหลือเกิน ทำให้หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็มีนโยบายในการให้พนักงานทำงานจากบ้านเป็นบางวัน หรือที่เราเรียกกันว่า Work from home นั่นเอง แต่โจทย์ที่ยากที่สุดในการให้พนักงานทำงานจากบ้านคือจะทำงานอย่างไร ให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่ตก เพราะปัญหาคือการนั่งทำงานที่บ้าน ทำให้เราไม่สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานของเรา (Collaboration) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้านึกภาพไม่ออกก็ลองจินตนาการนะครับว่า เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากเกิดเหตุการณ์ดังนี้… ถ้าเราต้องใช้ไฟล์เอกสารสักอย่างที่เราเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือวางบนโต๊ะที่บริษัท แต่เราไม่สามารถเดินทางไปได้จะทำงานได้อย่างไร  เราต้องประชุมกับเพื่อนร่วมงานที่ต้องให้เพื่อนนำเสนอเอกสารในรูปแบบสไลด์ แล้วแนะนำให้แก้ไขในเอกสารบางจุดแบบไม่สามารถขีดเขียนอะไรเพิ่มเติมได้ เพราะต่างคนต่างนั่งทำงานที่บ้านตัวเอง จะนัดประชุมงานเพื่อระดมสมองกัน แต่อยู่กันคนละที่ ต้องใช้โทรศัพท์โทรหากันแล้วเชื่อมสายกัน โทรนัดกันให้วุ่นวาย เพราะไม่ได้นั่งใกล้กัน นัดกันง่ายๆ เพื่อนร่วมงานต้องทำงานด้วยกันเพื่อส่งรายงานให้หัวหน้า แต่ต่างคนต่างอยู่กันคนละที่ มีข้อมูลผิดที่หน้า 15 ของรายงาน แต่ไม่รู้จะอธิบายหรือช่วยแก้ไขอย่างไร เลยต้องโทรบอกเพื่อนให้ส่งรายงานมาทางอีเมล จากนั้นแก้ไฟล์ส่งเมลกลับไปให้ แต่ตอนหลังพบว่ามีที่ผิดเพิ่มเติมจนต้องทำแบบเดิมซ้ำๆวนไป   จะไปหาลูกค้าเพื่อนำเสนองาน แต่ช่วงนี้ลูกค้ากลัวไม่อยากให้พบ หรือเราก็ไม่ทราบว่าลูกค้าไปประเทศสุ่มเสี่ยงมาหรือไม่ แต่ของก็ต้องขาย งานก็ต้องนำเสนอ ฯลฯ เทรนด์ Work from home กับ G Suite – ตัวอยู่บ้านแต่งานไปต่อได้ อันที่จริงแล้วปัญหาข้างต้นในการทำงานจากบ้าน หรือ Work from home สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยเทคโนโลยีที่มีต้นทุนต่ำอย่าง G Suite ของ Google โดยที่ธุรกิจหรือองค์กรไม่ต้องลงทุนในเทคโนโลยีวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ หรือไฟล์เซิร์ฟเวอร์ หรือลงทุนในระบบเครือข่าย ให้เปลืองเงินลงทุนมหาศาลในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ โดย G Suite จะช่วยองค์กรให้พนักงานสามารถ Work from home  บนเทคโนโลยีที่เหมือนกับองค์กรระดับโลกทั้งหลาย ด้วยการทำงานหลักๆ 4 อย่างด้วยกัน เชื่อมต่อสื่อสาร ช่วยองค์กรเชื่อมการสื่อสารของพนักงานเข้าด้วยกันผ่านอีเมลองค์กร (Gmail) ปฏิทิน (Calendar) ระบบแชท...

