เคล็ด(ไม่)ลับ เขียน Prompt บน Gemini App ด้วยวิธีนี้ Result ปังแน่นอน!

เคยไหมที่เวลาใช้ Gemini ในการหาไอเดีย แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ตรงใจสักที แน่นอนว่าหนึ่งในสาเหตุนั้นก็คือการป้อน Prompt ที่ยังไม่ตรงจุดหรือกว้างเกินไปนั่นเอง ซึ่งคุณ​ Pooja Jain (Customer Engineer, Google Workspace) ได้แชร์ประสบการณ์ผ่านบทความบน Google Workspace blog ไว้ว่า “การเขียน Prompt บน Gemini Advanced ให้ลองใช้เทคนิค Question-Based Prompting เพื่อคำตอบที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น” 

เทคนิค Question-Based Prompting หรือ QBP คืออะไร

หลักการสำคัญของ Question-Based Prompting (QBP) ก็คือการเปลี่ยนวิธีการป้อนแบบคำสั่งแบบกว้างๆ หรือประโยคบอกเล่าให้อยู่ในรูปแบบคำถาม โดยให้เริ่มต้นบทสนทนาจากคำถามตั้งต้น แล้วตามด้วยคำถามต่อเนื่อง เพื่อเจาะลึกรายละเอียดและให้ได้คำตอบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ทำไมต้องใช้เทคนิค QBP กับ Gemini App

คำถามช่วยให้โมเดลรู้ว่าเราต้องการอะไร และข้อมูลแบบไหนที่เรากำลังมองหา เพราะคำถามที่เรียบเรียงอย่างดีจะช่วยให้ Gemini เห็นทิศทางที่ชัดเจนและสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น

การถามคำถามที่เจาะจงจะนำไปสู่คำตอบที่ตรงกับความต้องการมากกว่าการให้คำสั่งกว้างๆ

การตั้งคำถามช่วยให้คุณสามารถนำทางการตอบกลับของ Gemini ไปในแนวทางที่คุณต้องการ ทำให้คุณได้รับข้อมูลที่ตรงกับความต้องการเฉพาะของคุณมากที่สุด 

วิธีสร้างคำถามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน Gemini คุณสามารถสร้างคำถามเพื่อป้อนเป็น Prompt ได้สองวิธีหลัก ๆ นั่นก็คือการป้อนคำถามที่ละเอียดและเจาะจงด้วยตนเอง หรือใช้ความสามารถของ Gemini ให้ช่วยสร้างไอเดียคำถามให้ โดยวิธีแรกจะช่วยให้คุณควบคุมทิศทางและรายละเอียดของข้อมูลได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่วิธีที่สองให้ Gemini ช่วยสร้างชุดคำถามที่เหมาะสมให้ ยกตัวอย่างเช่น การถาม Gemini ว่า “มีคำถามสำคัญอะไรบ้างที่ฉันควรถาม Gemini เพื่อปรับปรุงการจัดการโปรเจกต์ของฉัน?” ซึ่งทั้งสองวิธีนี้จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลเชิงลึกและผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ 

คำแนะนำ: คุณสามารถแนบข้อมูลหรือไฟล์เพื่อเป็น “บริบท” เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ เอกสาร, สเปรดชีต, ไฟล์นำเสนอ, รูปภาพ หรือโค้ด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ Gemini สามารถดึงข้อมูลจากไฟล์เหล่านั้นมาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ตอบคำถามและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  

ตัวอย่างเปรียบเทียบผลลัพธ์ของ Prompt ทั่วไป VS เทคนิค QBP

สถานการณ์ที่ 1 (แผนกฝ่ายบุคคล):

คุณต้องการปรับปรุงกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงานของบริษัท

“ปรับปรุงกระบวนการสรรหาพนักงาน”

ปัญหาที่พบ:  

  • Prompt นี้กว้างเกินไป ทำให้ Gemini ให้ข้อมูลทั่วไป ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการ
  • ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของตำแหน่งงาน หรือปัญหาที่คุณต้องการแก้ไข

1. เริ่มด้วยคำถามตั้งต้น:

“บริษัทของเราต้องการปรับปรุงกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงานสำหรับตำแหน่ง Software Developer เนื่องจากปัจจุบันใช้เวลานานและได้ผู้สมัครที่ไม่ตรงกับความต้องการ ช่วยแนะนำขั้นตอนและวิธีการปรับปรุงกระบวนการสรรหาให้หน่อยได้ไหม”

2. ตามด้วยคำถามต่อเนื่อง (เพื่อเจาะลึกรายละเอียด):

  • “ควรใช้ช่องทางใดบ้างในการประกาศรับสมัครเพื่อให้เข้าถึงผู้สมัครที่มีคุณภาพ”
  • “มีวิธีการคัดกรองใบสมัครและสัมภาษณ์ผู้สมัครอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและได้ข้อมูลที่ครบถ้วน”
  • “ควรมีการใช้เทคโนโลยีใดบ้างในการปรับปรุงกระบวนการสรรหา เช่น ระบบติดตามผู้สมัคร (ATS) หรือการสัมภาษณ์ออนไลน์”
  • “มีวิธีการใดบ้างในการประเมินทักษะและความเหมาะสมของผู้สมัครให้ตรงกับความต้องการของตำแหน่งงาน”
  • “ควรมีการจัดทำแผนการปฐมนิเทศ (Onboarding) อย่างไรเพื่อให้พนักงานใหม่ปรับตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • Prompt ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ Gemini เข้าใจบริบทและความต้องการของคุณอย่างละเอียด
  • Gemini จะให้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและตรงเป้าหมายมากขึ้น เช่น:
    • แนะนำช่องทางการประกาศรับสมัคร เช่น LinkedIn, GitHub, หรือเว็บไซต์เฉพาะทาง
    • แนะนำเทคนิคการสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Interview)
    • แนะนำการใช้ระบบติดตามผู้สมัคร (ATS) เพื่อลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองใบสมัคร
    • แนะนำการทดสอบทักษะทางเทคนิค (Technical Assessment) เพื่อประเมินความสามารถของผู้สมัคร
    • แนะนำการจัดทำแผนการปฐมนิเทศ (Onboarding) ที่มีโครงสร้างชัดเจนและครอบคลุมข้อมูลที่จำเป็น

สถานการณ์ที่ 2 (แผนกการตลาด):

คุณต้องการวางแผนแคมเปญการตลาดดิจิทัลเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

“วางแผนแคมเปญการตลาดดิจิทัล” 

ปัญหาที่พบ:  

  • Prompt นี้กว้างเกินไป ทำให้ Gemini ให้ข้อมูลทั่วไป ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการของคุณ
  • ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ หรือเป้าหมายของแคมเปญ

1. เริ่มด้วยคำถามตั้งต้น:

“เรากำลังจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นครีมบำรุงผิวสำหรับผู้หญิงวัย 25-35 ปี งบประมาณสำหรับแคมเปญการตลาดดิจิทัลคือ 200,000 บาท ต้องการสร้างยอดขายผลิตภัณฑ์ในช่วง 3 เดือนแรก ช่วยวางแผนแคมเปญการตลาดดิจิทัลให้หน่อยได้ไหม”

2. ตามด้วยคำถามต่อเนื่อง (เพื่อเจาะลึกรายละเอียด):

  • “ช่องทางดิจิทัลใดบ้างที่เหมาะสมในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้ เช่น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube หรือ Google Ads”
  • “ประเภทของเนื้อหา (Content) แบบใดที่จะดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เช่น วิดีโอรีวิว, Infographic หรือ บทความลง Blog”
  • “ควรมีการใช้ Influencer Marketing หรือไม่ และควรเลือก Influencer ประเภทใด”
  • “มีวิธีการใดบ้างในการวัดผลประสิทธิภาพของแคมเปญ และควรใช้ตัวชี้วัดใดบ้าง (KPIs)”
  • “ควรมีการปรับปรุงแคมเปญอย่างไรในระหว่างดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้”

