ทุกวันนี้หากจะมีเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงจนไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คงเป็นเรื่องของเทคโนโลยีเอไอ (AI: Artificial Intelligence) ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT เครื่องมือประมวลภาษาที่ช่วยให้เราสนทนากับแชทบอทได้เหมือนแชทคุยกับเพื่อน หรือการใช้เอไอในการสร้างรูปภาพ ที่ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าประทับใจมากทีเดียว สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่าแม้แต่ในเสี้ยวนาทีที่คุณกำลังอ่านบทความนี้ โลกธุรกิจก็กำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา จากรายงาน CX Trends 2023 ของ Zendesk สองในสามของผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเอไอจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยธุรกิจลดต้นทุน ในบทความนี้ เราจึงขอแชร์กลวิธีในการใช้เอไอลดต้นทุนและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ทุกคนได้อ่านกัน 1. ลดต้นทุน โดยที่ยังมอบการบริการที่ดีเยี่ยม งบจำกัด พนักงานน้อย มักเท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าต้องรับศึกหนัก และยิ่งถ้าไม่มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพใช้ ก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดและนำไปสู่ประสบการณ์ลูกค้าที่ย่ำแย่ ถึงอย่างนั้นปัญหานี้ก็ไม่จบลงแค่การหาบอทสักตัวมาใช้ จากการสำรวจพบว่าผู้บริโภคหลายคนคุ้นชินกับการคุยกับบอท ทว่าความรู้สึกหลังจากนั้นมักค่อนไปทางติดลบเสียส่วนใหญ่ ทั้งนี้ก็เพราะบอทมีการตอบกลับที่ย่ำแย่ ส่งมอบข้อมูลผิด ๆ และสำคัญเลยคือขาดความสามารถในการให้ผู้บริโภคเข้าถึงเจ้าหน้าที่ “เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับแบรนด์ที่จะมอบการตอบกลับที่ถูกต้องแม่นยำ รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรส่งต่อเคสให้กับเจ้าหน้าที่ ChatGPT ทำได้ดีเพราะสามารถสนทนาเหมือนแชทกับเพื่อนก็จริง แต่มันก็ไม่มีข้อมูลที่จะตอบคำถามที่เฉพาะเจาะจงของแบรนด์ นี่เองที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง” – Cristina Fonseca, Vice President, Product, Zendesk แล้ว AI จะช่วยลดต้นทุนตรงส่วนนี้ได้อย่างไร? แชทบอทที่ดีจะต้องรับมือกับการติดต่อที่มีความซับซ้อนไม่มากได้ และสามารถเชื่อมต่อลูกค้าไปยังเจ้าหน้าที่ได้เมื่อจำเป็น ตรงจุดนี้เองที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่มีเวลาไปมุ่งเน้นกับการสร้างปฏิสัมพันธ์ของลูกค้าที่จะนำไปสู่การเพิ่มรายได้ หรือการซื้อซ้ำ (Retention) ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่า นอกจากนี้แชทบอทก็ควรที่จะเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ Knowledge Base, E-Commerce Platform หรือระบบจัดการงานต่าง ๆ และควรจะใช้งานได้ในช่องทางส่งข้อความ อีเมล โซเชียลมีเดีย หรือกระทั่งดำเนินงานที่ซับซ้อนอย่างช่วยให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ชำระเงิน คืนสินค้าจากในแชทได้ด้วยตนเอง ซึ่ง Zendesk ในฐานะที่เป็น CX Platform ชั้นนำเองก็มีโซลูชันที่ช่วยให้การทำสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องง่ายดาย ไม่ต้องใช้โค้ด อย่างโซลูชัน Zendesk Sunshine Conversations แพลตฟอร์ม API ที่เป็นเหมือนปลั๊คพ่วงซอฟต์แวร์ เชื่อมต่อช่องทางการติดต่อลูกค้ากับระบบหลังบ้านของคุณ เพื่อสร้างประสบการณ์สนทนาที่ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง ตัวอย่างลูกค้าของ Zendesk ที่ใช้บอทลดค่าใช้จ่าย Handy ใช้ Zendesk สร้างระบบ Knowledge Base เพื่อให้ลูกค้าบริการตนเอง...
