เมื่อ AI สำหรับนักการตลาดในปี 2026 ทำได้มากกว่าที่คุณคิด ด้วยพลังของ AGENTIC AI Webinar นี้จะพาคุณไปอัปเดต เทรนด์ AI สำหรับนักการตลาดปี 2026พร้อมเจาะลึกแนวคิดของ Agentic AI – AI ยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ช่วยคิด ช่วยออกแบบแคมเปญ หรือช่วยตอบข้อความแต่สามารถ เข้าใจลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และขับเคลื่อน Action ทางการตลาดได้อัตโนมัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและรายได้ที่ วัดผลได้จริง คุณจะได้เรียนรู้ว่า… AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของนักการตลาดและโอกาสในการสร้างรายได้ในปี 2026 อย่างไร? Agentic AI มีความต่างจาก AI แบบเดิมอย่างไร? และสำคัญกับนักการตลาดอย่างไร? โอกาสที่จะเปลี่ยน Conversational Marketing จากแค่ “แชทกับลูกค้า” ให้กลายเป็น Revenue ได้อย่างไร? หากคุณเป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ เพิ่มยอดขายจากช่องทางแชท สร้าง ROI ที่วัดผลได้และเตรียมพร้อมสู่การตลาดปี 2026 Webinar นี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้เลย! ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน *เข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย* ข้อมูลเพิ่มเติม งานสัมมนาออนไลน์ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet (ลิงก์จะส่งให้หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Days Hours Minutes Seconds...
Asana Features Updated ประจำเดือนมีนาคม 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic 1 click section & subtask expansion and collapse: ขยายหรือย่อทุก Section, กลุ่ม และ Subtask ในโปรเจกต์ได้ในคลิกเดียว Collapsible board columns: สามารถย่อหรือขยายคอลัมน์ในมุมมองแบบ Board ของโปรเจกต์และ My Tasks ได้ โดยระบบจะจำค่าที่ตั้งไว้ให้โดยอัตโนมัติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Dropped and Completed status options: สามารถใช้สถานะ “Dropped” สำหรับโปรเจกต์ และใช้สถานะ “Dropped” และ “Completed” สำหรับ Portfolio ได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Column dropdown for filter, group, and sort: เข้าถึง การกรอง (Filter), การจัดกลุ่ม (Group) และการเรียงลำดับ (Sort) ได้จากเมนูบนคอลัมน์ในมุมมองแบบ Grid Revamped trash experience: ลบและกู้คืนโปรเจกต์ รวมถึง Task และข้อความต่าง ๆ ได้จากหน้าถังขยะรวมศูนย์ในแถบเมนูด้านข้าง วิธีค้นหาและรายการที่ถูกลบ: คลิกที่แถบค้นหาด้านบนของหน้าต่าง Asana ในเมนูที่แสดงขึ้นมา ให้มองหาในส่วน Saved searches เลือก Deleted เพื่อเปิดหน้ารวมรายการที่ถูกลบ รายการที่ถูกลบทั้งหมด เช่น Task, ข้อความ และโปรเจกต์ จะถูกเก็บไว้ที่นี่เป็นเวลา 30 วัน หลังจากนั้น หรือหากมีการลบถาวร จะไม่สามารถกู้คืนได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Optimized...
Continue readingสรุปครบ! My Drive กับ Shared drives แตกต่างกันอย่างไร? องค์กรควรใช้แบบไหนดี?
...
