Asana for Google Workspace

คู่มือเชื่อม Asana เข้ากับ 7 เครื่องมือของ Google Workspace มีอะไรบ้าง?

คุณกำลังเสียเวลาการทำงานไปกับการสลับหน้าจอไปมาระหว่าง Asana และ Google Workspace อยู่หรือเปล่า? ในยุคที่การทำงานต้องอาศัยหลายเครื่องมือ การเชื่อมต่อทุกเครื่องมือและระบบให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ คือ กุญแจสำคัญของการทำงานให้มีประสิทธิภาพ Asana สามารถออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับเครื่องมือสุดฮิตของชาวออฟฟิศอย่าง Google Workspace ที่คุณใช้อยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Calendar, Google Drive, Google Docs และเครื่องมืออื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยเปลี่ยนการทำงานให้รวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะมาแชร์เทคนิคการเชื่อมต่อ 7 เครื่องมือ Google Workspace ที่จะเปลี่ยน Asana ให้กลายเป็นศูนย์กลางการทำงานของทั้งองค์กรจะมีอะไรได้บ้าง? ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. Google Drive Google Drive คืออะไร? Google Drive คือ เครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บ แชร์ และทำงานร่วมกันบนไฟล์และโฟลเดอร์ได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ของคุณก็ตาม ทำไมต้องใช้ Google Drive ร่วมกับ Asana? การเชื่อมต่อ Google Drive กับ Asana ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบไฟล์หลายเวอร์ชัน แต่ถ้าหากความคิดเห็น (Comments) ที่ค้างอยู่ในไฟล์ไม่ได้รับการตอบกลับ อาจทำให้พลาดข้อมูลสำคัญของโปรเจกต์ และต้องเสียเวลาสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน เมื่อใช้งาน Google Drive + Asana คุณจะสามารถ: ค้นหาและแนบไฟล์จาก Google Drive ไปยังงาน (Task) ใน Asana ได้อย่างง่ายดาย รับการแจ้งเตือนเมื่อมีคอมเมนต์ใหม่จาก Google Docs, Sheets หรือ Slides เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นสำคัญ ดูรายละเอียดไฟล์ได้โดยตรงใน Asana เช่น เจ้าของไฟล์ คอมเมนต์ที่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ และกิจกรรมล่าสุดของไฟล์ วิธีเชื่อมต่อ Google Drive...

Continue reading

ข่าวลือหรือเรื่องจริง? Gmail ฟรีจะถูกลดเหลือแค่ 5 GB  — ฟังคำตอบจาก Google

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวที่สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้ Gmail ฟรี (Personal Account) ไม่น้อย เมื่อมีกระแสว่าบัญชี Google ที่สร้างใหม่บางบัญชีได้รับพื้นที่จัดเก็บฟรีเพียง 5GB จากเดิมได้สุงสุดถึง 15GB ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า Google กำลังจะปรับลดพื้นที่จัดเก็บฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคนหรือไม่?  https://www.youtube.com/watch?v=FdCc4bfE_C4 Q: เกิดอะไรขึ้นกับการปรับลดพื้นที่เหลือ 5GB? A: Google ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพียงการทดลองในบางพื้นที่สำหรับบัญชี Google ที่สร้างใหม่เท่านั้น โดยผู้ใช้บางรายจะได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB (เดิม 15GB) มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชี ช่วยให้การกู้คืนบัญชีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการสร้างบัญชีปลอมหรือบัญชีสแปมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของบริการ Google ยังได้ปรับข้อความบนหน้า Google Support จากเดิมที่ระบุว่า “รับพื้นที่จัดเก็บฟรี 15GB” เป็น “รับพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 15GB” (Up to 15GB of storage) Q: แล้วจะได้พื้นที่ฟรี 15GB เหมือนเดิมได้อย่างไร? A: Google ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพียงการทดลองในบางพื้นที่สำหรับบัญชี Google ที่สร้างใหม่เท่านั้น โดยผู้ใช้บางรายจะได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB (เดิม 15GB) มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชี ช่วยให้การกู้คืนบัญชีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการสร้างบัญชีปลอมหรือบัญชีสแปมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของบริการ Google ยังได้ปรับข้อความบนหน้า Google Support จากเดิมที่ระบุว่า “รับพื้นที่จัดเก็บฟรี 15GB” เป็น “รับพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 15GB” (Up to 15GB of storage) Q: เกิดอะไรขึ้นกับการปรับลดพื้นที่เหลือ 5GB? A: หากคุณกำลังสร้างบัญชี Google ใหม่ และได้รับพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นเพียง 5GB ก็ไม่ต้องกังวล เพราะ Google ระบุว่าสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บฟรีเป็น 15GB ได้ เพียงยืนยันหมายเลขโทรศัพท์กับบัญชี Google ซึ่งการยืนยันหมายเลขโทรศัพท์จะช่วยยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยของบัญชี รวมถึงลดการสร้างบัญชีปลอมหรือการสร้างหลายบัญชีเพื่อรับพื้นที่จัดเก็บฟรี Q:...

