Quiz by Google forms

How to สร้าง Quiz ง่าย ๆ ด้วย Google Forms พร้อมการตั้งค่าการเปิดเผยคะแนนและเฉลยข้อถูก

Google Forms หนึ่งในแอปพลิเคชันยอดฮิตจาก Google Workspace ที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยใช้กันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบบสอบถาม แบบประเมิน หรือแบบฟอร์มลงทะเบียน ก็ต่างถูกสร้างด้วย Google Forms กันทั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้ว Google Forms นั้นยังสามารถสร้าง Quiz ได้อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าการเปิดเผยคะแนนทันทีหรือภายหลังก็ได้ และในส่วนของขั้นตอนการสร้างนั้นก็ถือได้ว่าง่ายมาก จะคล้าย ๆ กับการสร้างฟอร์มแบบปกติเลย แต่จะมีการเพิ่มในส่วนของคะแนนของแต่ละข้อและมีการตั้งค่าการเปิดเผยคะแนนนั่นเอง  สร้าง Quiz ด้วย Google Forms ต้องทำอย่างไรบ้าง? ไปดูกันเลย! 1. เปิด Google Forms แล้วไปที่ Template เลือก Blank Quiz ในหมวด Education 2. ใส่รายละเอียดและเลือกประเภทคำตอบเหมือนการสร้าง Forms แบบปกติ3. เมื่อใส่รายละเอียดครบถ้วนแล้ว ไปที่ Answer Key ที่ด้านล่างคำตอบ เลือกคำตอบที่ถูกต้องแล้วใส่คะแนนข้อที่ถูก จากนั้นกดตกลง 4. กดเปิด Required ถ้าไม่ต้องการให้ผู้ทำแบบทดสอบข้ามคำถามนั้น 5. หากต้องการให้คำถามถัดไปอ้างอิงจากคำตอบก่อนหน้า ให้ไปที่ ‘จุดสามจุด’ ตรงมุมล่างขวาของคำถามนั้นแล้วเลือก Go to section based on answer 6. เมื่อกำหนดค่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม + เพื่อสร้างคำถามใหม่ได้เลย การตั้งค่าการเปิดเผยคะแนนและเฉลยข้อที่ถูกใน Google Forms สามารถเลือกได้ 2 แบบ ทั้งแบบทันทีที่ทำแบบทดสอบเสร็จและแบบส่งคะแนนภายหลัง 1. เข้า Google Forms เปิด Quiz ที่คุณได้สร้างไว้ เลือก Settings2. ไปที่ Release grades เลือกด้านบนหากคุณต้องการให้เปิดเผยคะแนนทันทีหลังทำแบบทดสอบเสร็จ เลือกด้านล่างหากคุณไม่ต้องการเปิดเผย...

Continue reading
AI ใน Google Workspace

ทำความรู้จัก AI เครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ Google Workspace ให้ประสบความสำเร็จในยุค Hybrid Work

