ในเวลานี้คงไม่มีโซเชียลมีเดียตัวไหนที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเท่า TikTok อีกแล้ว หลายคนอาจรู้จัก TikTok ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มสร้างความบันเทิง แต่ทราบหรือไม่? จริง ๆ แล้ว TikTok ยังมีอีกฟีเจอร์หนึ่งที่แยกออกมาสำหรับร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ นั่นก็คือ TikTok Shop ยาวไปอยากเลือกอ่าน คลิกเลือกหัวข้อที่สนใจได้เลย TikTok Shop คืออะไร? Source: TikTok TikTok Shop นั้นเป็นตัวช่วยในการสร้างการรู้จักและขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม TikTok โดยช่วยให้ผู้ใช้งาน TikTok สามารถค้นพบและซื้อสินค้าได้เลยภายในแอป ซึ่ง TikTok Shop ก็มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่างที่ช่วยสนับสนุนการขาย ไม่ว่าจะเป็น Live Shopping ช็อปได้โดยตรงผ่าน Live เพียงกดที่สินค้าที่ได้รับการปักหมุดอยู่หรือกดรูปตะกร้าสินค้า Shoppable Videos ช็อปโดยตรงผ่าน Shoppable in-feed video โดยกดที่ลิ้งก์สินค้าหรือตะกร้าสินค้า Product Showcase ช็อปโดยตรงผ่านหน้าบัญชีของครีเอเตอร์ ซึ่งจะมีแท็ปหน้าต่างข้าง ๆ ที่ช่วยให้เข้าถึงสินค้าได้อย่างง่ายดาย Shop Tab แท็ปสำหรับช็อปปิ้งได้เฉพาะ ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูสินค้าและโปรโมชันต่าง ๆ ในที่เดียว อ้างอิงจากสถิติแล้ว ผู้ใช้งาน TikTok ถึง 1 ใน 4 ส่วนสนใจซื้อสินค้าผ่าน Live เพราะช่วยให้พวกเขาได้เห็นสินค้าของจริงที่นอกเหนือจากเห็นแค่รูปถ่ายเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ในช่วงทดสอบระบบของ TikTok Shop นั้น มีแบรนด์เข้าร่วมมากถึง 200,000 ราย รวมถึงแบรนด์ที่เรารู้จักกันดีอย่าง L’oreal และ Maybelline ทั้งยังมี Influencer อีก 100,000 กว่ารายที่เข้ามามีส่วนร่วมซึ่งแสดงถึงกระแสความน่าสนใจในตัวเครื่องมือนี้ได้เป็นอย่างดี มีสถิติว่า 70% ของผู้ใช้งานค้นพบและได้รู้จักแบรนด์ใหม่ ๆ ผ่าน TikTok และ 83% ของผู้ใช้กล่าวว่า TikTok มีอิทธิพลในการช่วยให้พวกเขาตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า เมื่อยอดขายเพิ่มพูน มีลูกค้ามากขึ้น สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องของการบริการลูกค้า จุดนี้เองที่...
