การยกเลิกอีเมลเป็นหนึ่งในฟังก์ชันที่คนส่วนใหญ่ต้องการมากที่สุดเพื่อป้องกันการส่งอีเมลผิดหรือต้องการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาคุณมาเรียนรู้วิธีการตั้งค่าและเปิดใช้งานฟังก์ชันยกเลิกการส่งอีเมลใน Gmail เพื่อป้องกันความผิดพลาดและเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารของคุณให้ดียิ่งขึ้น Step 1: ตั้งค่าเวลาในการยกเลิกอีเมล วิธีการ เปิดหน้า Gmail ไปที่การตั้งค่า (Settings) หรือสัญลักษณ์ฟันเฟืองที่มุมบนด้านขวา คลิก See all settings 4. จากนั้นเลื่อนลงมาที่ Undo Send Step 2: เปิดใช้งานฟังก์ชัน Unsend วิธีการ เปิดและร่างอีเมล (Gmail) ที่คุณต้องการส่ง เมื่อคุณคลิกส่งแล้ว ให้คุณสังเกตที่มุมด้านล่างซ้ายของหน้าจอ จากนั้นจะมีหน้าต่างเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นดังภาพ โดยหน้าต่างนี้จะแสดงขึ้นภายในระยะเวลาที่คุณได้ตั้งค่าไว้ใน Step 1 3. เมื่อคุณกด Undo อีเมลจะถูกส่งกลับเข้ามาอยู่ในขั้นตอนการเขียนอีเมลโดยอัตโนมัติ หรือหากคุณไม่ได้กดฟังก์ชันใด อีเมลก็จะถูกส่งไปยังผู้รับทันทีโดยที่คุณไม่สามารถยกเลิกได้แล้วนั่นเอง เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถยกระดับการสื่อสารผ่าน Gmail ให้ดูมืออาชีพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตั้งค่าต่าง ๆ ให้คุณสามารถใช้อีเมลให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด Demeter ICT – Google Cloud Premier Partner สนับสนุนการทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพจากการทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ ...
Gemini มีกี่ประเภท? ทำความรู้จัก Gemini สำหรับธุรกิจและการใช้ส่วนตัว
Gemini หนึ่งในผลิตภัณฑ์ Generative AI จาก Google ได้ถูกแบ่งออกเป็นหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Gemini App, Gemini for Google Workspace, หรือ Gemini ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ซึ่ง Demeter ICT ก็ได้รับคำถามเข้ามาอย่างล้นหลามเกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละผลิตภัณฑ์ ดังนั้นเราจะพาทุกคนมาไขข้อสงสัยกันในบทความนี้ Gemini สำหรับธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. Gemini: Chat with Google AI (https://gemini.google.com/app) คือ Gemini สำหรับการสนทนาและตอบคำถามทั่วไปโดยอ้างอิงข้อมูลการค้นหาจากเว็บไซต์ของ Google โดยผู้ที่มีบัญชีองค์กรของ Google Workspace แพ็กเกจ Business Standard ขึ้นไปจะได้รับ Gemini เวอร์ชัน Pro ซึ่งจะสามารถเข้าใจคำถามที่ซับซ้อนได้ดีกว่า คิดวิเคราะห์ได้มากกว่า (แพ็กเกจ Starter จะได้รับเวอร์ชันธรรมดา) และล่าสุดยังมีฟีเจอร์ Deep Research ที่สามารถเจาะลึกคำค้นหาและสร้างเป็นรายงานได้อีกด้วย ตัวอย่างการใช้งาน การค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ การเปรียบเทียบข้อมูล การขอคำแนะนำทางธุรกิจ การวิเคราะห์ไฟล์หรือรูปภาพ การสรุปไฟล์เอกสาร การสร้างรูปภาพ เป็นต้น 2. Gemini for Google Workspace คือ Generative AI ที่ถูกฝังการทำงานอยู่ในแอปพลิเคชันต่าง ๆ บน Google Workspace โดยมีการแบ่งแยกความเชี่ยวชาญตามการใช้งานในแต่ละแอปพลิเคชัน เช่น Gmail: ช่วยเขียน ตอบ และสรุปอีเมล Google Docs: ช่วยร่างเอกสารต่าง ๆ Google Slides: ช่วยสร้างสไลด์และรูปภาพ Google Sheets: ช่วยติดตามโปรเจกต์ งานตาราง และสูตรคำนวณ Google Meet:...