นับว่าเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่หลาย ๆ หน่วยงานได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ล้วนแต่ผันเปลี่ยนไปในทุก ๆ วัน อย่างเช่นในปัจจุบันเริ่มต้นจาก Work From Home สู่ Hybrid Work ที่ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้แอปพลิเคชันต่าง ๆ ของ Google Workspace เช่น Gmail, Chat, และ Meet มีผู้ใช้จำนวนมากและเพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้นทีมพัฒนา Google Workspace จึงได้ตั้งใจออกแบบนวัตกรรมเทคโนโลยี AI มาช่วยขับเคลื่อนการใช้งาน Google Workspace ให้มีประโยชน์และตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่ง AI ตัวนี้จะสามารถช่วยให้คุณโฟกัสกับงานและสิ่งสำคัญได้ดียิ่งขึ้น ทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยมากขึ้น และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทีมได้ดีกว่าเดิม มาดูรายละเอียดกันเลยว่า AI ใน Google Workspace สามารถช่วยอะไรได้บ้าง? AI ช่วยสรุปสาระสำคัญได้ เมื่อไม่นานมานี้ทีม Google Workspace ได้ปล่อยฟังก์ชันสรุปเอกสารใน Google Docs ซึ่งเป็นสิ่งจุดประกายให้เห็นว่าฟังก์ชันนี้ก็น่าจะสามารถทำงานในแอป Google Chat หรือ Space ได้เหมือนกัน โดยใน Chat นั้น AI จะทำหน้าที่ช่วยสรุปบทสนทนาว่ามีจุดไหนที่สำคัญบ้างในกรณีที่คุณพลาดการสนทนาครั้งนั้นไป ช่วยให้คุณไม่ต้องกลับไปย้อนอ่านข้อความใน Chatใหม่ทั้งหมด ประหยัดเวลามาก ๆ  ยิ่งไปกว่านั้นใน Google Meet คุณยังสามารถถอดเสียงสนทนาออกมาเป็นตัวหนังสือได้ ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลไปหากไม่ได้เข้าร่วมประชุมเพราะ AI จะช่วยให้คุณสามารถอ้างอิงการสนทนาได้ในภายหลังทำให้คุณไม่พลาดสาระสำคัญใด ๆ ในที่ประชุมไปแน่นอน หรือหากคุณเข้าร่วมประชุมอยู่แล้ว คุณก็สามารถใช้ฟังก์ชันนี้มาเป็นตัวอ้างอิงในการจดสรุปประชุมได้เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่ารายละเอียดครบไม่มีพลาด ซึ่งฟังก์ชันนี้จะเปิดตัวประมาณไตรมาสที่ 4 ปี 2565  AI ช่วยเพิ่มประสบการณ์การประชุมให้ดียิ่งขึ้น “แสงน้อย กล้องไม่ชัด หรือแม้กระทั่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่อาจส่งผลให้คุณภาพกล้องลดลง” ปัญหาเหล่านี้กำลังจะหมดไป เพราะทีม Google Workspace ได้นำ Machine leaning มาช่วยปรับคุณภาพของวิดีโอ เพิ่มแสง...

Continue reading

KEEN แบรนด์รองเท้าชื่อดังจากอเมริกา ต่อยอดการบริการลูกค้าให้เติบโต 200% ด้วย Zendesk

ขึ้นภูเขา สัมผัสหาดทราย โอบกอดทะเล หากจะมีไอเทมรองเท้าคู่ใจที่ช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดแล้วล่ะก็ เชื่อว่าแบรนด์ ‘KEEN’ คงจะเป็นคำตอบในใจของใครหลายคน จุดเริ่มต้นของ KEEN เริ่มขึ้นในปี 2003 โดย Martin Keen ชายจากเมืองพอร์ตแลนด์คนหนึ่งที่ต้องการรองเท้าดี ๆ ใส่ขณะพายเรือ และหลังจากนั้นในปี 2011 บริษัทจากรัฐโอเรกอนแห่งนี้ก็ทำเงินได้มากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ต่อปี ตั้งแต่แตะขอบฟ้าจรดทราย รองเท้าของ KEEN จึงเรียกได้ว่าแทบจะครอบคลุมกิจกรรม outdoor ทุกอย่าง หากจำกัดความธุรกิจของ KEEN คงจะเป็นกลุ่ม Retail หรือ E-commerce ประเภท B2C อย่างไม่ต้องสงสัย แต่รู้หรือไม่? นอกจาก B2C แล้ว KEEN ก็ยังมี ‘KEEN Partners Service’ ที่เป็นบริการอนุญาตให้พาร์ทเนอร์ขายสินค้าตนเองผ่านฐานลูกค้าของ KEEN ได้อีกด้วยนะ? การจะทำธุรกิจทั้งสองส่วนให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากนี้ KEEN ยังพบว่าเครื่องมือที่ใช้อยู่อย่าง Cisco กับ Desk.com ไม่สามารถวัดผลที่ต้องการได้ แต่ก็เป็นตรงนี้เองที่ทำให้ KEEN อยากจะยกระดับการสนับสนุนด้าน E-commerce โดยการรวมช่องทางโทรศัพท์และอีเมลเข้าด้วยกัน รวมถึงยังต้องการระบบรีพอร์ตด้วย Keen จึงได้เจอกับ Zendesk เครื่องมือที่รองรับความต้องการของ KEEN ได้ทุกอย่าง แรกเริ่มใช้งาน Zendesk “Zendesk อยู่ระดับ Gold สำหรับกลุ่มธุรกิจแบบนี้ จริงอยู่ว่ามันเป็นโปรเจคใหญ่ แต่เรื่องการติดตั้งระบบ การใช้งานต่าง ๆ ก็ราบรื่นมากเทียบกับที่อื่นในรอบ 2-3 ปีของเราเลย” – Evan Israel, Operations Specialist & Project Liaison at KEEN กล่าว ข้อดีของ Zendesk เห็นได้ชัดเจนในทันที อย่างการเพิ่มโน๊ตสำหรับใช้ภายในด้วย Zendesk Support...