Continue reading

ผลักดันเเบรนด์ไทยเข้าสู่ตลาดจีนด้วย WeChat Shop

ครั้งนี้ ทีมงาน บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณกรรภิรมย์ ศรีสวัสดิ์ (Assistant Vice President) เเละคุณเรขา ศิริชุมเเสง (Sales Manager) บริษัท ดีซูพรีม จำกัด เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ด้วยประสบการณ์ของดีซูพรีม มีส่วนช่วยในความสำเร็จของคู่ค้าในการจัดซื้อสินค้าเกรดพรีเมี่ยม และวัสดุดีที่ได้รับมาตราฐานตรงกับความต้องการของตลาดเพื่อบรรลุเจตนารมณ์ของบริษัท ดีทีจีโอ จำกัด เป็นบริษัทแม่ของดีซูพรีม ซึ่งทางดีซูพรีมมีความมุ่งมั่นในการคัดสรรสินค้าที่มีความปลอดภัยสูง ได้คุณภาพที่ดี เข้ามาในเมืองไทย   เรามาดูบทสัมภาษณ์จากคุณกรรภิรมย์ ศรีสวัสดิ์ Assistant Vice President ของบริษัทดีซูพรีมกันนะคะ ความเป็นมา เเละภาพรวมธุรกิจของ Dees Supreme มีสินค้าบริการอะไรบ้าง Dees supreme เริ่มต้นจากการพัฒนาสินค้าพรีเมี่ยม (Premiun) จัดจำหน่ายใน 7-11 บริษัท Dees Supreme เปิดมายาวนานกว่า20 ปีเเล้ว เน้นขายเป็นสินค้านำเข้าPremium 80% อีก 20% เป็นสินค้าที่ผลิตเองในไทย ซึ่งสินค้าหลักๆ ที่นำเข้ามาจะเป็นพวกขนมจากต่างประเทศ เเละนำเข้าสินค้ามากระจาย (Distribution) ในประเทศไทย นอกจากนี้ก็มีนำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้าง เฟอนิเจอร์ต่างๆ พวก กระเบื้อง ประตูหน้าร้านในไทย เเละรับจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ก่อสร้างให้กับบริษัทในเครือ อาทิ CPLT, Icon Siam เเละ ทำ OEM หรือ (Original Equipment Manufacturer) ให้กับบริษัทในเครือทรูอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ทางบริษัทให้การสนับสนุนธุรกิจในหลากหลายประเภท ทำไมถึงสนใจเข้าสู่ตลาดจีนในช่องทางออนไลน์ เเละใช้สินค้าอะไรเป็นธงนำในการเข้าสู่ตลาดจีน เพราะว่าตลาด online ในจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ เเละทางบริษัทดีซูพรีมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีเพราะมีการเติบโต (growth) ขึ้นทุกๆ วัน ซึ่งตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนจีนเป็นอย่างมากเพราะคนจีนชอบชื้อของในออนไลน์มากขึ้นทุกวันจากที่ทางบริษัทศีกษามาว่าสังคมยุคนี้ชอบความสะดวกสบาย ง่ายดาย เเละรวดเร็ว จึงได้หาลู่ทางนำสินค้าของประเทศไทยไปขายที่จีนโดยผ่าน WeChat Mini...

