เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการศึกษา และยกระดับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมใหม่ของ AIT ภายใต้ชื่อ “AIT Speedboat Project” ซึ่งเป็นโมเดลการศึกษายุคใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั่วโลกสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านรูปแบบ Hybrid-Flexible (HyFlex) ที่ผสานการเรียนสดและการเรียนย้อนหลังเข้าด้วยกัน ภายใต้โครงการดังกล่าว มีการนำแพลตฟอร์ม Google Workspace for Education มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการเรียนการสอน ทั้งในด้านการบริหารชั้นเรียน การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการประยุกต์ใช้ Gemini AI เพื่อเสริมศักยภาพการเรียนรู้ของนักศึกษาและการสอนของอาจารย์ นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมต่อระบบเข้ากับ Video Conference ของ AIT เพื่อรองรับการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ได้อย่างครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาการศึกษาระดับนานาชาติ โดยผสานเทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทันสมัย เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคโลกไร้พรมแดน Demeter ICT ในฐานะพันธมิตรระดับ Google Premier Partner เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ด้วยทีมงานมากประสบการณ์ที่พร้อมพาองค์กรของคุณก้าวสู่การ Transformatoin อย่างเต็มรูปแบบ โดยการต่อยอดศักยภาพของแพลตฟอร์ม Google Workspace ให้ทำงานร่วมกับเครื่องมือในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้าง Workflow ที่ลื่นไหล ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในทุกมิติ อีกทั้งเรายังให้ความสำคัญกับ “คน” ในองค์กร ด้วยการเตรียมความพร้อมและเสริมทักษะให้บุคลากรสามารถใช้งานเครื่องมือได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเกิดขึ้นได้จริงและยั่งยืน เรียบเรียงใหม่โดย...
Asana Features Updated ประจำเดือนเมษายน 2026
...
Savor the Shift: Rethinking the Role of CX in Business Growth with Zendesk
Shift the CX. Drive the Revenue. เปลี่ยน “ต้นทุน” งานบริการให้เป็น “ผลกำไร” ผ่านวงสนทนาเจาะลึกความจริง และรสสัมผัสของไวน์สุดพรีเมียม ทุกคนต่างรู้ว่า CX ที่ดีจะสามารถสร้างผลกำไร และรายได้จากการ “กลับมาซื้อซ้ำ” (Customer retention) หลายองค์กรจึงมีการลงทุนใน Tools ระบบ CX และ AI มหาศาล แต่กลับพบว่าทีมงานยังต้องรับภาระหนัก ต้นทุนพุ่งสูง และเทคโนโลยีไม่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจตามที่คาดหวัง Demeter ICT และ Zendesk ขอเชิญคุณร่วมเป็น 1 ใน 30 ผู้บริหารที่จะมา “คิดใหม่” และร่วมหาคำตอบว่า “เพราะอะไร? ที่ผ่านมาทำอะไรผิด? และจากนี้ควรจะปรับอย่างไร?” มาร่วมหาทางแก้ ถอดบทเรียนความผิดพลาด และเปลี่ยนงานบริการให้เป็นกลไกสร้างกำไรผ่านประสบการณ์ตรงจากคนวงในที่หาฟังไม่ได้จากที่ไหน Event Highlights: The CX Reality Check: ทำไมลงทุน CX แล้วกำไรไม่เพิ่มตาม? ตีแผ่ต้นตอปัญหา พร้อมสำรวจ Benchmark และ Framework เพื่อเปลี่ยนงานบริการให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ The Turning Point: รับฟังประสบการณ์ตรงจากแขกรับเชิญพิเศษจากองค์กรชั้นนำในการแก้ปัญหา CX ตั้งแต่สิ่งที่เคยพลาด ไปจนถึงจุดเปลี่ยนในการเลือก Zendesk The CX Exchange: ร่วมวงสนทนากับผู้นำในแวดวง CX ตกผลึกแนวทางปฏิบัติ ตั้งแต่กลยุทธ์ที่เห็นผล การปรับใช้ AI จนถึงการสรุปแนวทางเพื่อให้งบประมาณกลายเป็นผลตอบแทนที่วัดผลได้ Wine & Wisdom Networking: ต่อยอดคอนเนกชันในบรรยากาศผ่อนคลาย พร้อมรับคำปรึกษาเชิงลึกจากทีมผู้เชี่ยวชาญ Demeter ICT อย่างเป็นกันเอง ร่วมถกปัญหาที่คุณเผชิญ ค้นพบทางลัดจากประสบการณ์จริงของเพื่อนร่วมวงการ และก้าวออกไปพร้อมทางออกที่จะเปลี่ยนทุกการลงทุนหลังจากนี้ของคุณให้คุ้มค่า ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน *งานอีเวนต์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เอกสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น (จำกัดเพียง 30 ที่นั่ง) Agenda...