Continue reading
ตั้งแจ้งเตือนใน Gmail, Keep, Calendar

รวมวิธีตั้งแจ้งเตือน (Reminder) ใน Gmail, Google Keep, และ Google Calendar ฟังก์ชันเอาใจคนขี้ลืม!

ความขี้ลืมถือเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนก็ยังคงหาทางออกไม่ได้ ไหนจะประชุม ไหนจะโปรเจ็กต์ ไหนจะงานส่วนตัวอีก เยอะขนาดนี้จะไม่ให้ลืมได้อย่างไร แต่….ถ้าแก้ที่ตัวเราไม่ได้ ก็ต้องพึ่งแอปช่วย! ซึ่งสิ่งนั้นก็คือการตั้งแจ้งเตือน (Reminder) ใน Gmail, Google Keep, และ Google Calendar ฟังก์ชันที่จะช่วยให้ปัญหาคนขี้ลืมหมดไป งานเยอะแค่ไหนก็ไม่หวั่น! เพียงทำตามนี้ Reminder ใน Gmail 1. คลิกเลือกอีเมลในกล่องขาเข้า (Inbox) ที่คุณต้องการให้มีการแจ้งเตือน2. ไปที่ไอคอนรูปนาฬิกา (Snooze) ที่แท็บด้านบนแล้วเลือกเวลาที่คุณต้องการให้อีเมลถูกส่งเข้ามาใหม่ หรือกด Add to task ก็ได้ จากนั้นระบบจะส่งไป Google Calendar หมวดหมู่ My task ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนเช่นกัน3. หากคุณเลือกเวลาที่ Snooze แล้วอีเมลหายไป ไม่ต้องตกใจเพราะอีเมลจะถูกส่งเข้ามาใหม่ในเวลาที่คุณกำหนดนั่นเอง Reminder ใน Google Keep 1. เปิด Google Keep แล้วกดสร้างโน้ต ใส่หัวข้อและรายละเอียดที่ต้องการ2. กดปุ่มระฆัง (Reminder) ด้านล่างซ้ายของหน้ากระดาษโน้ต 3. เลือกวันที่และเวลาที่คุณต้องการจะให้ Google Keep แจ้งเตือน4. เปิดหน้า Google Keep ทิ้งไว้เพื่อให้ระบบแจ้งเตือน (ระบบจะไม่แจ้งที่หน้า Gmail) Reminder ใน Google Calendar 1. เข้า Google Calendar แล้วกดเลือกวันที่ที่คุณต้องการให้มีการแจ้งเตือน2. ใส่รายละเอียดต่าง ๆ โดยคุณสามารถเลือกจุดประสงค์ในการสร้างได้ เช่น Event, Appointment, Task หรืออื่น ๆ (หากเลือก Event ให้กด More options)3. เลือกเวลาที่คุณต้องการทำกิจกรรมนั้น เช่น เลือกเวลา 14.00-15.00 เพื่อทำงาน Project 1...