คู่มือสำหรับผู้บริหาร ขยายฐานบริการและปกป้องรายได้อย่างยั่งยืนด้วย AI-Powered QA จาก Zendesk
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience – CX) ไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายซัพพอร์ตอีกต่อไป แต่มันคือ “กลยุทธ์เพื่อการเติบโต” ที่ชี้ขาดชะตากรรมขององค์กร งานวิจัยจาก PwC ระบุว่า 73% ของลูกค้า ยืนยันว่าประสบการณ์การบริการมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ Gartner คาดการณ์ว่ากว่า 80% ขององค์กร จะหันมาแข่งขันกันด้วย CX มากกว่าการสู้กันด้วยตัวสินค้าหรือราคา อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรลงทุนมหาศาลในการวางระบบ Zendesk การทำ Omnichannel และการนำ Automation มาใช้ แต่กลับละเลยการสร้างระบบ “การบริหารคุณภาพบริการ (Quality Assurance – QA)” ที่เป็นมาตรฐานระดับองค์กร ผลลัพธ์ที่ตามมาคืออะไร? ประสบการณ์ลูกค้าที่ไม่สม่ำเสมอ: ทำลายความเชื่อมั่นในแบรนด์ ความเสี่ยงด้าน Compliance ที่มองไม่เห็น: โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเคร่งครัด รายได้รั่วไหล: จากการสูญเสียลูกค้า (Churn) ที่ป้องกันได้ ต้นทุนการบริการที่พุ่งสูงขึ้น: จากการทำงานซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาด สำหรับผู้บริหารระดับสูง คำถามจึงไม่ใช่แค่ “เราต้องทำ QA หรือไม่?” แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ “เราจะขยายระบบ AI-Powered QA ใน Zendesk อย่างไร เพื่อปกป้องรายได้และขับเคลื่อนความเป็นเลิศในการดำเนินงานให้ยั่งยืน?” ทำไมผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับ QA ใน Zendesk? Quality Assurance (QA) ใน Zendesk ไม่ใช่แค่การตรวจทานงานของพนักงาน แต่คือ “โครงสร้างการประเมินบทสนทนา” อย่างเป็นระบบ เพื่อรับประกันองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ: Accuracy of Resolution: ความถูกต้องแม่นยำของคำตอบ (ลดการติดต่อซ้ำ) Compliance Adherence: การปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมาย (ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย) Professional Communication: ความเป็นมืออาชีพในการสื่อสาร (รักษาภาพลักษณ์องค์กร) Brand Alignment: การส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงตาม DNA ของแบรนด์...
Continue readingวิธีบันทึกประชุม (Record meeting) และดูวิดีโอย้อนหลังใน Google Meet
ในยุคการทำงานแบบ Hybrid การเก็บบันทึกข้อมูลการประชุมถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้การส่งต่องานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนมติที่ประชุมหรือการแชร์ข้อมูลให้กับผู้ที่ติดภารกิจจนไม่สามารถเข้าร่วมได้ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังมีความสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการบันทึกวิดีโอ (Record Meeting) บน Google Meet รวมถึงระบบการจัดเก็บไฟล์ว่าถูกส่งไปที่ใดและใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าถึง บทความนี้จะช่วยสรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการบันทึกวิดีโอประชุม (Record meeting) เพื่อให้การทำงานในองค์กรของคุณไหลลื่นและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างง่าย วิธีการบันทึกประชุม (Record meeting) ใน Google Meet เปิด Google Meet และเข้าร่วมประชุม ไปที่ จุด 3 จุด หรือ More options 3. กด Manage recording (หากไม่มี จะต้องทำการอัปเกรดเป็น Google Workspace Standard ขึ้นไป) วิดีโอที่บันทึกจะถูกจัดเก็บไว้ที่ใด หากคุณต้องการดูวิดีโอการประชุมย้อนหลัง เมื่อจบการประชุม Google Meet จะทำการประมวลผล ซึ่งอาจใช้เวลาประมาน 5 นาที – หลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยาวของวิดีโอ โดยวิดีโอการประชุมจะถูกจัดเก็บไว้ใน 3 ที่ ดังนี้ 1. Google Drive ไฟล์วิดีโอจะถูกบันทึกไว้ใน Google Drive ของ “คนที่กดเริ่มบันทึก” หรือ “ผู้สร้างห้องประชุม (Organizer)” วิธีการค้นหาไฟล์วิดีโอจากการบันทึกการประชุม ไปที่ Google Drive ค้นหาโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า “Meet Recordings” ค้นหาไฟล์วิดีโอโดยพิมพ์ชื่อห้องประชุม_วันที่_เวลา หรือหากคนที่เริ่มกดบันทึกคือคนละคนกับผู้สร้างห้องประชุม วิดีโอจะถูกจัดเก็บไว้ที่ Drive ของผู้สร้าง แต่ผู้ที่กดบันทึกจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์นั้นได้อย่างอัตโนมัติ 2. อีเมล (Email Notification) หลังจากการประมวลผลวิดีโอเสร็จสิ้น Google Meet จะส่งวิดีโอไปยังอีเมลของ เจ้าของห้องประชุม (Organizer) และ คนที่กดบันทึก 3. Google Calendar หากการประชุมนั้นมีการนัดหมายผ่านปฏิทิน...
