ในยุคที่การทำงานต้องอาศัยหลายเครื่องมือ การเชื่อมต่อทุกระบบให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อคือ กุญแจสำคัญของการทำงานให้มีประสิทธิภาพ Asana สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องมือ Microsoft ที่คุณใช้อยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Outlook, Teams, OneDrive, Calendar และเครื่องมืออื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยเปลี่ยนงาน การสื่อสาร และไฟล์ต่าง ๆ ให้กลายเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ ทำงานได้เร็วขึ้น และไม่พลาดงานสำคัญ จะมีอะไรบ้าง? ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. Microsoft OneDrive Microsoft OneDrive คืออะไร? OneDrive คือ บริการจัดเก็บไฟล์บนคลาวด์ ที่ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงไฟล์จากอุปกรณ์ใดก็ได้ และแชร์ไฟล์กับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย ทำไมต้องใช้ OneDrive ร่วมกับ Asana? การเชื่อมต่อ OneDrive กับ Asana ช่วยให้คุณแนบไฟล์จาก OneDrive เข้ากับ Task งานใน Asana ได้ง่าย ๆ และตั้งค่าให้ Asana อัปโหลดไฟล์จาก Task ไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ OneDrive ที่กำหนดให้อัตโนมัติ ช่วยให้ไฟล์ไม่กระจัดกระจาย ลดความสับสนเรื่องไฟล์ หาเจอง่ายขึ้นและทีมทำงานร่วมกันได้เร็วขึ้น หมายเหตุ: รองรับบัญชี Microsoft ทั้งแบบ โรงเรียน ที่ทำงาน และส่วนบุคคล สิ่งที่คุณทำได้เมื่อเชื่อมต่อ OneDrive กับ Asana: เพิ่มไฟล์จาก OneDrive ได้ทันที เพียงคลิกไอคอนรูปคลิปหนีบกระดาษ แล้วเลือก OneDrive แนบไฟล์สำคัญไว้กับ Task ใน Asana เพื่อให้ข้อมูลของงานครบถ้วนในที่เดียว เข้าถึงไฟล์ทั้งหมดใน OneDrive ได้ในคลิกเดียว เลือกไฟล์ที่ต้องการแนบได้อย่างรวดเร็ว เมื่อย้ายตำแหน่งไฟล์ใน OneDrive ระบบจะอัปเดตลิงก์ใน Asana ให้อัตโนมัติ หมดปัญหาไฟล์หายหรือหาผิดที่ ใช้ Asana Rules ตั้งค่าให้อัปโหลดไฟล์จาก Task...
Continue readingงานสัมมนาออนไลน์ Agentic AI for Marketers 2026: Turning Conversations into Measurable Revenue
เมื่อ AI สำหรับนักการตลาดในปี 2026 ทำได้มากกว่าที่คุณคิด ด้วยพลังของ AGENTIC AI Webinar นี้จะพาคุณไปอัปเดต เทรนด์ AI สำหรับนักการตลาดปี 2026พร้อมเจาะลึกแนวคิดของ Agentic AI – AI ยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ช่วยคิด ช่วยออกแบบแคมเปญ หรือช่วยตอบข้อความแต่สามารถ เข้าใจลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และขับเคลื่อน Action ทางการตลาดได้อัตโนมัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและรายได้ที่ วัดผลได้จริง คุณจะได้เรียนรู้ว่า… AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของนักการตลาดและโอกาสในการสร้างรายได้ในปี 2026 อย่างไร? Agentic AI มีความต่างจาก AI แบบเดิมอย่างไร? และสำคัญกับนักการตลาดอย่างไร? โอกาสที่จะเปลี่ยน Conversational Marketing จากแค่ “แชทกับลูกค้า” ให้กลายเป็น Revenue ได้อย่างไร? หากคุณเป็นนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ เพิ่มยอดขายจากช่องทางแชท สร้าง ROI ที่วัดผลได้และเตรียมพร้อมสู่การตลาดปี 2026 Webinar นี้คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้เลย! ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน *เข้าร่วมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย* ข้อมูลเพิ่มเติม งานสัมมนาออนไลน์ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย บรรยายผ่านช่องทาง Google Meet (ลิงก์จะส่งให้หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Days Hours Minutes Seconds...
