รู้จัก BotBonnie แพลตฟอร์ม Conversational Marketing เปลี่ยนบทสนทนาให้เป็นยอดขายของธุรกิจ

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! BotBonnie คืออะไร? BotBonnie คือ แพลตฟอร์ม Conversational Marketing และ Chat Automation จาก Appier ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางแชทได้แบบอัตโนมัติ และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Marketing) โดยสามารถเชื่อมต่อกับช่องทางสื่อสารยอดนิยมของไทยได้อย่าง LINE OA, Facebook Messenger และ Web Chat ของแบรนด์คุณ ซึ่งหัวใจสำคัญที่นักการตลาดควรใช้เครื่องมือ BotBonnie ไม่ได้เป็นเพียงแชทบอทตอบคำถามลูกค้าเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนทุกบทสนทนาให้กลายเป็นข้อมูลลูกค้าเชิงลึกในระบบ ที่นักการตลาดสามารถนำไปต่อยอดเป็นแคมเปญการตลาดแบบ Personalized เพื่อเพิ่ม Customer Engagement และสร้าง Conversion ได้อย่างแท้จริง ฟีเจอร์ของ BotBonnie มีอะไรบ้าง? 1. Chatbot & Automation Workflow สร้างแชทบอทและออกแบบ Chat Automation Workflow ที่ซับซ้อนและสอดคล้องกับ Customer Journey ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด (No-code) ทำให้ทีมการตลาดสามารถสร้าง ปรับแต่ง และทดสอบการสนทนากับลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เช่น ตอบคำถามอัตโนมัติ (FAQ) ลดภาระงานของทีมแอดมินที่ต้องตอบคำถามซ้ำ ๆ พร้อมให้ข้อมูลลูกค้าได้ทันทีแบบ Real-time แจกคูปองและสิทธิพิเศษอัตโนมัติ สามารถตั้งเงื่อนไขให้ระบบส่งคูปองหรือโปรโมชันตามพฤติกรรมลูกค้าได้ เช่น แอดไลน์ครั้งแรก หากลูกค้าคลิกที่ Rich Menu หรือร่วมกิจกรรมผ่านแชท จะส่งโค้ดส่วนลดไปให้ผ่านช่องทางแชท จะช่วยกระตุ้น Conversion และการซื้อได้ดียิ่งขึ้น เก็บข้อมูลเชิงลูกค้าของลูกค้า (Data Collection) สามารถตั้งค่าแชทบอทให้ถามคำถามเพื่อเก็บข้อมูลสำคัญได้ เช่น ความสนใจ งบประมาณ ช่วงเวลาที่สะดวกให้ติดต่อ หรือ Pain Point ต่าง ๆ ของลูกค้า โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บเป็นระบบ และนำไปต่อยอดทางการตลาด คัดกรองและจัดลำดับความสำคัญของลูกค้า (Lead Qualification) BotBonnie ช่วยแยกกลุ่มลูกค้าให้อัตโนมัติ เช่น...