Continue readingวิธีสร้างอีเมลบริษัทโดเมนตัวเองด้วย ต้องทำอย่างไร? ง่ายๆ ด้วย Google Workspace
วันนี้ Demeter ICT ได้รวบรวมวิธีการสร้างอีเมลบริษัทที่มีโดเมนเนมตัวเอง รับประกันว่าง่ายที่สุด มีวิธีดังนี้ 1. เยี่ยมชมเว็บไซต์ Google Workspace โดยตรงหรือมองหา Partner ของ Google Workspace อย่าง Demeter ICT ที่ให้บริการมามากกว่า 10 ปี ซึ่งหากซื้อผ่านทาง Partner แล้วเนี่ย จะมีบริการเสริมให้ฟรี เช่น บริการหลังการขายตลอดการใช้งาน อัปเดตบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Google Workspace งานสัมมนาอัปเดตเรื่องสำคัญและฟีเจอร์เจ๋ง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย *บริการด้านบนอ้างอิงจากบริการของ Demeter ICT ซึ่ง Partner แต่ละที่จะให้บริการแตกต่างกันไป 2. ดูแพ็กเกจ (Package) ที่คุณสนใจ แต่ละแพ็กเกจจะมีฟังก์ชันและราคาที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและจำนวนผู้ใช้งาน โดย Google Workspace จะมีให้บริการทั้งหมด 4 แพ็กเกจ คือ แพ็กเกจ (Package) เหมาะสำหรับ? Business Starter เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการพื้นที่ใน Google Drive เยอะและจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนไม่มากกว่า 100 คน Business Standard เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟังก์ชันเพิ่มเติมจาก Business starter โดยจะมีพื้นที่มากกว่าและรับรองผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 150 คน พร้อมได้รับ Shared drive พื้นที่เก็บข้อมูลส่วนกลางของบริษัทอีกด้วย ซึ่งแพ็กเกจนี้เป็นแพ็กเกจที่แนะนำและบริษัทนิยมใช้อย่างมาก Business Plus นอกจากฟังก์ชันที่ได้มากกว่า Business standard แล้ว ยังได้ Google Vault ที่สามารถเพิ่มเกราะความปลอดภัยของข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น Enterprise เหมาะสำหรับองค์กรใหญ่หรือองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยในการเก็บข้อมูลขั้นสูง เพราะแพ็กเกจนี้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา และยังได้ AppSheet ไปใช้งานฟรี ๆ ได้อีกด้วย ดูรายละเอียด เปรียบเทียบแพ็กเกจและราคาเพิ่มเติม ได้ที่...
Continue readingเลิกเดา แล้วใช้ Data: ทำไมผู้บริหารทุกคนควรเข้าไปดู Google Workspace Dashboard ด้วยตัวเอง
ในยุคที่การทำงานแบบ Hybrid และการทำงานร่วมกันผ่าน Cloud ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ Google Workspace จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือพิมพ์งานหรือส่งอีเมลเท่านั้น แต่เปรียบเสมือน “ระบบนิเวศการทำงาน” (Work Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการทำงานของคนในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อ Google Workspace กลายเป็นหัวใจหลักขององค์กรที่เชื่อมโยงการทำงานของคนในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน แน่นอนว่าการปล่อยให้ Admin Console อยู่ภายใต้การดูแลของแผนก IT เพียงลำพังอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เสี่ยงต่อความเสียหายในอนาคต นั่นคืออาจทำให้องค์กรเสียโอกาสในการมองเห็นภาพรวมของการใช้งานที่แท้จริง เนื่องจากใน Google Workspace Dashboard นี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลขทางเทคนิคเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่ยังเป็นกระดานแสดงขุมทรัพย์ข้อมูลที่ผู้บริหารสามารถใช้ตัดสินใจได้ว่าองค์กรจะเดินไปในทิศทางใด 3 เหตุผลหลัก “ทำไมผู้บริหารต้องหมั่นเข้าดู Google Workspace Dashboard ใน Admin Console ด้วยตนเอง?” 