Smart Business หรือการเป็นธุรกิจที่ฉลาดนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครได้ให้ความหมายอย่างชัดเจนไว้นัก ดังนั้น Demeter ICT จะพาคุณมาทำความรู้จักคำนี้กันก่อน “Smart Business คือ ธุรกิจที่รู้จักใช้เครื่องมือและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจของตน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น การใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์และครอบคลุมการใช้งานมากที่สุดเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้” แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจของคุณเป็น Smart Business แล้วหรือยัง ? ตรวจสอบได้เบื้องต้น ดังนี้ องค์กรของคุณมีการทำ Digital Transformation แล้วหรือไม่ ? องค์กรของคุณรู้วิธีจัดการ Big Data หรือไม่และใช้ข้อมูลนั้นอย่างไรเพื่อสร้างประโยชน์แก่ธุรกิจ ? องค์กรของคุณได้ใช้ความสามารถของโซลูชันปัจจุบันอย่างเต็มที่หรือไม่ ? องค์กรของคุณรู้วิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ? องค์กรของคุณมีแผนการรับมือเมื่อความต้องการของตลาดเปลี่ยนไปใช่หรือไม่ ? จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า Smart Business ไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ เลย ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงาน ต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสม และต้องมีบุคลากรที่พร้อมใช้ กว่าจะทำได้ครบทั้งหมดนี้ก็อาจจะใช้เวลานานเป็นปี ซึ่งอาจทำให้การทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ Smart Business นั้นดูเป็นไปได้ยาก แต่หากคุณรู้จัก Google Workspace คุณจะเปลี่ยนความคิดและมีกำลังใจในการทรานส์ฟอร์มองค์กรทันที เพราะ Google Workspace มีเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้งานง่าย อีกทั้งยังมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ออกมาให้เข้ากับการใช้งานตามยุคสมัยต่าง ๆ และที่สำคัญที่สุด Google Workspace สามารถทรานส์ฟอร์มธุรกิจได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทำให้ Google Workspace เป็นแพลตฟอร์มเพื่อองค์กรยุคใหม่ที่ได้รับการบอกต่อมากที่สุดในขณะนี้ อยากเปลี่ยนองค์กรให้เป็น Smart Business ต้องทำอะไรบ้าง ? สร้างรากฐานในองค์กรให้แข็งแกร่ง มีเครื่องมือที่ช่วยตอบโจทย์การทำงานร่วมกันในองค์กร สนับสนุนการทำงานแบบชาญฉลาดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม เพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ Google Workspace ช่วยให้องค์กรเป็น Smart Business ได้อย่างไรกันนะ ? 1. สร้างรากฐานในองค์กรให้แข็งแกร่ง Google Workspace มีอีเมลชื่อโดเมนเนมขององค์กร เพื่อให้ผู้รับสามารถมั่นใจได้ว่าอีเมลที่ถูกส่งมามีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ และปลอดภัยในการติดต่อ Google Workspace...