Continue reading

Self-service กลยุทธ์การบริการลูกค้ายุคดิจิทัลที่ถูกมองข้าม

ปัจจุบันด้วยสถานการณ์หลาย ๆ อย่างเป็นตัวเร่งให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป “ความสะดวกสบายและความรวดเร็ว” ไม่ได้เป็นสิ่งที่ลูกค้า ‘Want’ อีกต่อไปแล้ว… แต่เป็นสิ่งที่ลูกค้า ‘Need’ ไม่ว่าจะด้วยการสั่งซื้อสินค้า, การสอบถามข้อมูล, การชำระเงินหรือการแจ้งปัญหาต่าง ๆ ทุกอย่างต้องง่ายและไม่ซับซ้อน ส่งผลให้ธุรกิจหรือองค์กรต้องมีการปรับปรุงการบริการอยู่เสมอเพื่อให้สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าได้ คุณเคยไหม..ที่เจ้าหน้าที่ต้องตอบคำถามของลูกค้าเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ต้องพิมพ์คำตอบวนไปวนมา คุณเคยไหม..ที่ลูกค้าทักมาสอบถามข้อมูลตอนกลางคืนแล้วไม่มีใครคอยตอบ แต่การจะจ้างพนักงานมาบริการตอนกลางคืนก็ไม่คุ้มค่า อาจทำให้ลูกค้ารอและเสียโอกาสในการขาย คุณเคยไหม..ที่เจ้าหน้าที่ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอในการตอบคำถามของลูกค้า ต้องคอยไปสอบถามฝ่ายอื่น ๆ จนเสียเวลาและอาจเกิดความผิดพลาดได้ แล้วธุรกิจต้องทำอย่างไร? ถึงจะตอบโจทย์กับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ “ไม่ชอบรอ” ได้ Self-service การบริการลูกค้าที่หลายคนมองข้าม Self-service หรือการบริการตนเอง คือ หนึ่งทางออกที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการลูกค้าของคุณให้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยการสร้าง Help center เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาคำตอบของปัญหาได้ด้วยตนเอง รวมถึง Bot ที่สามารถดูแลลูกค้าได้ทุกเวลา ซึ่งผลสำรวจจาก Zendesk CX Trends 2022 พบว่า 69% ของลูกค้าต้องการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองเพราะมันสะดวกและรวดเร็วที่สุด Self-service กลยุทธ์ที่ Win-Win ทั้งลูกค้าและธุรกิจ ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาจะถูกแก้ไขได้โดยการนำระบบ Self-service มาปรับใช้ในการบริการลูกค้าของคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงแค่แก้ปัญหาของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังช่วยลดปริมาณงานที่ไม่จำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่ของคุณและยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้สามารถมอบการบริการลูกค้าที่เหนือกว่าคู่แข่งได้อีกด้วย ยกระดับการบริการแบบ Self-service ด้วย Digital Platform อย่าง Zendesk Zendesk ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้าน Digital Customer Service อันดับ 1 จาก Gartner ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริการแบบ Self-service จึงได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่จะช่วยวางรากฐานให้กับธุรกิจ สามารถนำระบบ Zendesk ไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย โดยที่จะมีทั้งการสร้าง Knowledge Base, Help center, การสร้าง Communities ไปจนถึงการออกแบบ Answer bot ที่จะคอยดูแลลูกค้าของคุณได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ระบบ Zendesk ยังสามารถแสดงข้อมูลของลูกค้าที่ใช้งานส่วนของ Self-service...

Continue reading

7 อันดับข้อดีของ Zendesk ที่ผู้ใช้งานจริงกด ‘เลือก’ มากที่สุด

หากจะแนะนำ Zendesk โดยสรุปคงจะได้มากกว่าหนึ่งประโยค อย่างเช่นว่า Zendesk เป็นซอฟต์แวร์บริการลูกค้า ประเภท Help desk ทำงานบนคลาวด์ เป็นอันดับ 1 Digital Customer Service จากการจัดอันดับของ Gartner มีบริษัทที่ใช้ Zendesk มากกว่า 170,000 รายทั่วโลก รวมถึงบริษัทที่เราคุ้นชื่อกันดีอย่าง Netflix, Bitkub, Agoda ผู้ใช้กว่า 2,700 คนลงคะแนน Zendesk ในเว็บไซต์แนะนำซอฟต์แวร์อย่าง Software Advice ไว้ที่ 4.36 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน โดยทุกหัวข้อการประเมินทั้ง 4 หัวข้อหลัก อันได้แก่ ความสะดวกสบายในการใช้ การบริการลูกค้า ความคุ้มค่าของเงินและฟังก์ชันการใช้งาน ล้วนได้คะแนนมากกว่า 4/5 คะแนนทั้งสิ้น ถึงอย่างนั้นท่ามกลางตลาดซอฟตแวร์ SaaS ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด อะไรที่เป็นข้อดี เป็นจุดแข็งที่ผู้ใช้งานเหล่านี้มองเห็นถึงเลือกใช้ Zendesk กันนะ? ในบทความนี้ Demeter ICT จึงขอพาคุณไปสำรวจข้อดีของ Zendesk ที่ได้รับเลือกมากที่สุด 7 อันดับจากเว็บ StackShare เว็บบอร์ดที่รวมนักพัฒนาและผู้ใช้งาน SaaS เอาไว้มากมาย อันดับ 1 รวมศูนย์การบริการทุกอย่างในที่เดียว เป็นฟีเจอร์ยอดฮิตเลยก็ว่าได้สำหรับการรวมทุกช่องทางสื่อสารของลูกค้าไว้ในหน้าจอเดียว ให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดระเบียบและตอบกลับการสนทนาต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ซึ่ง Zendesk ก็สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งช่องทางพื้นฐานอย่างอีเมล โทรศัพท์ ข้อความ ตลอดจนช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Line, Twitter, Instagram นอกจากนี้ Zendesk ก็ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ สำหรับการบริการลูกค้าครบ ไม่ว่าจะเป็นสร้าง Live Chat บนหน้าเว็บ สร้างระบบการโทร สร้าง Help Center คลังความรู้ทั้งของพนักงานและลูกค้า...

