Zendesk รั้งตำแหน่งผู้นำด้าน CRM จากการจัดอันดับของ Gartner

เชื่อว่าหลายคนในแวดวงไอที อาจจะเคยได้ยิน Magic Quadrant ของ Gartner มาบ้างไม่มากก็น้อย ล่าสุดในการจัดอันดับของปี 2020 นี้ Zendesk ก็ได้รั้งตำแหน่ง Leader ของการจัดอันดับ Gartner Magic Quadrant ด้าน CRM Customer Engagement Center แล้ว Gartner’s Magic Quadrant คืออะไร ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจการจัดอันดับในครั้งนี้กัน Magic Quadrant คือ ชื่อของรายงานการวิจัยทางการตลาด (Market Research Reports) โดยบริษัท Garner Inc. ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการวิจัยและให้คำปรึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา มีจุดประสงค์เพื่อการวิเคราะห์เชิงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในตลาด รวมทั้งทิศทาง, พัฒนาการของเทคโนโลยี และผู้มีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ สรุปให้เข้าใจได้ว่า Magic Quadrant ก็คือการวิเคราะห์ตำแหน่งด้านการแข่งขันทางการตลาด (Positioning) ของบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมนั่นเอง โดยจะแสดงผลเป็นกราฟเมทริกซ์ 2 มิติ พิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ Completeness of Vision แกน X ปัจจัยด้านวิสัยทัศน์ และ Ability to Execute แกน Y ปัจจัยด้านขีดความสามารถ  การประเมินของ Gartner Magic Quadrant จึงสามารถช่วยให้เห็นภาพรวมการแข่งขันของบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแวดวงนั้นๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น อาทิ บริษัทไหนที่เป็นผู้นำตลาด บริษัทไหนที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต หรือบริษัทไหนมีขีดจำกัดในการพัฒนา ยิ่งตำแหน่งอยู่ด้านขวามาก ก็แสดงว่ามีคะแนนด้าน Completeness of Vision สูง และยิ่งตำแหน่งอยู่ด้านบน ก็แสดงว่ามี Ability to Execute สูงมากเช่นเดียวกัน โดยเมทริกซ์จะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อแสดงความสามารถของแต่ละแบรนด์ ดังนี้ Leaders...

Continue reading

Google Meet เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Q&A และ Polls

Google เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ถึง 2 ฟีเจอร์ด้วยกัน ใน Google Meet เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้เข้าร่วมประชุมด้วยฟีเจอร์ Q&A และ Polls ฟีเจอร์ Q&A ฟีเจอร์ Q&A ใน Meet เป็นวิธีที่ช่วยดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมในการตอบคำถามได้เป็นอย่างดี ทั้งในองค์กรและในโรงเรียน ผู้สอนสามารถใช้ฟีเจอร์ Q&A เพื่อให้นักเรียนถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาในชั้นเรียน ในส่วนธุรกิจสามารถใช้ฟีเจอร์ Q&A เพื่อช่วยให้การประชุมมีความครอบคลุมมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนถามคำถามเกี่ยวกับหัวข้อการปรุชุมได้ ผู้เข้าร่วมสามารถส่งคำถาม และโหวตคำถามที่ชื่นชอบได้โดยไม่รบกวนสายสนทนานั้นๆ ให้ผู้เข้าร่วมสามารถถามคำถามได้โดยไม่ขัดจังหวะสายสนทนา ฟีเจอร์ Polls ฟีเจอร์ Polls หรือแบบสำรวจ จะช่วยวัดระดับการมีส่วนร่วมของผู้เข้าประชุมได้เป็นอย่างดี คุณสามารถใช้ฟีเจอร์แบบสำรวจเพื่อระบุหัวข้อที่ต้องการหารือเพิ่มเติม หรือทดสอบความเข้าใจเนื้อหาการประชุม ซึ่งคุณสามารถดูผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมประชุมได้แบบเรียลไทม์ ฟีเจอร์ Polls ใน Google Meet ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้นำเสนอสามารถดูผลตอบรับที่ต้องการ และผู้เข้าร่วมก็ยังวัดความเข้าใจในสิ่งที่นำเสนออยู่ นำไปสู่การสร้างประสบการณ์การประชุมที่น่าสนใจ และมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ดูผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมประชุมได้แบบเรียลไทม์ ที่มา – G Suite Updates G Suite เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด พาร์ทเนอร์ Google ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ รายละเอียดแพ็คเกจ 02-030-0066...

