...
วิธีบันทึกประชุม (Record meeting) และดูวิดีโอย้อนหลังใน Google Meet
ในยุคการทำงานแบบ Hybrid การเก็บบันทึกข้อมูลการประชุมถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้การส่งต่องานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนมติที่ประชุมหรือการแชร์ข้อมูลให้กับผู้ที่ติดภารกิจจนไม่สามารถเข้าร่วมได้ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังมีความสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการบันทึกวิดีโอ (Record Meeting) บน Google Meet รวมถึงระบบการจัดเก็บไฟล์ว่าถูกส่งไปที่ใดและใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าถึง บทความนี้จะช่วยสรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับการบันทึกวิดีโอประชุม (Record meeting) เพื่อให้การทำงานในองค์กรของคุณไหลลื่นและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างง่าย วิธีการบันทึกประชุม (Record meeting) ใน Google Meet เปิด Google Meet และเข้าร่วมประชุม ไปที่ จุด 3 จุด หรือ More options 3. กด Manage recording (หากไม่มี จะต้องทำการอัปเกรดเป็น Google Workspace Standard ขึ้นไป) วิดีโอที่บันทึกจะถูกจัดเก็บไว้ที่ใด หากคุณต้องการดูวิดีโอการประชุมย้อนหลัง เมื่อจบการประชุม Google Meet จะทำการประมวลผล ซึ่งอาจใช้เวลาประมาน 5 นาที – หลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยาวของวิดีโอ โดยวิดีโอการประชุมจะถูกจัดเก็บไว้ใน 3 ที่ ดังนี้ 1. Google Drive ไฟล์วิดีโอจะถูกบันทึกไว้ใน Google Drive ของ “คนที่กดเริ่มบันทึก” หรือ “ผู้สร้างห้องประชุม (Organizer)” วิธีการค้นหาไฟล์วิดีโอจากการบันทึกการประชุม ไปที่ Google Drive ค้นหาโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า “Meet Recordings” ค้นหาไฟล์วิดีโอโดยพิมพ์ชื่อห้องประชุม_วันที่_เวลา หรือหากคนที่เริ่มกดบันทึกคือคนละคนกับผู้สร้างห้องประชุม วิดีโอจะถูกจัดเก็บไว้ที่ Drive ของผู้สร้าง แต่ผู้ที่กดบันทึกจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์นั้นได้อย่างอัตโนมัติ 2. อีเมล (Email Notification) หลังจากการประมวลผลวิดีโอเสร็จสิ้น Google Meet จะส่งวิดีโอไปยังอีเมลของ เจ้าของห้องประชุม (Organizer) และ คนที่กดบันทึก 3. Google Calendar หากการประชุมนั้นมีการนัดหมายผ่านปฏิทิน...
Continue readingวิธีสร้างอีเมลบริษัทโดเมนตัวเองด้วย ต้องทำอย่างไร? ง่ายๆ ด้วย Google Workspace
วันนี้ Demeter ICT ได้รวบรวมวิธีการสร้างอีเมลบริษัทที่มีโดเมนเนมตัวเอง รับประกันว่าง่ายที่สุด มีวิธีดังนี้ 1. เยี่ยมชมเว็บไซต์ Google Workspace โดยตรงหรือมองหา Partner ของ Google Workspace อย่าง Demeter ICT ที่ให้บริการมามากกว่า 10 ปี ซึ่งหากซื้อผ่านทาง Partner แล้วเนี่ย จะมีบริการเสริมให้ฟรี เช่น บริการหลังการขายตลอดการใช้งาน อัปเดตบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Google Workspace งานสัมมนาอัปเดตเรื่องสำคัญและฟีเจอร์เจ๋ง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย *บริการด้านบนอ้างอิงจากบริการของ Demeter ICT ซึ่ง Partner แต่ละที่จะให้บริการแตกต่างกันไป 2. ดูแพ็กเกจ (Package) ที่คุณสนใจ แต่ละแพ็กเกจจะมีฟังก์ชันและราคาที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและจำนวนผู้ใช้งาน โดย Google Workspace จะมีให้บริการทั้งหมด 4 แพ็กเกจ คือ แพ็กเกจ (Package) เหมาะสำหรับ? Business Starter เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการพื้นที่ใน Google Drive เยอะและจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนไม่มากกว่า 100 คน Business Standard เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟังก์ชันเพิ่มเติมจาก Business starter โดยจะมีพื้นที่มากกว่าและรับรองผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 150 คน พร้อมได้รับ Shared drive พื้นที่เก็บข้อมูลส่วนกลางของบริษัทอีกด้วย ซึ่งแพ็กเกจนี้เป็นแพ็กเกจที่แนะนำและบริษัทนิยมใช้อย่างมาก Business Plus นอกจากฟังก์ชันที่ได้มากกว่า Business standard แล้ว ยังได้ Google Vault ที่สามารถเพิ่มเกราะความปลอดภัยของข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น Enterprise เหมาะสำหรับองค์กรใหญ่หรือองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยในการเก็บข้อมูลขั้นสูง เพราะแพ็กเกจนี้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา และยังได้ AppSheet ไปใช้งานฟรี ๆ ได้อีกด้วย ดูรายละเอียด เปรียบเทียบแพ็กเกจและราคาเพิ่มเติม ได้ที่...