Continue readingวิธีการส่งข้อความแบบ Bulk ผ่าน Social Messaging ใน Zendesk
เชื่อว่าผู้ใช้งานหลายท่านที่กำลังใช้งานระบบ Zendesk และมีช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทาง Social Messaging ต่าง ๆ เช่น LINE, Whatsapp, Facebook Messenger, WeChat, X, Instagram, In-App Messaging ต่างก็มีข้อสงสัยว่าภายหลังจากระบบ Zendesk เปลี่ยนสถานะของ Ticket เป็น “Closed” หรือปิดแล้ว เราจะมีวิธีการอย่างไรในการส่งข้อความไปหาลูกค้าหรือส่ง Campaign การตลาดไปให้ลูกค้าของเราแบบ Bulk หรือก็คือการส่งแบบแบ่งตามกลุ่ม (Segmentation) เพื่อให้เกิดการ Engage กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องได้บ้าง? เป็นคำถามที่ผู้ใช้งานระบบ Zendesk มักจะประสบปัญหา บางรายถึงกับแยก LINE หรือช่องทาง Social Messaging ระหว่างทีมการตลาด ทีมขาย และทีม Customer Service ซึ่งการทำแบบนั้นก็มีผลทำให้ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) เป็นไปอย่างไม่ต่อเนื่อง เพราะไม่ทราบว่าทีมไหนได้มีการสนทนาอะไรกับลูกค้ารายเดียวกันบ้างนั่นเอง ใช้ Zendesk ร่วมกับ CXBOX BROADCAST หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า Zendesk มีฟังก์ชันลับอยู่หนึ่งตัวชื่อว่า Sunshine Conversations หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ Conversational API ซึ่งได้มีการเชื่อมต่อกับช่องทาง Social Messaging ข้างต้น ในการยิงข้อความแบบ Outbound หรือส่งข้อความไปหาลูกค้าได้ แม้สถานะของ Ticket จะปิดไปแล้วก็ตาม ซึ่งการทำงานนี้สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และที่พิเศษกว่าก็คือเราสามารถนำระบบอื่นที่ทีมขายหรือทีมการตลาดใช้มาเชื่อมต่อกับ Conversational API ดังกล่าว ไม่ว่าทีมงานจะเป็นผู้ใช้ระบบ Zendesk หรือไม่ได้ใช้อยู่ก็ตาม ก็สามารถสนทนากับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและมองเห็นบทสนทนาก่อนหน้า (หากเปรียบให้เห็นภาพก็เหมือนการโอนข้อความสนทนาระหว่างกัน โดยมีข้อความที่ลูกค้าโต้ตอบกับทีมก่อนหน้าติดไปด้วย) การทำงานแบบช่องทางพิเศษนี้ สามารถทำงานผ่านระบบ CXBOX BROADCAST โดยเชื่อมต่อกับ Zendesk ซึ่งนอกจากนี้ CXBOX BROADCAST ก็ยังช่วยในการจัดการ Campaign ด้วยการกำหนด Segment ต่าง...
Continue reading4 เคล็ดลับ ใช้งาน Asana ร่วมกับ Email อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
เครื่องมือสื่อสารภายในองค์กรนั้นมีอยู่มากมาย แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการทำงาน อีเมลมักเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับทุกองค์กร วันนี้เราจะมาช่วยให้คุณทำงานร่วมกันได้อย่างชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นโดยการผสมผสานระหว่างแพลตฟอร์ม Asana เข้ากับระบบอีเมลของคุณ ซึ่งจะมี 4 เคล็ดลับง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ 1. การอัปเดตข้อมูลผ่าน Email บน Asana ในแบบของคุณ คุณสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและจัดการโปรเจกต์บน Asana ได้ตามต้องการโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ Asana เพียงใช้การแจ้งเตือนผ่านทางอีเมล เพื่อติดตามงานและการอัปเดตที่สำคัญ โดยคุณสามารถเลือกความถี่และประเภทของการอัปเดตทางอีเมลที่คุณได้รับจาก Asana ได้ด้วยตัวเองดังนี้ การอัปเดตกิจกรรม (Activity updates) รับอีเมลเกี่ยวกับทุกการ @mention งานใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้คุณทำและการอัปเดตความคืบหน้าสำหรับงานที่คุณเกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเดตข้อมูลงานใน Asana บ่อย ๆ การกล่าวถึง (Mentions only) คุณจะได้รับอีเมลทุกครั้งที่ถูก @กล่าวถึงในงานหรือการแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ระบบจะแจ้งเตือนเมื่อคุณได้รับข้อความหรือมีการมอบหมายงาน