พบกับ Q&A และ Polls ฟีเจอร์ใหม่ใน Google Meet

Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ถึง 2 ฟีเจอร์ด้วยกัน ใน Google Meet เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้เข้าร่วมประชุมด้วยฟีเจอร์ Q&A และ Polls ซึ่งคุณสามารถใช้ Google Meet ได้ใน Google Workspace ทุกแพ็คเกจ ฟีเจอร์ Q&A ฟีเจอร์ Q&A ใน Meet เป็นวิธีที่ช่วยดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมในการตอบคำถามได้เป็นอย่างดี ทั้งในองค์กรและในโรงเรียน ผู้สอนสามารถใช้ฟีเจอร์ Q&A เพื่อให้นักเรียนถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาในชั้นเรียน ในส่วนธุรกิจสามารถใช้ฟีเจอร์ Q&A เพื่อช่วยให้การประชุมมีความครอบคลุมมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนถามคำถามเกี่ยวกับหัวข้อการปรุชุมได้ ผู้เข้าร่วมสามารถส่งคำถาม และโหวตคำถามที่ชื่นชอบได้โดยไม่รบกวนสายสนทนานั้นๆ ให้ผู้เข้าร่วมสามารถถามคำถามได้โดยไม่ขัดจังหวะสายสนทนา ฟีเจอร์ Polls ฟีเจอร์ Polls หรือแบบสำรวจ จะช่วยวัดระดับการมีส่วนร่วมของผู้เข้าประชุมได้เป็นอย่างดี คุณสามารถใช้ฟีเจอร์แบบสำรวจเพื่อระบุหัวข้อที่ต้องการหารือเพิ่มเติม หรือทดสอบความเข้าใจเนื้อหาการประชุม ซึ่งคุณสามารถดูผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมประชุมได้แบบเรียลไทม์ ฟีเจอร์ Polls ใน Google Meet ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้นำเสนอสามารถดูผลตอบรับที่ต้องการ และผู้เข้าร่วมก็ยังวัดความเข้าใจในสิ่งที่นำเสนออยู่ นำไปสู่การสร้างประสบการณ์การประชุมที่น่าสนใจ และมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ดูผลตอบรับจากผู้เข้าร่วมประชุมได้แบบเรียลไทม์ ที่มา – G Suite Updates Google Workspace เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด พาร์ทเนอร์ Google ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ รายละเอียดแพ็คเกจ 02-030-0066...

