เมื่อ AI สำหรับนักการตลาดในปี 2026 ทำได้มากกว่าที่คุณคิด ด้วยพลังของ AGENTIC AI Webinar นี้จะพาคุณไปอัปเดต เทรนด์ AI สำหรับนักการตลาดปี 2026พร้อมเจาะลึกแนวคิดของ Agentic AI – AI ยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ช่วยคิด ช่วยออกแบบแคมเปญ หรือช่วยตอบข้อความแต่สามารถ เข้าใจลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และขับเคลื่อน Action ทางการตลาดได้อัตโนมัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและรายได้ที่ วัดผลได้จริง คุณจะได้เรียนรู้ว่า… AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของนักการตลาดและโอกาสในการสร้างรายได้ในปี 2026 อย่างไร? Agentic AI มีความต่างจาก AI แบบเดิมอย่างไร? และสำคัญกับนักการตลาดอย่างไร? โอกาสที่จะเปลี่ยน Conversational Marketing จากแค่ “แชทกับลูกค้า” ให้กลายเป็น Revenue ได้อย่างไร? หากคุณเป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ เพิ่มยอดขายจากช่องทางแชท สร้าง ROI ที่วัดผลได้และเตรียมพร้อมสู่การตลาดปี 2026 Webinar นี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้เลย! ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน *เข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย* ข้อมูลเพิ่มเติม งานสัมมนาออนไลน์ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet (ลิงก์จะส่งให้หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Days Hours Minutes Seconds...
Asana Features Updated ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Notes and uploaded files on teams: การบันทึก (Notes) และไฟล์แนบ (Attachments) จะสามารถมองเห็นได้แค่เฉพาะสมาชิกของทีมนั้นเท่านั้น สำหรับทีมแบบ Public สมาชิกภายในองค์กรยังคงสามารถดู Notes และไฟล์แนบได้ตามปกติ สำหรับ ทีมแบบ Private ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานหรือการเข้าถึงใด ๆ Asana for Google Chat in Google Workspace: Asana สำหรับ Google Chat ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Asana for Google Workspace Add-on แล้ว ผู้ใช้งานสามารถติดตั้งเพื่อใช้งาน Asana ร่วมกับ Gmail, Docs, Sheets, Slides และ Google Chat ได้ทันทีเพียงแอปเดียว Asana Gemini Workspace Connector: ตัวเชื่อมต่อ Asana กับ Gemini ใน Google Workspace ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหา Tasks งานและข้อมูลโปรเจกต์จาก Asana ได้โดยตรงผ่าน Gemini โดยไม่ต้องสลับแอป ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและทำงานได้ต่อเนื่องมากขึ้น สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Rule builder improvements: Rule Builder ได้รับการปรับปรุงให้แสดงการทำงานของโปรเจกต์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมสถานะการ Error และ Warning ไว้ที่จุดเดียว มีตัวบ่งชี้ที่ช่วยบอกปัญหาในแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบ แก้ไข และตั้งค่า Automation ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น...
Continue readingAgentic AI คืออะไร? จะมาแทนที่คนไหม?
Agentic AI คืออะไร? จากยุค Generative AI สู่ Agentic AI แบบเต็มตัว Agentic AI คือ เครื่องมืออัจฉริยะตัวใหม่ที่ไม่ใช่แค่ช่วยสร้างสรรค์หรือคิดไอเดียเท่านั้น แต่สามารถตัดสินใจและทำตามคำสั่งได้หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็น Agent (ผู้ช่วย/เลขา) ที่สามารถช่วยคุณจัดการงานต่าง ๆ ได้แบบอัตโนมัตินั่นเอง เพื่อให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้เปรียบเทียบความแตกต่าง ดังนี้ Generative AI = สมอง → คิด ตัวอย่าง Prompt คำสั่ง → ช่วยสรุปเนื้อหาจากไฟล์บันทึกการประชุมนี้ให้หน่อย Agentic AI = สมอง + มือ → คิดและลงมือทำ ตัวอย่าง Prompt คำสั่ง → จากบันทึกการประชุม ช่วยสร้าง Task ให้คนที่เกี่ยวข้องทุกคน แล้วส่งนัดหมาย Follow-up ใน Google Calendar ให้ด้วย https://www.youtube.com/watch?v=Xy0r5fKwlVo&t=3s และข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Google Workspace! เมื่อไม่นานมานี้ Google ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า “Workspace Studio” ซึ่งก็ได้นำเทคโนโลยี Agentic AI นี้มาให้ทุกคนได้ปรับใช้ เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกและไร้รอยต่อมากขึ้น โดยคุณสามารถกำหนด Action ต่าง ๆ ในแอปให้ทำงานอัตโนมัติได้แบบ All in One ไม่ต้องพึ่ง 3rd Party เลย ตัวอย่างการทำงานของ Workspace Studio เช่น เมื่อได้รับอีเมลใหม่ → คัดแยกชื่อผู้ส่ง → ติด Label อัตโนมัติ หรือ เมื่อได้รับอีเมลใหม่ → วิเคราะห์ข้อมูลในอีเมลเพื่อจัดลำดับความสำคัญ → ติด...
