ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Google Meet ต่อจากนี้ไปการประชุมของคุณจะล้ำขึ้นไปอีกขั้น ด้วยฟีเจอร์ “Take notes for me หรือ จดบันทึกให้ฉัน” หนึ่งในฟีเจอร์อัปเดตใหม่ล่าสุดของ Gemini for Google Workspace ที่อยู่ใน Google Meet ที่ทำหน้าที่ช่วยจดบันทึกการประชุมได้อย่างละเอียดว่ามีการพูดถึงเนื้อหาอะไรบ้าง พร้อมสรุปเนื้อหาใจความสำคัญ ทำให้ผู้เข้าร่วมไม่พลาดสาระสำคัญต่างๆและติดตามการประชุมด้วยตนเองทั้งหมดได้ เบื้องต้นฟีเจอร์นี้ยังรองรับได้เพียงภาษาอังกฤษเท่านั้น ส่วนภาษาอื่นๆรวมทั้งภาษาไทยกำลังอยู่ในคิวการอัปเดตเร็วๆนี้ วิธีใช้งานฟีเจอร์ “Take notes for me” เข้าไปที่การประชุมใน Google Meet > คลิกที่ไอคอน Gemini > คลิก Start taking notes เพื่อเริ่มจดบันทึกการประชุม โดยไฟล์ที่บันทึกจะถูกบันทึกไว้ใน Drive เจ้าของการประชุม ในรูปแบบ Google Docs หากใครที่ไม่พบฟีเจอร์ Take notes with Gemini ให้ตรวจสอบที่ Admin ว่า ได้มีการให้อนุญาตใช้ฟีเจอร์นี้หรือไม่ โดยให้ Admin เข้าไปตั้งค่าที่ Admin Console > Apps > Google Workspace > Google Meet > การตั้งค่า Gemini > การจดบันทึกด้วย Google AI เทคนิคการใช้ฟีเจอร์ช่วยจดบันทึกโน้ตการประชุม พูดให้ชัดเจน ยิ่งพูดชัดเจนและมีโครงสร้างในการพูดมากเท่าไหร่ AI ก็จะยิ่งเข้าใจและจดบันทึกได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น หมั่นใช้คำสั่ง คุณสามารถใช้คำสั่งง่ายๆ เช่น “หัวข้อถัดไป” หรือ “สรุปข้อสำคัญ” เพื่อให้ AI เน้นย้ำประเด็นที่คุณต้องการ ควรตรวจสอบและแก้ไข การใช้ AI อาจมีข้อผิดพลาดบ้าง ควรตรวจสอบและแก้ไขโน้ตที่ได้หลังจากการประชุม ปรับแต่งการตั้งค่า ผู้ดูแลระบบสามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ เช่น ภาษาที่ใช้ในการจดบันทึก...
Continue readingBring your best ideas to work with Gemini for Google Workspace
นาทีนี้ใครที่ใช้ Gemini ช่วยในการทำงาน ย่อมได้เปรียบทุกทาง ไม่ว่าจะเป็น การทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งได้ไอเดียใหม่ๆที่อาจคาดไม่ถึง…. เตรียมตื่นตาตื่นใจไปกับความสามารถของ AI บน Google Workspace ในงานสัมมนาออนไลน์ “Bring Your Best Ideas to Work with Gemini for Google Workspace” ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้คำสั่งได้อย่างชาญฉลาด สร้างภาษาได้อย่างน่าทึ่ง คิดค้นไอเดียพร้อมสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดบน แอปพลิเคชัน Google Workspace ไม่ว่าจะเป็น ช่วยร่างอีเมลได้หลากหลายจุดประสงค์ สร้างสไลด์นำเสนอ คิดคอนเท้นต์ สร้างตารางงานโปรเจกต์ วิเคราะห์เนื้อหา และอื่นๆ บอกเลยว่าการทำงานของคุณจะสนุกและเร็วขึ้นกว่าเดิมแน่นอน Agenda 14:00 – 14:05 น. ต้อนรับเข้าสู่งาน14:05 – 14:25 น. อัปเดตฟีเจอร์ที่ไม่ควรพลาดใน Google Workspace และ Gemini14:25 – 14:55 น. ทำความรู้จัก Gemini ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ14:55 – 15:10 น. ใช้ Gemini แล้วข้อมูลจะปลอดภัยจริงหรือ?15:10 – 15:25 น. ประสบการณ์การใช้งาน Gemini จากลูกค้า Google Workspace15:25 – 16:10 น. สาธิตตัวอย่างการใช้งาน Gemini for Google Workspace16:10 – 16:30 น. กิจกรรมร่วมสนุกชิงรางวัล 16:30 ...