Zendesk องค์กรระดับโลก ที่เชื่อว่าทุกคนมีดีในแบบของตัวเอง

ก่อนอื่นจะขอพูดถึงองค์กรของ Zendesk ก่อนว่า Zendesk คือ บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยในเรื่องของ Customer Service และ Customer Support ที่มีบริษัทแม่อยู่ที่ San Francisco ประเทศ America ดังนั้นวัฒนธรรมภายในองค์กรก็จะมีความสมัยใหม่แบบสากล “Zendesk เป็นองค์กรที่มีความหลากหลาย และให้ความสำคัญกับคนหรือพนักงานในองค์กรเป็นอันดับแรก” เพราะทาง Zendesk เชื่อว่าทุกคนล้วนแล้วมีดีในแบบของตนเอง โดยที่มีความหลากหลายของพนักงานเอง ไม่ว่าจะเป็น เพศ เชื้อชาติ สีผิว หน้าที่ สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู แต่ทุกคนก็สามารถอยู่ร่วมกัน และทำงานด้วยกันได้อย่างมีความสุข Zendesk พยายามปรับการทำงานในองค์กรให้ง่ายขึ้น และพยายามทำให้ทุกคนมั่นใจว่า ทุกความหลากหลาย ทุกตำแหน่ง ทุกเพศ หรือ ทุกส่วนในองค์กรล้วนแล้วแต่สำคัญและมีคุณค่าทั้งนั้น ไม่สามารถขาดคนใดคนนึงไปได้ โดยที่ Zendesk จะมีกลุ่มทรัพยากรบุคคลเพื่อจัดตั้งชุมชนต่างๆ เพื่อให้แต่ละชุมชนนั้นได้มีความมั่นใจว่าพวกเขาทุกคนจะได้รับการสนับสนุนในที่ทำงาน และสามารถพูดถึงพันธกิจหรือแสดงความคิดเห็น แบ่งปันข้อมูลของแต่ละชุมชนให้คนอื่นรับรู้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในตอนนี้ Zendesk มีแบ่งเป็นชุมชนอะไรบ้างมาดูกัน 1. Global Veterans Network หรือ เครือข่ายทหารผ่านศึกทั่วโลก สำหรับทหารผ่านศึกที่ต้องการจะเปลี่ยนบทบาทของตัวเองมาเป็นพนักงาน ทาง Zendesk ก็ยินดีที่จะรับมาพร้อมกับมีการอบรมในวิชาชีพ และโอกาสในการฝึกสอนเกี่ยวกับการทำงาน 2. Mosaic หรือ ชุมชนคนผิวสี สำหรับชุมชนกลุ่มคนผิวสี ก็ได้มีการทำขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยให้กับกลุ่มคนผิวสีได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ตัวเองเจอ และสร้างความเข้าใจให้กับคนในองค์กรยอมรับในความแตกต่าง และยังมอบโอกาสในการเติบโตอย่างมืออาชีพ เพื่อทำให้รู้ว่า คนผิวสีก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่แพ้คนอื่นๆ 3. Pride หรือ กลุ่ม LGBTQ+ Zendesk จะช่วยทำให้มั่นใจได้ว่ากลุ่ม LGBTQ+ ทุกคนจะถูกยกย่องและสนับสนุนในสิ่งที่ตัวเองเป็น ภารกิจของชุมชนกลุ่มนี้คือ เชิญชวนและช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมงาน กลุ่ม LGBTQ+ ด้วยกันเอง และเพิ่มความหลากหลายในกิจกรรมต่างๆภายในบริษัท 4. The Village หรือ กลุ่มคนที่มีครอบครัว กลุ่มนี้จะเป็นชุมชนสำหรับคนที่มีครอบครัว และต้องทำงานและดูแลครอบครัวในเวลาเดียว ทาง Zendesk ก็จะมีการจัดระบบการทำงานให้มีความสมดุล เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานในองค์กรกลุ่มนี้ จะทำทั้งสองสิ่งนี้...

Continue reading

เข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวจีนง่ายๆด้วยเครื่องมือ WeChat Mini Program

หัวข้อการจัดสัมมนาออนไลน์ เรื่อง เข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวจีนง่ายๆด้วยเครื่องมือ Wechat Mini program  ช่องทางการการขายออนไลน์ในประเทศจีน ช่องทางการขายออนไลน์ที่ธุรกิจต่างชาติสามารถใช้ได้ (Cross Border e-Commerce) พฤติกรรมผู้บริโภคบนออนไลน์ในจีน สินค้าอะไรที่ขายดีแบบ Cross Border e-Commerce WeChat Mini-Program ช่วย Cross Border e-Commerce ได้อย่างไร วิธีการเปิดร้านบน WeChat Mini-Program สินค้าที่ขายได้บน WeChat Mini-Program Speaker : ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์ (CEO & Founder of Demeter ICT)ถาม-ตอบ ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 13:30 – 15:00 น. บรรยายผ่านช่อง Google Meet **งานสัมมนาออนไลน์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย**   ลงทะเบียนสัมนาฟรี...

