ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวลาผู้บริหารต้องตัดสินใจเลือกระบบอีเมลหรือเครื่องมือทำงาน คำถามแรกที่มักถูกหยิบขึ้นมาคือ “คิดค่าใช้จ่ายต่อผู้ใช้เท่าไหร่?” คำถามนี้ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะในโลกธุรกิจปี 2026 ต้องเป็นคำถามที่ลึกกว่านี้มาก คือ “องค์กรสามารถตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน และลงมือทำได้เร็วเพียงใด” และนี่คือจุดที่ Google Workspace และ Gemini แตกต่างจากระบบอีเมลทั่วไป ทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงขององค์กร งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่าพนักงานสายความรู้ใช้เวลากว่า 20–25% ของเวลาทำงานไปกับการค้นหาข้อมูลหรือยืนยันบริบท ส่งผลให้ “การตัดสินใจมีความล่าช้า” อันมีสาเหตุมาจาก ข้อมูลกระจัดกระจาย บริบทสำคัญซ่อนอยู่ในกล่องอีเมลของแต่ละคน การตัดสินใจเดิมถูกนำมาคุยซ้ำ องค์กรพึ่งพา “คนสำคัญบางคน” มากเกินไป ซึ่งสำหรับผู้บริหารแล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเวลา แต่มันคือ “ต้นทุนเชิงกลยุทธ์ที่ต้องเสียไป” อีเมลราคาถูก ประหยัดงบ อาจเพิ่มภาระการบริหารอย่างไม่รู้ตัว เช่น พนักงานใหม่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจงาน ความรู้หายไปเมื่อคนลาออก ผู้บริหารต้องคอยตามเรื่องตลอดเวลา รายงานและสรุปยังต้องพึ่งแรงคน ความเสี่ยงด้านข้อมูลและ compliance ที่มองไม่เห็น ต้นทุนภาระเหล่านี้ ไม่เคยปรากฏในใบเสนอราคา แต่จะส่งผลโดยตรงต่อ “คุณภาพการตัดสินใจ ความซับซ้อนในการบริหาร และความเร็วในการ execute” เพราะยิ่งระบบถูก องค์กรยิ่งต้องใช้ “คน” มาชดเชยความสามารถของระบบ การนำ AI เข้ามาใช้จะเปลี่ยนมุมมองในการบริหาร Gemini AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยเขียนอีเมลหรือผู้ช่วยสรุปประชุมเท่านั้น แต่ทำให้ความรู้ที่องค์กรมีอยู่แล้วถูกเรียกใช้งานได้จริงเป็นครั้งแรก เพราะการที่ Gemini สามารถเข้ามาอยู่ใน Workflow การทำงานร่วมกับ Google Workspace ไม่ว่าจะเป็น อีเมล เอกสาร สเปรดชีต ประชุม และไฟล์ที่แชร์ร่วมกัน จะช่วยให้ Gemini สามารถเข้าใจ “งาน” ไม่ใช่แค่เข้าใจ “เนื้อหา” เพียงอย่างเดียวนั่นเอง Google Workspace + Gemini AI เหมาะอย่างยิ่งกับองค์กรที่ กำลังเติบโตหรือเปลี่ยนผ่าน ทำงานข้ามทีม ข้ามประเทศ ใช้ความรู้และการตัดสินใจเป็นหัวใจ มอง AI เป็นความสามารถเชิงกลยุทธ์ ฉะนั้นการเลือกใช้เครื่องมือที่ใช่ ไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแต่รวมไปถึงความสำเร็จในการบริหารด้วย เช่น...
Continue readingAgentic AI คืออะไร? จะมาแทนที่คนไหม?
