รวมพลังฟีเจอร์ AI ใน Gmail ที่เปลี่ยนเรื่องเมลให้เป็นเรื่องง่าย

อีเมลนับได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดของทุกองค์กร แม้ว่าปัจจุบันจะมีช่องทางการสื่อสารมากมายที่สะดวกและรวดเร็ว แต่ถึงอย่างไรการสื่อสารผ่านอีเมลก็ยังคงได้รับความนิยมในแวดวงของธุรกิจ เพราะแสดงถึงความเป็นทางการ และความน่าเชื่อถือขององค์กร  อย่างที่ทราบกันดีว่าการเขียนอีเมลแต่ละฉบับจะต้องมีการระบุทั้งอีเมล ชื่อ คำขึ้นต้น คำลงท้าย และมีส่วนประกอบอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการร่างและตรวจสอบอยู่พอสมควร แต่ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Gmail ใน Google Workspace หลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว การใช้งานอีเมลของคุณจะเปลี่ยนนับจากนี้ไป เพราะใน Gmail มีฟีเจอร์ AI อัจฉริยะมากมายที่จะช่วยให้การใช้งานบน Gmail ง่ายขึ้น ไวขึ้น และสะดวกยิ่งขึ้น  จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1. ร่าง – ตอบกลับอีเมลทั้งฉบับได้ด้วย “Help me write” “Help me write” คือหนึ่งเทคโลยี AI หนึ่งในฟีเจอร์ของ Gemini สำหรับ Google Workspace ด้วยความสามารถน่าทึ่งที่จะช่วยคุณร่างอีเมลทั้งฉบับได้ เพียงแค่บอกจุดประสงค์ที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถเลือกปรับ Mood and tone ของเนื้อหาได้อีกด้วย “Help me write” ใน Gmail ทำอะไรได้บ้าง สรุปอีเมล: ช่วยวิเคราะห์สรุปเนื้อหาอีเมลที่ยาวและซับซ้อน ให้คุณเข้าใจเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว แปลภาษา: แปลอีเมลจากภาษาอื่นให้อยู่ในรูปแบบภาษาที่คุณต้องการ ร่างอีเมล: ช่วยร่างอีเมลได้ตามคำสั่ง prompt ของคุณ สามารถเลือกรูปแบบของเนื้อหาอีเมลได้ เช่น อยากได้เนื้อหาอีเมลที่ดูเป็นทางการ (Formalize) ละเอียด (Elaborate) หรือ สั้นกระชับ (Shorten) ค้นหาข้อมูล: ค้นหาข้อมูลสำคัญๆจากอีเมลก่อนหน้า เช่น หมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่เว็บไซต์ ตอบกลับอีเมล: ช่วยแนะนำการตอบกลับอีเมลด้วยเทมเพลตการตอบกลับที่เกี่ยวข้องกับอีเมลนั้นๆ ฟีเจอร์ “Help me Write” ใน Gmail นี้ได้รับการพัฒนามาและต่อยอดจากฟีเจอร์ Smart Compose และ Smart Reply ที่หลายท่านเคยใช้งานมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ โดย “Help me...

Continue reading
Email Marketing Strategy

คู่มือฉบับเต็ม! สร้างกลยุทธ์ Email Marketing อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