Continue reading

Conversational Marketing คืออะไร? กลยุทธ์เปลี่ยนการแชทให้กลายเป็นยอดขายของธุรกิจ

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! Conversational Marketing คืออะไร? Conversational Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการสื่อสารโต้ตอบกับลูกค้า (Two-way Communication) แบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางแชทต่าง ๆ เช่น LINE, Facebook Messenger, WhatsApp, Chatbot หรือ Live Chat บนเว็บไซต์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติ เหมือนได้คุยกับคนจริง ๆ ไม่ใช่การสื่อสารแบบทางเดียวเหมือนการตลาดแบบเดิม ๆ Conversational Marketing ทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้มากกว่าแค่การส่งข้อความโฆษณาออกไปอยู่ฝ่ายเดียว ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าถาม-ตอบ แสดงความสนใจ และตัดสินใจได้ทันทีภายในบทสนทนาเดียว ทำไม Conversational Marketing ถึงสำคัญในยุคดิจิทัล? ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ลูกค้าคาดหวังการตอบกลับที่รวดเร็ว มีความเป็นส่วนตัวและตรงกับความต้องการมากที่สุด หากคุณให้ลูกค้ารอการตอบกลับเป็นชั่วโมงหรือวันถัดไป เตรียมโบกมือลาลูกค้าของคุณได้เลย ทำให้กลยุทธ์ Conversational Marketing เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นดังนี้ 1. ตอบลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องเสียเวลากรอกข้อมูลและรออีเมล Conversational Marketing ช่วยให้แบรนด์สามารถ ‘ตอบลูกค้าได้แบบเรียลไทม์’ ผ่านช่องทางที่ลูกค้าใช้งานอยู่แล้ว โดยไม่ต้องให้ลูกค้าเสียเวลากรอกข้อมูลหลายขั้นตอน เพื่อรอการตอบกลับทางอีเมลอีกต่อไป 2. สร้างความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นกันเองระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ผ่านการสื่อสารที่เหมือนการสนทนาจริง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและพร้อมช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่การส่งข้อความโฆษณาแบบเดิม ๆ 3. ช่วยเร่งและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้เร็วขึ้น ลดขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูล เปรียบเทียบสินค้า ดูโปรโมชัน หรือแม้แต่พูดคุยกับทีมขายได้ทันทีในบทสนทนาเดียว ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้เร็วขึ้น 4. เก็บข้อมูลของลูกค้าเพื่อนำข้อมูลไปต่อยอดในอนาคตได้ เป็นแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้แบรนด์ เก็บข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (First-party Data) จากการพูดคุยได้ ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ พฤติกรรม หรือเหตุผลในการซื้อ ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดทำ Personalization, Segmentation และแคมเปญการตลาดในอนาคตให้ตรงใจและแม่นยำมากยิ่งขึ้น กลยุทธ์ Conversational Marketing เหมาะกับใคร? 1. นักการตลาดที่ต้องการเพิ่ม Lead ที่มีคุณภาพ แบรนด์สามารถใช้บทสนทนาเพื่อคัดกรองความต้องการของลูกค้า และส่งต่อเฉพาะ Lead ที่มีศักยภาพให้ทีมขาย เพื่อลดภาระงานของทีมขายและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น 2....

Continue reading

Asana Features Updated ประจำเดือนมกราคม 2026

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Reference custom fields in advanced search: ใช้ Advanced Search เพื่อกรองและสร้างรายงานจากงาน (Tasks) โดยอ้างอิงจากค่าที่อยู่ใน Custom Fields Deprecate Limited Access Members (LAMs): ปรับการจัดการผู้ใช้งานให้ง่ายขึ้น โดยยกเลิกผู้ใช้แบบ Limited Access รูปแบบเดิม และเปลี่ยนมาใช้ระบบ License ที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายกว่า Export project tasks to Excel: ส่งออก Tasks จากโปรเจกต์ไปเป็นไฟล์ Excel ได้ทันที เหมาะสำหรับนำไปวิเคราะห์ข้อมูลต่อหรือแชร์ให้คนนอก Asana Deprecate Limited Access Members (LAMs): ปรับการจัดการสิทธิ์ให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยยกเลิก Limited Access Members และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงทีมและโปรเจกต์ให้ชัดเจนขึ้น สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Restrict the creation of workspaces in organizations: จำกัดให้เฉพาะผู้ดูแลระบบ (Admins) เท่านั้นที่สามารถสร้าง Workspace ใหม่ได้ เพื่อให้การทำงานถูกรวมอยู่ในองค์กรเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ Mobile reference custom field support: ใช้งาน Reference Custom Fields บนมือถือได้ง่ายขึ้น ค้นหาและเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อมโยงได้สะดวกกว่าเดิม AI Studio usage history export (CSV): ผู้ดูแลระบบ (Admins) สามารถส่งข้อมูลการใช้งาน AI Studio ออกมาเป็นไฟล์...

Continue reading

Asana Features Updated ประจำเดือนธันวาคม 2025

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Notify users when they are mentioned in task descriptions: ตอนนี้คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อมีการ @mention คุณภายในคำอธิบายของงาน Customize card size in board view: สามารถเลือกขนาดของการ์ดบนบอร์ดได้ทั้งแบบเล็ก กลาง หรือใหญ่ ทั้งในโปรเจกต์และ My tasks Merge as duplicate on iOS: ผสานงานที่ซ้ำกันหรือยกเลิกสัญลักษณ์ที่บอกว่างานนี้เป็นงานซ้ำได้โดยตรงผ่าน iOS Deprecated team invite links: Asana ยกเลิกฟีเจอร์ Team invite links แล้ว โดยยังใช้รูปแบบการเชิญผ่านอีเมลไว้เหมือนเดิม Saved tabs on Android: สามารถดูมุมมองแบบกำหนดเองทั้งหมดในโปรเจกต์ และสลับแท็บได้ง่ายขึ้นบน Android Notes tab on iOS: เพิ่มพื้นที่สำหรับจดโน้ตในโปรเจกต์และ My tasks บน iOS Create a task from Slack: ใช้ emoji 📝 (:memo:) เพื่อสร้างงานใน Asana อัตโนมัติจากข้อความใน Slack (ในช่องที่ติดตั้ง Asana Slackbot) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Dynamic “Me” filter for people custom fields and creator field:...

