ผลลัพธ์จากใช้งาน เพิ่มขึ้น 50% การผลิตแคมเปญโฆษณาให้กับลูกค้าทั่วโลก เพิ่มขึ้น 50% ต่อเดือน ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 2 เท่า ประสิทธิภาพของ Project Manager ในองค์กรเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ด้วยกระบวนการสร้างแคมเปญโฆษณาที่กระชับมากยิ่งขึ้น ลดการทำงานแบบ Manual ลดการทำงานแบบ Manual ผ่านกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ การแจ้งเตือน และแบบฟอร์ม บริหาร Asana แบบอัตโนมัติ การบริหารผู้ใช้งาน Asana แบบอัตโนมัติ มอบสิทธิ์การเข้าถึง และการถอนสิทธิ์โดยอิงจากข้อมูลประจำตัวได้ง่าย ๆ Spotify บริษัทสตรีมมิ่งเพลงยักษ์ใหญ่ที่เปิดตัวในปี 2008 (พ.ศ. 2551) ครองอันดับ 1 ในด้านการสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมเพลงในปัจจุบัน ด้วยฐานผู้ฟังกว่า 456 ล้านคน ที่ช่วยผลักดันให้มีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับศิลปินหลายล้านคน บริษัทมุ่งเน้นการสร้างรายได้ผ่านช่องทางหลัก อย่างการร่วมมือกับแบรนด์โฆษณาต่าง ๆ และการสมัครสมาชิก Spotify Premium นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในโปรเจกต์ใหม่ ๆ เช่น แพลตฟอร์มพอดแคสต์ชั้นนำ หนังสือเสียง และคอนเทนต์ต้นฉบับต่าง ๆ มากมาย พนักงานจำนวนมากของ Spotify ใช้ Asana เพื่อจัดการงานต่าง ๆ และเพื่อบรรลุเป้าหมายของบริษัท ซึ่งรวมถึงทีมสร้างรายได้ที่คอยผลิตแคมเปญโฆษณาสำหรับลูกค้าและพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ไปจนถึงทีมไอทีที่คอยดูแลและมองหาโซลูชันให้พนักงานมีเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำงาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม Asana ช่วยให้พวกเขาทำงานร่วมกับเอเจนซี่ได้ง่ายยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก และช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมความคืบหน้าของโปรเจกต์ทั้งหมดเทียบกับเป้าหมายของบริษัท ทั้งนี้ Asana เป็นระบบ Project Management แบบมีศูนย์กลาง ที่มาพร้อมการจัดสรรทรัพยากรบุคคลแบบอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนทีมงานที่ทำงานจากระยะไกลทั่วโลก ในขณะที่พวกเขายังคงปฏิวัติวงการสตรีมมิ่งผ่านเสียงต่อไป “Asana ช่วยให้เราขยายการผลิตแคมเปญโฆษณาสำหรับ Spotify และรายงานผลกระทบของทีมที่นำไปใช้ประเมินผลการทำงานของทีมได้อย่างชัดเจน” Blair Wilson Senior Manager, Project Managment การบริหาร Asana แบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงแรมใน Milan...
Continue readingวิธีเปรียบเทียบไฟล์เอกสาร 1:1 ใน Google Docs หาจุดแตกต่างระหว่าง 2 ไฟล์ได้ในไม่กี่วิ!
