ซื้อ Google Workspace ก็สามารถลดหย่อนภาษีกับโครงการ Easy E-Receipt 2567 ได้นะ !

ข่าวดีสำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังวางแผนซื้อบริการ Google Workspace รีบคว้าโอกาสนี้ไว้ ! เพราะนี่เป็นเวลาเดียวที่คุณจะได้ลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 50,000 บาท ! Demeter ICT ได้เข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt 2567 มาตรการที่จะช่วยให้คุณสามารถรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็น Google Workspace, AppSheet, Duet AI, Zendesk, Braze, Asana, Freshservice, คอร์สอบรมการใช้งาน  Google Workspace & AppSheet และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ (ดูเพิ่มเติม คลิก) เพียงแค่คุณซื้อบริการในนามผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็สามารถใช้ใบกำกับภาษีลดหย่อนกับโครงการ Easy E-Receipt สำหรับปี 2567 เพื่อยื่นในช่วงต้นปี 2568 นี้ได้เลย ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการ Google Workspace (ผู้ใช้ใหม่) ก็ยิ่งคุ้ม ! เพราะช้อปกับ Demeter ICT รับสิทธิพิเศษสุดคุ้มถึง 3 ต่อ ! ต่อที่ 1 License ราคาพิเศษ สำหรับผู้ใช้งานใหม่ ลดได้สูงสุดถึง 20 บัญชี เริ่มต้นเพียง 113.50 บาท /ผู้ใช้งาน/เดือน เท่านั้น  คลิกเพื่อดูแพ็กเกจและราคา ต่อที่ 2 รับฟรี AppSheet core ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ต่อที่ 3 สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท ตามที่จ่ายจริง ใช้ใบกำกับภาษีแบบ E-Tax Invoice/ E-Receipt จาก Demeter ICT เงื่อนไขการรับสิทธิ์โครงการ Easy E-Receipt ต้องซื้อบริการในนามของผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น นอกเหนือจากนี้จะไม่สามารถลดหย่อนภาษีในโครงการนี้ได้ ต้องซื้อบริการและชำระในระหว่างวันที่ 1...

Continue reading
Marketing Trends for 2024

สรุป 10 Marketing Trends in 2024 จาก Forbes

โลกการตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ปี ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และอื่น ๆ  อีกมากมาย ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวทางการทำการตลาดทั้งสิ้น ซึ่งในปี 2024 นี้ ทาง Forbes ได้รวบรวม Marketing Trends ใหม่ ๆ รวมถึงเทรนด์ที่ยังคงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ๆ ในการช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจของคุณ และเป็นกลยุทธ์ที่นำไปใช้ได้จริงสำหรับธุรกิจ เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขันในปี 2024 นี้ได้ จะมีอะไรบ้าง? ไปดูกัน! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. AI Marketing Automation การผสานเอา AI มาปรับเข้ากับการตลาดหรือที่เรียกว่า AI Marketing จะช่วยยกระดับวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ปรับแต่งประสบการณ์ของลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญการตลาดต่าง ๆ ของบริษัท ตัวอย่างเช่น แชทบอทรับส่งข้อความที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโต้ตอบกับลูกค้าด้วยการมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว (Personalization) ซึ่งช่วยสร้างการเชื่อมต่อกับลูกค้าที่แท้จริงมากขึ้น เท่ากับว่านักการตลาดในปี 2024 จะต้องมีทักษะด้าน AI Management ต้องเป็น AI Manager หรือ AI Director ทำหน้าที่บริหารจัดการ AI ในฐานะเป็นหัวหน้าของ AI เพื่อจัดการกระบวนการทำงานระหว่างมนุษย์กับ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด 2. Augmented Reality (AR) & Virtual Reality (VR) เทคโนโลยีสมจริงอย่าง AR และ VR ช่วยให้การเล่าเรื่องแบรนด์สมจริงมากยิ่งขึ้น และเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค ในปี 2024 นี้ คาดหวังว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะประสานเข้ากับความพยายามทางการตลาดเชิงกลยุทธ์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ร้านค้าแนวเทคโนโลยีสามารถยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้ และเพิ่มมูลค่าให้แก่แบรนด์ของพวกเขาได้โดยการเสนอประสบการณ์การลองใช้งานสินค้าแบบเสมือนจริงแก่ลูกค้า 3. Hyper-Personalization ด้วยความก้าวหน้าของ AI และการเรียนรู้ความสามารถของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าจำนวนมากได้ และสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงประสบการณ์และปรับแต่งเนื้อหาคอนเทนต์ แคมเปญการตลาด และออกแบบข้อเสนอให้กับลูกค้าได้ตรงใจมากยิ่งขึ้น เช่น มีลูกค้าชื่อว่า...