การตลาดผ่านอีเมล (Email Marketing) เป็นหนึ่งในการส่งข้อความบนช่องทางดิจิทัลแบบดั้งเดิม ที่มีผลตอบแทนจากการลงทุนสูง เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ จึงเป็นวิธีที่มีพลังในการเข้าถึง สร้างการมีส่วนร่วม และเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายให้กลายเป็นลูกค้าได้ พวกเราส่วนใหญ่ส่งอีเมลเป็นประจำทุกวัน แม้ว่าแอปแชท โปรแกรมส่งข้อความบนมือถือรวมถึงโซเชียลมีเดียจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อีเมลยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ จากผลสำรวจในปี 2022 มีผู้ใช้อีเมล 4.26 พันล้านคนทั่วโลก และคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 4.73 พันล้านคนภายในปี 2026 แม้ว่าอีเมลจะมีความเรียบง่าย แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าอีเมลเป็นช่องทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุด: ที่อยู่ของอีเมลสามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวางและสร้างผลกำไรมหาศาล เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนกันด้วยเหตุผลหลายประการ (เช่น ข้อมูล ข้อเสนอ ชุมชน และการซื้อขาย) ดังนั้นธุรกิจจะใช้อีเมลในการเชื่อมต่อกับลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร? บทความนี้จะกล่าวถึง ความสำคัญของการทำ Email Marketing วิธีการกำหนดกลยุทธ์ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว วิธีวัดประสิทธิภาพและแสดงตัวอย่างแคมเปญเชิงกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจของคุณ เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! กลยุทธ์การตลาดผ่านอีเมล (Email Marketing) คืออะไร? กลยุทธ์การตลาดผ่านอีเมล (Email Marketing) คือ กระบวนการที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางอีเมล โดยกลยุทธ์นี้จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับอีเมลที่จะส่ง จำนวนอีเมลที่จะส่ง ส่งไปหาใครและส่งเมื่อไหร่ เพื่อให้กลยุทธ์นี้มีประสิทธิภาพมากที่สุดจะต้องประกอบไปด้วย 1. การตั้งเป้าหมายและวิธีวัดผล การตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้นักการตลาดรู้ว่าเราจะต้องทำอะไร? และทำเพื่ออะไร? และเราจะวัดผลอย่างไร? เพื่อให้ง่ายต่อการดูว่าแคมเปญหรืออีเมลที่เราส่งไปหาลูกค้านั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ กลยุทธ์แบบใดที่ใช้ได้ผล อะไรที่ไม่ได้ผล ทำให้คุณสามารถสร้างกลยุทธ์ Email Marketing ที่มีประสิทธิภาพและแข็งแกร่งขึ้นได้ 2. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของคุณ หากคุณต้องการให้ลูกค้ารักและภักดีกับแบรนด์ของคุณ การทำความเข้าใจถึงความต้องการและบุคลิกของลูกค้า คือ กุญแจสำคัญ ยิ่งถ้าคุณสามารถแบ่งกลุ่มอีเมลของลูกค้าตามความต้องการหรือบุคลิกของพวกเขาได้ละเอียดมากเท่าไหร่ คุณก็จะมีโอกาสในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแบบ Personalized และความภักดีต่อแบรนด์ของคุณได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะลูกค้าจะรับรู้ได้ว่าคุณให้ความสำคัญกับพวกเขา รู้ว่าเขาต้องการอะไรและไม่ต้องการอะไรจากแบรนด์ของคุณ 3. การแบ่งกลุ่มลูกค้า เครื่องมือการสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าแบบเฉพาะตัว (Personalized Customer Engagement Platform) อย่าง Braze ช่วยให้นักการตลาดสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าและส่งข้อความที่มีความละเอียดและเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น เช่น ลูกค้าบางคนมักมีส่วนร่วมดีกับแบรนด์ในตอนเช้า ลูกค้าบางคนไม่ต้องการโฆษณาที่เกี่ยวกับการขายเลยหรือลูกค้าบางกลุ่มจะเปิดเฉพาะโปรโมชันที่เกี่ยวกับรองเท้าเท่านั้น พบว่ายิ่งคุณมีข้อมูลมากเท่าไร คุณก็ยิ่งสามารถส่ง Email Marketing ถึงกลุ่มลูกค้าได้ละเอียดและตรงกับความต้องการยิ่งขึ้นเท่านั้น 4. การผสาน Email...

Continue reading

M&C Saatchi กับการยกระดับความพึงพอใจถึง 97.9% ด้วย Freshservice

M&C Saatchi คือใคร? M&C Saatchi เป็นเอเจนซีโฆษณาชั้นนำของโลก ก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2538 โดยพี่น้อง Maurice Saatchi และ Charles Saatchi มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน และพนักงานกว่า 2,400 คนทั่วโลก เรียกได้ว่า M&C Saatchi เป็นหนึ่งในเครือข่ายบริษัทโฆษณาที่ดำเนินงานอย่างอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อต้องตัดสินใจต่ออายุการใช้งานเครื่องมือ ITSM อีกครั้ง M&C Saatchi ก็ตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการโซลูชันที่เหมาะสมกว่าเดิม พวกเขาได้พิจารณาผลิตภัณฑ์ ITSM อื่น ๆ โดยให้ความสำคัญกับระบบ Software-as-a-service (SaaS)  เนื่องจากทีม IT ของ M&C Saatchi ในสหราชอาณาจักรมีเพียง 15 คนเท่านั้น โดย 5 คนเป็นเจ้าหน้าที่ Service Desk ต้องสนับสนุนผู้ใช้งานกว่า 1,200 คนและคอมพิวเตอร์กว่า 1,200 เครื่อง (แบ่งเป็น Windows 70% และ Mac 30%) อีกทั้งโซลูชันใหม่นี้จะต้องใช้งานได้ภายในสองเดือน และมีการใช้การกำหนดค่าและทรัพยากรที่น้อยที่สุด ทำไม M&C Saatchi ถึงเลือก Freshservice? ถึงแม้ M&C Saatchi จะต้องการใช้งานเครื่องมือโดยเร็ว แต่ทีม IT ก็ยังคงประหลาดใจกับความรวดเร็วในการติดตั้ง Freshservice  “ตัวเลือกด้านการปรับแต่ง Portal นั้นดีจนน่าประหลาดใจมาก ทั้งยังสามารถใช้ HTML, CSS และ JavaScript ในการออกแบบ Portal ที่ก็เปิดโอกาสให้เราได้มาก”  ตั้งแต่นำมาใช้ Freshservice ก็กลายเป็นเครื่องมือที่มีผู้ใช้งานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากทีม IT ของ M&C Saatchi ที่ใช้ Freshservice ในการติดตาม Log...