คุณมีวิธีการหาความแตกต่างระหว่างเนิ้อหาของเอกสาร 2 ไฟล์อย่างไร หลายคนอาจจะใช้วิธีการเปิดหน้าต่าง 2 ไฟล์พร้อมกัน แล้วไล่ตัวอักษรทีละตัว ซึ่งอาจทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจ และส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพดวงตาก็เป็นได้ แค่คิดก็ปวดหัวแล้วใช่ไหมล่ะ สำหรับใครที่กำลังใช้วิธีนี้อยู่ต้องหยุดก่อน! เพราะ Google Docs สามารถช่วยทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องง่ายได้ เพียงใช้ฟีเจอร์ “เปรียบเทียบเอกสาร หรือ Compare Documents“ ก็สามารถช่วยคุณแสกนหาข้อความที่เหมือนหรือแตกต่างระหว่าง 2 ไฟล์เอกสารได้ในไม่กี่วินาที ! ใช้ฟีเจอร์ “เปรียบเทียบเอกสาร”ทำอะไรได้บ้าง เปรียบเทียบเอกสารของเวอร์ชันก่อนหน้ากับเวอร์ชันปัจจุบัน เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เปรียบเทียบเอกสารสองฉบับที่เขียนโดยบุคคลต่างกัน เพื่อหาจุดที่แตกต่างกัน วิธีการใช้งานฟีเจอร์ “เปรียบเทียบเอกสาร” จากตัวอย่างจะแสดงการเปรียบเทียบเอกสารทั้ง 2 ไฟล์ ระหว่างไฟล์ A และ B ในบทความเรื่อง “เกาะช้าง” ว่ามีข้อความที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (เจ้าของเอกสารและผู้ที่มีสิทธิ์แก้ไขเท่านั้นที่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้) 1. เข้าไปที่ Docs แล้วเลือกไฟล์ที่ต้องการมาเป็นไฟล์หลัก (แทนด้วยไฟล์ A) 2. ไปที่แถบเครื่องมือ เลือกเครื่องมือ (Tools) > เปรียบเทียบเอกสาร (Compare Documents) 3. เลือกไฟล์ที่ต้องการนำมาเปรียบเทียบ (แทนด้วยไฟล์ B) แล้วใส่ชื่อผู้ที่ต้องการให้ระบบแสดงเป็นผู้ที่ให้การแนะนำแก้ไขข้อความที่แตกต่าง จากนั้นให้คลิก “เปรียบเทียบ (Compare)” เพียงเท่านี้ระบบจะทำการสร้างไฟล์เอกสารใหม่ที่แสดงรายละเอียดที่แตกต่างระหว่างไฟล์ A และ ไฟล์ ขึ้นมา ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะสำหรับการหาจุดที่แตกต่างระหว่าง 2 เอกสาร ด้วยฟีเจอร์ “เปรียบเทียบไฟล์เอกสาร หรือ “Compare Documents“ ที่มีอยู่ใน Google Docs นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะแล้ว ยังทำให้การทำงานเอกสารเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกด้วย...
รวมพลังฟีเจอร์ AI ใน Gmail ที่เปลี่ยนเรื่องเมลให้เป็นเรื่องง่าย
อีเมลนับได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดของทุกองค์กร แม้ว่าปัจจุบันจะมีช่องทางการสื่อสารมากมายที่สะดวกและรวดเร็ว แต่ถึงอย่างไรการสื่อสารผ่านอีเมลก็ยังคงได้รับความนิยมในแวดวงของธุรกิจ เพราะแสดงถึงความเป็นทางการ และความน่าเชื่อถือขององค์กร อย่างที่ทราบกันดีว่าการเขียนอีเมลแต่ละฉบับจะต้องมีการระบุทั้งอีเมล ชื่อ คำขึ้นต้น คำลงท้าย และมีส่วนประกอบอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการร่างและตรวจสอบอยู่พอสมควร แต่ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Gmail ใน Google Workspace หลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว การใช้งานอีเมลของคุณจะเปลี่ยนนับจากนี้ไป เพราะใน Gmail มีฟีเจอร์ AI อัจฉริยะมากมายที่จะช่วยให้การใช้งานบน Gmail ง่ายขึ้น ไวขึ้น และสะดวกยิ่งขึ้น จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1. ร่าง – ตอบกลับอีเมลทั้งฉบับได้ด้วย “Help me write” “Help me write” คือหนึ่งเทคโลยี AI หนึ่งในฟีเจอร์ของ Gemini สำหรับ Google Workspace ด้วยความสามารถน่าทึ่งที่จะช่วยคุณร่างอีเมลทั้งฉบับได้ เพียงแค่บอกจุดประสงค์ที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถเลือกปรับ Mood and tone ของเนื้อหาได้อีกด้วย “Help me write” ใน Gmail ทำอะไรได้บ้าง สรุปอีเมล: ช่วยวิเคราะห์สรุปเนื้อหาอีเมลที่ยาวและซับซ้อน ให้คุณเข้าใจเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว แปลภาษา: แปลอีเมลจากภาษาอื่นให้อยู่ในรูปแบบภาษาที่คุณต้องการ ร่างอีเมล: ช่วยร่างอีเมลได้ตามคำสั่ง prompt ของคุณ สามารถเลือกรูปแบบของเนื้อหาอีเมลได้ เช่น อยากได้เนื้อหาอีเมลที่ดูเป็นทางการ (Formalize) ละเอียด (Elaborate) หรือ สั้นกระชับ (Shorten) ค้นหาข้อมูล: ค้นหาข้อมูลสำคัญๆจากอีเมลก่อนหน้า เช่น หมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่เว็บไซต์ ตอบกลับอีเมล: ช่วยแนะนำการตอบกลับอีเมลด้วยเทมเพลตการตอบกลับที่เกี่ยวข้องกับอีเมลนั้นๆ ฟีเจอร์ “Help me Write” ใน Gmail นี้ได้รับการพัฒนามาและต่อยอดจากฟีเจอร์ Smart Compose และ Smart Reply ที่หลายท่านเคยใช้งานมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ โดย “Help me...