Continue readingหัวใจธุรกิจยุคใหม่: ทำไมองค์กรไทยต้องยกระดับความปลอดภัยในยุค Cloud
ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนด้วยระบบ Cloud แพลตฟอร์มอย่าง Google Workspace ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักขององค์กรยุคใหม่ รองรับทั้งการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการเข้าถึงข้อมูลแบบข้ามทีม ข้ามประเทศ และข้ามเวลา เมื่อองค์กรขยายตัวความเสี่ยงด้านไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งผลต่อความสามารถทางธุรกิจ การสร้างความเชื่อใจ และรายได้ขององค์กร ดังนั้นสมการความเสี่ยงใหม่ คือ Cyber risk = Business risk SME คือเป้าหมายหลัก: มากกว่า 60% ของผู้ที่ถูกโจมตีคือองค์กรขนาดเล็กและกลาง* องค์กรใหญ่ถูกเจาะผ่านคู่ค้า: การโจมตีมักมาในรูปแบบ Supply Chain และการขโมยบัญชีผู้ใช้งาน (Credential-based attack) มูลค่าความเสียหายมหาศาล: ค่าเสียหายเฉลี่ยต่อเหตุการณ์สูงกว่า 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยความเสียหายทางอ้อม เช่น การเสียชื่อเสียง (Brand damage) และการสูญเสียลูกค้า มักรุนแรงกว่าความเสียหายทางตรง** หมายเหตุ*อ้างอิงจาก Verizon Data Breach Investigations Report (DBIR)**อ้างอิงจาก IBM Cost of a Data Breach Report ซึ่งช่องโหว่ที่แท้จริงคือ “วิธีการใช้งาน” ไม่ใช่ “ตัวระบบ” ตัวอย่างเช่น Identity control ไม่แข็งแรง สิทธิ์ Admin มากเกินความจำเป็น การแชร์ข้อมูลโดยไม่มีการควบคุม ผู้ใช้งานขาดความเข้าใจเรื่อง phishing ซึ่งเป็นวิธีโจมตีที่ได้ผลที่สุดในโลก 6 เสาหลักสู่การสร้างระบบความปลอดภัยยุคใหม่ 1. Identity คือด่านแรกของการป้องกัน การใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) สามารถป้องกันการโจมตีอัตโนมัติได้มากกว่า 99%, การตั้งค่า Role-based access control, Passkey หรือ strong authentication 2. Endpoint Security ในยุค Hybrid Work...
Continue readingเชื่อมต่อ Asana กับ Claude AI บริหารโปรเจกต์และสร้าง Task ง่ายยิ่งกว่าเดิม ได้แล้ววันนี้!