Continue readingฟังก์ชันใหม่ ! ‘Deep Research’ ใน NotebookLM ค้นคว้าได้ลึกกว่า ฉลาดกว่า ประหยัดเวลากว่า
หากคุณเคยใช้ Gemini ก็อาจคุ้นหน้าคุ้นตากับฟังก์ชัน Deep Research อยู่บ้าง ซึ่งปัจจุบันฟังก์ชันนี้ได้ถูกยกมาไว้ใน NotebookLM เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คืออะไร ? ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คือ ผู้ช่วยค้นหาแหล่งข้อมูล (Source) บนอินเทอร์เน็ตแบบเจาะลึก โดยจะทำการค้นหาข้อมูลทั้งหมดจากฐานข้อมูลของ Google และแสดงผลให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ข้อมูลนั้นเป็นแหล่งข้อมูลในการวิเคราะห์ต่อไปหรือไม่ ฟังก์ชัน Deep Research ใน NotebookLM คืออะไร ? การใช้ Deep Research จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการค้นหาแหล่งข้อมูลได้อย่างมาก เพราะหากคุณใช้วิธีการวางลิงก์แบบเดิม คุณจะต้องหาแหล่งข้อมูลเองโดยการอ่านทีละเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้คุณใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะได้แหล่งข้อมูลที่ต้องการ ในทางกลับกันการใช้ Deep Research นั้นคุณสามารถค้นหาแหล่งข้อมูลผ่านหน้า NotebookLM ได้โดยตรง ซึ่งคุณสามารถเห็นแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ภายในการค้นหาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เรียกว่าทำน้อยแต่ได้มาก ! วิธีการใช้ Deep Research ใน NotebookLM เปิด NotebookLM ไปที่หน้าต่างด้านซ้ายจะเห็นกล่องข้อความเล็ก ๆ ปรากฏดังรูป เลือก Web เลือก Deep Research จากนั้น NotebookLM จะทำการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งอาจใช้เวลานานประมาณ 1-3 นาที ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและจำนวนข้อมูลที่มี เมื่อการค้นหาเสร็จสิ้น คุณสามารถคลิกเลือกแหล่งข้อมูลที่ต้องการแล้วใช้งานตามปกติได้เลย (สามารถเลือกได้หลายอัน) นอกจากนี้เรายังมีทริคการใช้งานมากมายที่จะช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น คลิกดูบทความด้านล่างนี้ได้เลย !...