G Suite tips! ส่งอีเมลใน Gmail หลาย ๆ คนพร้อมกันทีเดียว โดยไม่ต้องใส่ชื่อทีละคน

วันนี้ทาง Demeter ICT จะพาทุกท่านไปรู้จัก G Suite Tips! โดยในครั้งนี้เป็นการสร้าง Labels หรือกลุ่มใน Google Contacts ที่จะทำให้ท่านสามารถส่งอีเมลใน Gmail  ได้หลาย ๆ คนพร้อมกันทีเดียว โดยที่ไม่ต้องใส่ชื่อทีละคนให้เสียเวลา มีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ ขั้นตอนการสร้าง เข้าไปที่ Contacts หาง่าย ๆ โดยอยู่ในจุด 9 จุดมุมขวาบน 2. เมนูด้านซ้ายตรง Labels ให้คลิก Create label เพื่อเป็นการสร้างกลุ่ม 3. เมื่อคลิกขึ้นมาแล้ว ให้ใส่ชื่อกลุ่มที่ท่านต้องการลงไปได้เลย ตัวอย่างเช่น Marketing จากนั้นกด Save 4. จะพบว่ามี Labels ที่ท่านสร้างขึ้นมาในเมนูด้านซ้ายมือ จากนั้นให้คลิกไปยัง Directory เพื่อทำการเพิ่มรายชื่ออีเมลไปยัง Labels 5. เมื่อท่านทำการเลือกรายชื่ออีเมลเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น กดไปที่ Manage Labels แถบเมนูด้านบน และเลือก Labels ที่ท่านสร้างขึ้นมา ตัวอย่างเช่น เลือก Labels Marketing จากนั้นกด Apply ก็เป็นการเสร็จสิ้น และเมื่อท่านคลิกไปยัง Labels ที่สร้างไว้จะพบว่ามีรายชื่อที่ท่านเพิ่มเข้าไป ก็เป็นอันว่าเสร็จสมบูรณ์  ไปส่งอีเมลกันเลย! 6. และวิธีการส่งอีเมลง่าย ๆ ไปยังหลาย ๆ คน ก็คือขั้นตอนนี้นั่นเอง เปิดหน้าต่างไปยัง Gmail คลิก New compose หรือสร้างอีเมลใหม่ขึ้นมา ตรง To สามารถพิมพ์ชื่อ Labels ที่ท่านสร้างขึ้น โดยจะปรากฎขึ้นอัตโนมัติให้ท่านคลิกเลือกได้เลย จากนั้นเมื่อท่านเลือก Labels นั้น ๆ แล้ว รายชื่ออีเมลที่ท่านได้เพิ่มไว้หลาย ๆ คน...