Continue reading

5 เทรนด์แห่งการทำงาน มาแรงปี 2024 ยืนยันแล้วจาก Forbes !

จากอดีตสู่ปัจจุบันโลกของเราก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย แนวความคิดที่ว่าต้องเดินทางไปทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น หรือการคิดว่างานคือทุกอย่างของชีวิต วันนี้คงถึงเวลาแล้วที่ท่านจะต้องทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้แค่เพียงในอดีตนับจากนี้เป็นต้นไป… ในปี 2024 เทรนด์การทำงานต่าง ๆ จะมีการพัฒนาในรูปแบบใหม่ จะเกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดอย่างมากมาย กระทบไปถึงการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการทำงานของคนทั่วไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นผลมาจากการที่เทคโนโลยี AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและจะทวีคูณไปอีกหลายเท่าตัวในอนาคต ซึ่งการมาของ AI นี้เองไม่เพียงแต่กระทบวิถีการทำงาน แต่ยังทำให้เกิด Business Transformation ที่ส่งผลต่อธุรกิจทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจที่อยู่นอกอุตสาหกรรม High-tech ก็ต้องปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเทรนด์ที่ Demeter ICT ได้คัดเลือกมาจาก Forbes และจะมาบอกเล่าให้ทุกท่านในวันนี้ จะมุ่งเน้นไปที่เทรนด์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและกระทบต่อการทำงานของท่านในแต่ละวัน ซึ่งเจ้าของธุรกิจและเจ้าหน้าที่ระดับบริหารสามารถศึกษาเทรนด์เหล่านี้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2024 นี้ได้ 5 เทรนด์การทำงาน ปี 2024 1. Generative AI นี่ถือว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะตั้งแต่เทคโนโลยี AI เริ่มเข้ามาผู้คนก็ต่างพูดถึงเรื่องความกังวลที่ AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ ซึ่งในปี 2024 ความคิดนี้จะต้องถูกเปลี่ยนแปลงสู่แนวคิดที่ว่า “ใครใช้ AI ไม่เป็น คนนั้นจะถูกแทนที่ไปโดยปริยาย” ณ ปัจจุบัน AI นั้นถูกดัดแปลงให้มาเป็นเครื่องมือช่วยซัพพอร์ตการทำงานของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะสามารถช่วยงานต่าง ๆ ของมนุษย์ได้เกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ แต่ทว่ามนุษย์ก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อจำกัดและประโยชน์ของการนำ AI มาใช้ให้เหมาะสมกับงานของตนเองด้วย ซึ่ง AI ของแต่ละแพลตฟอร์มนั้นก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น Duet AI ของ Google Workspace ที่มีความสามารถในการช่วยสร้างสรรค์ผลงานใน Gmail, Docs, Slides, Meet, Sheets หากท่านใช้ Google Workspace อยู่แล้ว การใช้งาน AI จาก Google ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างมาก หากต้องการศึกษารายละเอียดของ Duet AI คลิกที่นี่ 2. Employee Experience...