Continue reading

รวมฟีเจอร์ Google Meet 2024 ปรับการประชุมให้ดูมืออาชีพ สนุก และเพิ่มการมีส่วนร่วมกันมากขึ้น

Google นั้นได้มีการคิดค้นและพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ อยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเมื่อได้ประกาศปล่อย Gemini AI ออกมาแล้วก็ยิ่งน่าสนใจ เพราะ Google Meet เองก็ได้รับฟีเจอร์และลูกเล่นใหม่ ๆ จาก AI ของ Google เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ปรับแต่งแสง สี และเสียง หรือว่าจะเป็นฟีเจอร์เพิ่มสีสันเพื่อให้การประชุมมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น เป็นต้น  ซึ่งฟีเจอร์ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณในวันนี้ไม่เพียงแต่มาจาก Gemini เท่านั้น แต่เป็นฟีเจอร์ทั้งหมด ทั้งฟรีและพรีเมียม ดังนั้นไม่ว่าใครก็สามารถทำความรู้จักฟีเจอร์จาก Google Meet ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ได้ที่บทความนี้เลย  ฟีเจอร์สำหรับการปรับแต่งคุณภาพการประชุมโดยรวม ฟีเจอร์ คุณสมบัติ Portrait touch-up ปรับแต่งรูปลักษณ์ของคุณให้ดูดีและพร้อมสำหรับการประชุม เช่น การปรับแต่งผิวเนียน การปรับแต่งดวงตา และการเพิ่มความสว่างให้กับใต้ตาของคุณ Studio look* ปรับความคมชัดของการประชุมให้ดีขึ้นได้แม้ความละเอียดกล้องต่ำ Studio lighting* ปรับแต่งแสง ตำแหน่งหน้าจอ ความสว่าง และสี Automatic frame หากในกล้องนั้นมีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมหลายคนผ่านเฟรมเดียวกัน คุณสามารถปรับตำแหน่งหรือซูมหน้าจอเพื่อให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นสามารถมองเห็นทุกคนได้อย่างชัดเจน ฟีเจอร์สำหรับการปรับแต่งเสียง ฟีเจอร์ คุณสมบัติ Background noises removal ลดเสียงรบกวนได้ทันทีแม้ในห้องที่มีเสียงดังและสะท้อน เช่น ห้องครัว ห้องใต้ดินเป็นต้น Studio sound* ปรับคุณภาพของเสียงให้ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้ AI สร้างความถี่ของเสียงที่มากขึ้น ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถได้ยินเสียงของคุณอย่างชัดเจนและฟังดูเป็นธรรมชาติ Adaptive audio* ตรวจจับอุปกรณ์ใกล้เคียงเพื่อลดเสียงสะท้อนเมื่อคุณและเพื่อนร่วมงานมีการใช้ห้องประชุมเดียวกันหรือนั่งบริเวณใกล้เคียงกันขณะประชุม ฟีเจอร์สำหรับการเพิ่มสีสันและสร้างความเฉพาะตัว ฟีเจอร์ คุณสมบัติ Virtual backgrounds อัปโหลดรูปภาพพื้นหลังที่ต้องการและสร้างได้ใหม่ด้วย AI-generated backgrounds Filters สร้างความสนุกสนานในการประชุมด้วยฟิลเตอร์กระต่ายน้อย ฟิลเตอร์ลูกสุนัข ฟิลเตอร์จิ้งจอก และอื่น ๆ Background blurring เบลอภาพพื้นหลังเพื่อให้ผู้ร่วมประชุมสามารถโฟกัสกับคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น Stack effects ใช้ฟิลเตอร์หลากหลายอันพร้อมกัน เช่น การสร้างภาพพื้นหลังด้วย AI และใส่ฟิลเตอร์บนตัวคุณในเวลาเดียวกัน ฟีเจอร์สำหรับการเพิ่มการมีส่วนร่วม...

