ในปี 2025 ที่ผ่านมา กระแส AI ได้รับความสนใจอย่างมากจนอาจส่งผลให้เกิดการละเลย Human Skills และการทำงานร่วมกันไปบ้าง ดังนั้น ปี 2026 จึงเป็นปีแห่งการผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับวิธีการทำงานแบบดั้งเดิมอย่างชาญฉลาดเพื่อให้เกิดการนำไปใช้จริงได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์สูงสุด
โดยในบทความนี้ Demeter ICT ได้สรุปและรวบรวมแนวคิดเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญหลายแห่ง รวมถึงสื่อชั้นนำอย่าง Forbes เพื่อเป็นแนวทางให้คุณเตรียมพร้อมรับมือและทรานส์ฟอร์มระบบการทำงานแห่งปี 2026 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบคุณข้อมูลจาก Forbes
1. The Rise of "Agentic AI": เมื่อ AI ขยับฐานะจากผู้ช่วยสู่ "ผู้ดำเนินการ"
จาก Generative AI สู่ Agentic AI ปัญญาประดิษฐ์แห่งปี 2026 AI ที่คิดและลงมือทำเองได้ (ภายใต้คำสั่งและเงื่อนไขตามที่กำหนด)
Agentic AI จะพลิกโฉมการทำงานในปี 2026 ของคุณอย่างไรบ้าง?
1.1 From Copilot to Autopilot
AI จะไม่เพียงแค่ช่วยร่างอีเมล แต่สามารถ “จัดการ’” แทนคุณได้ครบจบใน Prompt เดียว เช่น คุณ Prompt ว่า “นัดประชุมทีมสัปดาห์หน้า” AI จะทำการเข้าไปตรวจสอบปฏิทินของทุกคน จองห้องประชุม ส่งวาระการประชุม และสรุปประเด็นล่วงหน้าให้อัตโนมัติโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
1.2 Digital Middle Management
ภาระงานประจำ/ซ้ำซาก (Routine) เช่น การอนุมัติลางานตามเงื่อนไขหรือการคัดกรองประวัติการรับสมัครงานเบื้องต้นจะถูกส่งต่อให้ AI ทำหน้าที่เป็น “ผู้จัดการดิจิทัล” ที่ช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลาการเฟ้นหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว
1.3 Invisible Tech
เทคโนโลยีในออฟฟิศจะ “ล่องหน” และไร้รอยต่อ (Seamless) เช่น ระบบห้องประชุมอัจฉริยะโดยไม่ต้องพึ่งพาสายเคเบิลหรือการตั้งค่าที่วุ่นวาย ทำให้คุณไม่รู้สึกว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องยากหรือไกลตัวอีกต่อไป เพราะหลังจากนี้ทุกสิ่งที่คุณใช้จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ แฝงในทุกการใช้งาน
โดยภายใน 2026 นี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ก็ได้เริ่มเปิดก้าวแรกของปีด้วยการปล่อยแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า ‘Workspace Studio’ ที่มีการนำเทคโนโลยี Agentic AI มาใช้เพื่อเปลี่ยนงาน Routineให้เป็นอัตโนมัติสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจให้ใช้ได้ฟรี และแน่นอนว่าคงมีอีกหลายบริษัทที่กำลังจะทยอยเปิดตัวอีกในเร็ว ๆ นี้
2. Human-Centric Skills: ยิ่ง AI ฉลาด "ความเป็นมนุษย์" ยิ่งล้ำค่า
เมื่อ AI รับหน้าที่งาน Technical Skills ไปแล้ว ทักษะที่หุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้จะกลายเป็น “หัวใจใหม่และสมบัติอันล้ำค่า” ของพนักงานที่องค์กรต้องการ
2.1 Soft Skills = Hard Skills
ทักษะที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้ คือ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ), การคิดวิเคราะห์เชิงลึก, ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการจูงใจคน ซึ่งทักษะเหล่านี้จะกลายเป็นสิ่งที่แทรกซึมอยู่ในทุกกระบวนการทำงานและการตัดสินใจ และท้ายที่สุดแล้วทักษะนี้เองก็จะเป็นตัวพิจารณา Performance เงินเดือน และตำแหน่งงานด้วยเช่นกัน
2.2 Empathy-Driven Leadership
การที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลอย่างรวดเร็วอาจทำให้หลายคนหลงลืมความสำคัญของการบริหารความรู้สึกของทีมไป ผู้นำที่สามารถเข้าใจพนักงานได้จะกลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคนี้
3. Modern Retention: รักษาพนักงานด้วย "เป้าหมาย" ส่วนตัวและส่วนรวม
รูปแบบการประเมินและการรักษาพนักงานจะเปลี่ยนจากเชิงรับ (Reactive) เป็นเชิงรุก (Proactive)
3.1 Real-time Feedback Over Annual Reviews
เปลี่ยนจากการประเมินผลปีละครั้งเป็นการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ Performance และจับสัญญาณความเหนื่อยล้า (Burnout) จากพฤติกรรมการทำงานเพื่อให้หัวหน้างานสามารถพูดคุยและแก้ปัญหาได้ทันที
3.2 Alignment of Purpose
จากผลการศึกษาของ McKinsey พบว่า 40% ของพนักงานพิจารณาที่จะลาออกโดยส่วนใหญ่เพราะ “ขาดเป้าหมายในการทำงาน” ดังนั้นเพื่อสนับสนุนและช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรของคุณตอบโจทย์ คุณสามารถพูดคุยและมอบหมายโปรเจกต์บางอย่างเพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าเขากำลังเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ไม่ใช่แค่เครื่องมือทำกำไรที่ไม่มีใครเห็นความสำคัญ