Continue readingธุรกิจใช้ AI ตัวไหนดี? เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Claude และ Gemini AI
ท่ามกลางเครื่องมือ AI มากมาย ธุรกิจจะใช้ตัวไหนดี? ปี 2026 แน่นอนว่าหลายธุรกิจเริ่มมีการนำ AI มาใช้กันบ้างและใช้อยู่หลายตัวเลย แล้วตัวไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุด ทั้งด้านการใช้งานและความปลอดภัย? ในบทความนี้ Demeter ICT จะพาทุกคนมาสำรวจความแตกต่างระหว่าง Claude AI ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้และ Gemini AI จาก Google ที่ครองใจใครหลายคน ซึ่งหลังจากที่เราได้ทดลองใช้งาน นี่คือความแตกต่างที่พบเจอ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Claude และ Gemini AI จุดเด่น Claude: เน้นการเชื่อมต่อ API กับ 3rd Party และการควบคุมความปลอดภัย Gemini: เน้นข้อมูล Real Time และ Ecosystem แบบ All in One ที่ปลอดภัยสูง ลักษณะการค้นหาข้อมูล Claude: เน้นการค้นหาแบบเจาะลึก (ขึ้นอยู่กับโมเดลที่ใช้) Gemini: เน้นการค้นหาแบบกว้างและรวดเร็ว (ขึ้นอยู่กับโมเดลที่ใช้ซึ่งสามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้เช่นกัน) ความแม่นยำและแหล่งอ้างอิง Claude: แม่นยำสูง แสดงแหล่งที่มาของข้อมูลในคำตอบทันที Gemini: แม่นยำสูง แต่จะไม่แสดงแหล่งอ้างอิงทันที หากต้องการจะต้องใส่ Prompt หรือแนบไฟล์อ้างอิงหรือสามารกดปุ่ม Double-Check Response เพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ ความเหมาะสมในการใช้งาน Claude: เหมาะกับการเขียนโค้ด งานที่ต้องใช้ทักษะสูง Gemini: เหมาะกับงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย ฟังก์ชันที่น่าสนใจ Claude: Take a screenshot, Projects, Artifacts (เทมเพลตสำเร็จรูป) Gemini: สามารถปักหมุดแชตได้, สร้างรูป, สร้างวิดีโอสั้น, แต่งเพลง Model Claude Gemini ความสามารถ Haiku Fast ค้นหาข้อมูลทั่วไป เน้นความรวดเร็ว Sonnet Thinking...