Continue reading

Zendesk รวบรวมช่องทางการสื่อสารไว้ในที่เดียว

การพูดคุยกับลูกค้าในปัจจุบันสำคัญพอๆกับตัวสินค้าเลย ลูกค้าส่วนใหญ่สมัยนี้มักจะตัดสินใจซื้อสินค้าจากการพูดคุยกับผู้ขาย เพราะคนไทยชอบการพูดคุยที่เป็นกันเองเหมือนเพื่อน ถ้ายิ่งมีไลฟ์สไตล์เดียวกันแล้วนั้นจะยิ่งคุยกันยาวเลย ซึ่งการตอบหรือพูดคุยกับลูกค้าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะวัดว่าคุณให้ความสำคัญกับลูกค้าแค่ไหน ส่วนช่องทางที่ลูกค้าติดต่อเพื่อมาพูดคุยกับเราก็มีมากมาย และหลักๆในเวลานี้ก็จะมี Facebook Messenger, LINE, WhatsApp, Twitter Direct Message และ WeChat หรือศัพท์ทาง IT จะเรียกว่า Multichannel  ซึ่งทาง Zendesk ได้รวบรวมช่องทางเหล่านั้นมารวมไว้ในที่เดียวและทำให้คุณสามารถพูดคุยหรือตอบกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยผ่านแค่ทางเดียว หรือศัพท์ทาง IT เรียกว่า Omnichannel ระบบของ Zendesk ที่จะทำให้คุณใกล้ชิดและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ามากขึ้น Respond right away ข้อความตอบกลับลูกค้าอัตโนมัติ สำหรับตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยๆโดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลามาตอบเองทุกครั้ง และคุณยังสามารถปรับแต่งข้อความเป็นคำพูดที่เป็นตัวคุณเองได้อีกด้วยเพื่อสร้างความใกล้ชิดมากขึ้นไม่ให้ดูเป็นระบบเกินไป Be available ตั้งปุ่มแชทบนหน้าเว็บไซต์หรือแอปของคุณได้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถส่งข้อความหาคุณได้ ทุกที่ ทุกเวลา Get it together เป็นศูนย์รวบรวมและบอกช่องทางของลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา แล้วยังสามารถดูข้อมูลของลูกค้าในขณะทำงานได้แบบเรียลไทม์ “ลูกค้าต้องการติดต่อเราทาง WhatsApp, และ Zendesk ก็สามารถช่วยให้เราลดระยะเวลาในการตอบกลับลูกค้าทาง WhatsApp จากเป็นวันลดมาเหลือไม่กี่นาที ก่อนที่จะมาใช้ Zendesk เราต้องให้เจ้าหน้าที่ใช้โทรศัพท์สามถึงสี่เครื่อง พร้อมหมายเลข WhatsApp ในการรับข้อความจากลูกค้า ซึ่งวิธีนี้มันไม่สามารถทำให้เราขยายธุรกิจและวัดผลอะไรไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เราสามารถรจสอบและจัดการข้อความใน WhatsApp พร้อมกับลูกค้าที่มาจากช่องทางอื่นๆ และมอบการบริการที่ดีกว่าเดิมให้กับลูกค้าในช่องทางต่างๆที่เขาสะดวกได้ การที่ Zendesk สามารถเชื่อมกับ WhatsApp ได้คือหัวใจสำคัญในการขยายตลาดสู้ระดับโลกอย่างต่อเนื่องของเรา” – Gib Lopez, Co-founder และ COO บริษัท PAYJOY Zendesk ช่วยให้ดีขึ้นได้ยังไง? สร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูกค้าโดยเชื่อมต่อกับช่องทางที่ลูกค้าสะดวกที่สุด ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ง่ายขึ้น ช่วยในการจัดการแและจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าจากช่องทางต่างๆในที่เดียว เชื่อมต่อรวดเร็วและง่ายดาย ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้นจากระบบการทำงานที่มีอยู่ ที่มา : Zendesk ทดลองใช้ Zendesk trial ฟรี สอบถาม ราคา Zendesk ติดต่อบริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ผู้ให้บริการระบบ Zendesk ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ – Zendesk...