1. เพราะ Dashboard คือเครื่องวัดชีพจรความอยู่รอดองค์กร รายงานใน Admin Console แท้จริงแล้วไม่ได้บอกแค่ตัวเลขเท่านั้น แต่มันสามารถบอกถึงพฤติกรรมของคนในองค์กรได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมได้ว่า จำนวน License ที่องค์กรจ่ายอยู่ สอดคล้องกับการใช้งานจริงแค่ไหน? ในขณะที่องค์กรขนาดกลางจำนวนมาก พบว่ามี License ที่ไม่ได้ใช้งานหรือใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ 10–20% มีบัญชีพนักงานเก่าใดบ้างที่ยังไม่ถูกยกเลิก บางแผนอาจถูกอัปเกรดโดยไม่มีการพิจารณา Storage ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุมาจากไม่มีการควบคุม โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่า “กำไรขององค์กรกำลังรั่วไหลอยู่หรือไม่?” นอกจากนี้วิธีการดูข้อมูลจาก Google Workspace Dashboard จะช่วยให้ผู้บริหารปรับจูนวัฒนธรรมการทำงานได้แม่นยำ โดยมีตัวเลขที่แน่ชัดไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจให้พัฒนาองค์กรต่อไปได้ 2. การบริหารความเสี่ยงบน Google Workspace Dashboard คือหน้าที่ของผู้นำ เรื่องความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) อาจไม่ใช่งานของ IT เพียงลำพัง ซึ่งใน Google Workapce Dashboard นี้ ผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมความเสี่ยง เช่น มีการแชร์เอกสารลับออกสู่ภายนอกมากน้อยแค่ไหน ตรวจสอบสถานะนโยบาย Data Loss Prevention หรือมีกิจกรรมที่ผิดปกติที่อาจนำไปสู่ข้อมูลรั่วไหลหรือไม่ การรับรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองจะช่วยให้ตัดสินใจวางนโยบายป้องกันและอุดรอยรั่วได้ทันท่วงที...
Continue readingดาวน์โหลดฟรี! CX Trends 2026 Report: เคล็ดลับสู่ CX ที่เหนือกว่าในยุค AI
ในวันที่ Customer Experience (CX) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันทางธุรกิจ องค์กรที่เข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่า ย่อมสร้างความได้เปรียบได้มากกว่า ขอเชิญคุณร่วมสำรวจ 5 เทรนด์ CX สำคัญแห่งปี 2026 ผ่านรายงาน ‘CX Trends 2026′ รายงานที่รวบรวมเทรนด์ กลยุทธ์ และ Insight ด้าน Customer Experience จากการสำรวจผู้บริโภคและผู้นำธุรกิจกว่า 22 ประเทศทั่วโลก รู้ก่อน เห็นก่อนว่าองค์กรชั้นนำกำลังยกระดับ CX อย่างไร ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ควบคุมต้นทุน และใช้ AI เป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในปีนี้ สิ่งที่คุณจะได้รับจาก E-Book 📍เทรนด์ CX สำคัญในปี 2026 ที่ AI เข้ามามีบทบาทมากกว่าที่เคย 📍Insight และสถิติจากผู้บริโภคและผู้นำองค์กรทั่วโลก 📍กรณีศึกษาจริงของแบรนด์ไทยและต่างประเทศที่ใช้ Zendesk พลิกโฉมประสบการณ์ลูกค้า 📍แนวคิดและแนวทางนำไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทีมและลดต้นทุนอย่างชาญฉลาด ✨CX Trends 2026 Report: เคล็ดลับสู่ CX ที่เหนือกว่าในยุค AI 📘ภายใน Report เป็นภาษาไทย ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้เลยที่นี่ >> https://forms.gle/qpWiWvSKdTYa8c2cA...