Continue readingผู้บริหารไม่ได้ “ซื้ออีเมล”แต่กำลังลงทุนใน “ความเร็วในการตัดสินใจ” — มุมมองใหม่ต่อ Google Workspace
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวลาผู้บริหารต้องตัดสินใจเลือกระบบอีเมลหรือเครื่องมือทำงาน คำถามแรกที่มักถูกหยิบขึ้นมาคือ “คิดค่าใช้จ่ายต่อผู้ใช้เท่าไหร่?” คำถามนี้ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะในโลกธุรกิจปี 2026 ต้องเป็นคำถามที่ลึกกว่านี้มาก คือ “องค์กรสามารถตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน และลงมือทำได้เร็วเพียงใด” และนี่คือจุดที่ Google Workspace และ Gemini แตกต่างจากระบบอีเมลทั่วไป ทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงขององค์กร งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่าพนักงานสายความรู้ใช้เวลากว่า 20–25% ของเวลาทำงานไปกับการค้นหาข้อมูลหรือยืนยันบริบท ส่งผลให้ “การตัดสินใจมีความล่าช้า” อันมีสาเหตุมาจาก ข้อมูลกระจัดกระจาย บริบทสำคัญซ่อนอยู่ในกล่องอีเมลของแต่ละคน การตัดสินใจเดิมถูกนำมาคุยซ้ำ องค์กรพึ่งพา “คนสำคัญบางคน” มากเกินไป ซึ่งสำหรับผู้บริหารแล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเวลา แต่มันคือ “ต้นทุนเชิงกลยุทธ์ที่ต้องเสียไป” อีเมลราคาถูก ประหยัดงบ อาจเพิ่มภาระการบริหารอย่างไม่รู้ตัว เช่น พนักงานใหม่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจงาน ความรู้หายไปเมื่อคนลาออก ผู้บริหารต้องคอยตามเรื่องตลอดเวลา รายงานและสรุปยังต้องพึ่งแรงคน ความเสี่ยงด้านข้อมูลและ compliance ที่มองไม่เห็น ต้นทุนภาระเหล่านี้ ไม่เคยปรากฏในใบเสนอราคา แต่จะส่งผลโดยตรงต่อ “คุณภาพการตัดสินใจ ความซับซ้อนในการบริหาร และความเร็วในการ execute” เพราะยิ่งระบบถูก องค์กรยิ่งต้องใช้ “คน” มาชดเชยความสามารถของระบบ การนำ AI เข้ามาใช้จะเปลี่ยนมุมมองในการบริหาร Gemini AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยเขียนอีเมลหรือผู้ช่วยสรุปประชุมเท่านั้น แต่ทำให้ความรู้ที่องค์กรมีอยู่แล้วถูกเรียกใช้งานได้จริงเป็นครั้งแรก เพราะการที่ Gemini สามารถเข้ามาอยู่ใน Workflow การทำงานร่วมกับ Google Workspace ไม่ว่าจะเป็น อีเมล เอกสาร สเปรดชีต ประชุม และไฟล์ที่แชร์ร่วมกัน จะช่วยให้ Gemini สามารถเข้าใจ “งาน” ไม่ใช่แค่เข้าใจ “เนื้อหา” เพียงอย่างเดียวนั่นเอง Google Workspace + Gemini AI เหมาะอย่างยิ่งกับองค์กรที่ กำลังเติบโตหรือเปลี่ยนผ่าน ทำงานข้ามทีม ข้ามประเทศ ใช้ความรู้และการตัดสินใจเป็นหัวใจ มอง AI เป็นความสามารถเชิงกลยุทธ์ ฉะนั้นการเลือกใช้เครื่องมือที่ใช่ ไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแต่รวมไปถึงความสำเร็จในการบริหารด้วย เช่น...
Continue readingAgentic AI คืออะไร? จะมาแทนที่คนไหม?
Agentic AI คืออะไร? จากยุค Generative AI สู่ Agentic AI แบบเต็มตัว Agentic AI คือ เครื่องมืออัจฉริยะตัวใหม่ที่ไม่ใช่แค่ช่วยสร้างสรรค์หรือคิดไอเดียเท่านั้น แต่สามารถตัดสินใจและทำตามคำสั่งได้หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็น Agent (ผู้ช่วย/เลขา) ที่สามารถช่วยคุณจัดการงานต่าง ๆ ได้แบบอัตโนมัตินั่นเอง เพื่อให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้เปรียบเทียบความแตกต่าง ดังนี้ Generative AI = สมอง → คิด ตัวอย่าง Prompt คำสั่ง → ช่วยสรุปเนื้อหาจากไฟล์บันทึกการประชุมนี้ให้หน่อย Agentic AI = สมอง + มือ → คิดและลงมือทำ ตัวอย่าง Prompt คำสั่ง → จากบันทึกการประชุม ช่วยสร้าง Task ให้คนที่เกี่ยวข้องทุกคน แล้วส่งนัดหมาย Follow-up ใน Google Calendar ให้ด้วย https://www.youtube.com/watch?v=Xy0r5fKwlVo&t=3s และข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Google Workspace! เมื่อไม่นานมานี้ Google ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า “Workspace Studio” ซึ่งก็ได้นำเทคโนโลยี Agentic AI นี้มาให้ทุกคนได้ปรับใช้ เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกและไร้รอยต่อมากขึ้น โดยคุณสามารถกำหนด Action ต่าง ๆ ในแอปให้ทำงานอัตโนมัติได้แบบ All in One ไม่ต้องพึ่ง 3rd Party เลย ตัวอย่างการทำงานของ Workspace Studio เช่น เมื่อได้รับอีเมลใหม่ → คัดแยกชื่อผู้ส่ง → ติด Label อัตโนมัติ หรือ เมื่อได้รับอีเมลใหม่ → วิเคราะห์ข้อมูลในอีเมลเพื่อจัดลำดับความสำคัญ → ติด...