Continue reading

Martech เครื่องมือยุคใหม่ที่เป็นยิ่งกว่า Data

รู้จัก Martech เครื่องมือการตลาดยุคใหม่ที่เป็นยิ่งกว่า Data ในยุคที่ Data เป็นหนึ่งใน Key Success Factor ยิ่งเข้าใจ รู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถจัดสรรประสบการณ์ที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น หากแต่ถึงแม้จะมีข้อมูลมหาศาลในกำมือ จะมีประโยชน์อะไรหากเราไม่สามารถบริหารข้อมูลเหล่านั้นได้  “CRM (Customer Relationship Management) มีความสำคัญมากในการทำธุรกิจ และถือเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าคุณไม่รู้จักลูกค้า ไม่รู้จัก Data ของลูกค้าของคุณ ก็ไม่มีเครื่องมืออะไรสามารถช่วยคุณทำการตลาดได้” – Michael Chen, CEO & Co-founder, Buzzebees ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีสำหรับทำการตลาด ที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนด้านการทำการตลาดโดยเฉพาะขึ้นมามากมาย เรามารู้จัก Martech เทคโนโลยีทางการตลาดที่ทำให้นักการตลาดทำงานง่ายขึ้นกัน Martech คืออะไร และมีอะไรบ้าง? ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน โลกของธุรกิจและการตลาดได้เกิดศาสตร์ใหม่ที่กลายเป็นอาชีพที่เราคุ้นชินกันอย่าง Digital Marketing หรือนักการตลาดดิจิตัล หน้าที่ของ Digital Marketing ก็ครอบคลุมการทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย Google SEO SEM หลายสิบปีที่ผ่านมามีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค เทรนด์การตลาด และเครื่องมือใหม่ๆ ที่เราต้องปรับตัวให้ทันตลอดเวลา หนึ่งในนั้นก็คือ Martech  “พื้นที่หรือพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดที่เปลี่ยนไป MarTech (Marketing Technology) จึงมีความสำคัญอย่างมากในการทำการตลาดยุคใหม่ ซึ่งกรอบการทำงานของ Martech คือการใช้ข้อมูลและเครื่องมือเทคโนโลยีในการสร้าง engagement ตัดสินใจ และติดตามผล” – Dilip Mistry, Partner, Mckinsey​& Company Martech เป็นคำที่มาจากการประสมกันของ Marketing กับ Technology เป็นคำเรียกโดยรวมของเครื่องมือทำการตลาด หรือก็คือ เป็นเทคโนโลยีสำหรับทำการตลาดที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำงานหลักๆ ในการทำงานการตลาดนั่นเอง  แต่การหยิบจับ Martech สักตัวมาใช้ก็ถือเป็นความท้าทายเหมือนกัน อ้างอิงจากเว็บไซต์ chiefmartec.com ในปี 2011 Martech มีเพียงแค่ประมาณ 150 ตัว แต่จากข้อมูลล่าสุด ในปี...

Continue reading

ตัวอยู่บ้าน แต่งานไปต่อได้ Work from home with G Suite

เทรนด์ Work from Home กับ G Suite ด้วยฟีเจอร์การทำงานแบบ Real-Time ต่อจากเหตุการณ์ฝุ่นควัน pm2.5 ก็ตามมาด้วยการระบาดของไวรัส Covid-19 จึงทำให้หลายบริษัทและหน่วยงาน เริ่มทยอยหยุดทำการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค อาจส่งผลต่อผลประกอบการ การขาดรายได้ หรือประสิทธิภาพในการทำงานไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นเทรนด์ Work from home หรือการทำงานที่บ้านจึงเริ่มมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น หลายองค์กรเริ่มมีนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ และเพื่อให้การทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพ จึงต้องใช้เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ด้วย เรามีไอเดียการทำงานด้วย Google G Suite เนื่องจาก Google G Suite มีจุดเด่นคือการทำงานบนคลาวด์ เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ที่ใดก็สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา แบบเรียลไทม์ (Real-time) สิ่งนี้จะช่วยให้พนักงานทุกคนทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ทำธุรกิจได้ไม่มีสะดุด ทำความรู้จักกับ G Suite เครื่องมือช่วยในการ Work from home ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ Google G Suite หรือเรียกสั้นๆ ว่า G Suite กันก่อนดีกว่า G Suite เป็นอีกหนึ่งบริการจาก Google Cloud ให้บริการชุดแอปพลิเคชันและเครื่องมือในการทำงานสำหรับองค์กรโดยเฉพาะ ประกอบไปด้วย อีเมล ปฎิทิน ไดรฟ์ออนไลน์ ระบบจัดการเอกสาร ระบบแชท ฯลฯ โดยคุณสามารถใช้อีเมลชื่อโดเมนบริษัทได้ เช่น you@yourcompany.com อีกทั้งยังโดดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยอีกด้วย เพียงแค่มีการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งาน G Suite ได้อย่างเต็มรูปแบบ ฟีเจอร์ G Suite อยู่ตรงไหน? สำหรับใครที่คุ้นเคยกับการใช้ Free Gmail เป็นอย่างดี เมื่อเปิด Chrome เบราวเซอร์ขึ้นมาจะเห็นจุด 9 จุด ภายในมีแอปพลิเคชันต่างๆ มากมาย อย่าง Google Drive, Docs, Sheets,...