รู้จัก BotBonnie แพลตฟอร์ม Conversational Marketing เปลี่ยนบทสนทนาให้เป็นยอดขายของธุรกิจ
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! BotBonnie คืออะไร? BotBonnie คือ แพลตฟอร์ม Conversational Marketing และ Chat Automation จาก Appier ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางแชทได้แบบอัตโนมัติ และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Marketing) โดยสามารถเชื่อมต่อกับช่องทางสื่อสารยอดนิยมของไทยได้อย่าง LINE OA, Facebook Messenger และ Web Chat ของแบรนด์คุณ ซึ่งหัวใจสำคัญที่นักการตลาดควรใช้เครื่องมือ BotBonnie ไม่ได้เป็นเพียงแชทบอทตอบคำถามลูกค้าเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนทุกบทสนทนาให้กลายเป็นข้อมูลลูกค้าเชิงลึกในระบบ ที่นักการตลาดสามารถนำไปต่อยอดเป็นแคมเปญการตลาดแบบ Personalized เพื่อเพิ่ม Customer Engagement และสร้าง Conversion ได้อย่างแท้จริง ฟีเจอร์ของ BotBonnie มีอะไรบ้าง? 1. Chatbot & Automation Workflow สร้างแชทบอทและออกแบบ Chat Automation Workflow ที่ซับซ้อนและสอดคล้องกับ Customer Journey ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด (No-code) ทำให้ทีมการตลาดสามารถสร้าง ปรับแต่ง และทดสอบการสนทนากับลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เช่น ตอบคำถามอัตโนมัติ (FAQ) ลดภาระงานของทีมแอดมินที่ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ พร้อมให้ข้อมูลลูกค้าได้ทันทีแบบ Real-time แจกคูปองและสิทธิพิเศษอัตโนมัติ สามารถตั้งเงื่อนไขให้ระบบส่งคูปองหรือโปรโมชันตามพฤติกรรมลูกค้าได้ เช่น แอดไลน์ครั้งแรก หากลูกค้าคลิกที่ Rich Menu หรือร่วมกิจกรรมผ่านแชท จะส่งโค้ดส่วนลดไปให้ผ่านช่องทางแชท จะช่วยกระตุ้น Conversion และการซื้อได้ดียิ่งขึ้น เก็บข้อมูลเชิงลูกค้าของลูกค้า (Data Collection) สามารถตั้งค่าแชทบอทให้ถามคำถามเพื่อเก็บข้อมูลสำคัญได้ เช่น ความสนใจ งบประมาณ ช่วงเวลาที่สะดวกให้ติดต่อ หรือ Pain Point ต่าง ๆ ของลูกค้า โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บเป็นระบบ และนำไปต่อยอดทางการตลาด คัดกรองและจัดลำดับความสำคัญของลูกค้า (Lead Qualification) BotBonnie ช่วยแยกกลุ่มลูกค้าให้อัตโนมัติ เช่น...
Continue readingConversational Marketing คืออะไร? กลยุทธ์เปลี่ยนการแชทให้กลายเป็นยอดขายของธุรกิจ
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! Conversational Marketing คืออะไร? Conversational Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการสื่อสารโต้ตอบกับลูกค้า (Two-way Communication) แบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางแชทต่าง ๆ เช่น LINE, Facebook Messenger, WhatsApp, Chatbot หรือ Live Chat บนเว็บไซต์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติ เหมือนได้คุยกับคนจริง ๆ ไม่ใช่การสื่อสารแบบทางเดียวเหมือนการตลาดแบบเดิม ๆ Conversational Marketing ทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้มากกว่าแค่การส่งข้อความโฆษณาออกไปอยู่ฝ่ายเดียว ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าถาม-ตอบ แสดงความสนใจ และตัดสินใจได้ทันทีภายในบทสนทนาเดียว ทำไม Conversational Marketing ถึงสำคัญในยุคดิจิทัล? ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ลูกค้าคาดหวังการตอบกลับที่รวดเร็ว มีความเป็นส่วนตัวและตรงกับความต้องการมากที่สุด หากคุณให้ลูกค้ารอการตอบกลับเป็นชั่วโมงหรือวันถัดไป เตรียมโบกมือลาลูกค้าของคุณได้เลย ทำให้กลยุทธ์ Conversational Marketing เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นดังนี้ 1. ตอบลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องเสียเวลากรอกข้อมูลและรออีเมล Conversational Marketing ช่วยให้แบรนด์สามารถ ‘ตอบลูกค้าได้แบบเรียลไทม์’ ผ่านช่องทางที่ลูกค้าใช้งานอยู่แล้ว โดยไม่ต้องให้ลูกค้าเสียเวลากรอกข้อมูลหลายขั้นตอน เพื่อรอการตอบกลับทางอีเมลอีกต่อไป 2. สร้างความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นกันเองระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ผ่านการสื่อสารที่เหมือนการสนทนาจริง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและพร้อมช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่การส่งข้อความโฆษณาแบบเดิม