Zendesk ยืนหนึ่งในไทย! คว้าอันดับ 1 ด้าน Customer Support จาก Thailand’s MarTech Report 2026
วงการ MarTech ในไทยปี 2026 ก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ใช่แค่ตัวช่วย แต่เป็น “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ที่ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเต็มตัว จากรายงานฉบับล่าสุด Thailand’s MarTech Report 2026 โดย Content Shifu และ Hummingbirds Consulting พบว่าเครื่องมือที่ครองใจองค์กรไทยมากที่สุดในหมวด Customer Support ยังคงเป็น Zendesk ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจนี้รวบรวมข้อมูลจากนักการตลาดและผู้บริหารกว่า 530 ท่าน โดยระบุว่าหมวดหมู่ Social & Relationships ซึ่งครอบคลุมโซลูชันด้านการดูแลลูกค้า เป็นหนึ่งในหมวดที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2025 ต่อเนื่องมาถึงปี 2026 และในกลุ่มนี้เอง Zendesk ก็ได้รับคะแนนความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ 1 Zendesk ตอบโจทย์เทรนด์ Martech ปี 2026 อย่างไร? ในปี 2026 การแข่งขันทางธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ใครมี AI มากกว่ากัน แต่อยู่ที่ใครสามารถเปลี่ยน AI ให้เป็น ระบบนิเวศที่ทํางานได้ด้วยตัวเองหรือ Hyper-autonomous ecosystem ได้จริง ภายในรายงานได้อ้างอิงหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในปี 2026 ในรูปแบบกลยุทธ์ 3A ได้แก่ Automatic AI, Agentic AI และ Actionable AI ซึ่ง Zendesk รองรับทั้งสามปัจจัยนี้อย่างครบถ้วน Automatic AI: ปลดล็อกภาระงาน Routine องค์กรสามารถใช้ Zendesk ช่วยจัดการงานซ้ำซ้อน (Routine) ช่วยให้ทีม Support มีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ซับซ้อนและสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าได้มากขึ้น Agentic AI: เปลี่ยนจากการรอรับคำสั่ง สู่การตั้งเป้าหมายและทำงานแทนมนุษย์ AI Agents ของ Zendesk เป็น Agentic AI...
Continue readingธุรกิจใช้ AI ตัวไหนดี? เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Claude และ Gemini AI
ท่ามกลางเครื่องมือ AI มากมาย ธุรกิจจะใช้ตัวไหนดี? ปี 2026 แน่นอนว่าหลายธุรกิจเริ่มมีการนำ AI มาใช้กันบ้างและใช้อยู่หลายตัวเลย แล้วตัวไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุด ทั้งด้านการใช้งานและความปลอดภัย? ในบทความนี้ Demeter ICT จะพาทุกคนมาสำรวจความแตกต่างระหว่าง Claude AI ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้และ Gemini AI จาก Google ที่ครองใจใครหลายคน ซึ่งหลังจากที่เราได้ทดลองใช้งาน นี่คือความแตกต่างที่พบเจอ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Claude และ Gemini AI จุดเด่น Claude: เน้นการเชื่อมต่อ API กับ 3rd Party และการควบคุมความปลอดภัย Gemini: เน้นข้อมูล Real Time และ Ecosystem แบบ All in One ที่ปลอดภัยสูง ลักษณะการค้นหาข้อมูล Claude: เน้นการค้นหาแบบเจาะลึก (ขึ้นอยู่กับโมเดลที่ใช้) Gemini: เน้นการค้นหาแบบกว้างและรวดเร็ว (ขึ้นอยู่กับโมเดลที่ใช้ซึ่งสามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้เช่นกัน) ความแม่นยำและแหล่งอ้างอิง Claude: แม่นยำสูง แสดงแหล่งที่มาของข้อมูลในคำตอบทันที Gemini: แม่นยำสูง แต่จะไม่แสดงแหล่งอ้างอิงทันที หากต้องการจะต้องใส่ Prompt หรือแนบไฟล์อ้างอิงหรือสามารกดปุ่ม Double-Check Response เพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ ความเหมาะสมในการใช้งาน Claude: เหมาะกับการเขียนโค้ด งานที่ต้องใช้ทักษะสูง Gemini: เหมาะกับงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย ฟังก์ชันที่น่าสนใจ Claude: Take a screenshot, Projects, Artifacts (เทมเพลตสำเร็จรูป) Gemini: สามารถปักหมุดแชตได้, สร้างรูป, สร้างวิดีโอสั้น, แต่งเพลง Model Claude Gemini ความสามารถ Haiku Fast ค้นหาข้อมูลทั่วไป เน้นความรวดเร็ว Sonnet Thinking...
Continue reading