Continue reading

Video Conference กับ ธุรกิจยุคปัจจุบัน ขาดกันไม่ได้

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การพิจารณาเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับงานและกลุ่มผู้ใช้ จะช่วยให้การขับเคลื่อนธุรกิจคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้ลดต้นทุนบางส่วน และนำมาพัฒนาส่วนอื่นๆ ลงได้ อย่างเช่น การประชุมทางวิดีโอระหว่างสาขา หรือหน่วยงานอื่นเพื่อลดต้นทุนในเรื่องของการเดินทางได้ และที่สำคัญไม่ต้องไปอารมณ์เสียรถติดบนท้องถนนได้เพิ่มความสุขในการทำงานไปได้ในตัว เน้น Productivity ล้วนๆ การทำธุรกิจในยุคนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องไปต่อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เจ้าของธุรกิจอาจควบคุมไม่ได้ อาจจะต้องมีแผนสำรองไว้เพื่อกระจายความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ อย่างเช่น การสื่อสารกับพนักงานในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศได้ เราก็ใช้การพูดคุยผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่เป็นมากกว่าแค่การโทรศัพท์แบบธรรมดา หรือการประชุมกับลูกค้าผ่านห้องประชุมออนไลน์ ที่จะให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างไม่มีสะดุด และไม่มีข้อจำกัดเรื่องของสถานที่ ขอแค่มีอินเตอร์เน็ตและระบบดีๆ รองรับไว้เท่านั้นเอง ตอบโจทย์คอนเฟอเรนซ์ยุคปัจจุบัน ด้วย Hangouts Meet Hardware ด้วยความสามารถ Hangouts Meet Hardware ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากทาง Google ที่จะช่วยตอบโจทย์ในแง่ของการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกองค์กร และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจได้ เรามาทำความรู้จักกัน Hangouts Meet hardware กันเล Hangouts Meet Hardware เป็นระบบที่ใช้สร้างห้องประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภายในองค์กร โดยที่พนักงานสามารถเข้าร่วมการประชุมได้เพียงคลิกเดียว หากใครเคยมีโอกาสใช้งาน G Suite มาบ้างแล้ว ก็จะคุ้นชินกันดี เพราะเป็นหนึ่งในเครื่องมือของชุด G Suite โดยสามารถทำงานร่วมกับปฎิทินออนไลน์ผ่าน Google Calendar และเอกสารนำเสนอออนไลน์ ผ่าน Google Slides ที่ช่วยให้แสดงข้อมูลที่ต้องการนำเสนอไปพร้อมกับการประชุมได้เลย ซึ่งเป็นระบบการประชุมผ่านวิดีโอที่ใช้งานง่ายมากๆ  คุณสมบัติเด่นๆ คือ รองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุดถึง 250 คน สำหรับ G Suite Enterprise, 150 คน สำหรับ G Suite Business และ 100 คน สำหรับ G Suite Basic โดยอุปกรณ์ Hangouts Meet Hardware ประกอบไปด้วย Controller touch display ที่จะช่วยควบคุมการประชุมเป็นเรื่องง่ายเพียงไม่กี่คลิก...