Continue reading“พบกับหน้าตา Gemini for Google Workspace แบบ Side panel” คิดงานไม่ออกบอก Gemini ที่ Prompt อยู่ข้างๆคุณ
มี AI ไว้ใช้ในชีวิตประจำวันว่าเจ๋งแล้ว แต่การมี AI ที่พร้อมซัพพอร์ตข้างๆคุณตลอดเวลาการทำงานยิ่งเจ๋งกว่า เพราะ AI ใน Google Workspace ในชื่อ “Gemini for Google Workspace” ได้อัปเดตหน้าตา Interface แบบ Side panel ปรากฎเพิ่มในรูปแบบหน้าต่างที่แถบด้านข้างของ Gmail, Docs, Sheets, Slides, และ Drive ที่จะช่วยคุณสรุป วิเคราะห์ และสร้างคอนเทนต์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยความสามารถของ Gemini อัจฉริยะ โมเดลเวอร์ชัน 1.5 Pro ที่สามารถประมวลผลจากบริบทที่ยาวขึ้น ประกอบกับการใช้หลักเหตุผลขั้นสูง ทำให้ผู้ใช้งาน Google Workspace สามารถใช้งาน Gemini ในเวอร์ชันที่มีความแม่นยำและฉลาดยิ่งขึ้นกว่าเดิม ! หน้าตา Gemini แบบ Side panel มีอะไรแปลกใหม่ ? แน่นอนว่าการอัปเดต Interface ของ Gemini แบบ Side panel สามารถให้ผู้ใช้งาน ใช้งานได้สะดวกกว่า เข้าถึงได้ง่ายกว่า ไม่ต้องกดหลายแท็ปสลับเปลี่ยนไปมา ทำให้การทำงานร่วมกับ Gemini ไม่มีสะดุด ที่สำคัญอัดแน่นด้วยคำสั่งแนะนำ (Prompt Suggestion) ที่ช่วยคุณเริ่มต้นหาไอเดียได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างแสดงการใช้งาน Gemini ใน Google Docs ด้วยคำสั่ง “Help me write” ทั้ง Interface “แบบเดิม” และ “แบบ Side panel” จะเห็นได้ว่า Gemini แบบ Side panel สามารถสร้างคำสั่งแนะนำในการวิเคราะห์เนื้อหาเพิ่มเติมต่อไปได้อีกมายมายจนกว่าคุณจะได้เนื้อหาที่พอใจ หมายเหตุ สังเกตไหมว่าถึงแม้จะป้อนคำสั่งแบบไม่ถูกหลักไวยากรณ์ แต่ Gemini ก็สามารถทำความเข้าใจได้ ฉะนั้นการที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ ก็สามารถใช้...
Continue readingวิธีเปรียบเทียบไฟล์เอกสาร 1:1 ใน Google Docs หาจุดแตกต่างระหว่าง 2 ไฟล์ได้ในไม่กี่วิ!
คุณมีวิธีการหาความแตกต่างระหว่างเนิ้อหาของเอกสาร 2 ไฟล์อย่างไร หลายคนอาจจะใช้วิธีการเปิดหน้าต่าง 2 ไฟล์พร้อมกัน แล้วไล่ตัวอักษรทีละตัว ซึ่งอาจทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจ และส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพดวงตาก็เป็นได้ แค่คิดก็ปวดหัวแล้วใช่ไหมล่ะ สำหรับใครที่กำลังใช้วิธีนี้อยู่ต้องหยุดก่อน! เพราะ Google Docs สามารถช่วยทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องง่ายได้ เพียงใช้ฟีเจอร์ “เปรียบเทียบเอกสาร หรือ Compare Documents“ ก็สามารถช่วยคุณแสกนหาข้อความที่เหมือนหรือแตกต่างระหว่าง 2 ไฟล์เอกสารได้ในไม่กี่วินาที ! ใช้ฟีเจอร์ “เปรียบเทียบเอกสาร”ทำอะไรได้บ้าง เปรียบเทียบเอกสารของเวอร์ชันก่อนหน้ากับเวอร์ชันปัจจุบัน เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เปรียบเทียบเอกสารสองฉบับที่เขียนโดยบุคคลต่างกัน เพื่อหาจุดที่แตกต่างกัน วิธีการใช้งานฟีเจอร์ “เปรียบเทียบเอกสาร” จากตัวอย่างจะแสดงการเปรียบเทียบเอกสารทั้ง 2 ไฟล์ ระหว่างไฟล์ A และ B ในบทความเรื่อง “เกาะช้าง” ว่ามีข้อความที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (เจ้าของเอกสารและผู้ที่มีสิทธิ์แก้ไขเท่านั้นที่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้) 