Continue reading
9 features of Asana AI

สรุป 9 ฟีเจอร์สุดล้ำ! ของ Asana AI ผู้ช่วยจัดการงานของคุณให้ดียิ่งขึ้น

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 9 ฟีเจอร์สุดล้ำของ Asana AI แบบละเอียดยิบ ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของคุณให้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น จะมีอะไรบ้าง? ไปดูกันเลย! เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! 1. Smart status – สรุปสถานะโปรเจกต์อัตโนมัติแบบเรียลไทม์ หมดปัญหาที่ต้องมานั่งอัปเดตสถานะโปรเจกต์เองทุกอาทิตย์ เพราะ Smart status จะช่วยสรุปสถานะงานทั้งหมดของโปรเจกต์ออกมาให้คุณได้ทันที เช่น สถานะของโปรเจกต์ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงไหน? งานไหนกำลังล่าช้า? งานไหนเป็นความเสี่ยง (Risk) จะไม่ทันเวลา? งานไหนต้องโฟกัสต่อจากนี้เป็นพิเศษ? ทำให้ผู้จัดการโปรเจกต์ (Project Manager) เห็นภาพรวมของโปรเจกต์ทั้งหมดได้ในคลิกเดียวและช่วยลดเวลาในการทำสรุป Status Report ได้อย่างมหาศาล 2. Smart chat – ผู้ช่วยส่วนตัวที่ถามอะไรก็ตอบได้ทันที เปรียบเสมือนคุณมีเลขาส่วนตัวที่สามารถถามทุกเรื่องได้เกี่ยวกับโปรเจกต์หรืองานที่คุณดูแล เพียงพิมพ์ถามด้วยภาษาที่ใช้ทั่วไป (รองรับภาษาไทย) เช่น งานที่ใกล้เดดไลน์สัปดาห์นี้มีอะไรบ้าง? ช่วยสรุปความคืบหน้าโปรเจกต์ A ให้หน่อย Smart chat จะค้นหาข้อมูลจากทุกโปรเจกต์และให้คำตอบคุณได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งหาข้อมูลด้วยตัวเองอีกต่อไป 3. Smart fields – ให้ AI สร้างและกรอกฟิลด์ที่จำเป็นให้อัตโนมัติ ผู้ช่วยที่คอยแนะนำว่าโปรเจกต์ควรมีฟิลด์อะไรที่ต้องใส่บ้าง พร้อมกรอกข้อมูลที่สำคัญให้แบบอัตโนมัติ ทั้งผู้รับผิดชอบงาน, วันที่และวันครบกำหนด, ลำดับความสำคัญของงาน 4. Smart summaries – สรุปข้อมูลยาว ๆ ให้เหลือแต่ประเด็นสำคัญ เหมาะสำหรับผู้จัดการโปรเจกต์ (Project Manager) ที่ต้องดูแลหลายโปรเจกต์พร้อม ๆ กัน Smart summaries ช่วยสรุปงานหรือโปรเจกต์ยาว ๆ ให้เหลือแค่ประเด็นที่สำคัญ ไม่ต้องอ่านข้อมูลทั้งหมดก็เข้าใจภาพรวมได้ 5. Smart editor – ช่วยเขียนและปรับคำให้ดูโปรขึ้น Smart editor สามารถช่วยเขียนและปรับแต่งข้อความให้กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น รวมถึงเปลี่ยนโทนภาษาให้คุณดูโปร มากยิ่งขึ้น 6. Smart...

Continue reading
what is different line oa and botbonnie

LINE OA vs BotBonnie จากการสื่อสารสู่การสร้างกำไร เครื่องมือไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน?