โครงสร้าง Organizational Unit (OU) พัง องค์กรเสี่ยง! ใช้ Google Workspace ให้ปลอดภัยต้องมีรากฐาน OU ที่ดี
สำหรับหลายองค์กร Google Workspace คือระบบหลักที่ใช้สื่อสาร ประสานงาน และเก็บข้อมูลสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้บริหารจำนวนมากไม่รู้คือ: ความปลอดภัย การกำกับดูแล และความเป็นระเบียบของทั้งองค์กร ขึ้นอยู่กับ “โครงสร้าง Organizational Unit (OU)” ที่คุณออกแบบตั้งแต่วันแรก โดยกว่า 80% ขององค์กรที่ Demeter ICT เข้าไปตรวจสอบพบว่าโครงสร้าง OU มีปัญหา เช่น ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบใหญ่ต่อแผนกต่าง ๆ ในองค์กร การกำหนด OU ที่แข็งแกร่งจึงสำคัญและเป็นรากฐานของการทำงาน รวมถึงการใช้งาน Google Workspace ด้วย เพราะหากองค์กรของคุณมีการกำหนด OU ที่ครอบคลุมและเป็นมาตรฐานจะช่วยให้ Google Workspace สามารถตอบโจทย์การทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายองค์กรและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Organizational Unit (OU) คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? Organizational Unit (OU) คือกลุ่มหรือหน่วยงานย่อยภายในองค์กร เช่น แผนก สาขา หรือทีม โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดระเบียบผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ และทรัพยากรต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทำให้การจัดการ การรักษาความปลอดภัย และการกำหนดนโยบายทำได้ง่ายขึ้น โดยผู้ดูแลระบบสามารถมอบหมายการควบคุมหรือกำหนดกฎเฉพาะกลุ่มนั้นได้ด้วย Organizational Unit (OU) ที่ดีส่งผลต่อองค์กรและการใช้งาน Google Workspace อย่างไร? ความปลอดภัย: ควบคุมว่าใครใช้เครื่องไหน จากที่ไหน และภายใต้เงื่อนไขใด สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล: ใครควรเห็นอะไร ใครไม่ควรเห็นอะไร Email & Compliance: บางแผนกมีความเสี่ยงสูง บางแผนกต้องเก็บข้อมูลตามกฎหมาย Onboarding/Offboarding Workflow (Lifecycle): การรับพนักงานใหม่ – จัดการพนักงานลาออกอย่างเป็นระบบ การใช้ License ให้คุ้มค่า: ไม่เสียเงินให้สิทธิ์ที่ไม่จำเป็น Data Loss Prevention (DLP): ทุกการใช้งานมีความปลอดภัยและตรวจสอบได้ การกระจายสิทธิ์ Admin:...
Continue readingวัดผล CX อย่างไรให้ธุรกิจโต? รวม CX Metrics ที่ CEO, Manager และ Agent ไม่ควรพลาด
“Customer Experience (CX)” หรือประสบการณ์ลูกค้า ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงนามธรรมอีกต่อไป แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่ชี้วัดความได้เปรียบทางการแข่งขัน ทว่าความท้าทายที่แท้จริงขององค์กรส่วนใหญ่คือ “การเปลี่ยนความพึงพอใจที่เป็นความรู้สึก ให้กลายเป็นดัชนีชี้วัดที่จับต้องได้” ความประทับใจระดับที่ว่า “บริการยอดเยี่ยม” หรือ “แพลตฟอร์มใช้งานง่าย” อาจเป็นสัญญาณที่ดี แต่หากไม่ได้รับการเปลี่ยนเป็น KPIs (Key Performance Indicators) ที่ชัดเจน องค์กรย่อมยากที่จะประเมินประสิทธิภาพหรือกำหนดทิศทางการลงทุนที่แม่นยำได้ ในบทความนี้เราจึงขอสรุปตัวชี้วัดสำคัญ เพื่อช่วยให้คุณเปลี่ยน Insight ลูกค้าให้กลายเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลัง โดยแบ่งตามบทบาทความรับผิดชอบ มาเริ่มดูกันเลย! 1. สำหรับผู้บริหาร (CEO / Executives / Business Owners) Focus: ภาพรวมธุรกิจ, การเติบโต และความคุ้มค่า (ROI) สำหรับผู้บริหารระดับสูง ประสบการณ์ลูกค้าคือฟันเฟืองสำคัญของรายได้และมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาว การวัดผลในระดับนี้จึงไม่ได้เน้นที่ปริมาณงานรายวัน แต่เน้นที่ผลกระทบเชิงโครงสร้างธุรกิจ Customer Churn Rate (อัตราการสูญเสียลูกค้า)ตัวเลขนี้เปรียบเสมือน “สัญญาณชีพ” ของบริษัท หากอัตรา Churn Rate สูง ย่อมสะท้อนถึงรอยรั่วใน CX ที่กำลังกัดเซาะกำไรและขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร Customer Lifetime Value (CLV)มูลค่ารวมเฉลี่ยที่ลูกค้าหนึ่งคนสร้างให้กับบริษัทตลอดช่วงอายุการเป็นลูกค้า ตัวเลขนี้เป็นดัชนีชี้วัดชั้นดีว่ากลยุทธ์ CX ของคุณมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเปลี่ยนผู้ซื้อขาจรให้กลายเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงและยาวนานได้หรือไม่ Net Promoter Score (NPS)ดัชนีความจงรักภักดีที่บ่งบอกถึง “สุขภาพของแบรนด์” ในมุมมองสาธารณะ และเป็นตัวทำนายโอกาสในการขยายฐานลูกค้าผ่านการบอกต่อ (Word-of-Mouth) ซึ่งเป็นต้นทุนการตลาดที่ต่ำที่สุดแต่ได้ผลดีที่สุด Zendesk ช่วยคุณเรื่องนี้อย่างไร? Zendesk มีฟีเจอร์ Analysis (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Zendesk Explore) ช่วยเปลี่ยนรายงานที่ซับซ้อนให้กลายเป็น Dashboard ที่สวยงามและอ่านง่าย และช่วยให้ผู้บริหารเห็นแนวโน้มธุรกิจได้ทันทีแบบ Real-time จากผลการศึกษาล่าสุดจาก Forrester พบว่าองค์กรที่ใช้งาน Zendesk ได้รับผลตอบแทนที่วัดผลได้จริง ดังนี้: ✅ ROI สูงถึง 301%: ภายในระยะเวลา 3 ปี...