การสรุปรายวัน (Daily summaries) ได้รับภาพรวมประจำวันของงานที่คุณได้รับมอบหมายและวันครบกำหนดที่ใกล้จะถึง คุณจะเห็นการอัปเดตทั้งหมดเหล่านี้รวมอยู่ในอีเมลฉบับเดียว การรายงานรายสัปดาห์ (Weekly reports) หากคุณต้องการการอัปเดตที่ไม่ถี่จนเกินไป สามารถเลือกรับอีเมลแบบรายสัปดาห์ ที่มีรายงานสถานะเกี่ยวกับโปรเจกต์ใน Portfolio ของคุณ การอัปเดตเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะในวันที่คุณไม่มีเวลาเข้ามาใน Asana มากนัก และอยากบอกว่าข้อมูลทั้งหมดที่เราส่งแจ้งเตือนไปยังอีเมลของคุณนั้น ยังสามารถดูในกล่องข้อความของ Asana ได้ด้วยเช่นกัน 2. สร้างงานผ่าน Email ไปที่ My Tasks โดยตรง เป็นเรื่องง่ายมากที่จะพลาดอีเมลสำคัญไม่ว่าจะเป็นไฟล์ การแจ้งเตือน การอัปเดตโปรเจกต์ หรืออะไรก็ตาม หากคุณไม่มีวิธีเตือนความจำที่ง่ายดายในการย้อนกลับมาดูอีเมลอีกครั้ง อาจทำให้บางสิ่งที่สำคัญหลุดรอดไปได้ การสร้าง Tasks (งาน) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบันทึกรายการงานเหล่านั้น เพื่อให้คุณทราบว่าอะไรบ้างที่ต้องทำให้เสร็จเมื่อใดและใครเป็นผู้รับผิดชอบ Asana ช่วยให้คุณสร้าง Tasks งานใหม่ได้ง่าย ๆ ผ่านอีเมลของคุณได้ดังนี้ ส่งต่ออีเมลไปที่ x@mail.asana.com สิ่งนี้จะสร้างงาน (มอบหมายให้คุณ) ในพื้นที่ทำงานบน Asana ที่เชื่อมโยงกับที่อยู่อีเมลของคุณ คุณยังสามารถสร้างอีเมลใหม่และเปลี่ยนให้เป็นงานได้ โดยหัวเรื่องของคุณจะกลายเป็นชื่องาน ในขณะที่เนื้อหาอีเมลจะกลายเป็นคำอธิบายงาน และส่งไปที่ x@mail.asana.com...
Continue readingGoogle Workspace เครื่องมือช่วยการทำงานในองค์กรที่ง่ายและลงตัวที่สุดของ 4NOLOGUE
Google Workspace เครื่องมือช่วยการทำงานในองค์กรที่ง่ายและลงตัวที่สุดของ 4NOLOGUE บริษัท โฟร์โนล็อค จำกัด หรือ 4NOLOGUE ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Entertainment & Organizer บริการจัดงานและอีเวนต์ทุกประเภท รวมถึงรับจัดคอนเสิร์ตทั้งของไทยและต่างประเทศ จากประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพอันยาวนานมากกว่า 15 ปี การันตีด้วยลูกค้ารายใหญ่อย่าง Central, The Mall, Yamaha, King Power และ EST ด้วยวิสัยทัศน์ในการก้าวเป็นที่หนึ่งด้าน Organizer และ Promoter ของไทย เหตุผลที่ตัดสินใจใช้ Google Workspace องค์กร คุณพงศธร สุวรรณพันธุ์ IT Director ของบริษัท โฟร์โนล็อค จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเหตุผลหลักที่บริษัทได้ตัดสินใจมาใช้ Google Workspace เลยก็คือองค์กรต้องการพื้นที่จัดเก็บไฟล์ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยบริษัทดำเนินการเกี่ยวกับ Entertainment & Organizer จึงจำเป็นที่ต้องมีพื้นที่จัดเก็บรองรับไฟล์ขนาดใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ทีมงานประสบปัญหาเกี่ยวกับการบันทึกและส่งไฟล์ขนาดใหญ่ด้วย Hard disk หรือ Flash drive ที่ไม่สะดวกต่อการแชร์ไฟล์ทั้งในและนอกทีม นอกจากนี้ยังมีการจัดเก็บบน Google Drive แบบ Free storage ที่มีพื้นที่จำกัด และนั่นคือประเด็นสำคัญที่ทำให้ผู้บริหารเล็งเห็นอุปสรรคในการทำงาน จึงได้นำ Google Workspace เข้ามาใช้งานโดยเฉพาะเครื่องมืออย่าง Google Drive ที่เข้ามาช่วยขยายพื้นที่จัดเก็บให้มากยิ่งขึ้น ประสบการณ์ที่ดีที่ได้ใช้ Google Workspace พนักงาน 4NOLOUGE ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอายุอยู่ใน Gen X Y และ Z การที่นำ Google Workspace เข้ามาเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกันแบบ All in one place เรียกได้ว่าเป็นที่พึงพอใจเพราะตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวกรวดเร็วและมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี แค่มีพนักงานไอทีคนเดียวอย่างคุณพงศธรก็สามารถดูแลระบบและควบคุมการใช้งานของ Users ทั้งหมดได้อย่างง่ายดายผ่านตัว Admin Console...