Continue readingCentral Retail ปรับกลยุทธ์การใช้ Tech Stack เพิ่มประสิทธิภาพการส่งข้อความถึงลูกค้าในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน ด้วย Braze
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Central Retail ส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าสุดพิเศษด้วย Braze การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Central Retail ! ส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าสุดพิเศษด้วย Braze ความท้าทายของ Central Retail Central Retail ต้องการเลือกใช้ Braze เพื่อรวมระบบเทคโนโลยีของทุกแบรนด์ให้ทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น พร้อมยกระดับการสื่อสารกับลูกค้าให้เป็นแบบ Personalized มากขึ้น พวกเขาต้องการสร้างแคมเปญแบบ Cross-channel ที่มอบประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันทุกช่องทาง และเห็นภาพรวมของลูกค้าได้แบบ 360 องศา โดยมีความท้าทายสำคัญคือ ต้องทำให้สำเร็จภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือนและครอบคลุมถึง 7 ธุรกิจในเครือ กลยุทธ์ของ Central Retail เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น Central Retail จับมือกับ Braze วางแผนเปิดใช้งานแบบเป็นขั้นตอน (Phased roll-out) พร้อมจัดลำดับความสำคัญกว่า 250 แคมเปญอย่างเป็นระบบ พวกเขายังใช้คอร์สเรียนของ Braze และมีทีมผู้นำเฉพาะทางช่วยประสานงาน เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องที่สุด ผลลัพธ์ของ Central Retail ด้วยกลยุทธ์และแผนงานที่เข้มข้นส่งผลให้ Central Retail สามารถย้ายระบบทั้งหมดและแคมเปญหลักเข้าสู่แพลตฟอร์ม Braze ได้ภายในเวลาไม่ถึง 50 วัน พร้อมส่งข้อความถึงลูกค้าได้กว่า 97.5 ล้านข้อความในช่วงสองเดือนแรก เปิดประวัติและเป้าหมายของ Central Retail Central Retail กลุ่มธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของไทยที่เริ่มต้นจากร้านขายของชำในชุมชนเมื่อปี 1950 โดยคุณเตียง จิราธิวัฒน์ ที่ปัจจุบันเติบโตเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของไทย มีมูลค่ากว่าหลายพันล้านบาท ที่ครอบคลุมทั้งค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม อาหารและเครื่องดื่ม โดยมีเป้าหมายเป็น “Center of Life” ที่เป็นศูนย์กลางของชีวิตให้กับผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวโลก เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของสังคมยุคใหม่ Central Retail มีการสื่อสารกับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งจากแบรนด์แฟชั่นอย่าง Guess, MLB, Wrangler, Crocs รวมถึงแบรนด์ในเครือ Central เอง ผ่านแคมเปญแบบ...
Continue readingFreshdesk คืออะไร มีฟีเจอร์อะไร ธุรกิจแบบไหนที่ควรใช้งาน?