Continue readingฟังก์ชันใหม่ ! ‘Deep Research’ ใน NotebookLM ค้นคว้าได้ลึกกว่า ฉลาดกว่า ประหยัดเวลากว่า
หากคุณเคยใช้ Gemini ก็อาจคุ้นหน้าคุ้นตากับฟังก์ชัน Deep Research อยู่บ้าง ซึ่งปัจจุบันฟังก์ชันนี้ได้ถูกยกมาไว้ใน NotebookLM เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คืออะไร ? ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คือ ผู้ช่วยค้นหาแหล่งข้อมูล (Source) บนอินเทอร์เน็ตแบบเจาะลึก โดยจะทำการค้นหาข้อมูลทั้งหมดจากฐานข้อมูลของ Google และแสดงผลให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ข้อมูลนั้นเป็นแหล่งข้อมูลในการวิเคราะห์ต่อไปหรือไม่ ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คืออะไร ? การใช้ Deep Research จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการค้นหาแหล่งข้อมูลได้อย่างมาก เพราะหากคุณใช้วิธีการวางลิงก์แบบเดิม คุณจะต้องหาแหล่งข้อมูลเองโดยการอ่านทีละเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้คุณใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะได้แหล่งข้อมูลที่ต้องการ ในทางกลับกันการใช้ Deep Research นั้นคุณสามารถค้นหาแหล่งข้อมูลผ่านหน้า NotebookLM ได้โดยตรง ซึ่งคุณสามารถเห็นแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ภายในการค้นหาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เรียกว่าทำน้อยแต่ได้มาก ! วิธีการใช้ Deep Research ใน NotebookLM เปิด NotebookLM ไปที่หน้าต่างด้านซ้ายจะเห็นกล่องข้อความเล็ก ๆ ปรากฏดังรูป เลือก Web เลือก Deep Research จากนั้น NotebookLM จะทำการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งอาจใช้เวลานานประมาณ 1-3 นาที ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและจำนวนข้อมูลที่มี เมื่อการค้นหาเสร็จสิ้น คุณสามารถคลิกเลือกแหล่งข้อมูลที่ต้องการแล้วใช้งานตามปกติได้เลย (สามารถเลือกได้หลายอัน) นอกจากนี้เรายังมีทริคการใช้งานมากมายที่จะช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น คลิกดูบทความด้านล่างนี้ได้เลย !...