Continue readingคู่มือฉบับเต็ม! สร้างกลยุทธ์ Email Marketing อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
การตลาดผ่านอีเมล (Email Marketing) เป็นหนึ่งในการส่งข้อความบนช่องทางดิจิทัลแบบดั้งเดิม ที่มีผลตอบแทนจากการลงทุนสูง เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ จึงเป็นวิธีที่มีพลังในการเข้าถึง สร้างการมีส่วนร่วม และเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายให้กลายเป็นลูกค้าได้ พวกเราส่วนใหญ่ส่งอีเมลเป็นประจำทุกวัน แม้ว่าแอปแชท โปรแกรมส่งข้อความบนมือถือรวมถึงโซเชียลมีเดียจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อีเมลยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ จากผลสำรวจในปี 2022 มีผู้ใช้อีเมล 4.26 พันล้านคนทั่วโลก และคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 4.73 พันล้านคนภายในปี 2026 แม้ว่าอีเมลจะมีความเรียบง่าย แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าอีเมลเป็นช่องทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุด: ที่อยู่ของอีเมลสามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวางและสร้างผลกำไรมหาศาล เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนกันด้วยเหตุผลหลายประการ (เช่น ข้อมูล ข้อเสนอ ชุมชน และการซื้อขาย) ดังนั้นธุรกิจจะใช้อีเมลในการเชื่อมต่อกับลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร? บทความนี้จะกล่าวถึง ความสำคัญของการทำ Email Marketing วิธีการกำหนดกลยุทธ์ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว วิธีวัดประสิทธิภาพและแสดงตัวอย่างแคมเปญเชิงกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจของคุณ เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! กลยุทธ์การตลาดผ่านอีเมล (Email Marketing) คืออะไร? กลยุทธ์การตลาดผ่านอีเมล (Email Marketing) คือ กระบวนการที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางอีเมล โดยกลยุทธ์นี้จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับอีเมลที่จะส่ง จำนวนอีเมลที่จะส่ง ส่งไปหาใครและส่งเมื่อไหร่ เพื่อให้กลยุทธ์นี้มีประสิทธิภาพมากที่สุดจะต้องประกอบไปด้วย 1. การตั้งเป้าหมายและวิธีวัดผล การตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้นักการตลาดรู้ว่าเราจะต้องทำอะไร? และทำเพื่ออะไร? และเราจะวัดผลอย่างไร? เพื่อให้ง่ายต่อการดูว่าแคมเปญหรืออีเมลที่เราส่งไปหาลูกค้านั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ กลยุทธ์แบบใดที่ใช้ได้ผล อะไรที่ไม่ได้ผล ทำให้คุณสามารถสร้างกลยุทธ์ Email Marketing ที่มีประสิทธิภาพและแข็งแกร่งขึ้นได้ 2. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของคุณ หากคุณต้องการให้ลูกค้ารักและภักดีกับแบรนด์ของคุณ การทำความเข้าใจถึงความต้องการและบุคลิกของลูกค้า คือ กุญแจสำคัญ ยิ่งถ้าคุณสามารถแบ่งกลุ่มอีเมลของลูกค้าตามความต้องการหรือบุคลิกของพวกเขาได้ละเอียดมากเท่าไหร่ คุณก็จะมีโอกาสในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแบบ Personalized และความภักดีต่อแบรนด์ของคุณได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะลูกค้าจะรับรู้ได้ว่าคุณให้ความสำคัญกับพวกเขา รู้ว่าเขาต้องการอะไรและไม่ต้องการอะไรจากแบรนด์ของคุณ 3. การแบ่งกลุ่มลูกค้า เครื่องมือการสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าแบบเฉพาะตัว (Personalized Customer Engagement Platform) อย่าง Braze ช่วยให้นักการตลาดสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าและส่งข้อความที่มีความละเอียดและเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น เช่น ลูกค้าบางคนมักมีส่วนร่วมดีกับแบรนด์ในตอนเช้า ลูกค้าบางคนไม่ต้องการโฆษณาที่เกี่ยวกับการขายเลยหรือลูกค้าบางกลุ่มจะเปิดเฉพาะโปรโมชันที่เกี่ยวกับรองเท้าเท่านั้น พบว่ายิ่งคุณมีข้อมูลมากเท่าไร คุณก็ยิ่งสามารถส่ง Email Marketing ถึงกลุ่มลูกค้าได้ละเอียดและตรงกับความต้องการยิ่งขึ้นเท่านั้น 4. การผสาน Email...