Continue reading
PDPA is

PDPA คืออะไร? กฎหมายบังคับใช้ที่ทุกองค์กร “ต้อง” ให้ความสำคัญ

PDPA หรือ Personal Data Protection Act B.E. 2562 คือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งเจ้าของข้อมูล (บุคคลธรรมดา ไม่รวมถึงผู้ถึงแก่กรรมและข้อมูลของนิติบุคคล) มีอำนาจเด็ดขาดที่จะขอ แก้ไข ลบ ระงับ ยกเลิก หรือทำลายข้อมูลนั้น ๆ โดยที่องค์กรจะต้องยินยอมปฏิบัติตามสิทธิ์การเข้าถึงของข้อมูลตามที่เจ้าของข้อมูลได้ระบุไว้เท่านั้น ตัวอย่างข้อมูลที่ได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ชื่อ-นามสกุล เชื้อชาติ ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรประจำตัวประชาชน/ เลขหนังสือเดินทาง ข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร/ ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลรูปใบหน้า ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพ และอื่น ๆ สามารถดูได้ที่นี่ ตัวอย่างข่าวในประเทศไทยที่มีปัญหาด้านข้อมูลรั่วไหลปี 2564 ทำไมทุกองค์กร”ต้อง”ให้ความสำคัญ? เมื่อ PDPA หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำลังจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน 2565 นี้ คุณได้เตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับนี้แล้วหรือยัง? แน่นอนว่าหากเป็นข้อบังคับใช้แล้วเนี่ย องค์กรของคุณจึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นแน่ เพราะความปลอดภัยไม่ใช่พื้นฐานที่องค์กรควรมีอีกต่อไป แต่เป็นพื้นฐานที่องค์กร “ต้องมี” ต่างหาก เพราะ ณ ปัจจุบัน หลาย ๆ องค์กรหันมาดำเนินกิจการแบบออนไลน์และทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านโลกอินเทอร์เน็ต จึงทำให้ข้อมูลถูกเก็บไว้บนอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก เป็นเหตุให้หลาย ๆ หน่วยงานต่างจับตาอยู่ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งหน่วยงานที่ว่านี้คือบุคคลผู้ไม่ประสงค์ดีนั่นเอง ที่ต้องการเข้ามาปลอมแปลงดึงข้อมูลความลับภายในบริษัทไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือกระทำการใด ๆ โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่รู้ตัวหรือไม่ได้ยินยอมในการกระทำดังกล่าว ซึ่งจากที่ได้กล่าวไปด้านบนจะเห็นได้ว่าองค์กรทุกองค์กรต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย (Data Loss Prevention) ภายในบริษัทที่จะสามารถป้องกันข้อมูลรั่วไหลนี้ได้ ซึ่ง DLP นี้จะคอยรักษาความปลอดภัยของข้อมูล คอยดูความเคลื่อนไหว สังเกตพฤติกรรมที่ผิดปกติ หากเกิดเหตุอันใดน่าสงสัย ระบบก็จะทำการคุ้มกันข้อมูลโดยทันที โดยที่ท่านสามารถซื้อระบบรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะก็ได้ หรือซื้อซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันในการเก็บข้อมูลได้อย่างปลอดภัยก็ได้ ในทางกลับกันหากองค์กรของท่านไม่มีความเข้าใจในกฎหมายนี้ ไม่ปฏิบัติตาม ไม่มีการเก็บข้อมูลพนักงานเป็นความลับ เผยแพร่ข้อมูลนี้ออกไปโดยที่พนักงานเจ้าของข้อมูลนั้นไม่ได้ยินยอม ขัดต่อกฎหมายข้อบังคับ PDPA ท่านจะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย...