ๆ 3. ช่วยเร่งและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้เร็วขึ้น ลดขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูล เปรียบเทียบสินค้า ดูโปรโมชัน หรือแม้แต่พูดคุยกับทีมขายได้ทันทีในบทสนทนาเดียว ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้เร็วขึ้น 4. เก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดในอนาคตได้ เป็นแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้แบรนด์ เก็บข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (First-party Data) จากการพูดคุยได้ ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ พฤติกรรม หรือเหตุผลในการซื้อ ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดทำ Personalization, Segmentation และแคมเปญการตลาดในอนาคตให้ตรงใจและแม่นยำมากยิ่งขึ้น กลยุทธ์ Conversational Marketing เหมาะกับใคร? 1. นักการตลาดที่ต้องการเพิ่ม Lead ที่มีคุณภาพ แบรนด์สามารถใช้บทสนทนาเพื่อคัดกรองความต้องการของลูกค้า และส่งต่อเฉพาะ Lead ที่มีศักยภาพให้ทีมขาย เพื่อลดภาระงานของทีมขายและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น 2....
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนมกราคม 2026
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Reference custom fields in advanced search: ใช้ Advanced Search เพื่อกรองและสร้างรายงานจากงาน (Tasks) โดยอ้างอิงจากค่าที่อยู่ใน Custom Fields Deprecate Limited Access Members (LAMs): ปรับการจัดการผู้ใช้งานให้ง่ายขึ้น โดยยกเลิกผู้ใช้แบบ Limited Access รูปแบบเดิม และเปลี่ยนมาใช้ระบบ License ที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายกว่า Export project tasks to Excel: ส่งออก Tasks จากโปรเจกต์ไปเป็นไฟล์ Excel ได้ทันที เหมาะสำหรับนำไปวิเคราะห์ข้อมูลต่อหรือแชร์ให้คนนอก Asana Deprecate Limited Access Members (LAMs): ปรับการจัดการสิทธิ์ให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยยกเลิก Limited Access Members และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงทีมและโปรเจกต์ให้ชัดเจนขึ้น สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Restrict the creation of workspaces in organizations: จำกัดให้เฉพาะผู้ดูแลระบบ (Admins) เท่านั้นที่สามารถสร้าง Workspace ใหม่ได้ เพื่อให้การทำงานถูกรวมอยู่ในองค์กรเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ Mobile reference custom field support: ใช้งาน Reference Custom Fields บนมือถือได้ง่ายขึ้น ค้นหาและเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อมโยงได้สะดวกกว่าเดิม AI Studio usage history export (CSV): ผู้ดูแลระบบ (Admins) สามารถส่งข้อมูลการใช้งาน AI Studio ออกมาเป็นไฟล์...
Continue readingAsana Features Updated ประจำเดือนธันวาคม 2025
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Notify users when they are mentioned in task descriptions: ตอนนี้คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อมีการ @mention คุณภายในคำอธิบายของงาน Customize card size in board view: สามารถเลือกขนาดของการ์ดบนบอร์ดได้ทั้งแบบเล็ก กลาง หรือใหญ่ ทั้งในโปรเจกต์และ My tasks Merge as duplicate on iOS: ผสานงานที่ซ้ำกันหรือยกเลิกสัญลักษณ์ที่บอกว่างานนี้เป็นงานซ้ำได้โดยตรงผ่าน iOS Deprecated team invite links: Asana ยกเลิกฟีเจอร์ Team invite links แล้ว โดยยังใช้รูปแบบการเชิญผ่านอีเมลไว้เหมือนเดิม Saved tabs on Android: สามารถดูมุมมองแบบกำหนดเองทั้งหมดในโปรเจกต์ และสลับแท็บได้ง่ายขึ้นบน Android Notes tab on iOS: เพิ่มพื้นที่สำหรับจดโน้ตในโปรเจกต์และ My tasks บน iOS Create a task from Slack: ใช้ emoji 📝 (:memo:) เพื่อสร้างงานใน Asana อัตโนมัติจากข้อความใน Slack (ในช่องที่ติดตั้ง Asana Slackbot) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Dynamic “Me” filter for people custom fields and creator field:...