Continue readingAppSheet สามารถสร้างแอปแบบไหนในบริษัทได้บ้าง ?
นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก AppSheet แพลตฟอร์มสร้างแอปพลิเคชันจาก Google ที่จะมาเปลี่ยนแนวคิดการสร้างแอปไปตลอดกาล เพราะการสร้างแอปใน AppSheet นั้นง่ายเหมือนปอกกล้วยแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ไม่เชื่อต้องพิสูจน์ ! (คลิก AppSheet Free Trial ได้ที่นี่) ว่าแต่จะเริ่มสร้างแอปแบบไหนดีล่ะ ? Demeter ICT พอจะยกตัวอย่างแอปได้ไหม ? ได้แน่นอน ! หากตอนนี้คุณมี AppSheet อยู่ในมือแล้วแต่ยังไม่รู้จะสร้างแอปอะไรเพื่อพัฒนาบริษัท Demeter ICT ได้จัดทำบทความแนะนำไว้ให้ด้านล่างนี้แล้ว ไปดูกันเลยว่า AppSheet สามารถสร้างแอปแบบไหนได้บ้าง ?! AppSheet สามารถสร้างแอปแบบไหนในบริษัทได้บ้าง ? 1. AppSheet สามารถสร้างแอปสำหรับงานประจำวันได้ (Routine) หากการทำงานประจำวันยังมีปัญหา AppSheet สามารถช่วยคุณแก้ไขได้ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น ซึ่งตัวอย่างแอปที่ Demeter ICT ยกมาด้านล่างนี้ มั่นใจได้เลยว่าทุกบริษัทสามารถสร้างได้เองและสามารถนำไปปรับใช้ได้ในหลายแผนกอย่างแน่นอน อีกทั้งคุณยังสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ มาเชื่อมต่อกันแล้วนำมาสร้างกราฟเพื่อดูภาพรวมของบริษัทได้อีกด้วย เช่น แอปบันทึกการเข้า-ออกของพนักงาน เช่น เวลาและสถานที่เข้าทำงาน การลางาน แอปเบิกจ่ายแบบรวดเร็ว แอปบันทึกข้อมูลสินค้าหรือแหล่งจัดเก็บเอกสารต่าง ๆ แอปสำหรับการอนุมัติและติดตามโครงการทั่วไปภายในบริษัท แอปสำหรับการขาย เช่น การสร้างใบเสนอราคา บันทึกข้อมูลลูกค้า และติดตามสถานะ เป็นต้น 2. AppSheet สามารถสร้างแอปสำหรับการใช้งานนอกสถานที่ สำหรับบริษัทใดที่ต้องทำงานภาคสนาม มีการบันทึกข้อมูลต่างสถานที่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตลอดเวลา คุณสามารถสร้าง AppSheet ให้ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ ดังนี้ แอปสำหรับการตรวจสอบจำนวนสินค้าในสถานที่ต่าง ๆ เช่น การบันทึกจำนวนสินค้าในคลังของร้านแต่ละสาขา แอปสำหรับการรับออเดอร์: AppSheet มีความสามารถในการสแกน Barcode นับจำนวนสต็อกอัตโนมัติ รวมถึงสามารถแนบไฟล์การชำระเงินได้อีกด้วย แอปสำหรับการอัปเดตสถานะหรือแจ้งปัญหาตามสถานที่ เช่น ทีมงานฝ่ายจัดกิจกรรมต้องการเช็กสถานที่ที่ต้องไปในช่วงเวลาต่าง ๆ มีอัปเดตสถานะหรืออัปโหลดเอกสาร ก็สามารถดำเนินการผ่าน AppSheet ได้ทันที 3. AppSheet สามารถสร้างแอปสำหรับการติดต่อกับลูกค้า AppSheet ไม่เพียงแต่เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ภายในบริษัทเท่านั้น...