Continue readingรู้จัก Zero-Party Data กลยุทธ์เก็บข้อมูลลูกค้าด้วยความเต็มใจ
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! Zero-Party Data คืออะไร? Zero-Party Data คือ ข้อมูลที่ลูกค้าหรือผู้ใช้งานจงใจและเต็มใจแบ่งปันให้กับธุรกิจหรือแบรนด์โดยตรง ทาง Forrester ให้คำจำกัดความไว้แบบนี้ ซึ่งในบางกรณีลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากธุรกิจหรือแบรนด์เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนกัน ข้อมูลเหล่านี้สามารถเก็บได้จากการทำแบบสำรวจต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ การทำแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ หรืออาจเป็นคำตอบจากลูกค้าที่ตอบมาเพื่อเล่นเกมที่ธุรกิจหรือแบรนด์นั้น ๆ จัดขึ้น ภาพจาก stackadapt ความสำคัญของ Zero-Party Data ด้วยความที่ในปัจจุบันมีกฏหมายหรือข้อบังคับมากมายเกี่ยวกับการป้องกันหรือความปลอดภัยของข้อมูล เช่น GDPR, CCPA หรือที่ในบ้านเรารู้จักกันในชื่อ PDPA ข้อบังคับเหล่านี้ทำให้การเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้ามีความยุ่งยากกว่าเมื่อก่อน หรือถ้าคุณต้องการมองหาข้อมูลจากบุคคลที่สามก็ทำให้มีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้หลาย ๆ ธุรกิจ เริ่มหันมาทำ Zero-Party Data กันมากยิ่งขึ้น Zero-Party Data ไม่เพียงแต่จะสร้างความปลอดภัยทางด้านข้อมูลให้กับธุรกิจหรือแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความภักดีให้กับลูกค้าของคุณอีกด้วย เพราะพวกเขาเชื่อใจได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาอนุญาตและเต็มใจที่มอบให้คุณแล้ว เพื่อให้คุณมอบประสบการณ์ที่ Personalized กับพวกเขาได้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิด Conversion หรือการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้าไปพร้อม ๆ กันได้อีกด้วย ประโยชน์ของ Zero-Party Data มีอะไรบ้าง? 1. ประสบการณ์ที่เฉพาะตัวขั้นสูง (Hyper-Personalized Experiences) จากข้อมูล Zero-Party Data แบรนด์สามารถนำข้อมูลมาต่อยอดในการสร้าง Personalized Marketing โดยปรับแต่งคำแนะนำของสินค้า ข้อความทางการตลาด หรือแม้แต่เนื้อหาต่าง ๆ ให้มีความเฉพาะตัวและเหมาะกับลูกค้าแต่ละคน 2. แคมเปญการตลาดที่มีประสิทธิภาพ (Effective Marketing Campaigns) เมื่อคุณทำความรู้จักลูกค้าและมีข้อมูลที่เชิงลึกมากขึ้น ช่วยให้คุณสามารถสร้างแคมเปญการตลาดที่ตรงใจกับกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้มีผลลัพธ์และมี Conversion ที่สูงขึ้นตามไปด้วย 3. การมีส่วนร่วมของลูกค้าที่ดีขึ้น (Improve Customer Engagement) จากผลสำรวจพบว่า หากแคมเปญการตลาดหรือเนื้อหาของคุณมีความเฉพาะตัวและตรงใจกับลูกค้า ทำให้ลูกค้าอยากมีส่วนร่วมหรือแบ่งปันข้อมูลให้กับแบรนด์ของคุณมากขึ้นเช่นกัน จุดเด่นของ Zero-Party Data คืออะไร? อยู่บนพื้นฐานความยินยอม (Consent Based) ลูกค้าเต็มใจให้ข้อมูลนี้แก่แบรนด์ของคุณ โดยมักจะคาดหวังถึงประสบการณ์ที่ดีขึ้นหรือผลประโยชน์ส่วนบุคคล มีความแม่นยำสูง...
Continue readingลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Demeter Dives into the Clouds: Unlocking Business Outcomes through Tech Trends 2024
ปิดลงทะเบียนแล้ว Chaitavat Yaopromsiri Vice President, Products Department Kittipong Oomjindasup Head of Implementation Service & Support Krisana Wongjumpa Head of Sales, CSM Anucha Jaemjeang Head of Collaboration Technologies ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยงานสัมมนาบนแพลตฟอร์มออนไลน์สุด Exclusive เพื่อลูกค้าทุกท่านของ Demeter ICT มาร่วมค้นหาเทรนด์ที่เหมาะ โซลูชันที่ใช่ให้กับองค์กรของคุณในปี 2024 ในงาน Demeter Dives into the Clouds: Unlocking Business Outcomes through Tech Trends 2024 ที่จะพาทุกท่านไปเจาะลึกเทรนด์เทคโนโลยีและโซลูชันบนคลาวด์เพื่อการจัดการและบริการในองค์กร ด้วยเนื้อหาครอบคลุมทั้งในด้าน Collaboration, Customer Experience และ Employee Experience ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ สร้างความแตกต่างให้องค์กรและเป็นที่หนึ่งในโลกธุรกิจ “เพราะเทคโนโลยีที่ดีที่สุด คือเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์และเหมาะสมกับองค์กรของคุณ” Demeter Dives into the Clouds: Unlocking Business Outcomes through Tech Trends 2024 15 กุมภาพันธ์ 2567 | 10:00 – 11:30 น.สัมมนาออนไลน์ผ่าน Google Meet พบกับเทรนด์เทคโนโลยีมากมายที่องค์กรต้องมีในปี 2024 แล้วเทรนด์ใดที่ใช่สำหรับองค์กรคุณ? โค้งสุดท้าย! ปิดลงทะเบียนแล้ว เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี !*สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้า Demeter ICT เท่านั้น*หลังจากลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม โปรดรอ Confirmation Email ปิดรับลงทะเบียน 14 กุมภาพันธ์ 2567...