Continue reading

Github กับการซัพพอร์ต Developers กว่า 50 ล้านคนด้วย Zendesk

Github ชื่ออันคุ้นหูที่เชื่อว่าใครที่ทำงานข้องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์คงได้รู้จักหรือใช้งานมาสักครั้ง โดย Github คือบริษัท Software Development Hosting จากสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทที่นำเสนอแพลตฟอร์มที่เป็นทั้งพื้นที่เก็บข้อมูล แชร์ข้อมูล และมีฟีเจอร์การทำงานร่วมกันที่อำนวยความสะดวกมากมายให้กับ Developers หากจะกล่าวถึงประวัติของ Github คร่าวๆ Github ก่อตั้งเมื่อปี 2008 โดย Chris Wanstrath ได้คิดค้น Code Commit ตัวแรก เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนโค้ด ซึ่งได้กลายเป็นแพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์ชั้นนำของโลกในเวลาต่อมา ทุกวันนี้ มี Developers ที่ใช้งาน Github ถึงกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก องค์กรจากหลายภาคส่วนในหลายอุตสาหกรรม แม้กระทั่ง Zendesk ล้วนได้รับประโยชน์มากมายจากคลังซอฟต์แวร์ คอมมูนิตี้ รูปแบบการทำงานจาก Github   เมื่อธุรกิจใหญ่โตขึ้น ความต้องการในระบบซัพพอร์ตก็ทะยานมากขึ้นตาม เดิมทีนั้น Github ใช้โซลูชันแบบ Home-grown (ชื่อว่า Halp) ในการจัดการกับคำร้องจากลูกค้าและพนักงานในองค์กร แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ต้นทุนที่จะต้องใช้ไปกับทรัพยากรเพื่อคงระบบเหล่านี้ก็ยิ่งมากขึ้นตาม เป้าหมายของ Github จึงเป็นการตามหาระบบที่จะช่วยในการซัพพอร์ตที่สามารถบริหารจัดการเองได้ วัดผลได้ และประยุกต์ใช้งานกับซัพพอร์ตแพลตฟอร์ม เพื่อที่วิศวกรของ Github จะสามารถโฟกัสไปที่แก่นงานหลักของ Github ได้อย่างเต็มที่ “ทีมที่ดูแลด้านเอกสารเองก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมซัพพอร์ต เรายังมีทีมด้านบริษัทและทีมนักพัฒนา หรือ Dot-com ทีม ทีมด้านบริษัทนั้นใช้ Zendesk Support ตั้งแต่ปี 2012 แล้ว ส่วนทีมนักพัฒนาเองก็ใช้ Halp ที่เป็นเครื่องมือภายใน” Barbara Kozlowski, Senior Director of Global Support กล่าว ด้วยความที่ซัพพอร์ตทีมของ Github มักจะทำงานแบบรีโมทโดยสมบูรณ์ Github เล็งเห็นว่า Zendesk เป็นโอกาสที่ช่วยด้านการติดต่อสื่อสารไม่เพียงแต่กับลูกค้าเท่านั้น แต่เป็นระหว่างในองค์กรเองก็สามารถทำได้ ทั้งระบบ Ticket ที่ลื่นไหลและช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ Github...

Continue reading

Customer Service VS Customer Support ต่างกันอย่างไร?

หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า Customer Service และ Customer Support แล้ว อาจจะคิดว่าบริบทการทำงานเหมือนกัน ตำแหน่งเดียวกัน หรือคล้าย ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วมันมีข้อแตกต่างระหว่าง 2 คำนี้อยู่ มีความแตกต่างอะไรบ้างมาดูกัน.. เริ่มต้นกันที่เราต้องรู้ก่อนว่า Customer Service การบริการลูกค้าคืออะไร? Customer Service หรือ การบริการลูกค้า คือ การสื่อสาร พูดคุย หรือการตอบโต้กับลูกค้าในสิ่งที่พวกเขาสงสัย ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับบริษัท เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (CX) โดยที่ไม่ต้องสนับสนุนลูกค้าทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่เราไปกินร้านอาหาร การให้บริการลูกค้าคือ เมื่อคุณสั่งอาหารพนักงานจะเอาเมนูมาให้ จดรายการอาหาร นำเอาอาหารมาเสิร์ฟ จนไปถึงการชำระเงิน แต่พนักงานไม่ต้องมาช่วยคุณสอนวิธีการกินอาหารหรือวิธีการจ่ายเงิน ดังนั้นทีมบริการลูกค้าจะมุ้งเน้นไปที่ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีความมั่นใจและเชื่อมั่นในการเลือกใช้ สินค้าหรือบริการของบริษัทนั้น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่จะเป็นการเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับทั้งตัวผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการเองด้วย พร้อมทั้งติดตามความสนใจของลูกค้าเพื่อที่จะอัพเกรดการขายหรือขยายการใช้สินค้าให้บริการลูกค้าในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม ติดต่อหรือส่งต่อข้อมูลของลูกค้าไปยังทีมเทคนิคต่าง ๆ ที่ลูกค้าต้องการติดต่อได้ เพราะทางทีม Customer Service จะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกเกี่ยวกับตัวสินค้าหรือบริการ ดังนั้นถ้าเราสามารถส่งต่อไปให้ฝ่าย Customer Support จะสามารถแก้ไขได้เร็วกว่า ช่วยเพิ่มความประทับใจ ความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ มาต่อกันด้วย คำว่า Customer Support การสนับสนุนลูกค้าคืออะไร? Customer Support หรือ การสนับสนุนลูกค้า คือ ทีมที่คอยให้ความช่วยเหลือเมื่อลูกค้ามีปัญหาเกี่ยวกับตัวสินค้าหรือบริการของบริษัทนั้น ๆ ซึ่งการแก้ปัญหาเป็นส่วนที่สำคัญมาก ดังนั้นทีมที่สนับสนุนลูกค้าก็ควรมีการจัดตั้งการอบรมการใช้งาน การดูแลบำรุงรักษา การอัพเกรดการบริการไปจนถึงการสิ้นสุดบริการได้ นอกจากทีม Customer Support จะต้องเชี่ยวชาญทางด้านตัวสินค้าและบริการเพื่อที่จะช่วยเหลือลูกค้าที่เจอกับปัญหานั้น ๆ แล้ว ยังต้องมีความอดทนและทักษะของการเป็นผู้นำที่จะพาลูกค้าที่กำลังเจอปัญหาไปสู่การแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนก็ไม่ควรจะจบลงจนกว่าลูกค้าหรือผู้ใช้บริการจะได้รับการแก้ปัญหาที่เสร็จสิ้นและพึงพอใจแล้ว โดยทีมสนับสนุนลูกค้าในปัจจุบันมักจะนำซอฟต์แวร์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการหรือที่เรียกกันว่า SaaS ย่อมาจาก Software as a Service ที่จะช่วยให้การซัพพอร์ตลูกค้าได้อย่างไร้ขอบเขตมากขึ้น คุณสามารถช่วยเหลือลูกค้าที่ไหน...