ไม่ว่าใครที่สนใจเรื่องของโซลูชันการบริการลูกค้าต่างก็คงเคยได้ยินชื่อของ ‘Freshdesk’ เพราะ Freshdesk นั้นเป็นโซลูชันชั้นนำที่โดดเด่นในด้านนี้ไม่แพ้เครื่องมือตัวไหนเลย เช่นนั้น Freshdesk คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร ในบทความนี้เราจึงขอมาสรุปให้ทุกคนได้อ่านกัน ยาวไปอยากเลือกอ่าน คลิกเลือกหัวข้อที่สนใจได้เลย Freshdesk คืออะไร? Freshdesk คือเครื่องมือ Ticketing & Helpdesk Software จาก Freshworks เป็นเครื่องมือเพื่อการบริการ สนับสนุนและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า Freshdesk ทำงานบนคลาวด์และยังมีระบบ AI เป็นผู้ช่วยให้กับเจ้าหน้าที่ บริษัท Freshworks ได้รับความเชื่อมั่นจากแบรนด์กว่า 72,000 รายทั่วโลก สำหรับ Freshdesk ซึ่งเป็นโซลูชันเรือธงนั้นก็มีลูกค้าที่ใช้งานเป็นจำนวนมาก รวมถึงแบรนด์ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Supara Group ในไทย Bridgestone จากญี่ปุ่น หรือ 7-Eleven ในประเทศฟิลิปปินส์ Freshdesk มีฟีเจอร์อะไร ทำอะไรได้บ้าง? Freshdesk มีฟีเจอร์ที่ครบครันและอำนวยความสะดวกหลายอย่าง โดยจะแบ่งออกได้เป็น 6 หมวดหมู่ ดังนี้ 1. ระบบ Ticketing ที่ทรงพลัง ช่วยให้ทีมบริการลูกค้าทำงานได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานร่วมกัน และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ 1.1 Shared Inbox : รวมทุกการสนทนาไว้ในกล่องจดหมายเดียว มอบหมาย Ticket อัตโนมัติ เจ้าหน้าที่สามารถใส่โน้ตภายในเพื่อทำงานร่วมกัน ป้องกันการตอบซ้ำ ลดความสับสน 1.2 Threads & Tasks : สนทนาแบบเฉพาะเรื่องโดยไม่รบกวนลูกค้า เจ้าหน้าที่สามารถสร้าง Threads ภายใน เชื่อมโยงงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทีมเห็นภาพรวมของปัญหาได้ชัดเจน 1.3 Customer Portal : ให้ลูกค้าส่ง Ticket หรือค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง เข้าถึงฐานความรู้ ดูสถานะของ Ticket ลดภาระของทีมบริการลูกค้า 1.4 Multilingual...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนเมษายน 2025
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Unified toolbar: ใช้แถบเครื่องมือรูปแบบเดียวกันในทุกหน้าจอของ Asana เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและต่อเนื่อง “Member of” tab in mobile project directory: ค้นหาโปรเจกต์ที่คุณเป็นสมาชิกได้จากแท็บ “member of” บนแอปมือถือ Updated Google Drive attachment filepicker: แนบไฟล์จาก Google Drive ใน Asana ได้ง่าย ๆ เพียงวางลิงก์หรือพิมพ์ชื่อไฟล์ที่ต้องการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ New OAuth (Open Authentication) flow for Google Drive in Asana desktop app: เชื่อมต่อกับ Google Drive ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นบนเวอร์ชันเดสก์ท็อปของ Asana สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Custom task types and statuses: สร้างประเภทงานตามกระบวนการทำงานของคุณ เพื่อช่วยให้จัดการงานได้เป็นระบบมากขึ้นและปรับปรุงการแสดงผลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในโปรเจกต์ของคุณ ให้ไปที่เมนู “Customize” เลือก “Tasks template” คลิก “Types” แล้วเลือก “Custom” จากเมนูดรอปดาวน์ ตั้งชื่อประเภทงานของคุณ เช่น “สถานะคำขอการตลาด” กำหนดตัวเลือกสถานะที่กำหนดเอง เช่น Submitted, In review, Sent, Published กำหนดสีสำหรับแต่ละสถานะ ตั้งค่าว่าสถานะไหนที่จะทำให้งานนั้นเสร็จสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ เพิ่มรายละเอียดอื่น ๆ ใน Tasks template คลิก “Done” เพื่อบันทึกเทมเพลตงานที่กำหนดเองของคุณ...