ข่าวดีสำหรับทีมที่ใช้ Claude AI และ Asana! ตอนนี้คุณไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา เพราะ Anthropic บริษัทผู้พัฒนา Claude AI ได้เปิดฟีเจอร์ใหม่ให้เราจัดการงานได้ครบจบในที่เดียวบน Claude ได้แล้วทั้ง: ดูภาพรวมงานใน Portfolio ได้ทันที ให้ Claude ช่วยคิดแล้วสร้างโปรเจกต์ตัวอย่างให้ดูได้เลย สร้าง Tasks ใหม่ส่งตรงเข้า Asana ได้ทันทีผ่านบทสนทนา การเชื่อมต่อนี้มีความหมายมากสำหรับทีมที่ใช้ Claude ในการคิดวิเคราะห์เรื่องงานอยู่แล้ว หมายความว่า.. คุณสามารถเปลี่ยนไอเดียใน Claude ให้เป็นงาน (Task) จริงบน Asana ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะระดมสมองออกแบบแผนแคมเปญการตลาด หรือวางโครงสร้างโปรเจกต์ใหม่ ก็สั่งให้สร้างเป็นเนื้องานที่มีโครงสร้างชัดเจนใน Asana ได้เลยโดยไม่ต้องสลับแอปไปมาให้เสียเวลา ข้อมูลทุกอย่างจะอัปเดตให้แบบเรียลไทม์ พร้อมให้ทีมลุยต่อได้ทันที มาดูวิธีเริ่มต้นการใช้งานกันเลย! (คุณอาจต้องติดต่อผู้ดูแลระบบ หรือ Admin เพื่อขอสิทธิ์การเข้าถึงก่อน) เริ่มจากคลิกเครื่องหมาย “+” คลิกปุ่ม Connector คลิกเลือก “+ Add Connector” ค้นหาคำว่า “Asana” แล้วคลิกเครื่องหมาย “+” เท่านี้ก็เรียบร้อย! ทีนี้คุณก็สามารถพูดคุยกับ Claude ได้ตามปกติเลย แต่ความเจ๋งที่เพิ่มมาคือคุณสามารถสั่งให้ Claude ช่วยจัดการงานใน Asana ให้คุณได้ด้วย ลองดูตัวอย่างคำสั่งด้านล่างนี้ได้เลย การเชื่อมต่อ Asana กับ Claude ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้นอย่างไร? เพราะผลสำรวจชี้ว่า.. ตอนนี้คนทำงานถึง 87% ใช้ AI ช่วยทำงานกันหมดแล้ว! โดยเฉพาะ Claude AI ซึ่งเป็น AI ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ เพราะเหมาะสำหรับสายทำงานโดยเฉพาะ ทั้งงานที่ต้องใช้การระดมความคิด ช่วยออกแบบกลยุทธ์ การวางแผนโปรเจกต์ รวมถึงการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ไอเดียดี ๆ จาก AI มักจะตกค้างอยู่ในแชท...
Continue readingเบื้องหลัง Carnival BKK บริหารงานและโปรเจกต์อย่างไร? ให้ไม่พลาดทุก Deadline ด้วย Asana
เมื่อ Sneaker Store อันดับ 1 ของไทยต้องบริหารงาน หลายสาขา หลายแบรนด์ หลายแคมเปญการตลาด และหลายโปรเจกต์ ไปพร้อม ๆ กัน Asana คือ เครื่องมือที่ Carnival BKK เลือกใช้เพื่อให้ทุกการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด พวกเขาทำได้อย่างไร? เราจะพาทุกท่านไปดูมุมมองจาก คุณภัณฑิรา หมื่นอาษา (Executive Assistant to CEO, Carnival BKK) กับเบื้องหลังที่ช่วยให้ทีมขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มจาก.. เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! ประวัติของ Carnival BKK Carnival BKK ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 จากร้านขายรองเท้า Converse เล็ก ๆ ในย่านสยาม แต่ในวันนี้ Carnival BKK เติบโตจนกลายเป็น Multi-brand Sneaker & Streetwear Hub อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่เป็น Authorized Dealer ของแบรนด์ระดับโลกมากมาย พร้อมด้วยทำเลหน้าร้านที่ไพรม์ของกรุงเทพฯ กว่า 5 สาขาทั้ง Siam Square, CentralWorld, Central Ladprao, Mega Bangna และ Central Pinklao พร้อมช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันที่รองรับผู้ใช้งานนับแสนจึงทำให้ Carnival BKK เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ความท้าทายและ Pain Point ของ Carnival BKK เมื่อธุรกิจมีการขยายตัว ส่งผลให้ความซับซ้อนในการทำงานและปริมาณงานที่มากขึ้นก็ตามมา ทีม Carnival BKK จึงต้องรับมือกับปริมาณงานที่ล้นมือ แถมกระจัดกระจายอยู่ในหลายทีม หลายสาขา และหลาย Platform ไปพร้อมกัน 1. ข้อมูลกระจัดกระจาย เวลาสั่งงาน ดูแผนงาน...