Agentic AI คืออะไร? จากยุค Generative AI สู่ Agentic AI แบบเต็มตัว Agentic AI คือ เครื่องมืออัจฉริยะตัวใหม่ที่ไม่ใช่แค่ช่วยสร้างสรรค์หรือคิดไอเดียเท่านั้น แต่สามารถตัดสินใจและทำตามคำสั่งได้หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็น Agent (ผู้ช่วย/เลขา) ที่สามารถช่วยคุณจัดการงานต่าง ๆ ได้แบบอัตโนมัตินั่นเอง เพื่อให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้เปรียบเทียบความแตกต่าง ดังนี้ Generative AI = สมอง → คิด ตัวอย่าง Prompt คำสั่ง → ช่วยสรุปเนื้อหาจากไฟล์บันทึกการประชุมนี้ให้หน่อย Agentic AI = สมอง + มือ → คิดและลงมือทำ ตัวอย่าง Prompt คำสั่ง → จากบันทึกการประชุม ช่วยสร้าง Task ให้คนที่เกี่ยวข้องทุกคน แล้วส่งนัดหมาย Follow-up ใน Google Calendar ให้ด้วย https://www.youtube.com/watch?v=Xy0r5fKwlVo&t=3s และข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Google Workspace! เมื่อไม่นานมานี้ Google ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า “Workspace Studio” ซึ่งก็ได้นำเทคโนโลยี Agentic AI นี้มาให้ทุกคนได้ปรับใช้ เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกและไร้รอยต่อมากขึ้น โดยคุณสามารถกำหนด Action ต่าง ๆ ในแอปให้ทำงานอัตโนมัติได้แบบ All in One ไม่ต้องพึ่ง 3rd Party เลย ตัวอย่างการทำงานของ Workspace Studio เช่น เมื่อได้รับอีเมลใหม่ → คัดแยกชื่อผู้ส่ง → ติด Label อัตโนมัติ หรือ เมื่อได้รับอีเมลใหม่ → วิเคราะห์ข้อมูลในอีเมลเพื่อจัดลำดับความสำคัญ → ติด...
Continue readingฟังก์ชันใหม่ ! ‘Deep Research’ ใน NotebookLM ค้นคว้าได้ลึกกว่า ฉลาดกว่า ประหยัดเวลากว่า
หากคุณเคยใช้ Gemini ก็อาจคุ้นหน้าคุ้นตากับฟังก์ชัน Deep Research อยู่บ้าง ซึ่งปัจจุบันฟังก์ชันนี้ได้ถูกยกมาไว้ใน NotebookLM เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คืออะไร ? ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คือ ผู้ช่วยค้นหาแหล่งข้อมูล (Source) บนอินเทอร์เน็ตแบบเจาะลึก โดยจะทำการค้นหาข้อมูลทั้งหมดจากฐานข้อมูลของ Google และแสดงผลให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ข้อมูลนั้นเป็นแหล่งข้อมูลในการวิเคราะห์ต่อไปหรือไม่ ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คืออะไร ? การใช้ Deep Research จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการค้นหาแหล่งข้อมูลได้อย่างมาก เพราะหากคุณใช้วิธีการวางลิงก์แบบเดิม คุณจะต้องหาแหล่งข้อมูลเองโดยการอ่านทีละเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้คุณใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะได้แหล่งข้อมูลที่ต้องการ ในทางกลับกันการใช้ Deep Research นั้นคุณสามารถค้นหาแหล่งข้อมูลผ่านหน้า NotebookLM ได้โดยตรง ซึ่งคุณสามารถเห็นแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ภายในการค้นหาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เรียกว่าทำน้อยแต่ได้มาก ! วิธีการใช้ Deep Research ใน NotebookLM เปิด NotebookLM ไปที่หน้าต่างด้านซ้ายจะเห็นกล่องข้อความเล็ก ๆ ปรากฏดังรูป เลือก Web เลือก Deep Research จากนั้น NotebookLM จะทำการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งอาจใช้เวลานานประมาณ 1-3 นาที ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและจำนวนข้อมูลที่มี เมื่อการค้นหาเสร็จสิ้น คุณสามารถคลิกเลือกแหล่งข้อมูลที่ต้องการแล้วใช้งานตามปกติได้เลย (สามารถเลือกได้หลายอัน) นอกจากนี้เรายังมีทริคการใช้งานมากมายที่จะช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น คลิกดูบทความด้านล่างนี้ได้เลย !...