Continue reading

6 Steps สร้าง Data-Driven Marketing ให้ประสบความสำเร็จ

บทความก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงนิยามของการทำ Data-Driven รวมถึงความสำคัญและข้อดีของการทำ Data-Driven Marketing ไปแล้ว ใครอยากอ่านบทความ ‘ไขกุญแจสู่ความสำเร็จ สร้างการตลาดที่ตรงใจลูกค้าด้วยกลยุทธ์ Data-Driven’ สามารถคลิก ที่นี่ ในวันนี้เราจะมาบอกขั้นตอนการสร้างกลยุทธ์ Data-Driven Marketing แบบ Step by Step ที่จะช่วยให้นักการตลาดสามารถสร้างแคมเปญการตลาดที่ตรงใจและยังช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อีกด้วย ซึ่งการสร้างกลยุทธ์ Data-Driven Marketing มีด้วยกัน 6 ขั้นตอนดังนี้ เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Culture) ก่อนอื่นการที่องค์กรจะสามารถสร้างกลยุทธ์ Data-Driven Marketing ได้นั้น สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับข้อมูล (Data-Driven Organization) ทุกคนในองค์กรต้องตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลและเห็นประโยชน์ของการใช้ข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจหรือกระบวนการทำงานต่าง ๆ การจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลนั้น ต้องได้รับการส่งเสริมจาก CEO หรือฝ่ายบริหาร ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้และวิเคราะห์ข้อมูลในการทำงาน รวมถึงแสดงประสิทธิภาพของการทำ Data-Driven โดยอาจจะเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ง่าย รวดเร็วและเห็นผลลัพธ์ได้เร็วที่สุด เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าการขับเคลื่อนกระบวนการทำงานด้วยข้อมูลนั้นมีประโยชน์อย่างแท้จริง 2. การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย (Data Objectives) การกำหนดวัตถุประสงค์ของการทำ Data-Driven Marketing เพื่อให้นักการตลาดทราบว่าเราต้องการใช้ข้อมูลอะไรบ้าง? และเราจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำอะไร? พร้อมกับการตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPIs) เพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินความสำเร็จของการทำ Data-Driven Marketing ว่าตรงกับเป้าหมายที่องค์กรต้องการหรือไม่? ยิ่งเป็นการช่วยให้นักการตลาดสามารถทำงานได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายของการใช้ Data-Driven Marketing สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ เป็นเป้าหมายระยะยาว เช่น การเพิ่มยอดขาย การเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ หรือการลดต้นทุนให้องค์กร เป้าหมายเชิงปฏิบัติการ เป็นเป้าหมายระยะสั้น เช่น การเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ การส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย หรือการกระตุ้นยอดขายจากแคมเปญการตลาด 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection) การรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำ Data-Driven Marketing สามารถเก็บได้จากหลากหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าที่เราเก็บมาเอง ข้อมูลจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ข้อมูลจากอีเมลหรือข้อความบนมือถือ ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย...

Continue reading

How to: แสกนเอกสารได้ง่ายๆ ผ่าน Google Drive

รู้หรือไม่ Google Drive มีฟีเจอร์ที่ช่วยสแกนเอกสารต่างๆได้!  เมื่อคุณต้องการถ่ายรูปและอัปโหลดขึ้นไดรฟ์ โดยเฉพาะไฟล์ที่เป็นเอกสารที่ต้องอาศัยภาพถ่ายที่คมชัดให้เห็นตัวอักษรที่ชัดเจน หลายคนคงยังใช้วิธีถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถือ หรือไม่ก็แสกนจากเครื่อง Scanner แล้วค่อยนำไปอัปโหลดขึ้น Google Drive วันนี้เรามีวิธีที่ง่ายแบบรวบรัดให้อยู่ในขั้นตอนเดียว แค่ทำผ่าน Google Drive แอปเดียวจบ จากเมื่อปีที่ผ่านมาแอปพลิเคชัน Google Drive บน Android สามารถให้ผู้ใช้งานได้ใช้ฟีเจอร์ Drive scanner เพื่อแสกนเอกสารต่างๆ เพื่อบันทึกเป็นไฟล์ PDF ไว้บนไดร์ฟได้เลยทันที  และล่าสุด Google ก็ได้พัฒนาฟีเจอร์ Drive scanner เอาใจสาวก iOS ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานบนโทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตให้ได้ใช้งานด้วยเช่นกัน ความสามารถของ Drive Scanner ผู้ใช้งานสามารถเลือกระบบจับภาพอัตโนมัติ เพื่อให้การแสกนรวดเร็วยิ่งขึ้น  ช่องมองภาพจากกล้องมุมมองกว้าง ทำให้แสกนภาพได้สะดวก ครอบตัดเฉพาะส่วนที่เป็นเอกสารได้ สามารถนำเข้าภาพจากอัลบั้มรูปในโทรศัพท์ได้  ปุ่มแสกนสามารถเข้าถึงการแสกนได้อย่างรวดเร็ว แนะนำการตั้งชื่อไฟล์ PDF ด้วยการเรียนรู้จาก Machine learning (ปัจจุบันมีให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น) วิธีการใช้งาน Drive Scanner เปิดแอป Google Drive  บนสมาร์ทโฟน แตะที่ปุ่มแสกน   ถ่ายภาพเอกสารที่ต้องการสแกน สามารถเลือกได้ว่าต้องการถ่ายแบบกำหนดเอง หรือจับภาพอัตโนมัติ  เมื่อแสกนเรียบร้อย สามารถเลือกจัดการรูปภาพเพิ่มเติมได้ เช่น ครอบตัด ปรับแสงและสีถ่ายใหม่ หรือ ถ่ายเพิ่มเติม เป็นต้น  หากได้ภาพที่ต้องการแล้วให้แตะ เสร็จสิ้น  ตั้งชื่อไฟล์ และเลือกพื้นที่จัดเก็บ แตะ บันทึก เพื่อบันทึกไฟล์ เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้ไฟล์ที่แสกนเป็น PDF บน Google Drive ที่สามารถแชร์ต่อให้บัญชีอื่นได้เลย...