Continue readingเปลี่ยน Zendesk ให้เป็น Customer Data Hub ทางเลือกที่คุ้มค่าโดยไม่ต้องเริ่มจาก CDP เต็มรูปแบบ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “Customer Data” ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการตลาด การบริการ หรือการตัดสินใจในระดับกลยุทธ์ แต่สิ่งที่หลายองค์กรพบเจอเหมือนกันคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีข้อมูลแต่อยู่ที่ข้อมูลเหล่านั้นกระจัดกระจาย (Data Silos) จนนำมาใช้งานจริงไม่ได้ ลองจินตนาการถึงองค์กรที่ข้อมูลลูกค้าถูกแยกเก็บไว้คนละที่ ทีมการตลาดถือข้อมูลชุดหนึ่ง ฝ่ายขายมีอีกชุด ขณะที่ทีม Service เก็บประวัติไว้ใน Zendesk และพฤติกรรมการใช้งานแอปฯ ก็แยกไปอยู่อีกระบบ ผลลัพธ์คือ ไม่มีใครเห็นภาพลูกค้าที่สมบูรณ์ (Single View of Customer) ในมุมเดียวกันเลย ปัญหานี้ส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง ความยุ่งยากทางเทคนิคเป็นเพียงยอดเขาน้ำแข็ง แต่ผลกระทบที่แท้จริงคือความเสียหายทางธุรกิจ: ตัดสินใจช้า: เพราะต้องเสียเวลาไปกับการรอรวมข้อมูล Personalization ไม่ดีพอ: เข้าถึงลูกค้าได้ไม่ตรงจุด เพราะขาดข้อมูลพฤติกรรมที่ครบถ้วน การทำงานซ้ำซ้อน: แต่ละฝ่ายทำงานบนฐานข้อมูลที่ต่างกัน ทำให้เกิดความผิดพลาด เสียโอกาสสร้างรายได้: ลูกค้าหลุดมือเพราะเราไม่รู้ว่าเขากำลังต้องการอะไรในจังหวะที่เหมาะสม รายงานจาก McKinsey ระบุชัดเจนว่า องค์กรที่ทำ Personalization ได้ดี สามารถเพิ่มรายได้ได้ถึง 5–15% ทว่าในความเป็นจริง หลายองค์กรกลับยังขยับไปไม่ถึงเป้าหมายนั้น เพราะติดหล่มอยู่กับปัญหา ‘ข้อมูลไม่พร้อมใช้งาน’ ซึ่งกลายเป็นกำแพงสำคัญที่ปิดกั้นโอกาสในการเติบโต ทำไมไม่เริ่มที่ CDP (Customer Data Platform) ไปเลย? แม้ Customer Data Platform หรือ CDP จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เหมาะกับองค์กรโดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น ด้วยเหตุผลหลายประการ: งบประมาณสูง ค่าใช้จ่ายมักแตะระดับหลักล้านต่อปี ใช้เวลา Implementation ค่อนข้างนาน ต้องมีฐานข้อมูล (Data Foundation) ที่พร้อมพอสมควร แนวทางที่หลายองค์กรเริ่มใช้คือการสร้าง “Customer Data Hub” ที่เน้นการรวมข้อมูลสำคัญมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้งานก่อนจะขยับไปสู่ระบบที่ซับซ้อนขึ้น ทำไม Zendesk ถึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี? หลายคนมองว่า Zendesk เป็นแค่ระบบจัดการ Ticket (Ticketing System) หรือระบบสำหรับ Customer Service แต่หากเจาะลึกลงไปในโครงสร้าง จะพบว่า...