Continue reading

สรุป 10 Customer Experience Trends 2024 ที่ธุรกิจไม่ควรพลาด

เมื่อความก้าวหน้าของ AI การวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ยกระดับมาตรฐานในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าไปอีกขั้น (Intelligent CX) ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นทั้งความท้าทายและโอกาส และหากมีการวางแผนที่ชาญฉลาด คุณก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่มหาศาลได้ นับเป็นปีที่ 6 แล้วที่ Zendesk บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ CRM เพื่อบริการลูกค้าได้เผยรายงานผลสำรวจเรื่อง CX Trends Report ซึ่งสำหรับปี 2024 นี้ก็มีทั้งหมด 10 เทรนด์ด้วยกัน เพื่อเผยแพร่ผลสำรวจนั้น Content Shifu ร่วมกับ Demeter ICT และ Zendesk ก็ได้จัดทำ E-book สุดพิเศษเป็นรายงานฉบับภาษาไทย ‘10 CX Trends 2024 เจาะเทรนด์ประสบการณ์ของลูกค้าเพื่อก้าวเป็น CX Leader’  และสำหรับในบทความนี้ Demeter ICT ก็จะขอนำสาระสำคัญจาก CX Trends มาสรุปโดยย่อให้ทุกท่านได้อ่านกัน ซึ่งจากผลสำรวจนี้เราสามารถแบ่งเทรนด์ได้เป็น 3 หมวดหมู่ ยาวไปอยากเลือกอ่าน คลิกเลือกหัวข้อที่สนใจได้เลย AI and Intelligent Experiences: ประสบการณ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้นำด้าน CX ทั่วโลกกว่า 4,500 คน ที่ได้มีให้กับ Zendesk พวกเขาคาดหวังว่า Generative AI จะช่วยส่งมอบการบริการได้เสมือนมนุษย์ โต้ตอบกับลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นกันเองมากขึ้น ขณะที่ผู้นำด้าน CX และทีมงานของพวกเขากำลังพยายามหาวิธีการนำ AI ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาก็ตระหนักดีว่า หากประสบความสำเร็จ ผลตอบแทนที่ได้ก็คุ้มค่า พวกเขาคาดหวังว่า AI จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของทีมได้ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้เวลากับงานที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่ง AI นี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้แชทบอทและการสื่อสารผ่านอีเมลกับลูกค้า ในขณะเดียวกัน...

Continue reading

ทำความรู้จัก CXBOX Commerce ตัวช่วยเชื่อมธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณเข้ากับ Zendesk

สำหรับ Zendesk ในมุมอีคอมเมิร์ซ หากจะมีมุมที่น่าเสียดายก็คงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Shopee, Lazada ได้ ดังนั้นนี่จึงนับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้ Zendesk เมื่อตอนนี้ Zendesk สามารถเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซดังกล่าวได้แล้ว ด้วยเครื่องมือเสริมสุดพิเศษอย่าง CXBOX Commerce แต่ก่อนจะไปเจาะลึก CXBOX Commerce นั้น เรามาทำความรู้จัก CXBOX โดยสังเขปกันสักนิดก่อน ยาวไปอยากเลือกอ่าน คลิกเลือกหัวข้อที่สนใจได้เลย CXBOX คืออะไร? CXBOX เป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นพิเศษโดยบริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้ Zendesk ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดย CXBOX ทำหน้าที่เหมือนส่วนขยาย ช่วยให้ธุรกิจที่ใช้ Zendesk เข้าถึงลูกค้าในแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่าง Shopee, Lazada และขยายขีดความสามารถในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างง่ายดายด้วยเครื่องมือที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การส่งข้อความเชิงรุกอย่างรู้ใจลูกค้า การรวมแชทจากหลายแพลตฟอร์มเพื่อตอบกลับลูกค้าในหน้าเดียว และการเพิ่มโอกาสในการขายด้วยระบบแนะนำสินค้า ปัจจุบันบริการของ CXBOX ประกอบด้วย 3 อย่าง ได้แก่  CXBOX Hub เครื่องมือช่วยส่งข้อความเชิงรุกที่ช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ลูกค้า CXBOX Recommendation เครื่องมือช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขาย ด้วยการแนะนำสินค้าที่ตรงใจ CXBOX Commerce เครื่องมือช่วยตอบกลับลูกค้าที่มาจากช่องทางต่าง ๆ ในที่เดียว  ทำความรู้จักกับ CXBOX Commerce CXBOX Commerce เป็นหนึ่งในบริการของ CXBOX ดังที่กล่าวไปข้างต้น โดย CXBOX Commerce เป็นเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อแชทของลูกค้าในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ มารวมไว้ใน Zendesk ในที่เดียว ทำให้พนักงานตอบกลับลูกค้าได้สะดวก รวดเร็วและง่ายขึ้น  จับคู่ CXBOX Commerce กับ Zendesk แล้วทำอะไรได้บ้าง? ให้ความช่วยเหลือลูกค้าแบบเรียลไทม์: เพียงแค่มี Zendesk และ CXBOX Commerce พนักงานก็สามารถสนทนากับลูกค้าที่แชทเข้ามาจากแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada...