Continue readingเทรนด์การทำงานแบบ Online Collaboration คืออะไร ? ทำอย่างไรถึงจะได้ผล ?
Online คือ การเชื่อมต่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์/ อินเทอร์เน็ตCollaboration คือ การทำบางสิ่งบางอย่างร่วมกันหรือการร่วมมือกัน เมื่อมีการนำคำเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับการทำงานในองค์กรจึงหมายถึงการทำงานร่วมกันผ่านอินเทอร์เน็ตหรือแบบออนไลน์นั่นเอง (Online Collaboration) แอปพลิเคชันแรกที่เรียกได้ว่าเป็นใบเบิกทางสู่การเริ่มต้นการทำงานแบบนี้ คือ Google Docs ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Google Docs นั้นเป็นแอปพลิเคชันที่นักเรียน นักศึกษา และองค์กรหลายแห่งนิยมใช้กันสูงมาก ๆ เนื่องจากเป็นแอปพลิเคชันที่สามารถทำงานได้แบบออนไลน์ ทำให้ทุกคนทำงานด้วยกันได้ถึงแม้จะอยู่ต่างสถานที่กัน อีกทั้งเครื่องมือต่าง ๆ ก็ดูทันสมัยและใช้งานง่ายอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนยุคใหม่จึงคุ้นชินกับการทำงานแบบ Online Collaboration เพราะ Google Docs ได้ทำให้ผู้คนตระหนักรู้ว่า การทำงานร่วมกันแบบออนไลน์นั้นสะดวกสบายและมีประโยชน์มากมาย จึงทำให้การทำงานแบบนี้กลายเป็นเทรนด์ยุคใหม่ที่กระตุ้นให้หลาย ๆ องค์กรต่างก็พากันให้ความสนใจเพื่อหาโซลูชันให้ตอบโจทย์ต่อการทำงานมากที่สุด นอกจาก Google Docs แล้ว คุณเคยใช้แอปพลิเคชันอื่นอีกบ้างไหม ?……..Google Meet ? Google Sheets ? หรือว่าจะเป็น Google Slides ? Demeter ICT เชื่อว่าคุณต้องเคยเห็นหรือเคยใช้แอปพลิเคชันเหล่านี้มาบ้างแน่ ๆ ซึ่งแอปเหล่านี้เองก็เป็นหนึ่งในแอปเพื่อการทำงานร่วมกันของ Google ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า ‘Google Workspace’ ที่เป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนการทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ที่โด่งดังที่สุดในขณะนี้ มีผู้ใช้บริการรวมแล้วกว่า 3 พันล้านบัญชีทั่วโลก 3 กุญแจสำคัญที่ทำให้การทำงานแบบ Online Collaboration ประสบความสำเร็จและได้ผลจริง 1. People แน่นอนว่าหากต้องร่วมมือกันทำงาน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรกคือ Team Member ปัจจัยหลักที่ทำให้การ Collaboration สมบูรณ์มากที่สุด หากคนในทีมขาดความรู้และความสามารถในการใช้เครื่องมือ ก็อาจส่งผลให้การทำงานร่วมกันนี้ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น คนในทีมของคุณรู้ว่าซอฟต์แวร์ที่ทีมกำลังใช้งานอยู่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างหลากหลาย แต่ทว่าคนในทีมส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีการใช้งานซอฟต์แวร์ตัวนี้เลย ทำให้ทีมเสียโอกาสในการใช้ความสามารถของเครื่องมือ Collaboration platform มาต่อยอดธุรกิจของตนนั่นเอง 2. Process เพื่อให้การเริ่มต้นการใช้งาน Collaboration platform เป็นไปอย่างราบรื่น ทีมควรที่จะวางแผนกระบวนการทำงานต่าง ๆ ให้ชัดเจน อีกทั้งหัวหน้าทีมยังจำเป็นที่จะต้องสื่อสารกับคนในทีมสำหรับจุดประสงค์ของการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ เพื่อให้ทีมได้รับรู้ถึงสาเหตุและความสำคัญของการใช้ซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ...