6 อัปเดตกับ Google Chat ฟีเจอร์ใหม่น่าสนใจเพียบ

ยังคงทยอยอัปเดตฟีเจอร์ใหม่กันมาเรื่อยๆสำหรับ Google Chat บอกเลยว่ารวมอัปเดตรอบนี้มีฟีเจอร์น่าสนใจมากมายที่จะทำให้การสื่อสารในองค์กรของคุณดีขึ้น รวมถึงการเตรียมเปลี่ยนโฉมไอคอน Google Chat ใหม่เร็วๆนี้ สำหรับใครที่พลาดรวมอัปเดตก่อนหน้านี้ สามารถดูได้ที่นี่  1. แถบ Main menu ที่ย่อขยายได้ สำหรับ Google Chat บน Desktop ในส่วนของแถบ Main menu ที่รวบรวม Direct message และ Spaces ทั้งหมด สามารถย่อและขยายได้อัตโนมัติเมื่อนำเม้าส์ไปชี้ ทำให้เราได้หน้าต่างของห้องแชทที่ขยายกว้างขึ้นนั่นเอง แต่หากใครไม่ถนัดหรือไม่ชินกับรูปแบบนี้ก็สามารถปิดฟังก์ชันนี้ได้ โดยการคลิกที่ปุ่ม Main menu ที่ด้านซ้ายบน ใน Spaces จะ Thread เยอะแค่ไหนก็ไม่พลาด สามารถเรียกดู Thread หรือชุดข้อความ/กระทู้ทั้งหมดที่มีอยู่ใน Spaces ได้ ให้คลิกที่ปุ่ม Active threads จากนั้นจะปรากฎ Thread ทั้งหมด สามารถโต้ตอบและกดติดตาม Thread ที่ต้องการผ่านตรงนี้ได้เลย  ค้นหาแชทได้ง่ายขึ้นด้วย Shortcut ที่แถบ Main menu จะปรากฎฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั่นก็คือ Shortcut เพื่อเป็นทางลัดให้ผู้ใช้งานค้นหาแชทได้เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยใน Shortcut สามารถแบ่งเป็นอีก 3 ฟีเจอร์ดังนี้ Home– ปรากฎห้องที่มีการสนทนาทั้งหมดรวมไว้ในที่เดียว และสามารถกรองข้อความที่ยังไม่ถูกเปิดอ่านได้  Mentions– แสดงข้อความแชทที่มีการกล่าวถึงคุณเท่านั้น Starred–  แหล่งรวบรวมข้อความที่มีการบันทึกหรือติดดาว จากการกด Star บนข้อความที่สำคัญ รับแจ้งเตือนจาก Google Drive ผ่านแชทได้โดยตรง สามารถรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการกระทำใดๆต่อไฟล์บน Google Drive ผ่าน Google Chat ได้เลย เพียงแค่ติดตั้งแอป Google Drive ไม่ว่าจะเป็น  ไฟล์หรือโฟลเดอร์ใหม่ที่แชร์กับคุณ  ความคิดเห็นใหม่หรือรายการการทำงานที่มอบหมายให้คุณ  คำขอเข้าถึงไฟล์ที่คุณเป็นเจ้าของ  การแจ้งเตือนสำหรับพื้นที่เก็บข้อมูล 5. ใส่คำค้นหาในแชทได้เร็วขึ้นกับ...