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณต้องการได้เลย! LINE OA ทำอะไรได้บ้าง? และเหมาะกับใคร? LINE Official Account (LINE OA) คือ บัญชีทางการของแบรนด์บนแพลตฟอร์ม LINE ที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ฟีเจอร์ของ LINE OA: แชทบน LINE แบบ 1:1 Broadcast ส่งข้อความถึงผู้ติดตาม Rich Menu / Rich Message Step Message (ส่งข้อความอัตโนมัติตามลำดับวัน) ฟีเจอร์ Step Message เหมาะสำหรับทำ Drip Marketing แบบง่าย ๆ เช่น ตั้ง Trigger เมื่อมีคนเพิ่มเพื่อน แล้วส่งข้อความอัตโนมัติใน Day 0 / Day 1 / Day 3 เพื่อให้ข้อมูลหรือโปรโมชัน โดยสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายตามเพศ อายุ ระบบมือถือ หรือพื้นที่ได้ จุดเด่นของ LINE OA: คนไทยนิยมใช้ไลน์เป็นช่องทางการสื่อสารหลักกว่า 56 ล้านบัญชีหรือคิดเป็น 78.2% ของประชากรทั้งหมด ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ติดตั้งและพร้อมใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับร้านค้า SME ที่ต้องการสื่อสารกับลูกค้าอย่างรวดเร็วและเป็นระบบผ่านช่องทาง LINE ข้อจำกัดของ LINE OA: ใช้งานได้เฉพาะบน LINE เท่านั้น ข้อมูลที่ได้รับค่อนข้างอยู่ในระดับพื้นฐาน เช่น เพศ อายุ ประเภทมือถือที่ใช้ พื้นที่ เน้นการส่งข้อความตามช่วงเวลา มากกว่าเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่ซับซ้อนของลูกค้า หากต้องการ Automation หรือ Segmentation ที่ซับซ้อนขึ้น ต้องใช้ API หรือเครื่องมือเสริม LINE OA เหมาะกับ: ทีมขนาดเล็กหรือกลางที่ต้องการระบบอัตโนมัติแบบแค่ตั้งข้อความแล้วส่งอัตโนมัติ สำหรับลูกค้ากลุ่มกว้างบน...

Continue reading
Xiaomi & Botbonnie - Appier Customer Story

กรณีศึกษา Xiaomi ไต้หวัน ใช้ BotBonnie เพิ่ม Engagement บน Instagram ถึง 98%

แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลก “Xiaomi” ให้ความไว้วางใจ Appier เพื่อพลิกโฉมการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ผ่านเครื่องมือ Automation ของ BotBonnie) ที่ช่วยเพิ่มยอดไลค์ถึง 5 เท่า และดันอัตราการร่วมกิจกรรมสูงสุดถึง 98% ภาพรวมของโปรเจกต์ Xiaomi x BotBonnie จาก Appier ในยุคที่ผู้บริโภคใช้เวลาส่วนใหญ่บนโซเชียลมีเดีย แบรนด์ต่างๆ ต้องคิดหาวิธีสร้าง “ปฏิสัมพันธ์จริง” กับลูกค้าให้ได้มากกว่าการโพสต์คอนเทนต์ทั่วไป Xiaomi Taiwan มองเห็นโอกาสนี้และได้ให้ความไว้วางใจ Appier เพื่อนำ BotBonnie เครื่องมือ Marketing Automation บน LINE, Facebook, Instagram มาช่วยยกระดับการสื่อสารกับแฟนคลับในกิจกรรม Xiaomi Fan Festival 2024 และแคมเปญ “Heartbeat” กับ “The Moment” ผลลัพธ์คือ Engagement เพิ่มขึ้นกว่า 100+ ผู้ใช้ใหม่ ยอดไลก์เฉลี่ยมากขึ้น 5 เท่า อัตราการทำกิจกรรมจบครบ 98% ทำความรู้จักแบรนด์ Xiaomi Xiaomi Corporation ก่อตั้งในปี 2010 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (1810.HK)บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) ที่เชื่อมต่อกันผ่าน IoT Platform วิสัยทัศน์ของ Xiaomi “Make friends with users and be the coolest company in the users’ hearts.” ปัจจุบัน Xiaomi เป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ติดอันดับ 3 อันดับแรกของยอดขายทั่วโลก โดยข้อมูล ณ มีนาคม 2024 ผู้ใช้งานประจำต่อเดือน (MAU)...