Continue reading

ถอดรหัส Execution Gap ทำไมกลยุทธ์ที่ดีถึงล้มเหลวตอนลงมือทำจริง และทำไมองค์กรถึงต้องมี Work Operating System?

ในแต่ละปี หลายองค์กรทั่วโลกต่างลงทุนงบประมาณมหาศาลไปกับการทำ Digital Transformation, การนำ AI เข้ามาใช้ภายในองค์กร, การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience), การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ลื่นไหล หรือการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ทว่า..แม้จะมีการลงแรงและลงทุนอย่างจริงจัง แต่ผลสำรวจและสถิติจนถึงปัจจุบันกลับไปในทางเดียวกันว่า “หลายองค์กรไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้” ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ ความล้มเหลวเหล่านั้นเกิดจากอะไร? ซึ่งหากวิเคราะห์อย่างละเอียด ปัญหาส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดขึ้นจาก “ตัวกลยุทธ์” หรือวิสัยทัศน์ที่ขาดความชัดเจน แต่อยู่ที่ขั้นตอนของ “การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติจริง (Strategy Execution)” ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกลยุทธ์กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ หรือที่เรียกว่า “Execution Gap” นั่นเอง ถอดรหัส Execution Gap ช่องว่างที่มองไม่เห็น แต่มีต้นทุนที่ต้องจ่าย ผู้บริหารมักใช้เวลาไปกับการประชุมวางกลยุทธ์ จัดสรรงบประมาณ และกำหนดเป้าหมายทิศทางองค์กร แต่เมื่อแผนงานเหล่านั้นถูกส่งไม้ต่อให้กับคนหน้างานลงมือทำจริง แผนงานที่เคยชัดเจนกลับค่อย ๆ เลือนหายไปทีละนิด เมื่อไม่มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปรเจกต์ต่าง ๆ มักจะเจออุปสรรคและตกม้าตายจาก 3 สิ่งเหล่านี้: 1. ต่างคนต่างทำ (Silo Working) แต่ละแผนกตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานในขอบเขตของตัวเองเหมือนอยู่คนละที่ ขาดการประสานงานและการทำงานร่วมกัน ทั้งที่โปรเจกต์ส่วนใหญ่ของบริษัทต้องทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ทีมถึงจะสำเร็จ 2. ข้อมูลกระจัดกระจาย (Information Fragmentation) ตามงานกันคนละทิศละทาง คนหนึ่งคุยใน LINE, อีกคนส่ง Email, บางทีมเก็บข้อมูลใน Excel, บางทีมสรุปงานใน PowerPoint สุดท้ายต้องเสียเวลาเข้าประชุม เพียงเพื่อจะอัปเดตสถานะงานที่ไม่ชัดเจน 3. ผู้บริหารมองไม่เห็นภาพรวม (Lack of Visibility) เมื่อข้อมูลไม่ได้รวมอยู่ในที่เดียวกัน ผู้บริหารจึงต้องคอยตามจี้และถามคำถามเดิม ๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น ตอนนี้งานเดินหน้าถึงไหนแล้ว? ตอนนี้โปรเจกต์ติดที่ตรงไหน? โปรเจกต์ไหนที่กำลังเสี่ยงจะไม่เป็นไปตามแผน? หรือทีมยังทำงานได้ทันตามแผนอยู่ไหม? ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ ทุกคนทุ่มเททำงานอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ตรงกับเป้าหมายขององค์กรที่ตั้งไว้ เครื่องมือเต็มมือ แต่ทำไมผลลัพธ์ยังไม่ค่อยเป็นไปตามเป้าหมาย? ซึ่งพอหลาย ๆ องค์กรมีปัญหาเหล่านี้ ก็มักเข้าใจผิดว่าการที่ทำงานล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามแผน เป็นเพราะขาดเทคโนโลยี...

