4 วิธี สร้าง Help Center ที่ลูกค้าหาคำตอบเองได้ด้วย Zendesk Knowledge Base

ในปัจจุบัน ลูกค้าคาดหวังคำตอบที่รวดเร็วและทันที พวกเขามักเลือกค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตนเองก่อนติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Zendesk Knowledge Base (หรืออาจคุ้นเคยกันในชื่อ Zendesk Guide) ซึ่งมีโครงสร้างที่ดี กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับแบรนด์ยุคใหม่

ธุรกิจส่วนใหญ่นำ Zendesk Knowledge Base มาใช้เป็น Help Center เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาคำถามที่พบบ่อย (FAQs) แก้ไขปัญหาเบื้องต้น หรือเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องเปิด Ticket ขอรับการสนับสนุน ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังช่วยลดจำนวนคำถามซ้ำ ๆ ที่เจ้าหน้าที่ต้องรับมืออีกด้วย

[*Ticket ในบริบทของการบริการลูกค้า หมายถึง คำร้อง เคส หรือเรื่องที่ลูกค้าติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือ]

Zendesk Knowledge Base ทำงานอย่างไร?

Zendesk Knowledge Base รวบรวมข้อมูลจาก 2 แหล่งหลัก ได้แก่

  • บทความที่สร้างขึ้นภายใน Zendesk Knowledge Base 
  • เนื้อหาจากแหล่งภายนอกที่ถูกรวบรวมผ่าน Zendesk Crawler

[*Zendesk Crawler คือ เครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถดึงและจัดเรียงข้อมูลเนื้อหาจากเว็บไซต์ภายนอกได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น บล็อก ฟอรัม หรือ Knowledge Base อื่น ๆ สามารถถูกค้นหาและแสดงผลได้ในผลการค้นหาของ Help Center]

4 วิธียอดนิยมในการสร้าง Help Center

1. ใช้เทมเพลตฟรี หรือ Out-of-the-Box

Zendesk มีเทมเพลตที่ออกแบบมาอย่างสวยงามให้ใช้งานฟรี เพียงอัปเดตโลโก้ โทนสี และเลย์เอาต์พื้นฐาน 

ข้อดี

  • เปิดใช้งานได้รวดเร็วที่สุด
  • ประหยัดงบประมาณ

ข้อจำกัด

  • ปรับแต่งได้จำกัด
  • ไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างหรือ UI เชิงลึกได้

2. ซื้อ Premium Templates (ราคา USD 49–599)

Zendesk มี Zendesk Marketplace ซึ่งรวมเทมเพลตสวย ๆ ไว้มากมาย และรองรับการปรับแต่งที่มากขึ้น สามารถเข้าชมได้ที่นี่

ข้อดี

  • ยืดหยุ่นด้านเลย์เอาต์และ UI มากกว่า
  • ปรับให้เข้ากับแบรนด์ได้ง่าย
  • ต้นทุนต่ำกว่าการพัฒนาแบบ Custom

ข้อจำกัด

  • ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างบางส่วน

3. พัฒนา Zendesk Guide Theme แบบ Custom

แบรนด์ที่มีข้อกำหนดด้าน Corporate Identity (CI) ชัดเจน มักเลือกพัฒนา Theme เอง ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้าง Help Center ที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้

ข้อดี

  • ควบคุมดีไซน์ โครงสร้าง และประสบการณ์ผู้ใช้ได้ทั้งหมด
  • สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์อย่างสมบูรณ์

ข้อจำกัด

  • ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านออกแบบและพัฒนา
  • ต้นทุนสูงกว่าเทมเพลตสำเร็จรูป

4. สร้างเว็บไซต์ Help Center ของตนเอง และเชื่อมต่อด้วย Zendesk Guide API

บางองค์กรเลือกสร้างเว็บไซต์ Help Center บนโดเมนของตนเอง และใช้ Zendesk Search API และ Guide API เพื่อดึงหรือสร้างคอนเทนต์จาก Zendesk หรือแหล่งข้อมูลภายนอก

ข้อดี

  • ควบคุม UI/UX และโครงสร้างได้อย่างเต็มที่
  • มีความยืดหยุ่นสูงสุด

     

ข้อจำกัด

  • ต้องดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • มีความซับซ้อนสูง

     

อย่างไรก็ตาม จากมุมมองด้าน Customer Experience (CX) แนวทางนี้ไม่เหมาะกับทุกองค์กร เว้นแต่บริษัทจะมีทีมดูแลเว็บไซต์ที่แข็งแกร่งและพร้อมรองรับในระยะยาว

ทำไมองค์กรถึงควรลงทุนกับ Knowledge Base ที่มีคุณภาพ?

Knowledge Base ที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลด Ticket ซ้ำได้ถึง 40–60% ช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการโดยรวม นอกจากนี้ยังช่วย:

  • ลดจำนวนทิกเก็ตซ้ำ ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่
  • เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
  • ช่วยให้ลูกค้าแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น
  • ส่งมอบข้อมูลที่สอดคล้องกันในทุกช่องทาง

ติดต่อ Demeter ICT วันนี้ เพื่อยกระดับ Help Center และสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดียิ่งขึ้นด้วย Zendesk Knowledge Base ได้เลย 

  • ปรึกษาทีมขายหรือขอใบเสนอราคา คลิก
  • โทร: 02 030 0066
  • LINE: @dmit 
  • Email: sales@dmit.co.th 

Writer

ซอฟต์แวร์เพื่อการบริการลูกค้า พนักงาน และเชื่อมต่อข้อมูล

บริษัท ดีมีเตอร์ ไอซีที จำกัด - Your Business Transformation Partner

ผู้ให้บริการ Zendesk ในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิกอย่างเป็นทางการ

LINE : @dmit