Continue reading
PDPA Webinar

ยกระดับความปลอดภัยของธุรกิจให้สอดคล้องไปกับ PDPA ด้วย Google Workspace

“ยกระดับความปลอดภัยของธุรกิจให้สอดคล้องไปกับ PDPA ด้วย Google Workspace” นับถอยหลังอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน… ก่อน PDPA หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 นี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว โค้งสุดท้ายของการเตรียมตัว แล้วธุรกิจของคุณพร้อมหรือยังกับการเปลี่ยนแปลงนี้? เมื่อข้อมูลที่มีอยู่ในมือกลายเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าสำหรับบริษัทในยุคนี้ ซึ่งในบางครั้งการรวบรวม จัดเก็บ และการใช้ข้อมูลมากเกินไปและใช้อย่างไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนต่อเจ้าของข้อมูลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎ PDPA และถือเป็นความผิดที่อาจได้รับโทษได้ทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง ต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมหาศาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นการปรับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องรู้ให้เท่าทันเหตุการณ์และทำความเข้าใจก่อนมีผลบังคับใช้ Personal Data Protection Act (PDPA) หรือในชื่อไทย คือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อดูแลข้อมูลของผู้คนภายในประเทศและปกป้องสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลไม่ให้องค์กรหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนำข้อมูลของคุณไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม  พ.ร.บ.นี้ ใกล้ตัวขนาดไหน? สำหรับประชาชนทั่วไปก็อาจจะเคยเจอเหตุการณ์ เช่น ได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยไม่รู้ว่ามิจฉาชีพเหล่านี้ได้เบอร์หรือข้อมูลเรามาจากไหน บริษัทประกันโทรหาเพื่อเสนอขาย หรือมีการโฆษณาผ่านอีเมลจากที่ไหนไม่รู้โดยที่เราไม่ได้ยินยอมมาก่อน ซึ่งการเข้ามาของ PDPA จะช่วยลดเหตุการณ์เหล่านี้ให้น้อยลง เนื่องจากกลุ่มบุคคลที่นำข้อมูลไปใช้โดยพละการจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ดี สำหรับในแง่มุมของธุรกิจหรือองค์กรต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้มีการรวบรวม จัดเก็บ และการใช้ข้อมูลของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ จำต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบว่าธุรกิจของเรามีการละเมิด PDPA อยู่หรือไม่? เพื่อไม่ให้ทำผิดข้อกฎหมายไม่ว่าจะเป็นความประมาทโดยไม่ตั้งใจหรือตั้งใจก็ตามที ดังนั้นการให้ความสำคัญและการเตรียมพร้อมรับมือ PDPA จึงเป็นสิ่งที่องค์กร “ต้อง” ให้ความสนใจนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ PDPA และได้ตระหนักถึงมาตรการการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลของภาคธุรกิจและองค์กร จึงได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ฟรี ในหัวข้อ “ยกระดับความปลอดภัยของธุรกิจให้สอดคล้องไปกับ PDPA ด้วย Google Workspace” เพื่อเป็นการให้ความรู้ ความเข้าใจใน PDPA  แก่ผู้ประกอบการ พร้อมเสนอแนะแนวทางในการยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลให้กับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี Google Workspace จากบริษัทชื่อดังระดับโลกอย่าง Google เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถรับมือกับ PDPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมืออาชีพไปพร้อมกับเรา ลงทะเบียนสำรองที่นั่ง สิ่งที่คุณจะได้รับจากการเข้าร่วม ได้รับความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย PDPA ก่อนปรับใช้จริงในเดือนมิถุนายน...