Continue reading
July 2026 - Asana features updated

Asana Features Updated ประจำเดือนกรกฎาคม 2026

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic AI Credit Awareness for Builders: ติดตามการใช้ AI Credit ได้ง่ายขึ้น เพื่อให้คุณใช้เครดิตที่มีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ดูยอดการใช้งาน AI Credit รับแจ้งเตือนเมื่อ AI Credit ใกล้หมด เช็กประวัติการทำงานของระบบอัตโนมัติ (Rules) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Allow inviting to teamless projects in Global Invite Dialog: เชิญเพื่อนร่วมงานเข้าโปรเจกต์ที่ไม่มีทีม (Teamless Project) ได้จากปุ่มเชิญหลักได้ทันที ช่วยให้คนที่ไม่ได้อยู่ในทีมก็กดส่งคำเชิญได้สะดวกขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Remove field name uniqueness constraint: สร้าง Custom Fields ส่วนกลาง ที่มีชื่อซ้ำกันได้ และค้นหาฟิลด์ที่ถูกต้องได้ง่ายยิ่งขึ้นในช่องค้นหา สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Microsoft SSO Admin Console Controls: แอดมินสามารถตั้งค่า Microsoft SSO (Single sign-on)ใน Admin Console เพื่อบังคับให้ทุกคนในองค์กรล็อกอินเข้าใช้งานด้วยบัญชี Microsoft ได้แล้ว ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Portfolio level inheritance default setting: กำหนดค่าเริ่มต้นให้โปรเจกต์ใหม่ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงตามพอร์ตโฟลิโอโดยอัตโนมัติ เว้นแต่แอดมินของโปรเจกต์จะเข้าไปปรับเปลี่ยนสิทธิ์เองในภายหลัง Adding verticalized “Manufacturing” project templates to the template gallery: เพิ่มโปรเจกต์เทมเพลตสำหรับ “สายงานการผลิต (Manufacturing)” ลงในคลังเทมเพลต ช่วยให้เลือกใช้และเริ่มต้นสร้างโปรเจกต์เฉพาะทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น...