Continue reading

Lunch with a Side of Intelligence: Increase Customer Engagement with Sage AI by Braze

ขอเรียนเชิญคุณเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษสุด Exclusive! ในกิจกรรม “Lunch with a Side of Intelligence” – Increase Customer Engagement with Sage AI by Braze ที่ Demeter ICT ได้จัดขึ้นร่วมกับ Braze  เพื่อพาทุกท่านมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมแบบ Personalized ของลูกค้าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในด้านการตลาดกันแบบเจาะลึก ท่านจะได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมกับการรับประทานอาหารร่วมกับผู้บริหารระดับ C-Level ในวงการ Marketing และ CRM จากบริษัทชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยมีคุณสิทธินันท์ พลวิสุทธิ์ศักดิ์ (CEO, Content Shifu) moderator รับเชิญพิเศษที่จะนำทุกท่านถกประเด็นสำคัญเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Marketing AI ในแง่มุมต่าง ๆ พร้อมผู้เชี่ยวชาญจาก Braze และ Demeter ICT ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์อย่างใกล้ชิดไปพร้อม ๆ กันในกิจกรรมนี้ วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2567 เวลา 10.30 – 13.00 น. สถานที่: Sheraton Grande Sukhumvit, BTS Asok ปิดการลงทะเบียน ติดตามได้ใหม่งานหน้า Speaker Varanyu Suchivoraphanpong CEO & Founder ofDemeter ICT Sutthikiat Sutthitham Head of ThailandBraze Sitthinunt Pholvisutsak CEO & Founder ofContent Shifu Agenda 10.30 – 11.00 AM Registration ลงทะเบียนเพื่อเข้างานและพบกับผู้เข้าร่วมงานท่านอื่น...

Continue reading

หมดปัญหาข้อมูลรกและลายตา! รวมฟีเจอร์ “ตาราง” ช่วยจัดการข้อมูลให้สวยงาม ครบถ้วนและง่ายกว่าที่เคย