Continue readingGoogle Meet: มัดรวมฟีเจอร์เด่นๆ เน้นเพิ่มประสิทธิภาพให้ทุกการประชุม Vol.1
อัปเดต Google Meet รอบนี้ขอยกทัพฟีเจอร์เด่นๆที่น่าสนใจ ตั้งแต่ช่วงปีหลัง 2023 – ปัจจุบัน มาดูซิว่าฟีเจอร์ไหนที่คุณยังไม่เคยลองเล่นบ้าง ขอบอกว่าอัปเดตที่ผ่านมา Google Meet ก็ได้นำเทคโนโลยี AI มากมายเข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพการประชุมให้ราบรื่นและดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย… 1. ฟีเจอร์ Raise your hand ยกมือผ่านกล้องได้เลย ก่อนหน้านี้ Google Meet ไ้ด้มีฟีเจอร์ Raise your hand มาให้ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถยกมือถามเพิ่มเติมระหว่างการประชุมด้วยการคลิกที่ปุ่มไอคอนรูปมือ (Rise your hand) เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ไปยังผู้พูดและผู้เข้าร่วมอื่นๆ แต่ตอนนี้เราสามารถใช้ฟีเจอร์ Raise your hand ได้ด้วยการโบกมือจริงๆผ่านกล้องได้แล้ว หากต้องการนำมือลงก็ให้คลิกที่ปุ่มไอคอน Rise your hand ซึ่งข้อดีก็คือช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมมากขึ้นและสัมผัสได้เหมือนว่าอยู่ในห้องประชุมจริงๆ วิธีเปิดการใช้งานฟีเจอร์ 1. ไปที่ Google Meet 2. ไปที่ More options > Setting > General 3. ที่ Raise your hand automatically ให้คลิก เปิดใช้งาน หมายเหตุ : ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะผู้ใช้งานแพ็กเกจ Google Workspace Business Plus, Business Standard, Enterprise Essentials, Enterprise Plus, Enterprise Standard , Enterprise Starter, Education Plus, Teaching and Learning Upgrade และ Google Workspace Individual เท่านั้น 2. คอลแบบ 1:1 ผ่านแอป Meet บนมือถือ...