โครงสร้าง Organizational Unit (OU) พัง องค์กรเสี่ยง! ใช้ Google Workspace ให้ปลอดภัยต้องมีรากฐาน OU ที่ดี
สำหรับหลายองค์กร Google Workspace คือระบบหลักที่ใช้สื่อสาร ประสานงาน และเก็บข้อมูลสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้บริหารจำนวนมากไม่รู้คือ: ความปลอดภัย การกำกับดูแล และความเป็นระเบียบของทั้งองค์กร ขึ้นอยู่กับ “โครงสร้าง Organizational Unit (OU)” ที่คุณออกแบบตั้งแต่วันแรก โดยกว่า 80% ขององค์กรที่ Demeter ICT เข้าไปตรวจสอบพบว่าโครงสร้าง OU มีปัญหา เช่น ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบใหญ่ต่อแผนกต่าง ๆ ในองค์กร การกำหนด OU ที่แข็งแกร่งจึงสำคัญและเป็นรากฐานของการทำงาน รวมถึงการใช้งาน Google Workspace ด้วย เพราะหากองค์กรของคุณมีการกำหนด OU ที่ครอบคลุมและเป็นมาตรฐานจะช่วยให้ Google Workspace สามารถตอบโจทย์การทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายองค์กรและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Organizational Unit (OU) คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? Organizational Unit (OU) คือกลุ่มหรือหน่วยงานย่อยภายในองค์กร เช่น แผนก สาขา หรือทีม โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดระเบียบผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ และทรัพยากรต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทำให้การจัดการ การรักษาความปลอดภัย และการกำหนดนโยบายทำได้ง่ายขึ้น โดยผู้ดูแลระบบสามารถมอบหมายการควบคุมหรือกำหนดกฎเฉพาะกลุ่มนั้นได้ด้วย Organizational Unit (OU) ที่ดีส่งผลต่อองค์กรและการใช้งาน Google Workspace อย่างไร? ความปลอดภัย: ควบคุมว่าใครใช้เครื่องไหน จากที่ไหน และภายใต้เงื่อนไขใด สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล: ใครควรเห็นอะไร ใครไม่ควรเห็นอะไร Email & Compliance: บางแผนกมีความเสี่ยงสูง บางแผนกต้องเก็บข้อมูลตามกฎหมาย Onboarding/Offboarding Workflow (Lifecycle): การรับพนักงานใหม่ – จัดการพนักงานลาออกอย่างเป็นระบบ การใช้ License ให้คุ้มค่า: ไม่เสียเงินให้สิทธิ์ที่ไม่จำเป็น Data Loss Prevention (DLP): ทุกการใช้งานมีความปลอดภัยและตรวจสอบได้ การกระจายสิทธิ์ Admin:...
Continue readingQ&A Session
คุณสามารถเลือกอ่านรายการคำถามได้ด้านล่างนี้ ถ้าต้องเริ่ม Transform องค์กรด้วย Gemini เพียงแค่หนึ่งอย่างที่เห็นผลชัดที่สุด (Quick Win) แนะนำให้เริ่มจาก Use Case ไหนใน Google Workspace ทางเลือกที่เห็นผลเร็วที่สุดคือการใช้ Gemini ใน Google Sheets เพื่อทำ Data Classification & Cleaning เพราะ Gemini สามารถช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลให้เสร็จได้ในไม่กี่วินาที เพียงแค่นี้คุณก็จะเห็นความแตกต่างของประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานเดิมเลยครับ Google Workspace กับของค่ายอื่น แตกต่างกันอย่างไร มีส่วนที่เหนือกว่าอย่างไร หากเปรียบเทียบ Google Workspace กับคู่แข่งหลักอย่าง Microsoft 365 หรือ Zoho ความแตกต่างที่สำคัญและส่วนที่ Google Workspace ทำได้ดีกว่ามีดังนี้ ความลื่นไหลในการทำงานร่วมกัน (Real-time Collaboration): Google ถูกออกแบบมาให้เป็น “Cloud-native” ตั้งแต่แรก ทำให้การพิมพ์งานพร้อมกันหลายคนใน Docs หรือ Sheets ทำได้เสถียรและรวดเร็วกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาไฟล์ล็อคหรือต้องรอ Sync เหมือนซอฟต์แวร์ที่ดัดแปลงมาจากโปรแกรม Desktop ความง่ายในการใช้งาน (User Experience): อินเทอร์เฟซสะอาดตาและไม่ซับซ้อน พนักงานแทบไม่ต้องเรียนรู้ใหม่เพราะคุ้นเคยกับ Gmail และ Google Drive ส่วนตัวอยู่แล้ว ระบบค้นหาอัจฉริยะ (Smart Search): พลังของ Google Search ถูกนำมาใช้ใน Drive และ Gmail ทำให้การหาไฟล์งานทำได้รวดเร็วมาก แม้จะจำชื่อไฟล์ไม่ได้แต่จำเนื้อหาบางส่วนได้ ระบบก็สามารถค้นหาเจอได้อย่างแม่นยำ การทำงานบนเบราว์เซอร์ 100%: ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องคอมพิวเตอร์ ช่วยลดภาระของฝ่าย IT ในการดูแลรักษาและอัปเดตซอฟต์แวร์ และยังทำงานได้เสถียรแม้ในเครื่องที่สเปกไม่สูง Workspace Studio เปิดใช้งานอย่างไรสำหรับคนที่ใช้ Google Workspace...
Continue reading