Continue readingQ&A Session
คุณสามารถเลือกอ่านรายการคำถามได้ด้านล่างนี้ ถ้าต้องเริ่ม Transform องค์กรด้วย Gemini เพียงแค่หนึ่งอย่างที่เห็นผลชัดที่สุด (Quick Win) แนะนำให้เริ่มจาก Use Case ไหนใน Google Workspace ทางเลือกที่เห็นผลเร็วที่สุดคือการใช้ Gemini ใน Google Sheets เพื่อทำ Data Classification & Cleaning เพราะ Gemini สามารถช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลให้เสร็จได้ในไม่กี่วินาที เพียงแค่นี้คุณก็จะเห็นความแตกต่างของประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานเดิมเลยครับ Google Workspace กับของค่ายอื่น แตกต่างกันอย่างไร มีส่วนที่เหนือกว่าอย่างไร หากเปรียบเทียบ Google Workspace กับคู่แข่งหลักอย่าง Microsoft 365 หรือ Zoho ความแตกต่างที่สำคัญและส่วนที่ Google Workspace ทำได้ดีกว่ามีดังนี้ ความลื่นไหลในการทำงานร่วมกัน (Real-time Collaboration): Google ถูกออกแบบมาให้เป็น “Cloud-native” ตั้งแต่แรก ทำให้การพิมพ์งานพร้อมกันหลายคนใน Docs หรือ Sheets ทำได้เสถียรและรวดเร็วกว่า ไม่ค่อยมีปัญหาไฟล์ล็อคหรือต้องรอ Sync เหมือนซอฟต์แวร์ที่ดัดแปลงมาจากโปรแกรม Desktop ความง่ายในการใช้งาน (User Experience): อินเทอร์เฟซสะอาดตาและไม่ซับซ้อน พนักงานแทบไม่ต้องเรียนรู้ใหม่เพราะคุ้นเคยกับ Gmail และ Google Drive ส่วนตัวอยู่แล้ว ระบบค้นหาอัจฉริยะ (Smart Search): พลังของ Google Search ถูกนำมาใช้ใน Drive และ Gmail ทำให้การหาไฟล์งานทำได้รวดเร็วมาก แม้จะจำชื่อไฟล์ไม่ได้แต่จำเนื้อหาบางส่วนได้ ระบบก็สามารถค้นหาเจอได้อย่างแม่นยำ การทำงานบนเบราว์เซอร์ 100%: ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องคอมพิวเตอร์ ช่วยลดภาระของฝ่าย IT ในการดูแลรักษาและอัปเดตซอฟต์แวร์ และยังทำงานได้เสถียรแม้ในเครื่องที่สเปกไม่สูง Workspace Studio เปิดใช้งานอย่างไรสำหรับคนที่ใช้ Google Workspace...