1. เข้าไปที่ Docs แล้วเลือกไฟล์ที่ต้องการมาเป็นไฟล์หลัก (แทนด้วยไฟล์ A) 2. ไปที่แถบเครื่องมือ เลือกเครื่องมือ (Tools) > เปรียบเทียบเอกสาร (Compare Documents) 3. เลือกไฟล์ที่ต้องการนำมาเปรียบเทียบ (แทนด้วยไฟล์ B) แล้วใส่ชื่อผู้ที่ต้องการให้ระบบแสดงเป็นผู้ที่ให้การแนะนำแก้ไขข้อความที่แตกต่าง จากนั้นให้คลิก “เปรียบเทียบ (Compare)” เพียงเท่านี้ระบบจะทำการสร้างไฟล์เอกสารใหม่ที่แสดงรายละเอียดที่แตกต่างระหว่างไฟล์ A และ ไฟล์ ขึ้นมา ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะสำหรับการหาจุดที่แตกต่างระหว่าง 2 เอกสาร ด้วยฟีเจอร์ “เปรียบเทียบไฟล์เอกสาร หรือ “Compare Documents“ ที่มีอยู่ใน Google Docs นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะแล้ว ยังทำให้การทำงานเอกสารเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกด้วย...
รวมพลังฟีเจอร์ AI ใน Gmail ที่เปลี่ยนเรื่องเมลให้เป็นเรื่องง่าย
อีเมลนับได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดของทุกองค์กร แม้ว่าปัจจุบันจะมีช่องทางการสื่อสารมากมายที่สะดวกและรวดเร็ว แต่ถึงอย่างไรการสื่อสารผ่านอีเมลก็ยังคงได้รับความนิยมในแวดวงของธุรกิจ เพราะแสดงถึงความเป็นทางการ และความน่าเชื่อถือขององค์กร อย่างที่ทราบกันดีว่าการเขียนอีเมลแต่ละฉบับจะต้องมีการระบุทั้งอีเมล ชื่อ คำขึ้นต้น คำลงท้าย และมีส่วนประกอบอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการร่างและตรวจสอบอยู่พอสมควร แต่ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Gmail ใน Google Workspace หลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้แล้ว การใช้งานอีเมลของคุณจะเปลี่ยนนับจากนี้ไป เพราะใน Gmail มีฟีเจอร์ AI อัจฉริยะมากมายที่จะช่วยให้การใช้งานบน Gmail ง่ายขึ้น ไวขึ้น และสะดวกยิ่งขึ้น จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1. ร่าง – ตอบกลับอีเมลทั้งฉบับได้ด้วย “Help me write” “Help me write” คือหนึ่งเทคโลยี AI หนึ่งในฟีเจอร์ของ Gemini สำหรับ Google Workspace ด้วยความสามารถน่าทึ่งที่จะช่วยคุณร่างอีเมลทั้งฉบับได้ เพียงแค่บอกจุดประสงค์ที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถเลือกปรับ Mood and tone ของเนื้อหาได้อีกด้วย “Help me write” ใน Gmail ทำอะไรได้บ้าง สรุปอีเมล: ช่วยวิเคราะห์สรุปเนื้อหาอีเมลที่ยาวและซับซ้อน ให้คุณเข้าใจเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว แปลภาษา: แปลอีเมลจากภาษาอื่นให้อยู่ในรูปแบบภาษาที่คุณต้องการ ร่างอีเมล: ช่วยร่างอีเมลได้ตามคำสั่ง prompt ของคุณ สามารถเลือกรูปแบบของเนื้อหาอีเมลได้ เช่น อยากได้เนื้อหาอีเมลที่ดูเป็นทางการ (Formalize) ละเอียด (Elaborate) หรือ สั้นกระชับ (Shorten) ค้นหาข้อมูล: ค้นหาข้อมูลสำคัญๆจากอีเมลก่อนหน้า เช่น หมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่เว็บไซต์ ตอบกลับอีเมล: ช่วยแนะนำการตอบกลับอีเมลด้วยเทมเพลตการตอบกลับที่เกี่ยวข้องกับอีเมลนั้นๆ ฟีเจอร์ “Help me Write” ใน Gmail นี้ได้รับการพัฒนามาและต่อยอดจากฟีเจอร์ Smart Compose และ Smart Reply ที่หลายท่านเคยใช้งานมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ โดย “Help me...