โครงสร้าง Organizational Unit (OU) พัง องค์กรเสี่ยง! ใช้ Google Workspace ให้ปลอดภัยต้องมีรากฐาน OU ที่ดี
สำหรับหลายองค์กร Google Workspace คือระบบหลักที่ใช้สื่อสาร ประสานงาน และเก็บข้อมูลสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้บริหารจำนวนมากไม่รู้คือ: ความปลอดภัย การกำกับดูแล และความเป็นระเบียบของทั้งองค์กร ขึ้นอยู่กับ “โครงสร้าง Organizational Unit (OU)” ที่คุณออกแบบตั้งแต่วันแรก โดยกว่า 80% ขององค์กรที่ Demeter ICT เข้าไปตรวจสอบพบว่าโครงสร้าง OU มีปัญหา เช่น ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบใหญ่ต่อแผนกต่าง ๆ ในองค์กร การกำหนด OU ที่แข็งแกร่งจึงสำคัญและเป็นรากฐานของการทำงาน รวมถึงการใช้งาน Google Workspace ด้วย เพราะหากองค์กรของคุณมีการกำหนด OU ที่ครอบคลุมและเป็นมาตรฐานจะช่วยให้ Google Workspace สามารถตอบโจทย์การทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายองค์กรและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Organizational Unit (OU) คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? Organizational Unit (OU) คือกลุ่มหรือหน่วยงานย่อยภายในองค์กร เช่น แผนก สาขา หรือทีม โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดระเบียบผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ และทรัพยากรต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทำให้การจัดการ การรักษาความปลอดภัย และการกำหนดนโยบายทำได้ง่ายขึ้น โดยผู้ดูแลระบบสามารถมอบหมายการควบคุมหรือกำหนดกฎเฉพาะกลุ่มนั้นได้ด้วย Organizational Unit (OU) ที่ดีส่งผลต่อองค์กรและการใช้งาน Google Workspace อย่างไร? ความปลอดภัย: ควบคุมว่าใครใช้เครื่องไหน จากที่ไหน และภายใต้เงื่อนไขใด สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล: ใครควรเห็นอะไร ใครไม่ควรเห็นอะไร Email & Compliance: บางแผนกมีความเสี่ยงสูง บางแผนกต้องเก็บข้อมูลตามกฎหมาย Onboarding/Offboarding Workflow (Lifecycle): การรับพนักงานใหม่ – จัดการพนักงานลาออกอย่างเป็นระบบ การใช้ License ให้คุ้มค่า: ไม่เสียเงินให้สิทธิ์ที่ไม่จำเป็น Data Loss Prevention (DLP): ทุกการใช้งานมีความปลอดภัยและตรวจสอบได้ การกระจายสิทธิ์ Admin:...
Continue readingQ&A Session
คุณสามารถเลือกอ่านรายการคำถามได้ด้านล่างนี้ ถ้าต้องเริ่ม Transform องค์กรด้วย Gemini เพียงแค่หนึ่งอย่างที่เห็นผลชัดที่สุด (Quick Win) แนะนำให้เริ่มจาก Use Case ไหนใน Google Workspace ทางเลือกที่เห็นผลเร็วที่สุดคือการใช้ Gemini ใน Google Sheets เพื่อทำ Data Classification & Cleaning เพราะ Gemini สามารถช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลให้เสร็จได้ในไม่กี่วินาที เพียงแค่นี้คุณก็จะเห็นความแตกต่างของประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานเดิมเลยครับ Google Workspace กับของค่ายอื่น แตกต่างกันอย่างไร มีส่วนที่เหนือกว่าอย่างไร หากเปรียบเทียบ Google Workspace กับคู่แข่งหลักอย่าง Microsoft 365 หรือ Zoho ความแตกต่างที่สำคัญและส่วนที่ Google Workspace ทำได้ดีกว่ามีดังนี้ ความลื่นไหลในการทำงานร่วมกัน (Real-time Collaboration): Google ถูกออกแบบมาให้เป็น “Cloud-native” ตั้งแต่แรก ทำให้การพิมพ์งานพร้อมกันหลายคนใน Docs หรือ Sheets ทำได้เสถียรและรวดเร็วกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาไฟล์ล็อคหรือต้องรอ Sync เหมือนซอฟต์แวร์ที่ดัดแปลงมาจากโปรแกรม Desktop ความง่ายในการใช้งาน (User Experience): อินเทอร์เฟซสะอาดตาและไม่ซับซ้อน พนักงานแทบไม่ต้องเรียนรู้ใหม่เพราะคุ้นเคยกับ Gmail และ Google Drive ส่วนตัวอยู่แล้ว ระบบค้นหาอัจฉริยะ (Smart Search): พลังของ Google Search ถูกนำมาใช้ใน Drive และ Gmail ทำให้การหาไฟล์งานทำได้รวดเร็วมาก แม้จะจำชื่อไฟล์ไม่ได้แต่จำเนื้อหาบางส่วนได้ ระบบก็สามารถค้นหาเจอได้อย่างแม่นยำ การทำงานบนเบราว์เซอร์ 100%: ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องคอมพิวเตอร์ ช่วยลดภาระของฝ่าย IT ในการดูแลรักษาและอัปเดตซอฟต์แวร์ และยังทำงานได้เสถียรแม้ในเครื่องที่สเปกไม่สูง Workspace Studio เปิดใช้งานอย่างไรสำหรับคนที่ใช้ Google Workspace...