Continue reading

เข้าถึงตลาดออนไลน์จีนด้วย China Digital Marketing Trends

อย่างที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลจีนบล็อกการใช้แพลตฟอร์ม Google หรือ Facebook ในประเทศจีน ไม่ให้ใช้ชาวจีนใช้แพลตฟอร์ม หรือเว็บไซร์ออนไลน์จากต่างประเทศ เเต่ให้ใช้เว็บที่ถูกทำขึ้นเเละควบคุมโดยคนจีนในประเทศจีนเท่านั้น เพราะทางภาครัฐสามารถควบคุมข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์เพื่อไม่ให้ข่าวสารที่สำคัญหรือเป็นความลับหลุดออกไปจากประเทศจีน เพื่อเป็นการทำให้เกิดความสงบสุขสบายใจของรัฐบาลให้อยู่ในกฎที่ตั้งเอาไว้ เเละไม่ผิดกฎหมายรัฐบาลของจีน  ก่อนจะเข้าเรื่องของ China digital marketing Trends จะของเกริ่นนำเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวจีนก่อนในเรื่องของวัฒนธรรมของจีนที่เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่มากจึงมีวัฒนธรรม เเละมีความคิดที่หลากหลายไม่เหมือนกันในเเต่ละภาค ซึ่งประเทศจีนมีประชากรกว่า1,400 ล้านคนจึงมีพฤติกรรมที่มีความซับซ้อนกว่าประเทศอื่นๆ เเละมีความเป็นตัวเองสูงมาตั้งเเต่สมัยอดีตกาล ดังนั้นการพัฒนาการใช้อินเทอร์เน็ตของจีนจึงไม่เหมือนประเทศอื่น ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทย จะเริ่มจาก เดสก์ท็อป โน๊ตบุ๊ค แล้วค่อยมาเป็นสมาร์ทโฟน เเต่ที่ประเทศจีนนั้นสามารถก้าวกระโดดมาเป็นสมาร์ทโฟนได้เลย เนื่องจากจีนสามารถผลิตสมาร์ทโฟนได้ด้วยตัวเอง เเละส่วนมากไม่ว่าจะเป็นในหรือต่างประเทศทุกที่ก็จะติดต่องาน หรือธุรกิจต่างๆด้วยการขอ E-mail เเต่ที่เมืองจีนถ้าจะติดต่องานจะขอเป็น WeChat เเทน นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่ไม่เหมือนประเทศไหนๆเลย  ดังนั้นการทำ  Digital Marketing ของประเทศอื่นๆไม่สามารถนำมาใช้กับประเทศจีนได้เลย  ซึ่งเป็นที่มาของChina Digital Marketing Trends ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายว่าSocial Commerce คืออะไร Social Commerce คือการที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคสามารถ ดูสินค้า สั่งสินค้า เเละจ่ายสินค้าได้ครบจบใน Social Mediaเลย ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกับโซเชียลมีเดียนั้นถือเป็นเรื่องเดียวกันในประเทศจีน เเละมีความเเตกต่างกับต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ดังนั้นที่ประเทศจีนคำว่า “Social Commerce” จึงถือเป็นเทรนด์ที่ต้องจับตามองอย่างมาก ยกตัวอย่างว่าจีนเเตกต่างจากประเทศอื่นๆหรือเเม้เเต่ประเทศไทยยังไงบ้าง อย่างในประเทศไทยเวลาเราซื้อของในออนไลน์ เฟสบุค หรือ ไอจี ก็จะเเคบรูปสินค้าที่สนใจมาให้คนขายผ่านทางไลน์ พอเเม่ค้าบอกยอดเงิน หรือค้าต้องจดเลขบัญชีหรือจำเลขบัญชีเเละธนาคารเพื่อโอนผ่านทางโมบายแบงกิ้งต่างๆ เเต่สำหรับเมืองจีนโดยเฉพาะ WeChat ไม่ต้องเข้าออกเเอปให้ยุ่งยากสามารถ สามารถเลือกชื้อของกดสั่งสินค้าเเละจ่ายเงินผ่าน WeChat ได้เลย เรียกได้ว่าครบถ้วนจบในเเอปเดียวจริงๆ เพราะWeChat ไม่ได้ทำได้แค่แชทอย่างเดียว เเต่ยังเป็นโซเชียลมีเดีย และวีเเชทเพย์อีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่องทางทำมาหากินของคนจีนได้อย่างดี เพราะเมื่อลูกค้าดูสินค้าเเล้วถูกใจอยากได้ก็สามารถสั่งซื้อ เเละชำระเงินได้ทันทีซึ่งสะดวก รวดเร็วทันใจกว่าในการที่ไม่ต้องนั่งกดเปลี่ยนเเอปไปมา หรือจำเลขบัญชี จำเงินที่ต้องโอน จำซื่อคนรับเงิน ยิ่งไปกว่านั้นไม่เปลืองเมมโมรี่มือถือในการโหลดเเอปเยอะๆอีกด้วย  ในประเทศไทย การซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว เเละส่วนมากที่ใช้ช่องทางออนไลน์ยังเป็นคนกรุงเทพที่อยู่เมืองใหญ่ เเตกต่างกับคนจีนที่คนจีนส่วนมากทุกคนไม่ว่าจะวัยรุ่น เป็นผู้สูงอายุ หรือจะอยู่เมืองไหนก็ตามของจีนก็มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากกว่าออกมาชื้อเเบบออฟไลน์ชะอีก ปัจจุบัน WeChat มีผู้ใช้ในจีนกว่าเกือบ...

Continue reading