Continue readingสรุป 9 ฟีเจอร์สุดล้ำ! ของ Asana AI ผู้ช่วยจัดการงานของคุณให้ดียิ่งขึ้น
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 9 ฟีเจอร์สุดล้ำของ Asana AI แบบละเอียดยิบ ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของคุณให้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น จะมีอะไรบ้าง? ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. Smart status – สรุปสถานะโปรเจกต์อัตโนมัติแบบเรียลไทม์ หมดปัญหาที่ต้องมานั่งอัปเดตสถานะโปรเจกต์เองทุกอาทิตย์ เพราะ Smart status จะช่วยสรุปสถานะงานทั้งหมดของโปรเจกต์ออกมาให้คุณได้ทันที เช่น สถานะของโปรเจกต์ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงไหน? งานไหนกำลังล่าช้า? งานไหนเป็นความเสี่ยง (Risk) จะไม่ทันเวลา? งานไหนต้องโฟกัสต่อจากนี้เป็นพิเศษ? ทำให้ผู้จัดการโปรเจกต์ (Project Manager) เห็นภาพรวมของโปรเจกต์ทั้งหมดได้ในคลิกเดียวและช่วยลดเวลาในการทำสรุป Status Report ได้อย่างมหาศาล 2. Smart chat – ผู้ช่วยส่วนตัวที่ถามอะไรก็ตอบได้ทันที เปรียบเสมือนคุณมีเลขาส่วนตัวที่สามารถถามทุกเรื่องได้เกี่ยวกับโปรเจกต์หรืองานที่คุณดูแล เพียงพิมพ์ถามด้วยภาษาที่ใช้ทั่วไป (รองรับภาษาไทย) เช่น งานที่ใกล้เดดไลน์สัปดาห์นี้มีอะไรบ้าง? ช่วยสรุปความคืบหน้าโปรเจกต์ A ให้หน่อย Smart chat จะค้นหาข้อมูลจากทุกโปรเจกต์และให้คำตอบคุณได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งหาข้อมูลด้วยตัวเองอีกต่อไป 3. Smart fields – ให้ AI สร้างและกรอกฟิลด์ที่จำเป็นให้อัตโนมัติ ผู้ช่วยที่คอยแนะนำว่าโปรเจกต์ควรมีฟิลด์อะไรที่ต้องใส่บ้าง พร้อมกรอกข้อมูลที่สำคัญให้แบบอัตโนมัติ ทั้งผู้รับผิดชอบงาน, วันที่และวันครบกำหนด, ลำดับความสำคัญของงาน 4. Smart summaries – สรุปข้อมูลยาว ๆ ให้เหลือแต่ประเด็นสำคัญ เหมาะสำหรับผู้จัดการโปรเจกต์ (Project Manager) ที่ต้องดูแลหลายโปรเจกต์พร้อม ๆ กัน Smart summaries ช่วยสรุปงานหรือโปรเจกต์ยาว ๆ ให้เหลือแค่ประเด็นที่สำคัญ ไม่ต้องอ่านข้อมูลทั้งหมดก็เข้าใจภาพรวมได้ 5. Smart editor – ช่วยเขียนและปรับคำให้ดูโปรขึ้น Smart editor สามารถช่วยเขียนและปรับแต่งข้อความให้กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น รวมถึงเปลี่ยนโทนภาษาให้คุณดูโปร มากยิ่งขึ้น 6. Smart...
Continue readingLINE OA vs BotBonnie จากการสื่อสารสู่การสร้างกำไร เครื่องมือไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน?