Continue readingหมดปัญหาข้อมูลรกและลายตา! รวมฟีเจอร์ “ตาราง” ช่วยจัดการข้อมูลให้สวยงาม ครบถ้วนและง่ายกว่าที่เคย
วันนี้เรามีตัวช่วยดีๆสำหรับผู้ใช้งาน Google Sheets ที่จะช่วยจัดการโปรเจกต์และข้อมูลบน Spreadsheet ด้วยฟีเจอร์ตาราง “Convert to table” และ “Tables” ไปดูกันว่าฟีเจอร์ที่ว่านั้นมีความสามารถอะไรบ้าง ฟีเจอร์ Convert to Table หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มักจะปวดหัวกับการจัดการข้อมูลซ้ำๆ หรือข้อมูลที่หลากหลาย ฟีเจอร์ Convert to table จะช่วยแก้ปัญหาข้อมูลที่ดูยากด้วยการนำช่วงข้อมูลที่คุณต้องการมาจัดเรียงให้เป็นรูปแบบตารางขึ้นมาใหม่ ให้คุณสามารถจัดการและเรียกดูข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวกขึ้น วิธีเข้าใช้งานฟีเจอร์ Convert to table: เปิดไฟล์ใน Google Sheets > เลือกช่วงข้อมูลที่ต้องการ (เลือกหรือไม่ก็ได้) > เลือก Format > Convert to table แนะนำฟีเจอร์ Convert to table ทำอะไรได้บ้าง? จัดรูปแบบให้เป็นตารางได้อัตโนมัติ เมื่อคุณใช้ฟีเจอร์ Convert to table Google Sheets จะแปลงรูปแบบข้อมูลเดิมให้เป็นตารางอัตโนมัติที่ให้คุณสามารถจัดการข้อมูลได้ในที่เดียว กำหนดประเภทของข้อมูล สามารถแก้ไขประเภทของข้อมูลแต่ละคอลัมน์ได้ว่าต้องการให้แสดงเป็น วันที่, สกุลเงิน, เมนูดรอปดาวน์ เป็นต้น หากข้อมูลในคอลัมน์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามที่กำหนดก็จะปรากฎแจ้งเตือนที่คอลัมน์นั้นๆ ตั้งค่าจัดการตาราง สามารถเลือกปรับการตั้งค่าของตารางได้ เช่น เปลี่ยนชื่อตาราง, ปรับช่วงตาราง, ปรับแต่งสีตาราง และอื่นๆ หรือหากต้องการปิดฟีเจอร์ Convert to table เพื่อต้องการกลับไปยังรูปแบบข้อมูลแบบเดิม ให้คลิกที่ “เปลี่ยนกลับเป็นข้อมูลที่ไม่ได้จัดรูปแบบ (Revert to unformatted data)” เปลี่ยนมุมมองตารางด้วยโหมด Views โหมดมุมมอง หรือ Views สามารถช่วยคุณจัดเรียงมุมมองตารางให้ใหม่ ว่าคุณต้องการดูข้อมูลอะไรเป็นพิเศษ บอกเลยว่าตัวช่วยนี้ช่วยได้มากสำหรับไฟล์ Spreadsheet ที่มีหัวคอลัมน์หลากหลายประเภท อย่างเช่น แผนงานโปรเจกต์หรืออีเวนต์ต่างๆ เป็นต้น ฟีเจอร์ Tables หากคุณกำลังจะขึ้นโปรเจกต์ใหม่ เราแนะนำให้ลองใช้ฟีเจอร์ Tables ดู เพราะฟีเจอร์นี้เป็นการแนะนำเทมเพลตของโปรเจกต์ต่างๆมากมาย...