Continue readingทำไม Google Workspace จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรในยุควิกฤติ
เมื่อเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะตึงเครียด จากราคาน้ำมันพุ่งสูงอาจนำไปสู่การขึ้นราคาสินค้า ลดคุณภาพ และข้อจำกัดในการตัดสินใจที่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้บริโภคจนถึงผู้บริหารในภาคธุรกิจ CEO ต้องพาองค์กรเติบโตภายใต้ข้อจำกัดที่รัดตัว CFO ต้องควบคุมต้นทุนเข้มงวดโดยไม่ทำลายศักยภาพการแข่งขัน COO ต้องบริหารจัดการให้ “งานเดินต่อได้” ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเปลี่ยนแปลงเพียงใด อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มาจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ถูก “ขยาย” ให้รุนแรงขึ้นด้วยระบบการทำงานภายในองค์กรเอง เช่น ระบบ IT ที่ยุ่งเหยิง การสื่อสารที่แยกส่วน และวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่รองรับความผันผวน “นี่ไม่ใช่เรื่องของ IT แต่คือเรื่องของผู้นำ” จะรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างไร จะตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน จะควบคุมต้นทุนอย่างไรในภาวะกดดัน ในช่วงปกติสิ่งเหล่านี้อาจไม่ชัด แต่ในช่วงวิกฤติมันคือ “ตัวชี้ชะตาองค์กร” ดังนั้นท่ามกลางข้อจำกัดนี้ Google Workspace จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือจัดการเอกสารอีกต่อไป แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นเพื่อให้ธุรกิจประคองตัวและไปต่อได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ทำไม Google Workspace จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรในยุคนี้ 1. กำจัด “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ภาระหนักที่องค์กรละเลย เมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น หลายองค์กรเลือกมองไปที่ต้นทุนโลจิสติกส์ การจัดซื้อ หรือแรงงาน แต่กลับลืมมอง “ต้นทุนแฝง” ที่อยู่ในระบบ IT ที่ติดตั้งภายในองค์กร (on-premises) ซึ่งเป็นภาระต้นทุนในระยะยาว เช่น ค่าไฟฟ้าสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ค่าระบบระบายความร้อน ค่าเสื่อมราคาและการเปลี่ยนอุปกรณ์ ค่าแรงดูแลระบบและความเสี่ยงจากระบบล่ม (Downtime) จากรายงานของ International Energy Agency (IEA) ระบุว่าความผันผวนของราคาพลังงานจะเป็น “โครงสร้างถาวร” ของเศรษฐกิจโลกในตอนนี้ องค์กรที่พึ่งพาระบบที่ใช้พลังงานสูงจึงเผชิญความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ Google Workspace ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการ “ลงทุนดูแลเอง” ไปสู่การใช้บริการ Cloud ระดับโลกที่ผ่านการ Optimized มาอย่างสูงสุด ช่วยลด TCO (Total Cost of Ownership) ได้มากถึง 30 – 40% 2. เมื่อ “ความเร็วในการตัดสินใจ” คือสกุลเงินใหม่ของธุรกิจ ในโลกที่ผันผวนการตัดสินใจช้าอาจไม่ทันการเมื่อสถานการณ์หน้างานเปลี่ยนไปทุกนาที ซึ่งอาจเกิดจากข้อมูลกระจัดกระจายและการสื่อสารหลายขั้นตอน...
Continue reading3 AI Tools ที่ Marketing ต้องลอง!
สวัสดีค่ะ รินเป็น Senior Marketing Specialist จาก Demeter ICT นะคะ ในการทำงานปกติแล้วรินใช้ Google Workspace ทุกวัน ซึ่งก็จะมีการใช้ AI ด้วย วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ AI Tools ที่รินมีการใช้งานจริงแล้วรู้สึกว่า “เวิร์ก!” สำหรับสาย Marketing ค่ะ 1. Gemini: Help me write จริงๆ ฟีเจอร์นี้มีทั้งในอีเมลและใน Google Docs เลยค่ะ แต่ตัวที่รินรู้สึกว่าสะดวกมาก คือ Help me write ที่อยู่ใน Google Docs เพราะเหมือนยก Gemini มาไว้ที่หน้า Google Docs เลยค่ะ ใช้งานได้ง่ายๆ ที่ Side Panel ไม่ต้องคอยสลับแท็บไปหน้า Gemini เหมือนเดิมแล้ว และในเรื่องของความสามารถเทียบเท่ากับ Gemini บนหน้าเว็บไหม? รินคิดว่าความสามารถจะยังไม่เก่งเท่าโมเดลใหญ่ในหน้าเว็บหลักค่ะ แต่ก็สามารถทำได้ใกล้เคียงเลย เช่น เวลารินเขียนบทความก็สามารถใช้ Gemini ช่วยออกความเห็นในหน้านั้นได้ มีตรงไหนที่ควรปรับ และมีคำแนะนำอย่างไร Gemini ใน Google Docs ก็สามารถทำได้ดีเลยค่ะ 2. Gemini Gems Gems เป็นฟีเจอร์ที่ใช้แบ่งความถนัดเป็นด้านๆ ค่ะ เช่น Gem 1: ถนัดด้านการทำ SEO และ Gem 2: ถนัดด้านเขียนสคริปต์ เป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้อยู่ใน Gemini และสามารถใช้ใน Side Panel ได้ด้วยค่ะ สำหรับสาย Marketing รินชอบใช้ Gems เพื่อช่วยทำ SEO...
Continue reading