Continue reading
Filter in Google Sheets

กรองข้อมูล (Filter) ใน Google Sheets อย่างไรไม่ให้คนอื่นเห็นและไม่กระทบไฟล์ต้นฉบับ

การใช้ฟังก์ชัน Filter ใน Google Sheets กรองข้อมูลเพื่อหาเซลล์หรือข้อมูลที่คุณต้องการนั้นเป็นฟังก์ชันที่เป็นประโยชน์อย่างมาก แต่ในบางครั้งที่คุณและเพื่อนร่วมงานต้องการดูข้อมูลคนละชุดในไฟล์เดียวกัน การที่คุณ Filter ข้อมูลแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งไฟล์อาจไม่ใช่วิธีการที่ดีนัก เพราะอาจทำให้เพื่อนร่วมงานที่กำลังใช้งานไฟล์เดียวกันกับคุณอยู่เกิดความสับสนได้ เนื่องจากข้อมูลที่กำลังถูกใช้งานอยู่นั้นอาจจถูกซ่อนไว้และจะถูกจัดเรียงใหม่ทันที เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน Filter Views แทนการกรองข้อมูลแบบปกติ ซึ่งฟังก์ชัน Filter Views จะช่วยให้คุณสามารถกรองข้อมูลในไฟล์ได้โดยไม่กระทบต่อข้อมูลต้นฉบับนั่นเอง วิธีสร้าง Filter Views ใน Google Sheets เปิดไฟล์ Google Sheets คลิกที่เซลล์หรือคอลัมน์ที่ต้องการกรอง ไปที่แท็บ Data แล้วคลิก Filter Views ตั้งชื่อ Filter ของคุณ คลิก Create วิธีนี้เป็นวิธีที่แนะนำมาก ๆ สำหรับคนที่ชอบทำงานร่วมกันแบบ Online & Real-Time Collaboration เพราะหากคุณใช้ฟังก์ชัน Filter Views ทีมของคุณจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด Google Sheets จะโชว์เพียงข้อมูลต้นฉบับ เท่านั้น  ซึ่งหากคุณมีการใช้งานไปแล้วและต้องการกลับมาใช้งาน Filter ที่คุณสร้างไว้อีกครั้ง คุณก็เพียงแค่ต้องกลับไปที่แท็บเมนูเดิม คือ Data >> Filter Views จากนั้นเลือกชื่อ Filter ที่คุณได้ตั้งไว้ในตอนแรกได้เลย  วิธีลบ Filter Views ไปที่ Data ในแท็บเมนูด้านบน คลิกที่ Filter Views – หากต้องการลบ Filter เพียงอันเดียว เลือก Filter View Options >> Delete View– หากคุณต้องการลบทั้งหมด เลือก Delete All Filter Views ใช้ Filter Views ดีอย่างไร ? หากมีผู้ใช้อื่นกำลังใช้งานไฟล์นั้นอยู่...