Continue reading
how-ai-is-helping-me-have-better-meetings

ประชุมให้ได้งาน ไม่ใช่เสียเวลา! เทคนิคใช้ AI ที่คนทำงาน Google พิสูจน์แล้วเวิร์ค

เคยรู้สึกไหมว่า การประชุมบางครั้งแทบไม่ได้ใช้เวลาไปกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือหาทางออกร่วมกัน แต่กลับหมดเวลาไปกับการจดโน้ต จับประเด็น หรือคอยทบทวนว่าเมื่อสักครู่สรุปอะไรกันไปบ้าง พอประชุมจบก็ยังมีคำถามว่า “แล้วสุดท้ายตกลงว่ายังไงนะ?”… สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะระหว่างการประชุม เราต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งฟัง คิด วิเคราะห์ และจดบันทึกไปในเวลาเดียวกัน เมื่อสมาธิถูกแบ่งออกไปก็มีโอกาสพลาดประเด็นสำคัญ หรือไม่มีเวลาคิดต่อยอดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์คือการประชุมยืดเยื้อกว่าที่ควร และบางครั้งก็ต้องกลับมายืนยันข้อมูลกันอีกครั้งหลังประชุม บทความนี้ ผู้เขียนจะแบ่งปันแนวคิดและเทคนิคการจัดการการประชุม ของ Laura Mae Martin – Executive Productivity Advisor จาก Google ว่าเขานำ Gemini ใน Google Meet เข้ามาช่วยบริหารการประชุมอย่างไรให้เกิดคุณค่าสูงสุด 1. เตรียมการประชุมให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเริ่ม ก่อนหน้านี้แค่จะนัดประชุมก็เสียเวลาไปกับการหาวันที่ทุกคนว่าง ส่งอีเมลหลายรอบ กว่าจะตกลงเวลาได้ก็ผ่านไปครึ่งวัน ซึ่งตรงนี้ Gemini สามารถเข้ามาช่วยลดขั้นตอนเหล่านี้ได้ ใช้ฟีเจอร์ Help me schedule ใน Gmail เพื่อส่งตัวเลือกเวลาประชุมให้ผู้เข้าร่วม โดยระบบจะช่วยค้นหาช่วงเวลาที่ทุกคนสะดวกโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้นัดหมายไม่ต้องเสียเวลานั่งเช็กปฏิทินเอง | อ่านบทความ: Help me schedule จัดการตารางง่ายๆในคลิกเดียว                              ใช้ Gemini ช่วยสรุปบันทึกการประชุมครั้งก่อน และใช้ค้นหา Action Items/ Plans  ที่ยังดำเนินการไม่เสร็จ เพื่อรวบรวมประเด็นที่ควรหยิบมาพูดคุยต่อ | อ่านบทความ: How to: วิธีเปลี่ยนสรุปประชุมเป็น Action plan ใน 1 นาที        ใช้ Gem (เลือก Brainstromer) ใน Gemini...

Continue reading
Analyze data with Gemini in Sheets

Prompt ลับ Google Sheets X Gemini: วิเคราะห์ข้อมูลยอดขายแบบมืออาชีพ โดยไม่ต้องจำสูตร

สำหรับผู้บริหารหรือทีมบริหารงานขาย (Sales Operations) ปัญหาคลาสสิกที่มักพบเจอในทุกสิ้นเดือนหรือสิ้นไตรมาส คือการต้องจัดการกับข้อมูลยอดขายจำนวนมหาศาลใน Google Sheets โดยส่วนใหญ่มักใช้สูตร VLOOKUP, SUMIFS หรือ Pivot Table เป็นต้น ซึ่งหากสูตรผิดแค่ตัวเดียว อาจทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ดังนั้นการใช้ Gemini จึงสามารถเพิ่มความถูกต้องในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากได้ในเวลาที่รวดเร็ว โดย Gemini สามารถคิดสูตรและวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยตรงในหน้า Google Sheets เลย  บทความนี้จะพาคุณไปดู 5 Prompt สำหรับการสั่งงาน Gemini ใน Google Sheets ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงขั้นสูง ตัวอย่าง Gemini Prompt สั่งงานใน Google Sheets 1. สั่งให้เขียนสูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์ “ช่วยเขียนสูตร Google Sheets เพื่อ*คำนวณ*หาเปอร์เซ็นต์การเติบโตของยอดขาย โดยเปรียบเทียบระหว่างคอลัมน์ B (ยอดขายเดือนที่แล้ว) และคอลัมน์ C (ยอดขายเดือนนี้) ให้หน่อย” 2. ให้ช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูล “ช่วยสร้างสูตร IF หรือเขียนฟังก์ชันแยกประเภทลูกค้าในคอลัมน์ D โดยถ้ามียอดซื้อเกิน 50,000 บาท ให้ใส่สถานะเป็น VIP แต่ถ้าต่ำกว่านั้นให้ใส่สถานะเป็น Regular” 3. สรุป Insights เพื่อนำไปทำสไลด์พรีเซนต์ “ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายในตารางนี้ แล้วสรุปเป็น 3 หัวข้อหลักว่า สินค้าไหนขายดีที่สุด ในช่วงเวลาใด และมีแนวโน้มอย่างไรในไตรมาสหน้า” 4. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและแนวโน้มธุรกิจ “ช่วยสรุปข้อมูลยอดขายในแผ่นงานนี้ โดยระบุไตรมาสที่มีการเติบโตสูงสุด สินค้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก (Key Driver) และวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงในเดือนที่ยอดขายชะลอตัวลง” 5. การจัดกลุ่มลูกค้าตาม Tier “เขียนสูตรสร้างเงื่อนไขในคอลัมน์ใหม่ โดยวิเคราะห์จากคอลัมน์ E (ยอดซื้อสะสม): ถ้ายอดซื้อมากกว่า 500,000 บาท ให้ระบุเป็น ‘Tier 1 (Key...