Continue reading4 Tips เตรียม Spreadsheet ให้พร้อม ง่ายต่อการสร้างแอปด้วย AppSheet
จะสร้างแอปด้วย AppSheet ก็ต้องเตรียมตาราง Spreadsheet ใน Google Sheets ให้พร้อม บอกได้เลยว่าการเตรียม Spreadsheet สำหรับการสร้างแอปนั้นง่ายนิดเดียว เพราะการสร้างชีตนั้นจะอ้างอิงจากรูปแบบตารางที่หลายองค์กรนั้นมีการใช้งานกันอยู่แล้วนั่นเอง และเพื่อให้ AppSheet สามารถทำงานได้ง่าย คุณจะต้องสร้างตารางที่ทำให้ AppSheet เข้าใจกลไกของการทำงานของคุณได้มากที่สุด ดังนั้นหากคุณรู้ Tips ในการจัดการตารางก่อนสร้างแอปจะช่วยให้คุณสามารถสร้างแอป จัดการ และแก้ไขแอปของคุณได้ง่ายมาก ๆ ทำด้วยตัวเองได้เลย คอนเฟิร์ม ! 4 Tips เตรียม Spreadsheet ให้พร้อม ง่ายต่อการสร้างแอปด้วย AppSheet 1. ใช้ layout ที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ก่อนที่คุณจะกำหนดข้อมูล ให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า คุณต้องการสร้างแอปสำหรับอะไรหรือคุณต้องการใช้แอปเพื่อทำอะไร ? คุณต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ? ตัวอย่างเช่น คุณต้องการทำแอปสำหรับเช็คสต๊อกสินค้าในร้านขายของ คุณต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ? ชื่อสินค้า รหัสสินค้า จำนวนสต๊อกที่มีอยู่ในร้านหรือจำนวนที่ขายออก เป็นต้น เมื่อข้อมูลพร้อมแล้ว ก็นำมาสร้างตารางใน Google Sheets ได้เลย (หรือหากยังไม่มีข้อมูล คุณก็สามารถใส่ชื่อคอลัมน์อย่างเดียวก็ได้ เพื่อให้แอปรับรู้ว่าข้อมูลที่คุณต้องการคืออะไรนั่นเอง) คำแนะนำ: คุณควรที่จะรวมตารางไว้ในตารางเดียวกัน หากแยกตารางออกเป็นหลาย ๆ ตาราง จะทำให้แอปทำงานค่อนข้างซับซ้อนและยากต่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูล Spreadsheet ที่ถูกต้อง Spreadsheet ที่ไม่แนะนำ 2. ตั้งชื่อคอลัมน์ให้ง่ายและสอดคล้องกัน เพื่อให้ AppSheet สามารถทำงานได้ง่ายและอ่านค่าได้อย่างรวดเร็ว เราแนะนำให้คุณตั้งชื่อคอลัมน์ให้สั้นกระชับ อ่านแล้วเข้าใจง่าย และในกรณีที่คุณต้องการใส่ข้อมูลย่อยของแต่ละรายการ ให้คุณสร้างแท็บในชีตเดียวกันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแท็บ โดยคุณจะต้องใช้ชื่อคอลัมน์ให้เหมือนกันกับแท็บแรก ตัวอย่างเช่น แท็บ 1: มีคอลัมน์ชื่อสินค้า รหัสสินค้า และห้องจัดเก็บ ซึ่งคุณอาจจะอยากอธิบายเพิ่มเติมว่าห้องจัดเก็บของแต่ละรายการอยู่ที่ใดบ้าง ให้คุณสร้างแท็บที่ 2 โดยมีคอลัมน์แรกเป็น ‘ห้องจัดเก็บ’ คอลัมน์ต่อมาถึงจะเป็นคำอธิบายในส่วนของที่ตั้งของสถานที่นั้น ๆ ซึ่งแท็บที่ 2 จะถูกเรียกใช้งานก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้ข้อมูลนั้นแสดงผลโดยอัตโนมัติเมื่อมีคนคลิกรายการที่กำหนด เช่น ส้มอยู่ห้องจัดเก็บ B...