Continue reading

เตรียมพร้อมองค์กรสู่อนาคต ด้วยเครื่องมือพัฒนาองค์กรยอดนิยมที่ชื่อว่า AppSheet

องค์กรที่ได้เปรียบและสามารถอยู่รอดในโลกแห่งความจริงได้ คือองค์กรที่มีการปรับตัวและไม่หยุดพัฒนาตนเองในทุกยุคทุกสมัย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสิ่งสำคัญที่ให้องค์กรพัฒนาไปข้างไม่ใช่แค่การมีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลเพียงเท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย เช่น ระบบโครงสร้างองค์กร พันธกิจและเป้าหมาย ทรัพยากรมนุษย์ และทัศนคติในการทำงาน เป็นต้น  อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่หลายองค์กรให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลอย่างมากในยุคนี้ นั่นก็คือเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการทำงาน รวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรในยุคดิจิทัลให้สามารถดำเนินกระบวนการทำงานได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นไร้รอยต่อนั่นเอง  โดยเครื่องมือด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันก็มีอยู่หลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องมือใดที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้มากที่สุด โดยต้องอาศัยความพิถีพิถันในการเลือกใช้เครื่องมือ เปรียบเสมือนการเลือกใส่ปุ๋ยให้ตรงกับชนิดของต้นไม้เพื่อให้ผลิตดอกออกผลเจริญงอกงามตามสายพันธุ์ แนะนำ AppSheet เครื่องมือเทคโนโลยีที่หลายองค์กรเลือกใช้พัฒนากระบวนการทำงาน AppSheet เป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอยากมากจากองค์กรต่างๆ และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์จากผู้นำด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการยกระดับหรือปรับปรุงกระบวนการทำงานให้อยู่ในรูปแบบแอปพลิเคชัน เหมาะสำหรับทุกธุรกิจและทุกขนาด แม้องค์กรนั้นจะไม่มีนักพัฒนาโปรแกรมก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ AppSheet เป็นเทมเพลตสร้างแอปพลิเคชันที่ไม่ต้องใช้ทักษะการเขียนโค้ดเลยแม้แต่นิดเดียว นั่นหมายความว่าไม่ว่าบุคคลากรใดในองค์กรก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันขึ้นมาไ้ด้  เพียงแค่อาศัยความเข้าใจในกระบวนการทำงานเพื่อสร้าง Workflow โดยให้แอปพลิเคชันเป็นผู้ช่วยในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน ซึ่งสามารถช่วยลดรอยต่อการส่งผ่านงานระหว่างฝ่าย Operation และ ฝ่าย Management ได้เป็นอย่างดี AppSheet ช่วยพัฒนาองค์กรได้อย่างไร? AppSheet ช่วยลดต้นทุนทรัพยากรในองค์กร ข้อแรกเลยก็คือ AppSheet ช่วยลดต้นทุนในเรื่องของทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดปริมาณกระดาษ ลดการว่าจ้างทีม Developer และ Programmer ลดค่าดูแลรักษา และที่สำคัญคือช่วยร่นระยะเวลาการพัฒนาแอปพลิเคชันได้มากเลยทีเดียว เนื่องจาก Process การพัฒนาแอปที่ซับซ้อนได้ถูกตัดออกไป ทำให้องค์กรมีแอปพลิเคชันพร้อมใช้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น AppSheet ช่วยลดความผิดพลาดของข้อมูล ทุกวันนี้บางองค์กรยังใช้วิธีการกรอกข้อมูลแบบ Mannual ผ่านตัว Spreadsheet หรืออื่นๆ เมื่อข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดของการเก็บบันทึกข้อมูลหรือเรียกแสดงผลข้อมูลได้ไม่สะดวกนัก ในส่วนนี้ AppSheet สามารถช่วยให้คุณกรอกข้อมูลได้ง่ายขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human error) รวมถึงสามารถช่วยกรอกข้อมูลให้อัตโนมัติผ่านหน้าแอปพลิเคชันได้เลยทันที AppSheet ช่วยพัฒนากระบวนการทำงานในองค์กร บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงาน สามารถทำงานร่วมกันผ่านแอปได้เลย ตั้งแต่เริ่มกระบวนการไปจนถึงขั้นตอน Approval ที่สามารถอนุมัติผ่านแอปได้ในที่เดียว จากเดิมที่ค่อนข้างใช้เวลาในการส่งผ่านงานจากขั้นตอนหนึ่งไปอีกขั้นตอนหนึ่ง AppSheet จะช่วยกระชับระยะเวลาในแต่ละกระบวนการทำงานให้เป็นไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดข้อมูลจากแอปพลิเคชันมาออกแบบและพัฒนาเป็น Visualized Dashboard ให้มีรูปแบบการแสดงผลที่ง่ายดายและไม่ซับซ้อน เพื่อรองรับการติดตามหรือการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายครบทุกมุมมองได้อย่างทันเวลาในที่เดียว และนี่คือประโยชน์ของ AppSheet ที่สามารถช่วยพัฒนาองค์กรได้จริง การันตีจากหนึ่งในลูกค้าของ Demeter ICT อย่าง ”การท่าเรือแห่งประเทศไทย” ที่เล็งเห็นความสามารถของ...