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • Prompt ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ Gemini เข้าใจบริบทและความต้องการของคุณอย่างละเอียด
  • Gemini จะให้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและตรงเป้าหมายมากขึ้น เช่น:
    • แนะนำการใช้ Instagram และ TikTok เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
    • แนะนำการสร้างวิดีโอรีวิวจากผู้ใช้จริง และการทำอินโฟกราฟิกที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
    • แนะนำการเลือก Micro-Influencer ที่มีผู้ติดตามตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
    • แนะนำการใช้ Google Analytics และ Facebook Pixel ในการวัดผลประสิทธิภาพของแคมเปญ
    • แนะนำการจัดทำแผนการปฐมนิเทศ (Onboarding) ที่มีโครงสร้างชัดเจนและครอบคลุมข้อมูลที่จำเป็น

สถานการณ์ที่ 3 (แผนก IT):

บริษัทของคุณมีปัญหาในการบริหารจัดการโครงการ IT ทำให้เกิดความล่าช้า งบประมาณเกินกำหนด และผลลัพธ์ไม่ตรงกับความคาดหวัง

“ปรับปรุงการบริหารจัดการโครงการ IT” 

ปัญหาที่พบ:  

  • Prompt นี้กว้างเกินไป ทำให้ Gemini ให้ข้อมูลทั่วไป ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการของคุณ
  • ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของโครงการ ขนาดของทีม หรือปัญหาที่เกิดขึ้น

1. เริ่มด้วยคำถามตั้งต้น:

“บริษัทของเรามีปัญหาในการบริหารจัดการโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำให้เกิดความล่าช้า งบประมาณเกินกำหนด และผลลัพธ์ไม่ตรงกับความคาดหวัง ช่วยแนะนำวิธีการปรับปรุงการบริหารจัดการโครงการ IT ให้หน่อยได้ไหม”

2. ตามด้วยคำถามต่อเนื่อง (เพื่อเจาะลึกรายละเอียด):

  • “ควรมีการใช้ Project Management Methodology แบบใดให้เหมาะสมกับประเภทและขนาดของโครงการของเรา เช่น Agile, Waterfall, หรือ Hybrid”
  • “ควรมีการใช้เครื่องมือ Project Management ใดบ้างในการวางแผน ติดตาม และรายงานความคืบหน้าของโครงการ เช่น Microsoft Project, Jira, หรือ Asana”
  • “ควรมีการกำหนด Roles and Responsibilities ของสมาชิกในทีมโครงการอย่างไรให้ชัดเจน”
  • “ควรมีการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ”
  • “ควรมีการสื่อสารและรายงานความคืบหน้าของโครงการให้ Stakeholders ทราบอย่างไร”

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • Prompt ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ Gemini เข้าใจบริบทและความต้องการของคุณอย่างละเอียด
  • Gemini จะให้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและตรงเป้าหมายมากขึ้น เช่น:
    • แนะนำการใช้ Agile Methodology สำหรับโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย
    • แนะนำการใช้ Asana สำหรับการติดตาม Task และ Issue ของโครงการ
    • แนะนำการกำหนด Roles and Responsibilities ตาม RACI Matrix
    • แนะนำการทำ Risk Assessment และ Risk Mitigation Plan
    • แนะนำการใช้ Project Status Reports และ Dashboard ในการสื่อสารความคืบหน้า

 

จะเห็นได้ว่าการสร้าง Prompt ด้วยการใช้เทคนิค QBP เป็นวิธีที่ช่วยให้ Gemini สามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีความชัดเจนและตรงกับความต้องการมากขึ้น หากใครที่ยังไม่เคยลองการเขียน Prompt ด้วยวิธีนี้ อย่าลืมนำไปพัฒนาการเขียน Prompt ของคุณในครั้งหน้า รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นในการทำงานร่วมกับ Gemini แน่นอน 

Source: Beyond the prompt: Question your way to better prompting

ระบบอีเมลองค์กรและชุดแอปพลิเคชันเพื่อการทำงานร่วมกัน ตอบโจทย์สำหรับทุกธุรกิจ

บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด - พันธมิตรระดับ Google Premier Partner

ตัวแทนจำหน่าย Google Workspace ในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิกอย่างเป็นทางการ