Continue reading5 มุมมอง Pain Points ตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงลูกค้า และวิธีแก้ให้จบด้วย Zendesk
การลงทุนในระบบ Customer Service (CS) หลายครั้งถูกมองว่าเป็นเพียงการเลือกซื้อเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริง มันคือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อโครงสร้างองค์กร ต้นทุน และความเสี่ยงในระยะยาว หลายองค์กรเสียเวลาไปกับการเลือกฟีเจอร์ แต่กลับมองข้ามความเจ็บปวด (Pain Points) ที่แท้จริงของคนในองค์กรซึ่งแต่ละบทบาทมองไม่เหมือนกัน ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึก Pain Points สำคัญที่มักซ่อนอยู่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็งของงานบริการ และทำไมการแก้ปัญหาด้วย Zendesk ถึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนซอฟต์แวร์ แต่คือการวางรากฐานใหม่ให้ธุรกิจของคุณ ยาวไปอยากเลือกอ่าน คลิกเลือกหัวข้อที่สนใจได้เลย 1) ผู้บริหารระดับ Executive (CEO / CFO / ผู้มีอำนาจตัดสินใจงบประมาณ) สำหรับผู้บริหารระดับ CEO หรือ CFO งานบริการลูกค้า (Customer Service) ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รับเรื่องร้องเรียน แต่คือ “ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจัดการต้นทุน” และเป็นรากฐานสำคัญที่จะบอกว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหน Pain Points เชิงโครงสร้าง กับดักของการเติบโตที่ไร้ระบบ ในวันที่ธุรกิจกำลังขยายตัว ผู้บริหารมักจะพบว่างานบริการลูกค้าเริ่มกลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ควบคุมยากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่าน 4 ปัญหาหลัก: ต้นทุนที่บานปลาย (Uncontrolled Costs): ยิ่งมีเคสเยอะ ยิ่งต้องเพิ่มพนักงาน (Headcount) แบบไม่จบสิ้น ทำให้กำไรต่อหน่วยลดลง รายงาน SLA ที่หลอกตา: ตัวเลขในรายงานอาจจะดูดี แต่สวนทางกับความพึงพอใจจริงของลูกค้า เพราะระบบไม่ได้วัดผลที่คุณภาพหรือความเร็วที่แท้จริง ระบบยิ่งซับซ้อน ยิ่งขยับตัวยาก: เมื่อระบบหลังบ้านวุ่นวาย องค์กรต้องกลับไปพึ่งพา Vendor ภายนอกหรือผู้เชี่ยวชาญตลอดเวลา ทำให้เสียความคล่องตัว (Agility) คุณภาพที่ไม่สม่ำเสมอ: เมื่อขยายทีม คุณภาพการบริการกลับแกว่งไปตามทักษะของพนักงานแต่ละคน ไม่ได้มีมาตรฐานที่คงที่ คำถามสำคัญที่ท้าทายผู้บริหารคือ: “วันนี้องค์กรของคุณกำลังควบคุมคุณภาพด้วยระบบ หรือพึ่งพาแค่ตัวบุคคล?” Zendesk เข้ามาแก้ Pain Points ของผู้บริหารอย่างไร? หากมีการออกแบบและวางระบบ (Implement) อย่างถูกต้อง Zendesk จะไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์รวมแชท แต่จะทำหน้าที่เป็นระบบควบคุมต้นทุนและความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการที่ทรงพลัง ✅ วางมาตรฐานด้วยระบบ: การคัดกรองงาน...