Continue readingForrester ยก Google ขึ้นแท่นผู้นำด้าน Data Security Platform Q1 2023
Google Cloud เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ หลายองค์กรได้ปรับเปลี่ยนการทำงานมาอยู่รูปแบบออนไลน์กันมากขึ้น ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้ ดังนั้น Google จึงได้มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างแน่นหนา ที่จะสามารถช่วยให้ข้อมูลถูกจัดเก็บและเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย ทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบและควบคุมส่วนต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ….นี่แหละกลยุทธ์ที่สำคัญของ Google และด้วยระบบการป้องกันและรักษาความปลอดภัยนี้เอง ทำให้ The Forrester Wave™ ยก Google Cloud ให้เป็นผู้นำด้าน Data Security Platforms Q1 2023 นวัตกรรมการรักษาความปลอดภัย คือ จุดแข็งของ Google ที่ไม่มีใครเทียบได้ Google นั้นให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของการเก็บข้อมูลออนไลน์เป็นอันดับหนึ่ง เริ่มจากการนำกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยมายกระดับธุรกิจเชิงพาณิชย์และองค์กรภาครัฐทุกแห่งสู่ Cloud-Native Security ที่ใช้การประมวลข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน AI และ Machine Learning ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลฝั่งองค์กรและฝั่ง End users ได้รับการปกป้องอย่างครบถ้วน ไม่เพียงแค่นั้น เทคโนโลยี Data Loss Prevention (DLP) ของ Google ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการข้อมูลได้แบบ Real-time ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ และสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย ในบทวิจัยของ Forrester ได้กล่าวว่า “Google นั้นโดดเด่นในเรื่องของนวัตกรรมอย่างมาก ตัวอย่างเช่น AI และ Machine Learning, การพัฒนานวัตกรรมภายในองค์กร, การร่วมมือกับหุ้นส่วนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ (การประมวลผล, การควบคุม, และการจัดการบน Cloud service เป็นต้น)” ทุกการใช้งานมีความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า infoType detectors – กลไกการตรวจจับข้อมูลอ่อนไหว ทำให้ Google สามารถเก็บรักษาข้อมูลความลับอันถือเป็นสินทรัพย์ขององค์กรได้ทั้งใน Google Chrome Enterprise และใน Google Workspace (Gmail & Drive) เช่น ข้อมูลการผลิต ข้อมูลการวิเคราะห์ต่าง ๆ...
Continue readingแชร์วิธีการเชื่อมต่อกราฟใน Google Sheets, Docs, Slides เข้าด้วยกันแบบ Real-time
พอกันทีกับการที่ต้องคอยแก้ไขข้อมูลไปมา พอกันทีกับการสร้างกราฟใหม่อยู่ตลอด พอกันทีกับการที่ต้องคอย Screenshot หน้าจอแล้วไปวางในไฟล์อื่น วันนี้คุณจะสามารถเชื่อมต่อข้อมูลและใช้กราฟตัวเดียวกันจาก Google Sheets, Docs, Slides ได้เลยทันที ! ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อนอีกต่อไป เพียงแค่เปลี่ยนจากการเลือกประเภทของกราฟ (Bar, Column, Line, Pie) เป็นการเลือกกราฟจาก Sheets แทน ….นี่คือขั้นตอนแบบรวบรัดนะ แต่สำหรับใครที่ต้องการเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าต้องไปที่ไหน ? ทำอย่างไร ? เราได้แบ่งขั้นตอนการแทรกกราฟไว้ ดังนี้ ขั้นตอนการนำกราฟจาก Google Sheets มาที่ Docs และ Slides คุณต้องสร้างข้อมูลและสร้างกราฟใน Google Sheets ให้เรียบร้อยเสียก่อน เปิด Google Docs หรือ Google Slides ไปที่ Insert (แทรก) > Chart เลือก From Sheets 4. เลือกไฟล์ Sheets ที่มีกราฟที่คุณต้องการ เพียงเท่านี้เป็นอันเรียบร้อย ! วิธีทำให้ข้อมูลในกราฟเชื่อมต่อกันแบบ Real-time เมื่อคุณเปลี่ยนข้อมูลในตารางใน Google Sheets จะเห็นว่ากราฟใน Sheets มีการอัปเดตแบบอัตโนมัติ แต่ใน Docs และ Slides ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้คุณทำตามนี้ เปิด Docs หรือ Slides แล้วไปที่ Chart บนหน้ากระดาษของคุณ จากนั้นให้คุณคลิก Update ที่มุมบนขวาของกราฟนั้น ๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถนำกราฟมาเชื่อมต่อกันได้แบบ Real-time แล้วง่าย ๆ ไม่ว่าคุณจะทำงานเอกสารหรืองานนำเสนอก็ไม่ต้องคอยนำเข้ากราฟทุกครั้งที่แก้ไขข้อมูลเหมือนที่เคยทำมา ลืมการทำงานแบบเดิม ๆ ไปได้เลย ! ติดตาม Demeter ICT...