Continue readingThe Future of Work: Smarter Work Management with Asana AI
‘Work Smarter with Asana AI’ เชิญคุณเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “The Future of Work: Smarter Work Management with Asana AI” ที่จะพาคุณก้าวสู่อนาคตของการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทีมและองค์กร พร้อมเจาะลึกแนวทางการนำ AI มาใช้ในการบริหารงานอย่างชาญฉลาดกว่าที่เคย! เข้าสู่ยุคที่ AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน องค์กรที่ปรับตัวได้เร็วกว่าจะก้าวนำและเติบโตอย่างแข็งเกร่งเหนือคู่แข่ง มาร่วมอัปเดตเทรนด์การทำงานล่าสุด พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่จาก Asana แพลตฟอร์มบริหารงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมคุณและเรียนรู้ Case Study จริงขององค์กรชั้นนำ ที่นำ Asana และ AI มาใช้พลิกโฉมในการบริหารงาน เพิ่มความคล่องตัว และสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน หากคุณต้องการพัฒนาระบบการทำงานของทีมให้มีประสิทธิภาพ ลดความยุ่งยากและก้าวนำหน้าเหนือคู่แข่งไปกับ AI-Powered Work Management งานสัมมนานี้ไม่ควรพลาด! กับงานสัมมนาออนไลน์ The Future of Work: Smarter Work Management with Asana AI วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568 I เวลา 10.00 – 11.30 น. I บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet *มีทั้งเซสชันภาษาไทยและภาษาอังกฤษ* ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ Highlights ที่คุณจะได้รับจากงานนี้: อัปเดตแนวโน้มและกลยุทธ์สำคัญในการนำ AI มาผสานกับเทรนด์การทำงานแห่งอนาคต เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง เปิดตัว Asana Product Roadmap และ Asana AI ที่จะช่วยยกระดับการบริหารงานให้เป็นเรื่องง่ายและชาญฉลาดยิ่งขึ้น แชร์ประสบการณ์จริงจากองค์กรชั้นนำที่นำ AI และ Asana มาใช้เพื่อพลิกโฉมการทำงานและขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ ชมการสาธิตการใช้งาน Asana และ...
Continue readingเปิดผลสำรวจ ROI ของ Generative AI ธุรกิจควรมี AI จริงหรือไม่?
องค์กรหลายแห่งในยุคนี้คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการลงทุนใน Generative AI สำหรับภาคธุรกิจ และหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ROI (Return On Investment) หรือความคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งในปัจจุบันพบว่ายังมีธุรกิจอีกมากมายที่ยังไม่มีการนำ Generative AI มาใช้พัฒนาและเพิ่มศักยภาพของธุรกิจอย่างจริงจัง ดังนั้นวันนี้เราจะมาเปิดผลลัพธ์ ROI ของ Generative AI ที่ได้มีการเก็บข้อมูลเมื่อปี 2024 เพื่อช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจนำ AI มาใช้งานกับธุรกิจได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น สรุปภาพรวม ROI ของ Generative AI จากผลสำรวจของ Google Cloud และ National Research Group กลุ่มตัวอย่าง: 2,500 ผู้นำองค์กรระดับอาวุโส ระดับธุรกิจ: Enterprise รายได้: $10,000,000 ขึ้นไป องค์กรได้นำ Generative AI มาปรับใช้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ 84% องค์กรเห็น ROI ในปีแรก 76% องค์กรใช้ Generative AI ในการผลิตและเห็นการเติบโตของรายได้รวมต่อปีเพิ่มขึ้น 6% หรือมากกว่า 86% ผลคาดการณ์ระยะเวลาในการได้รับ ROI โดยแบ่งตามประเภทการใช้งาน จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่าองค์กรส่วนใหญ่จำนวน 30-35% คาดการณ์ว่าจะได้รับ ROI จากการลงทุนใน Generative AI ภายใน 1 ปี ผลลัพธ์จากการใช้ Generative AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านต่าง ๆ Productivity Generative AI สามารถช่วยปรับปรุงและพัฒนากระบวนการทำงานของฝ่าย IT ได้สูงสุด Business Growth Generative AI ช่วยเพิ่มจำนวน Leads ต่อยอดไปสู่การพัฒนาธุรกิจ สินค้า และบริการต่าง ๆ ในองค์กร Business Growth Generative AI ช่วยเพิ่มจำนวน Leads...
Continue readingสรุป Customer Experience Trends ปี 2025 รับมืออย่างไรเมื่อนี่คือยุคของ AI?