Continue reading

กรองอีเมลไวขึ้นด้วย Search Chips

Search Chips ตัวช่วยใหม่ในการกรองอีเมล Search chips คือ ปกติแล้วสำหรับการค้นหาอีเมลหรือไฟล์แนบจากอีเมลใน Gmail หลายท่านอาจใช้ filter ที่แถบ search mail ในการกรองอีเมลที่ต้องการ ตอนนี้มีตัวช่วยในการกรองอีเมลอีกตัวก็คือ  search chips โดยทำหน้าที่เหมือนกับการ filter แบบเดิม แต่จะเป็นตัวกรองหลักๆที่ทำให้สะดวกและง่ายขึ้น search chips จะปรากฎอยู่ใต้แถบ search mail โดยจะขึ้นเป็นแถบเล็กๆ ประมาณ 6 ตัวกรอง ได้แก่ From ….—–อีเมลจากจาก… Any time—–เวลาในการรับ/ส่ง Has attachment—–ที่มีไฟล์แนบ  Exclude calendar updates—–ไม่รวมการอัพเดตปฏิทิน (Calendar)  To…—–อีเมลที่มีการส่งไปถึง …  Is unread—–อีเมลจาก…ที่ยังไม่ถูกเปิดอ่าน  หากคุณต้องการกรองที่ละเอียดมากกว่านี้ สามารถเลือกกรองโดยใช้ Advance search ได้ โดยจะอยู่ถัดไปจากตัวกรองที่ 6 (Is unread) ตัวอย่างวิธีการใช้ ผู้เขียนต้องการค้นหาอีเมลจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ชื่อว่า Sivapreeya ที่มีไฟล์แนบเป็น Google Docs  สามารถทำได้โดย Search ชื่อ Sivapreeya ที่แถบ search mail  จากนั้นจะปรากฎแถบ search chips ข้างใต้แถบ search mail  ให้เลือก From Sivapreeya และ Has attachment (โดยตัวกรอง Has attachment จะมีให้เลือกทั้ง ไฟล์ presentation,  text document, spreadsheet, Photos) ให้เลือก Text documment ...

WeChat เปิด Featureใหม่ “ชำระเงินด้วยการสเเกนใบหน้า”

ในปัจจุบันมีคนจีนกว่า 800 ล้านคนใช้งาน WeChat เพื่อชำระค่าบริการต่างๆ เช่น ค่าโดยสาร ค่าแท็กซี่ ค่าชอปปิ้ง ค่าบริการโรงพยาบาล เเละทุกๆอย่างสามารถชำระได้ผ่านทาง WeChat Pay หรือ Facial Pay  ซึ่งสามารถจ่ายได้ทั้ง 2 เเบบคือ Scan and Pay คือ การใช้QR Code สเเกนการชำระเงินผ่าน QR Code  Facial Pay คือ การชำระเงินด้วยการสเเกนใบหน้า หรือ เรียกว่า Smart Shopping Featureใหม่ของ WeChat ก็คือ Facial Pay (Facial Recognition System) WeChat Facial Recognition Payment หรือ Facial Scan คือ การชำระเงินโดยการใช้ใบหน้าสเเกน ซึ่งเป็นการสเเกนเเบบ 3 มิติ ใช้เวลาเพียง10 วินาที ในการชำระเงินเท่านั้น วิธีการจ่ายด้วยการสเเกนใบหน้าก็คือ การหยุดนิ่งและมองเข้าไปที่เซ็นเซอร์จดจำใบหน้าซึ่งทาง Tencent เจ้าของWeChat อ้างว่ามีความแม่นยำ 99.99% ต่อไปนี้ไม่ต้องยืนเมื่อยเพื่อต่อเเถวรอ จ่ายเงินนานๆอีกเเล้ว เเละ ในปี2020 มีร้านค้าหลายร้านค้าได้เริ่มทดลองใช้ใบหน้าสเเกนจ่ายเงิน เช่น ตามร้านขายของชื่อดัง ร้านขายยา ร้านขายผลไม้ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ มินิมาร์ท ร้านเสื้อผ้า สถานทีรถไฟ ช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เเละ ประหยัดเวลาเเทนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ซึ่งทำให้การชำระเงินเป็นเรื่องที่รวดเร็ว เเละ ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเพราะ ไม่ต้องถือบัตรเครดิต กระเป๋าตัง หรือ สเเกนผ่านมือถืออีกต่อไป แค่มีใบหน้าที่ใช่ ก็ชำระเงินได้เเล้ว ดังนั้น คนที่ประเทศจีนสามารถไปช้อปปิ้งด้วยตัวเปล่าก็สามารถชื้อของได้ สะดวกสบายสุดๆไปเลย ถ้าใครไปเที่ยวเมืองจีนก็โหลดแอพ WeChat มาลองเล่นกันดูน้าคะ  วิธีการจ่ายเงินด้วยการสเเกนใบหน้า หรือ Facial Pay  มองกล้องตรงหน้าจอ...