Continue readingไฟล์หมดอายุเมื่อไหร่ หมดสิทธิ์เข้าถึงทันที!: วิธีตั้งค่าวันหมดอายุไฟล์ใน Google Drive
Google Drive ได้อัปเดต API ในการตั้งค่ากำหนดเวลาการเข้าถึงไฟล์ โดยก่อนหน้านี้มีการอัปเดตการแชร์ไฟล์ใน My Drive ล่าสุด! ได้มีการอัปเดต API นี้ ใน Shared Drives แล้ว การทำโปรเจกต์ในบางครั้งอาจไม่ได้เป็นการประสานงานหรือทำงานร่วมกันกับบุคคลในองค์กรเพียงเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีบุคคลที่สามหรือบุคคลนอกองค์กรร่วมโปรเจกต์ครั้งนั้นด้วย หากโปรเจกต์นั้นมีความจำเป็นที่ต้องแชร์ไฟล์ข้อมูลไปยังผู้ร่วมงานภายนอกองค์กรด้วยแล้ว คุณอาจจะอยากจำกัดเวลาในการเข้าถึงไฟล์นั้นเมื่อโปรเจกต์สิ้นสุดลง ซึ่งแน่นอนว่าคุณสามารถตั้งค่าระยะเวลาการเข้าถึงไฟล์ได้ ด้วย Google Drive API : Setting an Expiration Date วิธีตั้งค่าวันหมดอายุไฟล์/โฟลเดอร์ เข้าไปที่ Google Drive เลือกไฟล์หรือโฟล์เดอร์ที่ต้องการแชร์ แล้วคลิก Share ใส่อีเมลผู้รับ แล้วเลือกบทบาทของสิทธิ์การเข้าถึง คลิกที่ลูกศรลง เลือกวันที่และเวลาหมดอายุของไฟล์นั้น หากต้องการนำวันที่หมดอายุออก ให้คลิกนำวันที่หมดอายุออก แล้วกด Done กด Send เพื่อส่ง Tips การตั้งค่าวันหมดอายุไฟล์: คุณสามารถตั้งค่าวันหมดอายุไฟล์ให้กับบทบาทสิทธิ์ที่เป็น viewers, commenters, editors, และ published viewers (หากไฟล์นั้นรองรับบทบาทผู้มีสิทธิ์อ่านเอกสารที่เผยแพร่) การตั้งค่าวันหมดอายุโฟลเดอร์: คุณสามารถตั้งค่าวันหมดอายุไฟล์ให้กับบทบาทสิทธิ์ที่เป็น viewers and commenters เท่านั้น ความสะดวกของฟีเจอร์นี้ก็คือเมื่อจบโปรเจกต์แล้วไฟล์นั้นจะถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงอัตโนมัติหลังจากการตั้งค่า โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องตามลบการเข้าไฟล์ในภายหลังเหมือนก่อน ฉะนั้นก่อนแชร์ไฟล์ออกนอกองค์กรทุกครั้งอย่าลืมจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงและตั้งค่าวันหมดอายุไฟล์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบต่างๆที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้ ฟีเจอร์นี้สามารถใช้ได้กับแพ็กเกจ Google Business Standard, Business Plus, Enterprise Essentials, Enterprise Essentials Plus, Enterprise Standard, Enterprise Plus, Education Fundamentals, Education Standard, the Teaching and Learning Upgrade and Education Plus ...