Continue reading

10 Soft Skills ในการบริการลูกค้าสำหรับทีม Customer Service มีอะไรบ้าง?

ในโลกของการบริการลูกค้า (Customer Service) Soft Skills หรือทักษะความสามารถเชิงสมรรถนะที่หากพนักงานมีจะเป็นข้อได้เปรียบในการทำงานก็คือ ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์กับลูกค้า เพราะการโต้ตอบกับลูกค้าไม่ว่าจะผ่านทางโทรศัพท์ อีเมลหรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ สิ่งสำคัญในการบริการลูกค้าคือพนักงานต้องสามารถเชื่อมโยงบทสนทนาให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังโต้ตอบกับคนที่ห่วงใยและใส่ใจปัญหาของพวกเขาอย่างแท้จริง แต่ถ้าพูดแค่ว่าทีม Customer Service ต้องมี Soft Skills มันอาจจะดูกว้างไปสักหน่อย วันนี้ Demeter ICT จึงมาสรุปและแบ่งทักษะที่ทีม Customer Service ต้องมี ออกมาเป็นข้อ ๆ ทั้งหมด 10 ข้อให้ทุกท่านได้เห็นภาพกันมากขึ้น ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่า Soft Skills คืออะไร? สามารถดูรายละเอียดจากบทความนี้ได้เลย คลิก > https://bit.ly/37XKJwn 10 Soft Skills ที่ทีม Customer Service ต้องมี มีอะไรบ้าง? 1. การสื่อสารที่ชัดเจน (Clear communication) การสื่อสารที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการบริการลูกค้า คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรและคุณสามารถทำอะไรให้กับลูกค้าได้บ้าง Tips: การพูดคุย – การพูดให้ชัดเจน พูดให้เสียงดังพอ และใช้น้ำเสียงที่สดใสจะช่วยให้คุณสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างชัดเจนและเชิงบวก          ส่งข้อความ – หากคุณเขียนข้อความหรือส่งอีเมลถึงลูกค้า ก็ควรใช้ไวยากรณ์และการสะกดคำที่เหมาะสม แล้วเลือกคำและวลีที่สื่อถึงทัศนคติที่มองโลกในแง่ดีเช่นเดียวกัน 2. ทักษะการฟัง (Listening skill) ทักษะการฟังก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าการสื่อสาร การรับฟังลูกค้าอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร? และคุณจะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร? แสดงให้เห็นว่าคุณกำลังตั้งใจฟังผ่านภาษากายและการตอบสนอง สิ่งสำคัญของการบริการลูกค้าคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพนักงานได้ยินปัญหาของลูกค้าอย่างแท้จริง Tips: ถ้าหากคุณกำลังพูดคุยกับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นโดยตรงหรือโทรศัพท์ อย่าขัดจังหวะเวลาที่ลูกค้ากำลังพูดและตอบคำถามทั้งหมดอย่างระมัดระวัง 3. การควบคุมตนเอง (Self-control) ผู้ที่ทำงานด้านบริการลูกค้าต้องสามารถจัดการกับลูกค้าทุกคนได้อย่างใจเย็น แม้กระทั่งคนที่คิดลบที่สุด คุณต้องพยายามอยู่ในความสงบและเยือกเย็นแม้ว่าลูกค้าของคุณจะไม่อยู่ก็ตาม ความอดทนและการควบคุมตนเองจะป้องกันไม่ให้คุณอารมณ์เสียและพูดอะไรที่ไม่เหมาะสมออกไปสู่ลูกค้า Tips: เมื่อลูกค้าอารมณ์เสีย เมื่อลูกค้าโกรธ การพยายามลดบทสนทนาและสงบสติอารมณ์นั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุด 4. ทัศนคติเชิงบวก (Positive attitude) ทัศนคติเชิงบวกมีส่วนช่วยในการบริการลูกค้าได้เป็นอย่างดี แม้ว่าคุณอาจจะคิดว่าการมองโลกในแง่ดีหรืออารมณ์ดีในตอนที่ลูกค้ารู้สึกไม่สบายใจนั้น จะทำให้ลูกค้าบางคนรู้สึกว่าเราไม่จริงจังในการช่วยเหลือลูกค้า แต่การมองโลกในแง่ดีสามารถช่วยให้ลูกค้าคิดบวกมากขึ้นและอารมณ์เย็นลงได้ และเราก็ต้องแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าเราก็เต็มที่ในการช่วยเหลือลูกค้าอย่างจริงจังเช่นกัน...

Continue reading