Continue reading

5 สิ่งที่ต้องมีในธุรกิจยุค 5G

เพิ่งมีข่าวไปหมาดๆ กับการประมูล 5G ในประเทศไทย ซึ่งก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่มาร่วมประมูลแข่งขันกันมากมายทั้ง AIS, TRUE, DTAC, TOT และ CAT และสิ่งที่จะเพิ่มและเข้ามาเปลี่ยนแปลงในยุค 5G นั่นคือ ไม่ใช่แค่โทรศัพท์อย่างเดียวแล้วที่จะมี Internet หรือ Wifi แต่มันจะเป็นยุคที่เรียกว่า IoT หรือ Internet of Things ก็คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันหลายๆอย่างจะมี Internet ในตัวเองหมด เช่น ทีวี, ตู้เย็น, ไฟ และอีกมากมาย คือ เรียกว่าเราแทบจะกินอยู่หลับนอนด้วย Internet เลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้ชีวิต หรือ lifestyle ของคนในปัจจุบันกำลังจะเปลี่ยนไป ทุกอย่างจะไวขึ้นและรวดเร็วมากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นธุรกิจก็จะต้องปรับตัวและไวให้ทันคนในปัจจุบันด้วยเช่นกัน ซึ่ง 5 สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้ 5 สิ่งที่ต้องมีสำหรับยุค 5G ที่กำลังจะเข้ามา ต้องมีช่องทางให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าหรือหาข้อมูลได้ในหลากหลายช่องทาง เพราะในปัจจุบัน ลูกค้าออกมาจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ร้านค้าจึงต้องสร้างให้สินค้าไปใกล้และเข้าหาลูกค้ามากขึ้นเอง ในช่องทางต่างๆ เช่น Social Media, การโทรศัพท์, Application หรือ เว็บไซด์ต่างๆ ต้องมีช่องทางการจ่ายเงินให้ลูกค้าหลากหลายช่องทาง เช่น Credit/Debit Card, iBanking หรือ Application การจ่ายเงินต่างๆ เช่น Paypal, Promptpay, Alipay, etc. เพราะการที่ลูกค้าจ่ายเงินนานและยุ่งยาก ยิ่งทำให้ลูกค้ามีเวลาตัดสินใจในการซื้อสินค้ามากขึ้น ดังนั้นถ้าลูกค้าเจอร้านที่จ่ายเงินยุ่งยากและใช้เวลานานเขาก็พร้อมที่จะไปทันที ต้องมีการขนส่งถึงที่อยู่ของลูกค้าด้วยความรวดเร็วและถูกต้องปลอดภัย ไม่ว่าเราจะใช้ขนส่งสาธารณะหรือส่งด้วยตนเอง ซึ่งก็เป็นอีกปัจจัยนึงที่สำคัญมากในตัดสินใจของลูกค้า คือ ลูกค้าจะต้องสามารถตรวจสอบหรือเช็คสถานะสินค้าของตัวเองได้ว่าจะถึงวันไหน ตอนนี้อยู่ที่ไหน ซึ่งพวกเขาอาจจะทักมาในช่องทางต่างๆ ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดี (Customer Experience) ให้กับลูกค้าเนื่องจากทุกๆร้านก็พยายามที่จะทำให้สินค้าไปใกล้ลูกค้าให้มากขึ้น แล้วอะไรคือตัวที่วัดว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าของร้านไหนหล่ะ? นั่นคือเรื่องของการบริการ ลูกค้าในปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่อง Customer Experience มาก ถ้าพวกเขาเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีกับร้านของคุณเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนแล้วย้ายไปซื้อของร้านอื่นทันที เพราะฉะนั้นข้อนี้ก็เป็นอีกข้อนึงที่สำคัญมาก ต้องมี Content...

Continue reading