Continue readingRiding the New S-curve 2026: From AI Potential to Real Business Success
คลื่นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อ AI ไม่ใช่ “ตัวแทน” แต่คือ “แรงส่ง” ให้ธุรกิจสร้างมูลค่าได้อย่างแท้จริง มาร่วมยกระดับธุรกิจจากจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จระดับท็อปด้วยการผสานพลัง AI และศักยภาพของมนุษย์ (Human Skills) เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้เพียงแค่ ปรับวิธีคิด พลิกวิธีทำงาน และใช้เครื่องมือ AI ให้ถูกจังหวะ โดยไฮไลต์สำคัญที่พลาดไม่ได้ในงานนี้ คือการเจาะลึกทักษะการสื่อสารกับ AI ผ่าน “Prompt Engineering” ซึ่งเราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาแก่องค์กรชั้นนำมากมายมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้คุณสามารถเขียน Prompt เป็นจนได้ผลลัพธ์ที่ตรงโจทย์ในครั้งเดียว อีกทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในทุกกระบวนการทำงาน Demeter ICT ขอเรียนเชิญผู้ประกอบการ ผู้บริหาร และผู้ที่พร้อมจะเปลี่ยน AI จาก “เทรนด์” ให้กลายเป็น “ความสำเร็จ” มาร่วมค้นหาคำตอบและสร้างมูลค่าใหม่ให้ธุรกิจได้ที่งานนี้ วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 I ที่ Siam Patumwan House I เวลา 13.30 – 17.00 น. วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026ที่ Siam Patumwan Houseเวลา 13.30 – 17.00 น. เข้าร่วมฟรี ที่นั่งจำนวนจำกัด ขณะนี้ปิดลงทะเบียนแล้ว ผู้ที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานจะได้รับอีเมลยืนยันจาก Demeter ICT Highlights สิ่งที่คุณจะได้รับจากงานสัมมนานี้ เห็นภาพเทรนด์การทำงานปี 2026 ที่ธุรกิจต้องรับมือจริง แนวทางการบริหารคนควบคู่กับ AI ให้ทำงานง่ายขึ้น ไม่เพิ่มภาระ รู้วิธีการเขียน Prompt Gemini AI อย่างถูกวิธี ปรับใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม แนวทางทรานส์ฟอร์มพนักงานให้ใช้ AI เป็น และสร้างมูลค่าทางธุรกิจ เพิ่มผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วยการใช้เครื่องมือเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แนวทางการปรับตัวที่ทุกธุรกิจต้องรู้ เพราะ AI...