Continue reading
asana featured update nov

Asana Features Updated ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025

สำหรับ Asana Package Personal และ Basic Enhanced password requirements and admin controls: ผู้ใช้งาน Asana ทุกคนต้องตั้งรหัสผ่านอย่างน้อย 8 ตัวอักษร และไม่สามารถใช้รหัสผ่านที่เคยถูกตรวจพบว่าถูกละเมิดได้ โดยผู้ดูแลระบบ (Admins) สามารถกำหนดความยาวขั้นต่ำของรหัสผ่านในโดเมนได้สูงสุดถึง 20 ตัวอักษร  Chart color update: ปรับโทนสีของกราฟและแผนภูมิให้มีความสอดคล้องกันมากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลดูอ่านง่ายและเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น Smart Workflow Gallery: เริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ได้รวดเร็วขึ้นด้วยเทมเพลตและเวิร์กโฟลว์ที่ Asana แนะนำให้เหมาะกับงานของคุณมากที่สุด สำหรับ Asana Package Starter และ Premium Proactive rule suggestions: Asana จะแนะนำการตั้งค่าอัตโนมัติที่เหมาะกับแต่ละโปรเจกต์ รวมถึงกฎ (Rules) ที่ใช้ AI เพื่อช่วยให้เวิร์กโฟลว์ทำงานได้อัตโนมัติทั้งกระบวนการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Reference custom fields: สามารถแนบงาน (Tasks), โปรเจกต์ (Projects), พอร์ตโฟลิโอ (Portfolios) และเป้าหมาย (Goals) เข้ากับฟิลด์ต่าง ๆ ได้โดยตรง เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างงานได้ชัดเจนขึ้น และนำข้อมูลไปใช้ต่อในระบบอัตโนมัติหรือรายงานได้สะดวกกว่าเดิม ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ Relative date triggers now work on subtasks: ตั้งค่าทริกเกอร์ตามวันและเวลาที่ให้ทำงานได้กับทั้งงานหลักและงานย่อย เพื่อให้ระบบอัตโนมัติจัดการเวิร์กโฟลว์ได้ครบและต่อเนื่องมากขึ้น Script rule ownership and editing: ผู้แก้ไขโปรเจกต์ (Project Editor) สามารถดูรายละเอียดของ Script Rule ได้เอง พร้อมทั้งเปลี่ยน Owner หรือแก้ไขกฎได้ เพื่อให้เวิร์กโฟลว์ทำงานต่อเนื่องแม้ Owner เดิมจะเปลี่ยนไป Rule ownership...

Continue reading
prompt asana ai

เคล็ดลับเขียน Prompt บน Asana AI Studio อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ชาญฉลาด

พวกเรากำลังอยู่ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในเครื่องมือการทำงานทุกประเภท รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง Asana ที่เพิ่มฟีเจอร์ Asana Intelligence (Asana AI) เพื่อช่วยให้ทีมทำงานเร็วขึ้น มีข้อมูลครบและตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น แต่หัวใจสำคัญของการใช้งาน AI ให้ได้ผลจริง ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว มันอยู่ที่สิ่งที่เราสั่งให้ AI ทำหรือที่เรียกว่า Prompt นั่นเอง การเขียน Prompt ที่ดี จะทำให้ AI ทำงานให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการของเรามากขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเคล็ดลับ การเขียน Prompt สำหรับ Asana AI ให้ได้ผลลัพธ์ที่ชาญฉลาดและการตอบสนองที่ดีขึ้น Note: Asana AI และ AI Studio สามารถใช้งานได้สำหรับแพ็กเกจ Asana Starter ขึ้นไปเท่านั้น ผู้ใช้งานแบบ Personal (ฟรี) ไม่สามารถใช้งาน AI ได้ ดูรายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ทำไมการเขียน Prompt ถึงสำคัญกับ AI? Prompt คือ “ข้อความคำสั่ง” ที่บอกให้ AI รู้ว่าเราต้องการอะไรและอยากให้ AI ทำอะไร เช่น “ช่วยสรุปโน้ตการประชุมให้สั้นใน 3 บรรทัด” “ตั้งชื่อโปรเจกต์ใหม่จากรายละเอียดด้านล่างให้เหมาะกับการตลาด” ยิ่งคุณเขียนคำสั่งได้ชัดเจนมากเท่าไหร่ AI ก็จะเข้าใจและตอบกลับได้ตรงกับความต้องการได้มากขึ้น สำหรับ Asana การเขียน Prompt ที่ดีจะช่วยอะไรบ้าง? สร้างหรือจัดการ Task ได้แบบอัตโนมัติ ให้ AI ช่วยสร้างงานใหม่ หรืออัปเดตข้อมูลใน Task ได้ทันทีตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ วิเคราะห์ข้อมูลหรือสรุปงานให้ ไม่ต้องเสียเวลาอ่านข้อมูลทั้งหมด AI จะช่วยย่อยสาระสำคัญให้ภายในไม่กี่วินาที ช่วยตัดสินใจใน Workflow ได้อย่างแม่นยำ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งพร้อมกัน ทำให้ทีมเห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจ ทำงานร่วมกับ Automation และกฎ (Rules)...

Continue reading