Continue reading
What is Data Driven Marketing

กลยุทธ์ Data-Driven สร้างการตลาดที่ตรงใจลูกค้า

ยุคดิจิทัลเป็นยุคที่ข้อมูลเข้ามามีบทบาทสำคัญและเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนธุรกิจในตอนนี้ (Data-Driven) ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไร? เล็กใหญ่แค่ไหน? คุณก็จำเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลเพื่อมาประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการดำเนินการบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้ธุรกิจของคุณนั้นเติบโตขึ้น เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! Data-Driven คืออะไร ? Data-Driven (การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล) คือ การทำหรือตัดสินใจบางสิ่งบางอย่าง โดยการอ้างอิงและวิเคราะห์จากข้อมูลเป็นหลัก เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจหรือได้รับผลลัพธ์ที่ดีขึ้นนั่นเอง การที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูลของลูกค้าเป็นหนึ่งสิ่งที่แสดงถึงความเอาใจใส่ลูกค้า เพราะว่าคุณให้ความสำคัญและพยายามที่จะเข้าใจลูกค้าของคุณว่าเขาต้องการอะไร ไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่ม ROI ให้กับบริษัท แต่การทำ Data-Driven ยังช่วยให้ธุรกิจทำ Trend Forecasting ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย Data-Driven มีความสำคัญกับนักการตลาดอย่างไร ? Data-Driven เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นักการตลาดเลือกใช้ข้อมูลจากหลากหลายช่องทาง ทั้งข้อมูลที่ได้มาจากการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรงหรือผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึกและช่วยในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตหรือที่เรียกว่า Data-Driven Marketing นั่นเอง เพราะการที่นักการตลาดจะปล่อยแคมเปญการตลาดออกไปนั้น คงไม่ใช่ลองปล่อยไปก่อนแล้วค่อยมาดูว่าลูกค้าสนใจไหม? แต่ธุรกิจจะต้องศึกษาถึงพฤติกรรม ความต้องการ ปัญหาของลูกค้าของตัวเองให้ดีเสียก่อน ยิ่งถ้าคุณเป็นธุรกิจระดับกลางถึงใหญ่การจะปล่อยแคมเปญการตลาดออกไปสักชิ้น จะต้องใช้ทั้งเวลา แรงและเงินทุนที่มหาศาล ถ้าแคมเปญการตลาดนั้นไม่ตอบโจทย์ลูกค้า คุณอาจจะไม่ได้เสียแค่แรง เวลาและเงินทุนเพียงเท่านั้น แต่อาจจะสูญเสียลูกค้าคนสำคัญไปด้วย นี่คือสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าทำไมการทำ Data-Driven Marketing จึงมีความสำคัญกับนักการตลาดและธุรกิจของคุณ ข้อมูล Data-Driven Marketing มีอะไรบ้าง ? 1. ข้อมูลจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน (Web & Mobile App Analytics) คือ การวิเคราะห์ข้อมูลจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจากการติดตาม MAU (Monthly Active User) ว่ามีลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์หรือเข้าแอปของคุณต่อเดือนกี่คน และสามารถเจาะลึกลงไปได้ว่าลูกค้าของคุณมาจากช่องทางไหน หน้าเพจใดที่ลูกค้าใช้เวลามากที่สุด และเมื่อใดที่พวกเขาออกจากหน้าเว็บไซต์และแอปของคุณ 2. ข้อมูลจากอีเมลและข้อความบนมือถือ (Email & Mobile Messaging Analytics) คือ การเก็บข้อมูลลูกค้าจากการส่งข้อความโดยตรงถึงลูกค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เพราะปรับแต่งข้อความให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ไม่ว่าจะเป็น Email, Message หรือ Push Notification ที่จะช่วยระบุแนวโน้มความสนใจของลูกค้าได้จาก Open rates, Click-through rates, Conversion...

Continue reading