Martech โซลูชันที่ตอบโจทย์นักการตลาดยุคดิจิทัล
Martech หรือ Marketing Technology เป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มนักการตลาดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับโลกของดิจิทัลด้วยตัวเร่งที่มีชื่อว่า ‘โควิด-19’ ดังนั้นการที่นักการตลาดจะทำการตลาดที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปได้นั้น จำเป็นที่จะต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยควบคู่กันไปจึงได้เกิดคีย์เวิร์ด Martech (Marketing Technology) ขึ้น MARTECH (Marketing Technology) คืออะไร? Martech หรือ Marketing Technology คือ คำที่หมายถึงการผสมผสานระหว่างการตลาดและเทคโนโลยี เป็นตัวแทนของเครื่องมือ แพลตฟอร์ม และเทคโนโลยีที่นักการตลาดใช้ในการวางแผน ดำเนินการ และวิเคราะห์การตลาดของตัวเอง หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วพวกคุณก็อาจจะเคยใช้ Martech มาก่อน เพราะหากคุณเคยใช้ Facebook Ads, Google Ads, Line OA และอื่น ๆ แสดงว่าคุณเคยใช้ Martech กันมาบ้างแล้ว เพราะโซลูชันทั้งหมดที่กล่าวมานั้นก็จัดเป็น Martech เช่นกัน โดยในตลาดของ Martech ได้มีการแบ่ง Martech ออกเป็น 6 ประเภทหลัก ๆ ตามจุดประสงค์และเป้าหมายที่นักการตลาดจะนำ Martech ไปใช้ ดังนี้ Advertising & Promotion ใช้ในการทำโฆษณาเพื่อส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์ Content & Experience ใช้ในการสร้างคอนเทนต์และประสบการณ์ของลูกค้าบนโลกออนไลน์ Social & Relationship ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าบนโลกออนไลน์ Commerce & Sales ใช้ในการสร้างธุรกิจ eCommerce และการเพิ่มยอดขาย Data ใช้ในการจัดการและจัดเก็บข้อมูลของลูกค้า Management ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการจัดการกระบวนการทำงาน MARTECH ช่วยตอบโจทย์นักการตลาดยุคดิจิทัลอย่างไร? 1. ตัวช่วยในการรับมือพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล เนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนผู้บริโภคที่เชื่อมเข้าสู่โลกดิจิทัลนั้นเพิ่มขึ้นมหาศาล Martech ช่วยให้ทีมการตลาดและธุรกิจสามารถปรับตัวและเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคในโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการโฆษณาสินค้าหรือโปรโมชันบนช่องทางโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน การเก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า หรือแม้กระทั่งเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ 2....
Continue reading“Google Workspace Transform the Way We Work” การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานครั้งสำคัญของ Forth Corporation
บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบเป็นระยะเวลามากกว่า 30 ปี ด้วยพันธกิจการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมุ่งการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทและบริษัทในเครือมีพนักงานทั้งหมดรวมกันมากกว่า 3,400 คน สามารถแบ่งกลุ่มการดำเนินธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้ กลุ่มธุรกิจอีเอ็มเอส (B2B)ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตและประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Print Circuit Board Assembly: PCBA) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Device) ทั้งในรูปแบบของการรับเหมาผลิต (Turnkey) และรับจ้างประกอบ (Consign Part) ให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่น (B2G)ดำเนินธุรกิจด้านการจัดซื้อ จัดหา พัฒนาและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรให้กับโครงการต่างๆ ของภาครัฐและเอกชน รวมทั้งจัดจำหน่ายเครื่องบินส่วนบุคคล และบริการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MROs) สำหรับเครื่องบินพาณิชย์และเครื่องบินส่วนบุคคล กลุ่มธุรกิจธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (B2C)ดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการระบบเติมเงิน รับชำระเงิน และธุรกรรมทางการเงินครบวงจรผ่านตู้อัตโนมัติภายใต้แบรนด์ “บุญเติม” ตลอดจนให้บริการที่ชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ “GINKA” อีกทั้งให้บริการตู้จำหน่ายกาแฟสดและเครื่องดื่มแบบชงสดอัตโนมัติภายใต้แบรนด์ “เต่าบิน โรโบติกบาริสต้า” ให้กับกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป Experience with Google Workspace เนื่องจากธุรกิจในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเร่งปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ทั้งการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ วิธีการทำงาน และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม บริษัทฯ จึงมองหาโซลูชันใหม่อย่าง Google Workspace เพื่อมาช่วยปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) และเพื่อสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ Any device, anywhere, anytime การสื่อสารกันได้แบบ Real time และการเข้าถึงข้อมูลได้เร็ว ข้อมูลถูกต้องและตรงกันทุกฝ่าย การใช้เทคโนโลยีของ Google Workspace เพื่อลดกระบวนการทำงานซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น การปกป้องและควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กร โดยเครื่องมือที่นำมาใช้ในการทำงานร่วมกันภายในบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน Communication...