Continue readingGoogle Workspace เครื่องมือช่วยการทำงานในองค์กรที่ง่ายและลงตัวที่สุดของ 4NOLOGUE
Google Workspace เครื่องมือช่วยการทำงานในองค์กรที่ง่ายและลงตัวที่สุดของ 4NOLOGUE บริษัท โฟร์โนล็อค จำกัด หรือ 4NOLOGUE ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Entertainment & Organizer บริการจัดงานและอีเวนต์ทุกประเภท รวมถึงรับจัดคอนเสิร์ตทั้งของไทยและต่างประเทศ จากประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพอันยาวนานมากกว่า 15 ปี การันตีด้วยลูกค้ารายใหญ่อย่าง Central, The Mall, Yamaha, King Power และ EST ด้วยวิสัยทัศน์ในการก้าวเป็นที่หนึ่งด้าน Organizer และ Promoter ของไทย เหตุผลที่ตัดสินใจใช้ Google Workspace องค์กร คุณพงศธร สุวรรณพันธุ์ IT Director ของบริษัท โฟร์โนล็อค จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเหตุผลหลักที่บริษัทได้ตัดสินใจมาใช้ Google Workspace เลยก็คือองค์กรต้องการพื้นที่จัดเก็บไฟล์ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยบริษัทดำเนินการเกี่ยวกับ Entertainment & Organizer จึงจำเป็นที่ต้องมีพื้นที่จัดเก็บรองรับไฟล์ขนาดใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ทีมงานประสบปัญหาเกี่ยวกับการบันทึกและส่งไฟล์ขนาดใหญ่ด้วย Hard disk หรือ Flash drive ที่ไม่สะดวกต่อการแชร์ไฟล์ทั้งในและนอกทีม นอกจากนี้ยังมีการจัดเก็บบน Google Drive แบบ Free storage ที่มีพื้นที่จำกัด และนั่นคือประเด็นสำคัญที่ทำให้ผู้บริหารเล็งเห็นอุปสรรคในการทำงาน จึงได้นำ Google Workspace เข้ามาใช้งานโดยเฉพาะเครื่องมืออย่าง Google Drive ที่เข้ามาช่วยขยายพื้นที่จัดเก็บให้มากยิ่งขึ้น ประสบการณ์ที่ดีที่ได้ใช้ Google Workspace พนักงาน 4NOLOUGE ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอายุอยู่ใน Gen X Y และ Z การที่นำ Google Workspace เข้ามาเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกันแบบ All in one place เรียกได้ว่าเป็นที่พึงพอใจเพราะตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวกรวดเร็วและมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี แค่มีพนักงานไอทีคนเดียวอย่างคุณพงศธรก็สามารถดูแลระบบและควบคุมการใช้งานของ Users ทั้งหมดได้อย่างง่ายดายผ่านตัว Admin Console...
Continue readingAppSheet Workshop: เปลี่ยน Forms ธรรมดาให้ Smart ด้วย AppSheet
กิจกรรม AppSheet Workshop สุดพิเศษสำหรับลูกค้า Demeter ICT โดยเฉพาะ! “เรียนรู้การสร้าง Smart Forms ด้วย No-Code Application ให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกแบบฟอร์ม” พบกับเวิร์กชอปสร้างแอปพลิเคชัน AppSheet ที่จัดขึ้นเพื่อลูกค้า Demeter ICT คนพิเศษของเราโดยเฉพาะ กับงาน “เปลี่ยน Forms ธรรมดาให้ Smart ด้วย AppSheet” ที่จะพาทุกท่านไปเรียนรู้วิธียกระดับการบันทึกข้อมูลจากฟอร์มธรรมดา สู่รูปแบบ Smart Forms ด้วย AppSheet พร้อมกับต่อยอดการทำงานร่วมกับ Google Chat ให้เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้สะดวกและรวดเร็ว มายกระดับเครื่องมือในมือคุณให้ชาญฉลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานให้มากขึ้นกว่าเดิม! https://www.youtube.com/watch?v=hNAjyZkIVK8 พบกับ 2 รูปแบบการบรรยาย ที่ให้คุณเลือกเข้าร่วม รูปแบบ Onsite Mode Sathon Hotel Bangkok (BTS สุรศักดิ์) สำหรับผู้ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานจริงแบบ Onsite รับตัวอย่างแอปที่แสดงในงานไปปรับใช้ในองค์กรได้เลยทันทีฟรี 3 แอปพลิเคชัน! บรรยากาศเวิร์กชอปแบบ Active learning สามารถโต้ตอบและสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมได้สะดวก มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลภายในงาน จำกัดองค์กรละ 2 สิทธิ์ (กรุณาลงทะเบียนให้ครบทุกท่าน) Recommended ! รูปแบบ Online Google Meet เข้าร่วมรับชมถ่ายทอดสดจาก Onsite ไม่สะดวกเดินทาง ก็สามารถเข้าร่วมออนไลน์ได้ ผู้ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานจริงแบบ Online จะได้รับสิทธิ์เข้าทดลองใช้แอปตัวอย่างที่แสดงในงานได้ ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี !*สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้า Demeter ICT เท่านั้น*หากต้องการเข้าร่วม Onsite 2 ท่าน กรุณาลงทะเบียนให้ครบทุกท่านหลังจากลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม โปรดรอ Confirmation Email ปิดรับลงทะเบียน 7 พฤษภาคม 2567 สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากเวิร์กชอปนี้ สร้างแอปพลิเคชันด้วย AppSheet...