Continue readingM&C Saatchi กับการยกระดับความพึงพอใจถึง 97.9% ด้วย Freshservice
M&C Saatchi คือใคร? M&C Saatchi เป็นเอเจนซีโฆษณาชั้นนำของโลก ก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2538 โดยพี่น้อง Maurice Saatchi และ Charles Saatchi มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน และพนักงานกว่า 2,400 คนทั่วโลก เรียกได้ว่า M&C Saatchi เป็นหนึ่งในเครือข่ายบริษัทโฆษณาที่ดำเนินงานอย่างอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อต้องตัดสินใจต่ออายุการใช้งานเครื่องมือ ITSM อีกครั้ง M&C Saatchi ก็ตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการโซลูชันที่เหมาะสมกว่าเดิม พวกเขาได้พิจารณาผลิตภัณฑ์ ITSM อื่น ๆ โดยให้ความสำคัญกับระบบ Software-as-a-service (SaaS) เนื่องจากทีม IT ของ M&C Saatchi ในสหราชอาณาจักรมีเพียง 15 คนเท่านั้น โดย 5 คนเป็นเจ้าหน้าที่ Service Desk ต้องสนับสนุนผู้ใช้งานกว่า 1,200 คนและคอมพิวเตอร์กว่า 1,200 เครื่อง (แบ่งเป็น Windows 70% และ Mac 30%) อีกทั้งโซลูชันใหม่นี้จะต้องใช้งานได้ภายในสองเดือน และมีการใช้การกำหนดค่าและทรัพยากรที่น้อยที่สุด ทำไม M&C Saatchi ถึงเลือก Freshservice? ถึงแม้ M&C Saatchi จะต้องการใช้งานเครื่องมือโดยเร็ว แต่ทีม IT ก็ยังคงประหลาดใจกับความรวดเร็วในการติดตั้ง Freshservice “ตัวเลือกด้านการปรับแต่ง Portal นั้นดีจนน่าประหลาดใจมาก ทั้งยังสามารถใช้ HTML, CSS และ JavaScript ในการออกแบบ Portal ที่ก็เปิดโอกาสให้เราได้มาก” ตั้งแต่นำมาใช้ Freshservice ก็กลายเป็นเครื่องมือที่มีผู้ใช้งานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากทีม IT ของ M&C Saatchi ที่ใช้ Freshservice ในการติดตาม Log...
Continue readingรวมฟีเจอร์ Google Meet 2024 ปรับการประชุมให้ดูมืออาชีพ สนุก และเพิ่มการมีส่วนร่วมกันมากขึ้น
Google นั้นได้มีการคิดค้นและพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ อยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเมื่อได้ประกาศปล่อย Gemini AI ออกมาแล้วก็ยิ่งน่าสนใจ เพราะ Google Meet เองก็ได้รับฟีเจอร์และลูกเล่นใหม่ ๆ จาก AI ของ Google เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ปรับแต่งแสง สี และเสียง หรือว่าจะเป็นฟีเจอร์เพิ่มสีสันเพื่อให้การประชุมมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น เป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณในวันนี้ไม่เพียงแต่มาจาก Gemini เท่านั้น แต่เป็นฟีเจอร์ทั้งหมด ทั้งฟรีและพรีเมียม ดังนั้นไม่ว่าใครก็สามารถทำความรู้จักฟีเจอร์จาก Google Meet ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ได้ที่บทความนี้เลย ฟีเจอร์สำหรับการปรับแต่งคุณภาพการประชุมโดยรวม ฟีเจอร์ คุณสมบัติ Portrait touch-up ปรับแต่งรูปลักษณ์ของคุณให้ดูดีและพร้อมสำหรับการประชุม เช่น การปรับแต่งผิวเนียน การปรับแต่งดวงตา และการเพิ่มความสว่างให้กับใต้ตาของคุณ Studio look* ปรับความคมชัดของการประชุมให้ดีขึ้นได้แม้ความละเอียดกล้องต่ำ Studio lighting* ปรับแต่งแสง ตำแหน่งหน้าจอ ความสว่าง และสี Automatic frame หากในกล้องนั้นมีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมหลายคนผ่านเฟรมเดียวกัน คุณสามารถปรับตำแหน่งหรือซูมหน้าจอเพื่อให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นสามารถมองเห็นทุกคนได้อย่างชัดเจน