Continue readingสร้างแอปด้วย AppSheet ทำไมถึงง่ายกว่าแพลตฟอร์มอื่นกันนะ ?
เรื่องของเทคโนโลยีหรือเรื่องของแอปพลิเคชัน ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเข้าใจยาก ยิ่ง ณ ตอนนี้โลกของเราได้กลายเป็นโลกแห่งดิจิทัลไปแล้ว ก็ยิ่งทำให้เทคโนโลยีมีความซับซ้อนขึ้นไปอีกเท่าตัว จะให้คนธรรมดามาสร้าง APP ก็เหมือนจะไม่มีหวังและเกินกำลังไปเสียเปล่า แต่ทว่าภายใต้ความซับซ้อนนี้ Google ก็ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า AppSheet ที่เปิดโอกาสให้คนธรรมดาแบบเราได้สร้างสรรค์แอปพลิเคชันของตัวเอง เรียกได้ว่าสวนทางกับแนวคิดความซับซ้อนของเทคโนโลยีอย่างมาก เพราะจากเดิมที่ต้องรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ ใครก็สร้างได้ ไม่ต้องมีความรู้เฉพาะทางอีกต่อไป ทำไมการสร้าง APP จาก AppSheet ถึงง่ายกว่าแพลตฟอร์มอื่น ? ✅ ไม่ต้องมีความรู้เรื่องภาษาคอมพิวเตอร์ ✅ ไม่ต้องมีทักษะการเขียนโค้ด ✅ ไม่ต้องซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปหรือจ้าง Outsource ไม่ต้องมีความรู้เรื่องภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องมีทักษะการเขียนโค้ด ไม่ต้องซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปหรือจ้าง Outsource 1. ไม่ต้องมีความรู้เรื่องภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นภาษา JavaScript, Python, PHP หรือภาษาอื่น ๆ คุณก็ไม่จำเป็นจะต้องรู้เรื่องภาษาเหล่านี้แม้แต่นิดเดียว เพราะการทำงานของ AppSheet นั้นเป็นการนำข้อมูลที่คุณมีอยู่ มาสร้างเป็นแอปพลิเคชันโดยการนำข้อมูลมา Match กัน หากจะกล่าวให้เข้าใจง่าย ๆ ให้นึกภาพว่าคุณกำลังสร้าง Google Forms เช่น คุณต้องการสร้างฟอร์มการส่งงานสำหรับฝ่าย Marketing คุณต้องการข้อมูลอะไรบ้าง ? เช่น วันที่ส่งงาน ชื่องาน ชื่อผู้ส่ง ไฟล์แนบ หรือรายละเอียดอื่น ๆ ให้คุณนำข้อมูลเหล่านี้มาใส่ไว้ใน Google Sheets เพื่อกำหนดเป็นหัวข้อ ตัวอย่างเช่น เพียงแค่คุณมีหัวข้อเหล่านี้ คุณก็สามารถสร้างแอปได้แล้ว ดูขั้นตอนการสร้างแอปได้ที่นี่ คลิก 2. ไม่ต้องมีทักษะการเขียนโค้ด ทักษะการเขียนโค้ดเป็นสิ่งที่ต้องมาคู่กับภาษาคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว มีทั้งสถาบันเปิดสอนและคอร์สเรียนออนไลน์ที่สอนเรื่องนี้มากมาย แต่สำหรับ AppSheet เพียงแค่คุณรู้วิธีการทำงานบนซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เช่น Google Workspace, Microsoft Office 365 หรืออื่น ๆ คุณก็สามารถสร้างแอปเองได้เลย ไม่ต้องไปเรียนเสริมใด ๆ ทั้งนั้น 3. ไม่ต้องซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปหรือจ้าง...