Continue reading

Transforming Customer & Employee Services with AI กลยุทธ์การประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการให้บริการลูกค้าและพนักงาน สำหรับผู้บริหารองค์กร

ปิดลงทะเบียนแล้ว AI กำลังกลายเป็นวาระสำคัญของทุกองค์กร  แต่หลายโครงการกลับไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตามที่คาดหวัง แม้จะลงทุนทั้งด้านเทคโนโลยี งบประมาณ และทรัพยากรจำนวนมาก ความสำเร็จของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกโมเดลที่ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบบริการ (Service Design) การจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) กระบวนการทำงาน (Workflow) และการบูรณาการระบบให้ AI สามารถทำงานร่วมกับองค์กรได้จริง Webinar นี้จะนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับ Customer Service และ Employee Service ผ่านตัวอย่างการใช้งานจริง พร้อมแนวทางการวางแผน การเริ่มต้นโครงการ และข้อควรพิจารณาสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจาก AI อย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลเพิ่มเติม ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ช่องทางรับชม: บรรยายผ่าน Google Meet (ระบบจะจัดส่งลิงก์เข้าร่วมงานให้ทางอีเมล หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น) ระยะเวลาลงทะเบียน: ตั้งแต่วันนี้ – 3 สิงหาคม 2569   ระบบจะส่งลิงก์เข้าร่วมงานไปยังอีเมลเดียวกับที่ลงทะเบียนเท่านั้น (หากใช้อีเมลอื่น ระบบจะไม่สามารถอนุญาตให้เข้าร่วม Webinar ได้) ปิดลงทะเบียนแล้ว Days Hours Minutes Seconds...