4. Hybrid Work as a Premium Privilege: ความยืดหยุ่นคือกลยุทธ์แย่งชิงผู้เชี่ยวชาญ
จากปี 2025 จะเห็นว่าหลายองค์กรมีการกลับมาใช้นโยบาย Return to Office (RTO) พร้อมกับ Hybrid Working มากขึ้น โดยอัตราการเข้าออฟฟิศสูงสุดถึง 4 วัน/สัปดาห์หรือคิดเป็น 34% ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์ด้านความยืดหยุ่นที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานรูปแบบ Hybrid Working มากนัก
ดังนั้นในปี 2026 องค์กรใดที่สามารถให้ความยืดหยุ่นแก่พนักงานได้สูงจะสามารถสร้างข้อได้เปรียบในการดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูงได้มากกว่า
4.1 Flexibility is the New Perk
การทำงานระยะไกลจะกลายเป็น “สิทธิพิเศษ” สำหรับผู้ที่มีศักยภาพสูง (High Talent) หรือสายงานเฉพาะทาง (ผู้เชี่ยวชาญ)
4.2 Space Redesign
เนื่องด้วยนโยบายการเข้าออฟฟิศที่เพิ่มมากขึ้นทำให้หลายองค์กรต้องหันมา Redesign ระบบการทำงานที่ออฟฟิศอย่างจริงจัง เช่น พื้นที่การทำงานร่วมกันที่จะเปลี่ยนจากโต๊ะทำงานส่วนตัวเป็น Co-working Space รวมถึงซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่ใช้ทำงานเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับพนักงานบางส่วนที่ work from home ได้อย่างไม่มีสะดุด
▶️ ทำความรู้จัก Google Workspace – แพลตฟอร์มสำหรับการทำงานแบบ Online Collaboration ที่องค์กรทั่วโลกนิยมใช้งาน
5. Skills-First Revolution: ความสามารถและผลงาน (Portfolio) สำคัญกว่าประวัติการศึกษา
ค่านิยมการจ้างงานในประเทศไทยจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนโดยให้ความสำคัญกับ “ทักษะและความสามารถ” มากกว่า “วุฒิการศึกษา” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขาดใบปริญญาอาจทำให้เสียเปรียบด้านรายได้ในช่วงเริ่มต้น อย่างไรก็ตามเมื่อคุณสั่งสมประสบการณ์จนก้าวขึ้นสู่ระดับผู้เชี่ยวชาญแล้ว ความสำคัญของใบปริญญาก็จะลดลงไปอย่างสิ้นเชิง
5.1 Real-world Assessment
องค์กรจะลดการคัดคนจากชื่อมหาวิทยาลัยเพราะสิ่งที่เรียนมาอาจใช้ไม่ได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยปัจจุบันบริษัทชั้นนำก็ได้เริ่มใช้ AI ในการสแกนและทดสอบทักษะ (Skills-based Testing) หน้างานจริงเพื่อคัดกรองคนที่พร้อมทำงานได้ตรงคุณสมบัติและรวดเร็วขึ้น
5.2 Soft Retirement
คุณจะเห็นการจ้างงานผู้เกษียณอายุที่มีประสบการณ์สูงกลับมาเป็นที่ปรึกษา หรือรับงานรูปแบบ Project-based เพื่อส่งต่อ “องค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์” ให้คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังเลียนแบบได้ยาก
บทสรุปสำหรับธุรกิจ
ปี 2026 ไม่ใช่เรื่องของการวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทันอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบที่ “มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว” โดยมีวัฒนธรรมองค์กรที่ยืดหยุ่นและให้คุณค่ากับทักษะ Soft skills เทียบเท่ากับ Hard skills
สุดท้ายนี้การรู้เท่าทันเทรนด์เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาปรับใช้ให้พนักงานใช้งานได้จริง หากองค์กรของคุณยังมีระบบที่ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และต้องการทำ Change Management เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างราบรื่น
Demeter ICT พร้อมเป็นคู่คิดช่วยคุณสำรวจระบบเดิม วางแผนกลยุทธ์ และเลือกโซลูชันที่ตอบโจทย์วัฒนธรรมองค์กรของคุณที่สุดเพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นเครื่องมือที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง ติดต่อได้ที่ Facebook: Demeter ICT
Writer
Rinrada Ounla
Senior Marketing Specialist สาย Tech ที่ชื่นชอบด้านการตลาด คอนเทนต์ และจัดอีเวนต์เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Google Workspace, Gemini, NotebookLM, และ AppSheet อยากถ่ายทอดสิ่งที่น่าสนใจและเทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจไทยมีเครื่องมือที่ฉลาด, ใช้ AI เป็น และคุ้มค่าที่สุด
Writer
Rinrada Ounla
Senior Marketing Specialist สาย Tech ที่ชื่นชอบด้านการตลาด คอนเทนต์ และจัดอีเวนต์เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Google Workspace, Gemini, NotebookLM, และ AppSheet อยากถ่ายทอดสิ่งที่น่าสนใจและเทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจไทยมีเครื่องมือที่ฉลาด, ใช้ AI เป็น และคุ้มค่าที่สุด
ระบบอีเมลองค์กรและชุดแอปพลิเคชันเพื่อการทำงานร่วมกัน ตอบโจทย์สำหรับทุกธุรกิจ
บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด - พันธมิตรระดับ Google Premier Partner
ตัวแทนจำหน่าย Google Workspace ในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิกอย่างเป็นทางการ