Continue readingมีแอปพลิเคชันได้ง่ายๆใน 7 ขั้นตอนกับ AppSheet
มีแอปพลิเคชันได้ง่ายๆใน 7 ขั้นตอนกับ AppSheet สร้างแอปพลิเคชันได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดสักตัว? บทความนี้เราจะพาคุณมาดูขั้นตอนการสร้างแอปพลิเคชันด้วยแพลตฟอร์ม AppSheet ว่าหน้าตาและรูปแบบของแอปมีอะไรให้เราได้เล่นบ้าง การทำงานของแอปนั้นเป็นอย่างไร? แล้วที่บอกว่าไม่ต้องเขียนโค้ดเลยจะสามารถสร้างแอปขึ้นมาได้จริงๆหรือ? เพียงแค่จบบทความ 7 ขั้นตอนการสร้างแอปกับ AppSheet นี้เท่านั้นที่จะตอบคำถามเหล่านี้ทั้งหมดได้ ไปดูกันเลย… Step 1: เตรียมข้อมูลให้พร้อม อันดับแรกเลย คุณต้องจัดเตรียมข้อมูลให้พร้อมว่าข้อมูลที่คุณต้องการใช้งานหรืออยากให้มีในแอปนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่ง AppSheet นั้นสามารถเชื่อมต่อฐานข้อมมูลได้หลายแหล่งด้วยกัน เช่น Google Sheets, Excel, Cloud SQL เป็นต้น ข้อสำคัญคือคุณต้องจัดเรียงตำแหน่งข้อมูลนั้นให้เหมาะสมด้วย โดยข้อมูลนั้นต้องเริ่มปรากฎที่หัวคอลัมน์แถวแรกเท่านั้น เพราะถ้าข้อมูลเริ่มจากคอลัมน์และแถวอื่นจะไม่สามารถกดสร้างแอปได้ How to: 4 Tips เตรียม Spreadsheet ให้พร้อม ง่ายต่อการสร้างแอปด้วย AppSheet Step 2: เชื่อมต่อข้อมูล เมื่อคุณจัดการข้อมูลที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนนี้จะเป็นการนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างเป็นแอปพลิเคชัน ยกตัวอย่างหากคุณสร้างฐานข้อมูลใน Sheets สามารถกดสร้างแอปได้ที่ Extension > AppSheet > Creat an app หรือสามารถกดสร้างแอปได้ที่ หน้าเว็บ AppSheet Step 3: เข้าสู่ขั้นตอนการสร้างแอป เมื่อคุณคลิกสร้างแอปแล้ว จะสังเกตว่ามีหน้าต่างต้อนรับสู่การสร้างแอปสีฟ้าปรากฎขึ้น นั่นหมายความว่าคุณได้เป็นนักพัฒนาแอปเต็มตัวแล้ว เมื่อคุณปิดหน้าต่างลง จะเห็นว่าที่ด้านขวามือจะเป็นการ preview หน้าตาของแอปคุณ แต่ละ page ที่ปรากฎบน preview นั้นจะเรียกว่า View ซึ่งเบื้องต้น AI ของ AppSheet จะทำการแสดง view ขึ้นมาจากฐานข้อมูลที่คุณมี โดยที่คุณสามารถปรับแก้ไขหรือเพิ่มเติมทีหลังได้เช่นกัน ทีนี้มาทำความรู้จักกับแถบเมนูด้านซ้ายมือกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจและใช้งานบ่อยๆบ้าง? Data: ข้อมูลและจัดการคุณสมบัติของคอลัมน์ต่างๆView: การแสดงหน้าเพจและตั้งค่ารูปแบบการจัดวางของหน้าเพจAction: กำหนด action หรือมุมมองของแต่ละ userBots: การสร้าง automation ของแอปพลิเคชัน Security: ตั้งค่าความปลอดภัยของแอปและกำหนดบทบาทหน้าที่ของ user Setting: ปรับแต่งข้อมูลสำหรับผู้ใช้แอปและตั้งค่าคุณสมบัติของแอปManage:...
Continue reading