Continue readingปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์! สร้างการตลาดที่ตรงใจลูกค้าด้วย Sage AI จาก Braze
เมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมา Braze แพลตฟอร์ม Martech ที่มุ่งเน้นในการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้เปิดตัว Sage AI by Braze™ ที่มาช่วยเสริมพลังให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ในการยกระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้า ฟีเจอร์ของ Sage AI by Braze™ หรือที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น BrazeAI™ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักการตลาดให้สามารถออกแบบแคมเปญการตลาดที่ตรงใจลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่หลากหลายและครอบคลุมแบบเรียลไทม์ ช่วยเร่งการตัดสินใจที่ชาญฉลาดในทุกการเดินทางของลูกค้า เช่น แนะนำสินค้าและบริการให้ตรงกับลูกค้าแต่ละคน การคาดการณ์และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่มีความซับซ้อนระดับองค์กร การสร้างแรงบันดาลใจด้านความคิดสร้างสรรค์และการกระตุ้นให้ลูกค้ามีโอกาสและมูลค่าการซื้อที่สูงขึ้น ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเราจะมาเจาะลึกแต่ละฟีเจอร์ให้ทุกท่านเห็นภาพกันมากขึ้นเริ่มกันที่ 1. แนะนำสินค้าและบริการที่ใช่สำหรับลูกค้าทุกคน (Recommend the right items for every customer) การเสนอสินค้าหรือบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ลูกค้าสูญเสียความไว้วางใจและออกห่างจากแบรนด์ของเราไป ยิ่งเราอยู่ในยุคที่แบรนด์กำลังแข่งขันกันเพื่อสร้างความไว้วางใจและความภักดีให้กับลูกค้า แต่การที่แบรนด์จะสามารถแนะนำสินค้าและบริการให้กับลูกค้าทุกคน เป็นความท้าทายที่ต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกจำนวนมาก ที่มีความซับซ้อนและใช้เวลานาน Braze จึงได้พัฒนาฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในการสร้างคำแนะนำสินค้าและบริการที่ส่งไปยังทุกช่องทางได้แบบเฉพาะตัว เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าแบบข้ามช่องทางได้ (Cross-channel Marketing) และยังใช้ในกรณีอื่น ๆ อย่างเช่น แนะนำสินค้าที่ได้รับความนิยมหรือสินค้าที่คุณสนใจล่าสุด โดยนักการตลาดสามารถ: นำเสนอสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าแต่ละรายได้ตรงใจมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและมูลค่าที่สูงขึ้น โปรแกรมถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและพร้อมใช้งานได้ทันที เพียงสร้างร่วมกับ Workflows ของคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานที่ยุ่งยากและซับซ้อน กระตุ้นผลลัพธ์ให้ดีขึ้นด้วยการแนะนำสินค้าหรือบริการที่ตรงใจลูกค้า ส่งผลให้เกิด Conversion สูงสุด แนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า บวกกับช่วงเวลาที่ใช่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับการออกสินค้าใหม่ เพื่อต่อยอดและเพิ่มยอดขายจากลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง เพิ่มยอดขายจากลูกค้าใหม่และลดอัตราการสูญเสียลูกค้าให้น้อยลง 2. ปรับแต่งให้เฉพาะตัวในทุกก้าวของการเดินทาง (Personalize every step of every journey) เพื่อให้แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจกับลูกค้าได้ ลูกค้าจะต้องรู้สึกว่าได้รับความเอาใจใส่และแบรนด์รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร ซึ่งการใช้เพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ อายุ เพศหรือที่อยู่นั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้คุณโดดเด่นกว่าคู่แข่งได้อีกต่อไป ซึ่งฟีเจอร์ Braze Personalization Paths จะช่วยวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมเชิงลึกและการเดินทางของลูกค้าแต่ละคน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับแต่งแคมเปญการตลาดให้เหมาะกับแต่ละคนอย่างแท้จริง ทั้งข้อความ รูปภาพ โปรโมชัน เวลาในการส่งหรือช่องทางที่ส่งไปหาลูกค้า...