Continue readingWorkplace Trends 2026: ยุคแห่งการใช้ AI ให้คุ้มค่าและการกลับมาของ Human-Centric Skills
ในปี 2025 ที่ผ่านมา กระแส AI ได้รับความสนใจอย่างมากจนอาจส่งผลให้เกิดการละเลย Human Skills และการทำงานร่วมกันไปบ้าง ดังนั้น ปี 2026 จึงเป็นปีแห่งการผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับวิธีการทำงานแบบดั้งเดิมอย่างชาญฉลาดเพื่อให้เกิดการนำไปใช้จริงได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์สูงสุด โดยในบทความนี้ Demeter ICT ได้สรุปและรวบรวมแนวคิดเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญหลายแห่ง รวมถึงสื่อชั้นนำอย่าง Forbes เพื่อเป็นแนวทางให้คุณเตรียมพร้อมรับมือและทรานส์ฟอร์มระบบการทำงานแห่งปี 2026 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณข้อมูลจาก Forbes 1. The Rise of “Agentic AI”: เมื่อ AI ขยับฐานะจากผู้ช่วยสู่ “ผู้ดำเนินการ” จาก Generative AI สู่ Agentic AI ปัญญาประดิษฐ์แห่งปี 2026 AI ที่คิดและลงมือทำเองได้ (ภายใต้คำสั่งและเงื่อนไขตามที่กำหนด) Agentic AI จะพลิกโฉมการทำงานในปี 2026 ของคุณอย่างไรบ้าง? 1.1 From Copilot to Autopilot AI จะไม่เพียงแค่ช่วยร่างอีเมล แต่สามารถ “จัดการ’” แทนคุณได้ครบจบใน Prompt เดียว เช่น คุณ Prompt ว่า “นัดประชุมทีมสัปดาห์หน้า” AI จะทำการเข้าไปตรวจสอบปฏิทินของทุกคน จองห้องประชุม ส่งวาระการประชุม และสรุปประเด็นล่วงหน้าให้อัตโนมัติโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม 1.2 Digital Middle Management ภาระงานประจำ/ซ้ำซาก (Routine) เช่น การอนุมัติลางานตามเงื่อนไขหรือการคัดกรองประวัติการรับสมัครงานเบื้องต้นจะถูกส่งต่อให้ AI ทำหน้าที่เป็น “ผู้จัดการดิจิทัล” ที่ช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลาการเฟ้นหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว 1.3 Invisible Tech เทคโนโลยีในออฟฟิศจะ “ล่องหน” และไร้รอยต่อ (Seamless) เช่น ระบบห้องประชุมอัจฉริยะโดยไม่ต้องพึ่งพาสายเคเบิลหรือการตั้งค่าที่วุ่นวาย ทำให้คุณไม่รู้สึกว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องยากหรือไกลตัวอีกต่อไป เพราะหลังจากนี้ทุกสิ่งที่คุณใช้จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ แฝงในทุกการใช้งาน...
Continue readingHow to: ขั้นตอนและวิธีจัดการบัญชี Google Workspace เมื่อพนักงานลาออก
เมื่อองค์กรมีพนักงานลาออก สิ่งที่ต้องทำทันทีและสำคัญที่สุดคือการจัดการบัญชี Google Workspace เพราะการจัดการบัญชีผิดวิธีอาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหล การเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือปัญหาด้านกฎหมายได้ และเพื่อปกป้องข้อมูลขององค์กร คุณสามารถจัดการบัญชีได้ตามวิธีด้านล่างนี้ How to: ขั้นตอนและวิธีจัดการบัญชี Google Workspace เมื่อพนักงานลาออก 1. ปิดการเข้าถึงบัญชีทันที 1.1 ระงับการเข้าถึงบัญชี (Suspend) Demeter ICT แนะนำให้คุณกดระงับบัญชีในขั้นตอนแรกเพื่อให้ข้อมูลเดิมยังคงอยู่และสามารถจัดการได้ในลำดับถัดไป (ไม่ควรลบบัญชีทันทีเพราะข้อมูลจะหายถาวร) การระงับบัญชีดีอย่างไร? พนักงานที่ลาออกจะไม่สามารถล็อกอินเข้าใช้บัญชีเดิมได้ ข้อมูลเดิมใน Google Drive จะยังอยู่ครบถ้วน สามารถประมวลผลและใช้ข้อมูลเดิมได้ตามปกติ 1.2 ปิด Session และอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อ Sign out ออกจากทุกอุปกรณ์ ยกเลิก OAuth token ของแอปต่าง ๆ ระงับการเข้าถึงและล้างข้อมูลองค์กรออกจากอุปกรณ์ส่วนตัว (BYOD) (คลิกดูรายละเอียดคอร์สอบรม Admin เพื่อการจัดการและตั้งค่านโยบายต่าง ๆ ขององค์กรอย่างละเอียด) 2. โอนย้ายข้อมูลบน Google Drive ในบัญชีพนักงานนั้นมีข้อมูลสำคัญมากมาย เช่น หนังสือสัญญา ไฟล์สินค้า ข้อมูลลูกค้า และอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหาย คุณสามารถดำเนินการได้ ดังนี้ โอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเอกสาร (Ownership Transfer) ให้กับหัวหน้าทีมหรือ Shared Drive สร้างระบบจัดเก็บข้อมูลตามระยะเวลาที่กำหนดโดยใช้ Google Vault กำหนดนโยบายการเก็บรักษาและการระงับการใช้ข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมาย PDPA (ดูคอร์สอบรม PDPA ได้ที่นี่) 3. จัดการอีเมล ตั้งค่า Inbox ให้ส่งต่ออีเมลขาเข้าไปยังหัวหน้าหรือผู้รับผิดชอบคนใหม่ ตั้ง Auto-Reply เพื่อแจ้งผู้ติดต่อให้ทราบว่าอีเมลนี้ไม่มีคนใช้งานแล้ว มอบหมายสิทธิ์การเข้าถึงกล่องอีเมลไปยังหัวหน้าหรือผู้เกี่ยวข้อง 4. ตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ เพื่อป้องกันการเข้าถึงจากแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต องค์กรควรถอนการติดตั้งแอป 3rd Party ที่เคยเชื่อมต่อในบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว โดยส่วนใหญ่ผู้ใช้ Google Workspace มักเชื่อมต่อกับแอปดังต่อไปนี้ ระบบ...
Continue readingHow to: วิธีทำสไลด์ใน 5 นาที ! ด้วย 2 เทคนิคง่าย ๆ จาก Gemini และ Canvas
หากคุณอยากยกระดับ Slides งานนำเสนอของคุณให้ดูมืออาชีพและสวยงามมากยิ่งขึ้น การใช้ Gemini เรียกว่าเป็นทางลัด (Shortcut) ที่จะช่วยให้คุณสร้างสรรค์สไลด์งานนำเสนอได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจัดวาง เนื้อหา และรูปภาพ Gemini สามารถช่วยคุณได้ทันที How to: วิธีการสร้างสไลด์ด้วย Gemini และ Canvas 1. สร้างสไลด์ด้วย Gemini บน Google Slides เปิด Google Slides คลิก Ask Gemini ที่มุมบนขวา 3. พิมพ์ Prompt และ @ แนบไฟล์ที่ต้องการใช้อ้างอิงในการสร้างสไลด์ (ถ้ามี)4. คลิก Generate ชมสาธิตวิธีการสร้างสไลด์ด้วย Gemini บน Google Slides ได้ที่นี่ 2. สร้างสไลด์ด้วย Canvas ใน Gemini เปิด Gemini (https://gemini.google.com/app) เลือกโมเดล Fast หรือ Thinking (แนะนำเลือกโมเดล Thinking เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม) เลือก Canvas 4. พิมพ์ Prompt และ @ แนบไฟล์ที่ต้องการใช้อ้างอิงในการสร้างสไลด์ (ถ้ามี)5. กด Enter6. คลิก Export to Slides เลือกใช้วิธีไหนดีเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ? ใช้ Gemini บน Google Slides → หากต้องการกำหนดหัวข้อในแต่ละสไลด์ (สร้างทีละ 1 สไลด์) ใช้ Canvas → หากต้องการสร้างสไลด์ทั้งหมดในครั้งเดียว ซึ่ง Gemini จะมีการใส่ข้อมูล และตกแต่งสไลด์ให้เบื้องต้น นอกจากการสร้างสรรค์สไลด์แล้ว Gemini...
Continue reading