Continue readingGoogle AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini
คลิกลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วม พบกับทางลัดช่วยลดเวลาทำงานให้เร็วขึ้น 10 เท่า ไปกับ Google Workspce & Gemini ฟีเจอร์ล่าสุดของปี 2026 พบกับทางลัดช่วยลดเวลาทำงานให้เร็วขึ้น 10 เท่าไปกับ Google Workspce & Gemini ฟีเจอร์ล่าสุดของปี 2026 ยกมือขึ้น หากคุณเป็นคนที่ใช้ Google Workspace อยู่ทุกวัน แต่ปัญหาคือ… ใช้แค่ส่งเมลและทำงานเอกสาร มี Gemini ให้ใช้แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำไปช่วยงานจริงของทีมได้อย่างไร ใช้ Google Workspace แต่รูปแบบการทำงานของทีมยังเหมือนเดิม ไม่แน่ใจว่าช่วงนี้มีอัปเดตฟีเจอร์อะไรใหม่บ้าง ถ้าคุณมีหนึ่งในปัญหาเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเครื่องมือที่คุณมีอยู่ในมือกำลังถูกใช้งานได้ไม่เต็มศักยภาพ และอาจกำลังทำให้องค์กรเสียโอกาสไปโดยไม่รู้ตัว Demeter ICT ขอเชิญชวนคุณมาพบกันที่งาน “Google AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini” งานสัมมนาแบบ Exclusive สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ไว้วางใจให้เราดูแลการใช้ Google Workspace ภายในงานเราจะพาคุณมาอัปเดตการใช้งาน Google Workspace & Gemini เจาะลึกฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของปี 2026 พร้อมอัปเดตเทรนด์มาใหม่สุดแรง! กับ AI agent ที่จะมาช่วยจัดการงานที่เป็น Routine หรืองานซ้ำซาก ให้กลายเป็นงานอัตโนมัติโดย AI เพื่อให้พนักงานสามารถหันมาโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้มากขึ้น รับรองว่าคุณจะได้ไอเดียไปพัฒนาต่อยอดการทำงานของทีมให้ทำงานได้เร็วขึ้น และใช้เครื่องมือที่มีได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด งานนี้เข้าร่วมฟรี ! อยากทุ่นแรงทำงานด้วย AI ใช้ Google Workspace อย่างไรให้คุ้ม งานนี้ห้ามพลาด Google AI 2026: From Workload to Workflow with Google Workspace & Gemini...
Continue readingบุกตลาดจีนให้สำเร็จ ต้องเริ่มจาก “ความถูกต้องเชิงโครงสร้าง”
ทำไม China Market Entry & Compliance คือความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ต้นทุน? จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดของโลก ด้วยผู้ใช้งานดิจิทัลมากกว่า 1,000 ล้านคน และ WeChat เพียงแพลตฟอร์มเดียวก็มีผู้ใช้งานประจำต่อเดือน (MAU) มากกว่า 1.3 พันล้านบัญชี แต่ในขณะเดียวกันจีนก็เป็นตลาดที่หลายธุรกิจ “เข้าไม่ถึงจริง” แม้จะมีงบประมาณการตลาดพร้อมก็ตาม จากประสบการณ์ในโครงการ China Market Entry ที่ผ่านมา ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่กลยุทธ์การตลาดแต่อยู่ที่ โครงสร้างการเข้าสู่ตลาดและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) ทำความเข้าใจ China Market Entry & Compliance China Market Entry & Compliance คือ กลยุทธ์และกระบวนการ “เตรียมความพร้อม” ทั้งในด้านธุรกิจและกฎหมาย สำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการขยายตลาดเข้าไปในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ปราบเซียนที่สุดในโลกเนื่องจากมีกฎระเบียบเฉพาะตัวสูงมาก หากจะให้อธิบายให้เข้าใจง่าย สองคำนี้คือ “กุญแจ” และ “เกราะป้องกัน” Market Entry (กุญแจ): วิธีการที่คุณจะ “เปิดประตู” เข้าไปขายของ (เช่น จะขายผ่านออนไลน์ หรือไปตั้งบริษัทที่นั่นเลย) Compliance (เกราะป้องกัน): การทำให้ธุรกิจของคุณ “ถูกต้องตามกฎ” เพื่อไม่ให้ถูกสั่งปิดหรือโดนปรับมหาศาล ตัวเลขที่สะท้อนความจริงของตลาดจีน จากข้อมูลเชิงอุตสาหกรรมและกรณีศึกษาที่พบโดยทั่วไป: มากกว่า 60% ของบัญชี WeChat Official Account สำหรับธุรกิจต่างชาติ ประสบปัญหาการอนุมัติล่าช้า หรือถูกจำกัดฟังก์ชันในภายหลัง ธุรกิจที่เลือกประเภทบัญชีผิดตั้งแต่ต้น มีโอกาสต้อง จดทะเบียนใหม่ทั้งระบบ ภายใน 12–24 เดือน แคมเปญการตลาดจีนที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับ WeChat OA อย่างเป็นทางการ มี Conversion Rate ต่ำกว่ามาตรฐานตลาดถึง 30–40% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า Compliance ไม่ใช่เรื่องหลังบ้าน แต่คือปัจจัยที่กระทบผลลัพธ์ทางธุรกิจโดยตรง กรณีตัวอย่างที่...
Continue reading