Continue readingรวมฟีเจอร์ Google Workspace อัปเดตปี 2023 – 2024
ในแต่ละปี Google Workspace ก็จะมีการพัฒนาและปล่อยฟีเจอร์ใหม่ ๆ ออกมาให้เราได้ใช้งานและตื่นตาตื่นใจกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งปีที่ผ่านมาก็เรียกได้ว่าน่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว เพราะมีการอัปเดตฟีเจอร์หลายตัวและแต่ละฟีเจอร์ก็ตอบโจทย์ต่อการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นทาง Demeter ICT จึงได้รวบรวมบทความอัปเดตฟีเจอร์ของเราตั้งแต่ปี 2023 ตลอดจนถึงช่วงต้นปี 2024 นี้เลย มาดูกันว่ามีฟีเจอร์อะไรบ้าง ! Duet AI Duet AI เป็นผลิตภัณฑ์ที่กำลังเป็นที่จับตามองมากที่สุดในขณะนี้ เพราะ Duet AI นั้นใช้เทคโนโลยี Generative AI ที่จะสามารถช่วงสร้างสรรค์ผลงานและช่วยจัดการงานต่าง ๆ ในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากคุณใช้ Google Workspace อยู่แล้ว การใช้ Duet AI เข้ามาช่วยในการทำงานก็ยิ่งส่งผลดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทำความรู้จัก Duet AI เบื้องต้นได้ที่บทความของเราด้านล่างนี้ Gmail ฟีเจอร์นัดหมายใน Gmail วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่น่าสนใจและสะดวกมาก ๆ เพราะคุณสามารถนัดหมายผ่าน Gmail ได้เลยทันที ไม่ต้องคอยนัดหมายผ่าน Google Calendar หรือ Google Meet แล้วส่งอีเมลแยกอีกต่อไป หากต้องการนัดหมายก็เพียงแค่ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย ! ฟีเจอร์ส่งอีเมลถึงผู้รับหลายคนแบบระบุชื่อรายคน แน่นอนว่าคุณอาจจะกำลังใช้ Dear Customer หรือ Dear AII อยู่ เพราะหากจะให้ระบุชื่อรายคน คุณได้พิมพ์จนนิ้วล็อคแน่ ๆ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องพิมพ์ระบุชื่อรายคนด้วยตัวเอง เพียงแค่ใช้ @ ใน Gmail เท่านั้น ประหยัดเวลามาก ๆ Google Drive ฟีเจอร์สแกนเอกสารด้วยโทรศัพท์ ไม่นานมานี้หลาย ๆ คนก็คงมีการทำงานผ่านโทรศัพท์กันอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการอัปโหลดไฟล์ที่อยู่ในโทรศัพท์ ซึ่งตอนนี้คุณสามารถสแกนเอกสารและบันทึกลงใน Google Drive ได้เลยทันที ไม่ต้องคอยหาแอปสแกนหรือถ่ายรูปลงอย่างเดิมอีกต่อไปแล้ว ลดขั้นตอนการทำงานได้อย่างรวดเร็ว Google Chat Google...
Continue readingส่องกรณีศึกษาจาก TaylorMade กับการยกระดับ IT Support ด้วย Freshservice
หากใครเคยเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าโดยเฉพาะโซนอุปกรณ์กีฬา เชื่อว่าคงจะคุ้นหูคุ้นตากับแบรนด์ TaylorMade อยู่ไม่น้อย ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะ TaylorMade เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผลิตอุปกรณ์กีฬาที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว เมื่อถึงจุดหนึ่งที่กระบวนการทำงานภายในองค์กรล้าสมัยและถึงคราวต้องปรับเปลี่ยน TaylorMade ก็ได้ยกระดับการจัดการบริการด้านไอที นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่สามารถลดระยะเวลาการตอบกลับได้ถึงครึ่งหนึ่ง แม้ปริมาณการสอบถามจะเพิ่มขึ้นถึง 250% เลยก็ตาม TaylorMade ทำได้อย่างไร? เบื้องหลังของตัวเลขนี้มีความเป็นมาอย่างไรกันนะ? ในบทความนี้ Demeter ICT จะเล่าให้คุณฟัง ใช้ระบบออโตเมชันเข้าช่วยในงานที่จำเจ “พันธกิจของแผนกไอทีเราคือต้องลด Downtime ให้น้อย และเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงที่สุด ระบบอัตโนมัติเป็นปัจจัยสำคัญเลยที่ทำให้เราเลือก Freshservice ฟีเจอร์และโมดูลของ Freshservice ทำให้เราเริ่มต้นใช้งานได้รวดเร็ว สำหรับเราที่จะบรรลุเป้าหมาย เราต้องมี Workflow และกระบวนการมหาศาลสำหรับเจ้าหน้าที่ 100 คนของเรา” – Ali Chitsaz, Senior Manager of Client Experience กล่าว ตัวอย่างฟีเจอร์เด่นของ Freshservice ที่ TaylorMade ใช้งาน Workflow Automation : ระบบสำหรับสื่อสารอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง ทั้งพิกัดของผู้ร้องขอ (Requester) ผู้อนุมัติ และอื่น ๆ และยังสามารถแท็ก Back-end ทำให้การค้นหาบทความที่เหมาะสมเป็นเรื่องง่าย ซึ่ง TaylorMade ก็ได้ใช้งานระบบอัตโนมัติอย่าง Workflow สำหรับรีเซ็ตพาสเวิร์ดและใช้งาน Workflow ในการส่งต่อเรื่องไปยังบุคคลที่สาม Project Module : TaylorMade นำกระบวนการทางไอทีทั้งหมดรวมอยู่ในที่เดียว ทำให้เห็นภาพรวมโปรเจกต์ได้ชัดเจนขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติม เปลี่ยนสถานะ ลำดับความสำคัญ และแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทำให้โปรเจคมีการอัปเดตล่าสุดตลอดเวลา Asset Management : โมดูลนี้ของ Freshservice ช่วยให้ TaylorMade สามารถติดตามและบริหารจัดการทรัพย์สินทางไอที เจ้าหน้าที่สามารถจัดการกับ Ticket ที่เพิ่มขึ้นได้โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาวิธีแก้ไข ผู้ที่สอบถามเองก็สามารถเข้าถึงบทความโซลูชันสำหรับผู้ใช้งานกว่า 50 บทความได้อย่างรวดเร็ว Analytics & Reporting : สำหรับ...
Continue readingAsana คืออะไร? รู้จัก Asana ซอฟต์แวร์ด้านการทำ Project Management ที่ดีที่สุด
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! Asana คืออะไร? Asana คือ ซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารจัดการโปรเจกต์ (Project Management Software) ที่สร้างขึ้นเพื่อให้บุคคล ทีม แผนก หรือองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น การจัดระเบียบทีมหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การติดตามการทำงาน โปรเจกต์ และเป้าหมายให้สำเร็จตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้ Asana ยังเป็นแพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูงเหมาะกับการทำงานในปัจจุบัน ทั้งการตั้งค่ามุมมองของหน้าจอการทำงานให้เหมาะสมกับตัวเองได้ การเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่องค์กรใช้งานอยู่ การสร้างรีพอร์ทเพื่อให้เห็นภาพรวมของโปรเจกต์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของการทำงานและทีมที่ตรงจุด รวมถึงการใช้งานบนมือถือที่เป็นแอปพลิเคชันและรองรับทั้ง iOS และ Android สามารถติดตามโปรเจกต์ได้แม้กระทั่งตอนเดินทาง ฟีเจอร์ของ Asana มีอะไรบ้าง? จัดระเบียบงาน (Organize work) : สร้าง Tasks งานหรือโปรเจกต์ พร้อมกระจายงานที่สามารถจัดการได้และมอบหมายงานให้กับสมาชิกในทีมที่เกี่ยวข้อง ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ (Collaborate effectively) : สามารถสื่อสารกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แชร์ไฟล์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความคืบหน้าของงาน ภายใน Asana ได้ทั้งหมด ติดตามความคืบหน้า (Track progress) : ติดตามดูสถานะของงานและโปรเจกต์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย กำหนดเวลาของโปรเจกต์ (Project deadlines) : กำหนดเวลาสำหรับงานและโปรเจกต์ และมีการส่งแจ้งเตือนเมื่อเวลานั้นใกล้เข้ามา จัดลำดับความสำคัญของงาน (Prioritize work) : ใช้ฟีเจอร์ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญและวันครบกำหนดเพื่อให้แน่ใจว่างานไหนสำคัญที่สุดและต้องทำให้เสร็จก่อน กำหนดเป้าหมาย (Set goals) : ติดตามความคืบหน้าของงาน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายหลักของบริษัท และดูว่างานแต่ละอย่างมีส่วนช่วยให้ภาพรวมของบริษัทโตขึ้นได้อย่างไร การเชื่อมต่ออย่างอิสระ (Integrations) : เชื่อมต่อ Asana กับเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่คุณใช้อยู่แล้ว เช่น Slack, Google Drive, Dropbox และอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย ประโยชน์ของการใช้ Asana คืออะไร? 1.ช่วยจัดระเบียบและเพิ่มความชัดเจนให้กับองค์กร (Improved organization and clarity) ศูนย์กลางของข้อมูล: ช่วยกำจัดข้อมูลที่กระจัดกระจายทั้งในอีเมล...