Continue readingThe ITSM Revolution: Unleashing the Power of Next-Gen IT Service Management with Freshservice
Unleashing the Power of Next-Gen IT Service Management with Freshservice วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2024 เวลา 14.00 – 15.30 น. บรรยายสดภาษาไทยผ่านช่องทาง Google Meet งานอีเวนต์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน ขณะนี้ได้ปิดลงทะเบียนแล้ว หากคุณเป็น IT Leader คนหนึ่ง.. ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ “อยากปรับปรุงการจัดการบริการด้าน IT ให้ทันสมัย รวดเร็ว อยากลดต้นทุนและบริหารค่าใช้จ่ายด้าน IT อย่างสมเหตุสมผล อยากมีเครื่องมือช่วยจัดการความเสี่ยงเรื่องระบบ ที่สำคัญเครื่องมือที่ว่านั้นต้องยืดหยุ่น ใช้ง่าย ไม่สร้างภาระให้คนทำงานเพิ่ม” เช่นนั้นนี่ก็คืองานสัมมนาออนไลน์ที่คุณไม่ควรพลาด! Demeter ICT ร่วมกับ Freshworks ขอเชิญคุณ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสายงานด้าน IT และผู้มีอำนาจตัดสินใจเรื่อง IT ทุกท่าน พบกับงานสัมมนาออนไลน์ฟรีสุดพิเศษ กับงาน ‘The ITSM Revolution: Unleashing the Power of Next-Gen IT Service Management with Freshservice’ มัดรวมเรื่องที่ IT Leader ควรรู้ จัดเต็มเนื้อหาทั้ง Trends, Solution และ Case Study ไม่ว่าจะเป็น ✅ อัปเดตเทรนด์และแนวโน้มที่สำคัญของ ITSM ในปี 2024 มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง? ✅ พามารู้จักกับ Freshservice – ITSM Software ชั้นนำที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ใช้งานถึง 96% แนะนำโซลูชันที่ช่วยยกระดับการจัดการด้าน IT รวมถึงฟีเจอร์ที่กำลังมาแรงอย่าง AI และ Automation ✅...
Continue readingใช้งาน Asana แบบ Free VS Asana แบบ Premium ต่างกันอย่างไร?