Create Action plan with Gemini

How to: วิธีเปลี่ยนสรุปประชุมเป็น Action plan ใน 1 นาที

ไม่ว่าคุณจะจดสรุปประชุมเองหรือให้ Gemini ช่วยจัดการ ก็เปลี่ยนข้อมูลดิบเป็น Action plan ได้ง่าย ๆ แค่สั่งงานผ่าน Gemini ใน Google Docs ⛔ จบปัญหาข้อมูลตกหล่นหรือการแจกจ่ายงานไม่ชัดเจน✅ ให้ Gemini จัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพภายใน 1 นาที! How to: วิธีเปลี่ยนสรุปประชุมเป็น Action plan เปิดไฟล์ Google Docs ที่คุณต้องการทำ action plan เปิด Gemini side panel ที่แถบด้านขวา 3. ใส่ Prompt/คำสั่งนี้ “ช่วยอ่านสรุปการประชุมในเอกสารนี้ แล้วสร้างเป็นตาราง Action Plan โดยในตารางต้องประกอบด้วย: ชื่องาน (Task), ผู้รับผิดชอบ (Owner), และกำหนดส่ง (Deadline) ดึงข้อมูลจากเนื้อหาการประชุมมาใส่ให้ครบถ้วน“ *Note: คุณสามารถปรับเพิ่ม-ลดข้อมูลได้ตามต้องการ 4. เมื่อได้ Action plan แล้วกด Accept หรือ Retry เพื่อสร้างใหม่ นอกจากนี้คุณยังสามารถทำ Action plan ผ่านวิดีโอประชุมและ Transcription ได้ด้วย เพียงเข้าไปที่ไฟล์นั้นแล้วทำตามขั้นตอนด้านบนได้เลย หากคุณไม่มี Gemini side panel ให้คุณทำการอัปเกรดเป็นบัญชีธุรกิจ เริ่มต้น 137.5 บาท/เดือน เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ Gemini สำหรับการทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Gemini ช่วยเขียนอีเมล, Gemini ช่วยสรุปประชุม, และ Gemini ช่วยคิดสูตรคำนวณ เป็นต้น ดูแพ็กเกจทั้งหมด คลิกที่นี่ Demeter ICT ผู้เชี่ยวชาญด้านการทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยโซลูชันชั้นนำ พร้อมยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยคอร์สอบรมด้าน AI & Collaboration ที่ครบวงจร ดูรายละเอียดได้ที่...

Continue reading

ทำไมหลายองค์กรลงทุนกับ AI และ Customer Experience แล้ว แต่ธุรกิจยังไม่เติบโต?

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 DEMETER ICT และ Zendesk ได้ร่วมจัดงาน ‘Savor the Shift: Rethinking the Role of CX in Business Growth with Zendesk’ ณ The Great Room, Park Silom ภายในงาน เราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหาร ทีมบริการลูกค้า ทีมการตลาด และผู้รับผิดชอบงานด้าน Customer Experience จากหลากหลายอุตสาหกรรม สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ว่าหัวข้อหลักของงานจะเกี่ยวข้องกับ AI และ Customer Experience แต่สิ่งที่ผู้เข้าร่วมพูดถึงมากที่สุด กลับไม่ใช่ AI คำถามที่หลายองค์กรกำลังพยายามหาคำตอบคือ “ทำไมเราลงทุนกับ AI และ Customer Experience ไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ทางธุรกิจยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างที่คาดหวัง?” ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากลงทุนกับ AI Chatbot CRM Customer Service Platform Automation Omnichannel Engagement Customer Data Platform จากมุมมองด้านเทคโนโลยี หลายองค์กรมีเครื่องมือพร้อมแล้ว แต่ในความเป็นจริง ปัญหาเดิมยังคงเกิดขึ้น ลูกค้าต้องติดต่อหลายครั้ง ลูกค้าต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำ ปัญหาเดิมเกิดซ้ำอย่างต่อเนื่อง ทีมงานยังทำงานข้ามหลายระบบ ข้อมูลลูกค้ายังไม่เชื่อมโยงกัน นี่คือเหตุผลที่หลายองค์กรเริ่มค้นพบว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีน้อยเกินไป แต่อยู่ที่การนำข้อมูลและกระบวนการทำงานมาเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ลูกค้าต้องการความง่าย มากกว่าฟีเจอร์ใหม่ หนึ่งใน Insight ที่ชัดเจนที่สุดจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในงาน คือ ลูกค้าไม่ได้ต้องการฟีเจอร์เพิ่มขึ้นเสมอไป แต่ต้องการให้การติดต่อกับองค์กรง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ได้รับคำตอบเร็วขึ้น ไม่ต้องอธิบายปัญหาซ้ำ ไม่ต้องถูกส่งต่อหลายทีม ได้รับประสบการณ์ที่ต่อเนื่องในทุกช่องทาง หลายครั้ง Customer Experience ที่ดีไม่ได้เกิดจากการเพิ่มเทคโนโลยี แต่เกิดจากการลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน ข้อมูลลูกค้ายังแยกกันอยู่ในหลายองค์กร...

Continue reading