ฟีเจอร์สำหรับการปรับแต่งเสียง ฟีเจอร์ คุณสมบัติ Background noises removal ลดเสียงรบกวนได้ทันทีแม้ในห้องที่มีเสียงดังและสะท้อน เช่น ห้องครัว ห้องใต้ดินเป็นต้น Studio sound* ปรับคุณภาพของเสียงให้ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้ AI สร้างความถี่ของเสียงที่มากขึ้น ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถได้ยินเสียงของคุณอย่างชัดเจนและฟังดูเป็นธรรมชาติ Adaptive audio* ตรวจจับอุปกรณ์ใกล้เคียงเพื่อลดเสียงสะท้อนเมื่อคุณและเพื่อนร่วมงานมีการใช้ห้องประชุมเดียวกันหรือนั่งบริเวณใกล้เคียงกันขณะประชุม ฟีเจอร์สำหรับการเพิ่มสีสันและสร้างความเฉพาะตัว ฟีเจอร์ คุณสมบัติ Virtual backgrounds อัปโหลดรูปภาพพื้นหลังที่ต้องการและสร้างได้ใหม่ด้วย AI-generated backgrounds Filters สร้างความสนุกสนานในการประชุมด้วยฟิลเตอร์กระต่ายน้อย ฟิลเตอร์ลูกสุนัข ฟิลเตอร์จิ้งจอก และอื่น ๆ Background blurring เบลอภาพพื้นหลังเพื่อให้ผู้ร่วมประชุมสามารถโฟกัสกับคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น Stack effects ใช้ฟิลเตอร์หลากหลายอันพร้อมกัน เช่น การสร้างภาพพื้นหลังด้วย AI และใส่ฟิลเตอร์บนตัวคุณในเวลาเดียวกัน ฟีเจอร์สำหรับการเพิ่มการมีส่วนร่วม...
Continue readingสรุป 10 Customer Experience Trends 2024 ที่ธุรกิจไม่ควรพลาด
เมื่อความก้าวหน้าของ AI การวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ยกระดับมาตรฐานในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าไปอีกขั้น (Intelligent CX) ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นทั้งความท้าทายและโอกาส และหากมีการวางแผนที่ชาญฉลาด คุณก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่มหาศาลได้ นับเป็นปีที่ 6 แล้วที่ Zendesk บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ CRM เพื่อบริการลูกค้าได้เผยรายงานผลสำรวจเรื่อง CX Trends Report ซึ่งสำหรับปี 2024 นี้ก็มีทั้งหมด 10 เทรนด์ด้วยกัน เพื่อเผยแพร่ผลสำรวจนั้น Content Shifu ร่วมกับ Demeter ICT และ Zendesk ก็ได้จัดทำ E-book สุดพิเศษเป็นรายงานฉบับภาษาไทย ‘10 CX Trends 2024 เจาะเทรนด์ประสบการณ์ของลูกค้าเพื่อก้าวเป็น CX Leader’ และสำหรับในบทความนี้ Demeter ICT ก็จะขอนำสาระสำคัญจาก CX Trends มาสรุปโดยย่อให้ทุกท่านได้อ่านกัน ซึ่งจากผลสำรวจนี้เราสามารถแบ่งเทรนด์ได้เป็น 3 หมวดหมู่ ยาวไปอยากเลือกอ่าน คลิกเลือกหัวข้อที่สนใจได้เลย AI and Intelligent Experiences: ประสบการณ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้นำด้าน CX ทั่วโลกกว่า 4,500 คน ที่ได้มีให้กับ Zendesk พวกเขาคาดหวังว่า Generative AI จะช่วยส่งมอบการบริการได้เสมือนมนุษย์ โต้ตอบกับลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นกันเองมากขึ้น ขณะที่ผู้นำด้าน CX และทีมงานของพวกเขากำลังพยายามหาวิธีการนำ AI ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาก็ตระหนักดีว่า หากประสบความสำเร็จ ผลตอบแทนที่ได้ก็คุ้มค่า พวกเขาคาดหวังว่า AI จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของทีมได้ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้เวลากับงานที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่ง AI นี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้แชทบอทและการสื่อสารผ่านอีเมลกับลูกค้า ในขณะเดียวกัน...