Asana เป็นเครื่องมือ Project Management อันดับ 1 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาดและความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งความแตกต่างระหว่าง Asana แบบ Free กับ แบบ Premium (คือ เสียเงินค่า License ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่) จะสัมพันธ์กับฟีเจอร์ในการทำงาน ความสามารถในการจัดการทีมและการจัดการโปรเจกต์ของคุณ หากคุณกำลังไม่แน่ใจว่า ระหว่างการใช้งาน Asana แบบ Free กับแบบ Premium แบบไหนจะเหมาะกับทีมหรือองค์กรของคุณมากกว่ากัน บทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการใช้งานทั้งสองแบบกันอย่างชัด ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจใช้งาน Asana ตัดสินใจกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. User Limits (จำนวนผู้ใช้งาน) Asana Free เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ฟรีแลนซ์และธุรกิจขนาดเล็ก (SMB) มีสมาชิกภายในทีมไม่เกิน 10 คน ที่ต้องการใช้งาน Asana เพื่อที่จะจัดการงานส่วนตัวหรือเริ่มต้นจัดการโปรเจกต์ภายในทีม Asana Premium เหมาะสำหรับทีมและองค์กรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ พร้อมแพ็กเกจที่หลากหลาย เพื่อให้คุณสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมและตรงกับองค์กรของคุณมากที่สุด 2. Features (ฟีเจอร์การใช้งาน) Asana Free การจัดการงาน (Task Management) สามารถสร้าง Task งาน มอบหมายงานให้กับสมาชิกภายในทีมและกำหนดวันเสร็จสิ้นของงานหรือโปรเจกต์ของคุณได้ มุมมองโปรเจกต์ (Project Views) สามารถเห็นภาพรวมของโปรเจกต์ ตารางปฏิทินและลิสต์งานต่าง ๆ ได้ เครื่องมือการทำงานร่วมกัน (Collaboration Tools) สามารถแสดงความคิดเห็น ตอบกลับเกี่ยวกับงานและสามารถแนบไฟล์ได้ (จำกัดขนาดไว้ที่ 100MB ต่อไฟล์) รายงานแดชบอร์ด (Reporting Dashboard) มองเห็นรายงานแดชบอร์ดพื้นฐานและภาพรวมความคืบหน้าของโปรเจกต์ การเชื่อมต่อเบื้องต้น (Integration) สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ของบริษัทได้อย่างเช่น Slack, Google Workspace และ Microsoft Teams แต่เนื่องจากข้อจำกัดของฟีเจอร์แบบฟรี...
Continue readingAppSheet Workshop: เปลี่ยน Forms ธรรมดาให้ Smart ด้วย AppSheet
กิจกรรม AppSheet Workshop สุดพิเศษสำหรับลูกค้า Demeter ICT โดยเฉพาะ! “เรียนรู้การสร้าง Smart Forms ด้วย No-Code Application ให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกแบบฟอร์ม” พบกับเวิร์กชอปสร้างแอปพลิเคชัน AppSheet ที่จัดขึ้นเพื่อลูกค้า Demeter ICT คนพิเศษของเราโดยเฉพาะ กับงาน “เปลี่ยน Forms ธรรมดาให้ Smart ด้วย AppSheet” ที่จะพาทุกท่านไปเรียนรู้วิธียกระดับการบันทึกข้อมูลจากฟอร์มธรรมดา สู่รูปแบบ Smart Forms ด้วย AppSheet พร้อมกับต่อยอดการทำงานร่วมกับ Google Chat ให้เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้สะดวกและรวดเร็ว มายกระดับเครื่องมือในมือคุณให้ชาญฉลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานให้มากขึ้นกว่าเดิม! https://www.youtube.com/watch?v=hNAjyZkIVK8 พบกับ 2 รูปแบบการบรรยาย ที่ให้คุณเลือกเข้าร่วม รูปแบบ Onsite Mode Sathon Hotel Bangkok (BTS สุรศักดิ์) สำหรับผู้ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานจริงแบบ Onsite รับตัวอย่างแอปที่แสดงในงานไปปรับใช้ในองค์กรได้เลยทันทีฟรี 3 แอปพลิเคชัน! บรรยากาศเวิร์กชอปแบบ Active learning สามารถโต้ตอบและสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมได้สะดวก มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลภายในงาน จำกัดองค์กรละ 2 สิทธิ์ (กรุณาลงทะเบียนให้ครบทุกท่าน) Recommended ! รูปแบบ Online Google Meet เข้าร่วมรับชมถ่ายทอดสดจาก Onsite ไม่สะดวกเดินทาง ก็สามารถเข้าร่วมออนไลน์ได้ ผู้ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานจริงแบบ Online จะได้รับสิทธิ์เข้าทดลองใช้แอปตัวอย่างที่แสดงในงานได้ ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี !*สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้า Demeter ICT เท่านั้น*หากต้องการเข้าร่วม Onsite 2 ท่าน กรุณาลงทะเบียนให้ครบทุกท่านหลังจากลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม โปรดรอ Confirmation Email ปิดรับลงทะเบียน 7 พฤษภาคม 2567 สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากเวิร์กชอปนี้ สร้างแอปพลิเคชันด้วย AppSheet...
Continue reading