Continue readingDuet AI จะช่วยให้การทำงานในองค์กรดีขึ้นได้อย่างไร
สำหรับองค์กรที่เปลี่ยนมาใช้งาน Google Workspace คงได้สัมผัสถึงสไตล์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยประโยชน์ของเครื่องมือชุดแอปพลิเคชันต่างๆที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันในองค์กรให้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บไฟล์และการแชร์ไฟล์ร่วมกันได้อย่างเรียลไทม์ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเข้าถึงการทำงานได้ทุกที่และทุกเวลา รวมถึงระบบ Privacy ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ณ ขณะนี้ Google Workspace ได้นำเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง Generative AI เข้ามาเพิ่มความสามารถให้กับการทำงานไปได้อีกขั้น ในชื่อ ”Duet AI with Workspace” ที่จะช่วยต่อยอดผลงานด้วยไอเดียอัจฉริยะ เพียงแค่คุณบอกความต้องการผ่านฟีเจอร์ “Help me …” จากนั้น AI ก็จะสร้างไอเดียใหม่ๆให้คุณได้เลือกสรรได้อย่างนับอนันต์ Duet AI จะช่วยให้การทำงานดีขึ้นได้อย่างไร? บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจากคุณ Michael Brenzel- Chief Workspace Evangelist, Google Workspace ที่ได้ให้การสัมภาษณ์ไว้ในบทความ “Can AI help us play nice at work?” ในฐานะที่เขาดำรงตำแหน่งในหน้าที่เป็นผู้เผยแพร่นวัตกรรมองค์กร เขามักจะได้พบปะพูดคุยกับลูกค้าเสมอๆ โดยหนึ่งในคำถามที่ลูกค้าให้ความสนใจมากที่สุดเกี่ยวกับ Duet AI นั่นก็คือ Duet AI จะช่วยให้การทำงานของเขาดีขึ้นได้อย่างไร? โดยคุณ Michael ได้ให้คำตอบพร้อมด้วยการยกตัวอย่างเคสเพื่อให้เห็นภาพที่เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนี้ ณ บริษัทที่ให้บริการสร้างแอปพลิเคชันแห่งหนึ่ง ได้มีโปรเจกต์สร้างแอปพลิเคชันให้กับลูกค้า แต่ด้วยทีมงานที่ร่วมโปรเจกต์นี้ได้กระจายกันอยู่ในหลายประเทศ ทำให้เกิดข้อจำกัดในการทำงานร่วมกัน เนื่องด้วยภาษาและช่วงเวลาการทำงานที่แตกต่างกัน หัวหน้าทีมจึงได้นำ Duet AI เข้ามาช่วยลดปัญหาเหล่านั้น ซึ่งผลก็คือทำให้การทำงานของทีมดีขึ้น ดังนี้ Duet AI ช่วยทลายข้อจำกัดในการทำงาน หัวหน้าทีมเริ่มต้นโปรเจกต์ด้วยการใช้ Duet AI ผ่านฟีเจอร์ “Help me write” บน Google Docs เพื่อช่วยร่างแผนงาน กำหนดเป้าหมาย แบ่งหน้าที่ รวมถึงวิเคราะห์ถึงความเสี่ยงต่างๆ จากนั้นสมาชิกในทีมก็ได้เข้ามาแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมูลร่วมกันโดยการใช้ @mentions (ฟีเจอร์ smartchips) ร่วมด้วย ทุกครั้งที่ต้องมีการประชุมออนไลน์...
Continue reading