Continue readingทำความรู้จัก CXBOX Commerce ตัวช่วยเชื่อมธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณเข้ากับ Zendesk
สำหรับ Zendesk ในมุมอีคอมเมิร์ซ หากจะมีมุมที่น่าเสียดายก็คงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Shopee, Lazada ได้ ดังนั้นนี่จึงนับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้ Zendesk เมื่อตอนนี้ Zendesk สามารถเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซดังกล่าวได้แล้ว ด้วยเครื่องมือเสริมสุดพิเศษอย่าง CXBOX Commerce แต่ก่อนจะไปเจาะลึก CXBOX Commerce นั้น เรามาทำความรู้จัก CXBOX โดยสังเขปกันสักนิดก่อน ยาวไปอยากเลือกอ่าน คลิกเลือกหัวข้อที่สนใจได้เลย CXBOX คืออะไร? CXBOX เป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นพิเศษโดยบริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้ Zendesk ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดย CXBOX ทำหน้าที่เหมือนส่วนขยาย ช่วยให้ธุรกิจที่ใช้ Zendesk เข้าถึงลูกค้าในแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่าง Shopee, Lazada และขยายขีดความสามารถในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างง่ายดายด้วยเครื่องมือที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การส่งข้อความเชิงรุกอย่างรู้ใจลูกค้า การรวมแชทจากหลายแพลตฟอร์มเพื่อตอบกลับลูกค้าในหน้าเดียว และการเพิ่มโอกาสในการขายด้วยระบบแนะนำสินค้า ปัจจุบันบริการของ CXBOX ประกอบด้วย 3 อย่าง ได้แก่ CXBOX Hub เครื่องมือช่วยส่งข้อความเชิงรุกที่ช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ลูกค้า CXBOX Recommendation เครื่องมือช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขาย ด้วยการแนะนำสินค้าที่ตรงใจ CXBOX Commerce เครื่องมือช่วยตอบกลับลูกค้าที่มาจากช่องทางต่าง ๆ ในที่เดียว ทำความรู้จักกับ CXBOX Commerce CXBOX Commerce เป็นหนึ่งในบริการของ CXBOX ดังที่กล่าวไปข้างต้น โดย CXBOX Commerce เป็นเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อแชทของลูกค้าในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ มารวมไว้ใน Zendesk ในที่เดียว ทำให้พนักงานตอบกลับลูกค้าได้สะดวก รวดเร็วและง่ายขึ้น จับคู่ CXBOX Commerce กับ Zendesk แล้วทำอะไรได้บ้าง? ให้ความช่วยเหลือลูกค้าแบบเรียลไทม์: เพียงแค่มี Zendesk และ CXBOX Commerce พนักงานก็สามารถสนทนากับลูกค้าที่แชทเข้ามาจากแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada...
Continue readingLunch with a Side of Intelligence: Increase Customer Engagement with Sage AI by Braze
ขอเรียนเชิญคุณเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษสุด Exclusive! ในกิจกรรม “Lunch with a Side of Intelligence” – Increase Customer Engagement with Sage AI by Braze ที่ Demeter ICT ได้จัดขึ้นร่วมกับ Braze เพื่อพาทุกท่านมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมแบบ Personalized ของลูกค้าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในด้านการตลาดกันแบบเจาะลึก ท่านจะได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมกับการรับประทานอาหารร่วมกับผู้บริหารระดับ C-Level ในวงการ Marketing และ CRM จากบริษัทชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยมีคุณสิทธินันท์ พลวิสุทธิ์ศักดิ์ (CEO, Content Shifu) moderator รับเชิญพิเศษที่จะนำทุกท่านถกประเด็นสำคัญเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Marketing AI ในแง่มุมต่าง ๆ พร้อมผู้เชี่ยวชาญจาก Braze และ Demeter ICT ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์อย่างใกล้ชิดไปพร้อม ๆ กันในกิจกรรมนี้ วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2567 เวลา 10.30 – 13.00 น. สถานที่: Sheraton Grande Sukhumvit, BTS Asok ปิดการลงทะเบียน ติดตามได้ใหม่งานหน้า Speaker Varanyu Suchivoraphanpong CEO & Founder ofDemeter ICT Sutthikiat Sutthitham Head of ThailandBraze Sitthinunt Pholvisutsak CEO & Founder ofContent Shifu Agenda 10.30 – 11.00 AM Registration ลงทะเบียนเพื่อเข้างานและพบกับผู้เข้าร่วมงานท่านอื่น...
Continue reading