Continue reading6 ข้อผิดพลาดอันตราย เสี่ยงตกเป็นเหยื่อภัยไซเบอร์
อย่างที่ทราบกันดีว่าการโจรกรรมทางโซเชียลเป็นหนึ่งในอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายทั้งข้อมูลและทรัพย์สินได้อย่างมหาศาล เพราะไม่ว่าจะมีการรายงานข่าวถึงการเสียหายมาแล้วกี่ครั้ง ก็ยังมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อเกิดขึ้นได้ในทุกวัน… ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเราใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับ-ส่งอีเมลหรือเข้าถึงโซเชียลมีเดีย ทุกการเข้าถึง การล็อกอิน การคลิก การแชร์ นั้นก่อให้เกิดการสร้าง Digital footprint หรือร่องรอยของข้อมูลขึ้นมา สิ่งนี้เองอาจทำให้มิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีสามารถนำข้อมูลของเราไปใช้งานในทางที่ผิดได้ บทความนี้ Demeter ICT ได้นำ 6 ข้อผิดพลาดและวิธีการป้องกันความเสี่ยงในการโจรกรรมข้อมูลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อ้างอิงจากบทความของ Google มาฝาก ให้ผู้ใช้งานบัญชี Gmail และ Google Workspace ได้ลองสำรวจดูว่า เรามองข้ามหรือขาดการป้องกันในด้านใดบ้าง ข้อผิดพลาดที่ 1: ใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกการล็อกอิน ดังที่คุณ Sriram Karra, senior product manager of sign-in security จาก Google ได้กล่าวไว้ว่า หนึ่งในความเสี่ยงที่หลายคนคิดไม่ถึงและเป็นสิ่งที่ทำผิดพลาดกันมากที่สุด นั่นก็คือการตั้งรหัสผ่านชุดเดียวกันสำหรับการล็อกอินเข้าทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะอาศัยแต่ความสะดวกและง่ายต่อการจดจำ แต่หารู้ไม่ว่าความผิดพลาดนี้เป็นของหวานชั้นดีสำหรับผู้ไม่หวังดีเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น หากคุณใช้รหัสเข้า Gmail เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มอื่น และเมื่อแพลตฟอร์มนั้นเกิดรอยรั่ว บัญชี Google ของคุณก็จะตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าถ้าใครบางคนเข้าถึง Gmail ของคุณได้ พวกเขาก็สามารถยึดบัญชีอื่นๆ ของคุณได้อย่างง่ายดายนั่นเอง วิธีที่ควรทำ ไม่ควรตั้งค่ารหัสผ่านเหมือนกันในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ควรตั้งค่าตัวอักษรที่คาดเดาได้ยาก เพิ่ม Passkeys ลงในบัญชี Google ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ได้ด้วยลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า หรือการปลดล็อกหน้าจอของอุปกรณ์แทนการใช้รหัสผ่าน เปิดใช้งานตัวจัดการรหัสผ่าน (Password manager) ที่ช่วยให้คุณใช้รหัสผ่านที่รัดกุมและไม่ซ้ำกันในทุกบัญชีออนไลน์ทั้งหมดได้โดยไม่ยุ่งยาก วิธีใช้งานตัวจัดการรหัสผ่าน (Password manager) ข้อผิดพลาดที่ 2: ละเลยการอัปเดตซอฟต์แวร์ หลายคนมักให้การเพิกเฉยต่อการอัปเดตซอฟต์แวร์ เพราะคิดว่าไม่จำเป็นหรือเวอร์ชันเดิมที่ใช้ก็ดีอยู่แล้ว แต่คุณ Christiaan Brand, group product manager of identity จาก Google แนะนำว่าไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะการอนุญาตให้มีการอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นประจำนั้นถือเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มความปลอดภัยที่สำคัญและเป็นอันดับสองรองลงมาจากการใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน...
Continue reading