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! LINE OA ทำอะไรได้บ้าง? และเหมาะกับใคร? LINE Official Account (LINE OA) คือ บัญชีทางการของแบรนด์บนแพลตฟอร์ม LINE ที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ฟีเจอร์ของ LINE OA: แชทบน LINE แบบ 1:1 Broadcast ส่งข้อความถึงผู้ติดตาม Rich Menu / Rich Message Step Message (ส่งข้อความอัตโนมัติตามลำดับวัน) ฟีเจอร์ Step Message เหมาะสำหรับทำ Drip Marketing แบบง่าย ๆ เช่น ตั้ง Trigger เมื่อมีคนเพิ่มเพื่อน แล้วส่งข้อความอัตโนมัติใน Day 0 / Day 1 / Day 3 เพื่อให้ข้อมูลหรือโปรโมชัน โดยสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายตามเพศ อายุ ระบบมือถือ หรือพื้นที่ได้ จุดเด่นของ LINE OA: คนไทยนิยมใช้ไลน์เป็นช่องทางการสื่อสารหลักกว่า 56 ล้านบัญชีหรือคิดเป็น 78.2% ของประชากรทั้งหมด ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ติดตั้งและพร้อมใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับร้านค้า SME ที่ต้องการสื่อสารกับลูกค้าอย่างรวดเร็วและเป็นระบบผ่านช่องทาง LINE ข้อจำกัดของ LINE OA: ใช้งานได้เฉพาะบน LINE เท่านั้น ข้อมูลที่ได้รับค่อนข้างอยู่ในระดับพื้นฐาน เช่น เพศ อายุ ประเภทมือถือที่ใช้ พื้นที่ เน้นการส่งข้อความตามช่วงเวลา มากกว่าเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่ซับซ้อนของลูกค้า หากต้องการ Automation หรือ Segmentation ที่ซับซ้อนขึ้น ต้องใช้ API หรือเครื่องมือเสริม LINE OA เหมาะกับ: ทีมขนาดเล็กหรือกลางที่ต้องการระบบอัตโนมัติแบบแค่ตั้งข้อความแล้วส่งอัตโนมัติ สำหรับลูกค้ากลุ่มกว้างบน...
Continue readingกรณีศึกษา Xiaomi ไต้หวัน ใช้ BotBonnie เพิ่ม Engagement บน Instagram ถึง 98%
แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก “Xiaomi” ให้ความไว้วางใจ Appier เพื่อพลิกโฉมการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ผ่านเครื่องมือ Automation ของ BotBonnie) ที่ช่วยเพิ่มยอดไลค์ถึง 5 เท่า และดันอัตราการร่วมกิจกรรมสูงสุดถึง 98% ภาพรวมของโปรเจกต์ Xiaomi x BotBonnie จาก Appier ในยุคที่ผู้บริโภคใช้เวลาส่วนใหญ่บนโซเชียลมีเดีย แบรนด์ต่างๆ ต้องคิดหาวิธีสร้าง “ปฏิสัมพันธ์จริง” กับลูกค้าให้ได้มากกว่าการโพสต์คอนเทนต์ทั่วไป Xiaomi Taiwan มองเห็นโอกาสนี้และได้ให้ความไว้วางใจ Appier เพื่อนำ BotBonnie เครื่องมือ Marketing Automation บน LINE, Facebook, Instagram มาช่วยยกระดับการสื่อสารกับแฟนคลับในกิจกรรม Xiaomi Fan Festival 2024 และแคมเปญ “Heartbeat” กับ “The Moment” ผลลัพธ์คือ Engagement เพิ่มขึ้นกว่า 100+ ผู้ใช้ใหม่ ยอดไลก์เฉลี่ยมากขึ้น 5 เท่า อัตราการทำกิจกรรมจบครบ 98% ทำความรู้จักแบรนด์ Xiaomi Xiaomi Corporation ก่อตั้งในปี 2010 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (1810.HK)บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) ที่เชื่อมต่อกันผ่าน IoT Platform วิสัยทัศน์ของ Xiaomi “Make friends with users and be the coolest company in the users’ hearts.” ปัจจุบัน Xiaomi เป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ติดอันดับ 3 อันดับแรกของยอดขายทั่วโลก โดยข้อมูล ณ มีนาคม 2024 ผู้ใช้งานประจำต่อเดือน (MAU)...
Continue reading