วันนี้เรามีตัวช่วยดีๆสำหรับผู้ใช้งาน Google Sheets ที่จะช่วยจัดการโปรเจกต์และข้อมูลบน Spreadsheet ด้วยฟีเจอร์ตาราง “Convert to table” และ “Tables” ไปดูกันว่าฟีเจอร์ที่ว่านั้นมีความสามารถอะไรบ้าง ฟีเจอร์ Convert to Table หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มักจะปวดหัวกับการจัดการข้อมูลซ้ำๆ หรือข้อมูลที่หลากหลาย ฟีเจอร์ Convert to table จะช่วยแก้ปัญหาข้อมูลที่ดูยากด้วยการนำช่วงข้อมูลที่คุณต้องการมาจัดเรียงให้เป็นรูปแบบตารางขึ้นมาใหม่ ให้คุณสามารถจัดการและเรียกดูข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวกขึ้น  วิธีเข้าใช้งานฟีเจอร์ Convert to table:  เปิดไฟล์ใน Google Sheets > เลือกช่วงข้อมูลที่ต้องการ (เลือกหรือไม่ก็ได้) > เลือก Format > Convert to table แนะนำฟีเจอร์ Convert to table ทำอะไรได้บ้าง? จัดรูปแบบให้เป็นตารางได้อัตโนมัติ เมื่อคุณใช้ฟีเจอร์ Convert to table Google Sheets จะแปลงรูปแบบข้อมูลเดิมให้เป็นตารางอัตโนมัติที่ให้คุณสามารถจัดการข้อมูลได้ในที่เดียว กำหนดประเภทของข้อมูล สามารถแก้ไขประเภทของข้อมูลแต่ละคอลัมน์ได้ว่าต้องการให้แสดงเป็น วันที่, สกุลเงิน, เมนูดรอปดาวน์ เป็นต้น หากข้อมูลในคอลัมน์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามที่กำหนดก็จะปรากฎแจ้งเตือนที่คอลัมน์นั้นๆ ตั้งค่าจัดการตาราง สามารถเลือกปรับการตั้งค่าของตารางได้ เช่น เปลี่ยนชื่อตาราง, ปรับช่วงตาราง, ปรับแต่งสีตาราง และอื่นๆ หรือหากต้องการปิดฟีเจอร์ Convert to table เพื่อต้องการกลับไปยังรูปแบบข้อมูลแบบเดิม ให้คลิกที่ “เปลี่ยนกลับเป็นข้อมูลที่ไม่ได้จัดรูปแบบ (Revert to unformatted data)” เปลี่ยนมุมมองตารางด้วยโหมด Views โหมดมุมมอง หรือ Views สามารถช่วยคุณจัดเรียงมุมมองตารางให้ใหม่ ว่าคุณต้องการดูข้อมูลอะไรเป็นพิเศษ บอกเลยว่าตัวช่วยนี้ช่วยได้มากสำหรับไฟล์ Spreadsheet ที่มีหัวคอลัมน์หลากหลายประเภท อย่างเช่น แผนงานโปรเจกต์หรืออีเวนต์ต่างๆ เป็นต้น ฟีเจอร์ Tables หากคุณกำลังจะขึ้นโปรเจกต์ใหม่ เราแนะนำให้ลองใช้ฟีเจอร์ Tables ดู เพราะฟีเจอร์นี้เป็นการแนะนำเทมเพลตของโปรเจกต์ต่างๆมากมาย...

Continue reading

สรุปสาระจากงาน Zendesk AI Executive Lunch ที่ฮ่องกง

ทีมงานของบริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด (DEMETER ICT) ในฐานะ Premier Partner ของ Zendesk ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Zendesk AI Executive Lunch เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 ที่ผ่านมาที่โรงแรม Sheraton เขตปกครองพิเศษฮ่องกง โดยมีสาระที่น่าสนใจนำมาฝากท่านผู้อ่านดังนี้ ช่วงเวลาที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินถึงการนำ Generative AI ชื่อดังอย่าง Open AI หรือ Chat GPT ไปใช้ในงานด้านต่าง ๆ แต่เรามักจะจินตนาการไม่ออกว่านอกจากใช้ในงาน Chatbot สำหรับตอบคำถามลูกค้าในงานด้านบริการ (Customer Service) ที่สามารถนำมาช่วยลดต้นทุนได้แล้ว นอกเหนือจากนี้เราจะสามารถนำเอา Chat GPT ไปใช้ในการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า (Customer Experience) อย่างไรได้อีกบ้าง ซึ่งในงานนี้ผู้บริหารหลายท่านที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานก็ได้ทึ่งกับสิ่งที่ Zendesk นำเอา Chat GPT มาใช้ในการเสริมฟังก์ชันการบริการลูกค้า Zendesk ไม่เพียงแต่นำ Chat GPT มาใช้ในการสร้างแชทบอทที่มีความสามารถด้านภาษาในการให้บริการลูกค้าตามประเภท Industry เท่านั้น แต่ยังนำความสามารถของ Generative AI มาช่วยแนะนำความมุ่งหมาย (Intent) ใหม่ ๆ ตามพฤติกรรมที่ลูกค้ามีบทสนทนากับทีมให้บริการขององค์กรอีกด้วย นั่นหมายถึงการลดเวลามหาศาลในการสร้างหมวดหมู่คำถามให้ดักการสนทนาของลูกค้า ซึ่งนอกเหนือจากการสร้าง Intent แล้ว Generative AI ยังสามารถสรุปเนื้อหาการพูดคุยระหว่างลูกค้าและทีมบริการ (Customer Service Agents) รวมไปถึงการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sentiment) โดย Generative AI จะทำนายโทนในการสนทนาระหว่างลูกค้าและ Customer Service Agents เพื่อให้ Customer Service Agents สามารถรับมือกับอารมณ์ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกฟังก์ชันด้าน AI ที่ล้ำมากของ Zendesk ก็คือการแนะนำเทมเพลตการตอบโต้หรือ...

Continue reading