ในปี ค.ศ. 2000 ยุค Analogue พฤติกรรมของลูกค้าได้เปลี่ยนจากการติดต่อที่ต้องเผชิญหน้าตัวต่อตัว เป็นการใช้ระบบโทรศัพท์ ช่วงปี ค.ศ. 2007 เราต้อนรับการมาถึงของยุค Digital มีหลายช่องทางให้ลูกค้าเลือกในการเข้าถึงแบรนด์ จนเกิดเป็นเทรนด์การทำ Omnichannel (การรวมทุกช่องทางที่ลูกค้าติดต่อเข้ามาทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ) ที่กลายเป็นมาตรฐานในการให้บริการลูกค้า ขณะนี้คือปี ค.ศ. 2025 เทคโนโลยี AI กำลังสร้างยุคใหม่ของการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังของลูกค้าในแบบที่รวดเร็วและลึกซึ้งกว่าเครื่องมืออื่นที่เคยมีมา ลูกค้าต้องการบริการที่รวดเร็ว เฉพาะเจาะจง และถูกต้องแม่นยำ นี่จึงกลายเป็นโจทย์ที่เราจำเป็นต้องคิดใหม่ว่า ‘การบริการที่ดี’ นั้นหมายถึงอะไร และจะส่งมอบมันอย่างไร? Customer Experience Trends Report 2025 นับเป็นระยะเวลากว่า 7 ปีแล้วที่ Zendesk ได้ทำการวิจัยเทรนด์ประสบการณ์ลูกค้า ซึ่งในรายงานของปีนี้ก็ได้ทำการสำรวจผ่านมุมมองของผู้บริโภคกว่า 5,000 ราย และมุมมองของฝั่งธุรกิจอีกกว่า 5,500 ราย จาก 22 ประเทศทั่วโลกรวมถึงในไทย สำหรับปี 2025 นี้สามารถสรุปเป็นเทรนด์สำคัญได้ทั้งหมด 5 เทรนด์ ดังต่อไปนี้ Trends 1: บริษัทต่าง ๆ กำลังเร่งนำ AI Copilot (ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI) และการบริการแบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับการโต้ตอบไปอีกขั้น 93% ของผู้นำเทรนด์ด้านประสบการณ์ลูกค้า (CX Trendsetters) เชื่อว่า ระบบ Copiloting เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการช่วยให้ทั้งลูกค้าและเจ้าหน้าที่คุ้นเคยกับ AI และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำ AI มาใช้ในส่วนอื่น ๆ ได้ราบรื่นมากขึ้น 90% ของผู้นำเทรนด์ด้านประสบการณ์ลูกค้า (CX Trendsetters) เชื่อว่า 80% ของปัญหาจะสามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์ ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า สถิติที่น่าสนใจก็คือหากเทียบการใช้งาน Shadow AI (การนำ AI ภายนอกที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากบริษัทมาใช้งาน) ของปีที่แล้วกับปีนี้นั้น พบว่าในปีนี้มีการใช้งาน Shadow AI เพิ่มขึ้นถึง 250%...
Continue readingGoogle AI Training: First Steps to Bring Gemini into Your Workflows
ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม มาร่วมปลดล็อคพลังแห่ง AI บน Google Workspace พร้อมอัป AI Skills กับ Demeter ICT ! พบกับคลาส Google AI เทรนนิ่งออนไลน์สุด Exclusive (มูลค่า 2,990 บาท) ที่เราขอมอบเป็นสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ใช้งานบัญชี Google Workspace กับ Demeter ICT เข้าร่วมฟรี! ภายในคลาสนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักรวมถึงเรียนรู้วิธีการใช้งาน Gemini ที่อยู่ในแอปพลิเคชันยอดนิยมของ Google Workspace อย่าง Gmail, Docs, Sheets, Meet, Slides, Chat รวมไปถึงเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล AI อย่าง NotebookLM และการสร้างสรรค์วิดีโอด้วย AI ใน Google Vids พร้อมเทคนิคการเขียน Prompt อย่างไรให้คุณสามารถสั่งงาน AI ได้อย่างมืออาชีพและได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ และที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการทำความเข้าใจและเรียนรู้วิธีการใช้งาน Google AI อย่างไรให้ปลอดภัยเพื่อการปกป้องข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สำคัญว่าปัจจุบันคุณกำลังใช้งาน Google Workspace แพ็กเกจใด เราจะช่วยให้คุณดึงศักภาพในการใช้งาน AI ออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คุณได้ค้นพบวิธีใช้ AI ลดเวลาในการทำงาน เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างชาญฉลาด และไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ใช้งาน Google AI อยู่แล้ว เรารับประกันว่าคุณจะได้รับเทคนิคดีๆไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้เลยทันทีหลังจากจบคลาสนี้แน่นอน! สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ในคลาส วิธีการใช้ Gemini เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจและมีคุณภาพ เรียนรู้การประยุกต์ใช้ Gemini ในแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Google Workspace เช่น Gmail, Docs, Sheets ,Slides , Meet และ Chat จาก Use case ตัวอย่างการใช้งานจริง รู้จัก...
Continue reading